Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, February 21, 2015

 

Question: "What does it mean to leave and cleave?"
คำถาม   การละออกมาและผูกติดหมายความว่ายังไง

Answer คำตอบ: Genesis ปฐมกาล 2:2424 Therefore a man shall leave his father and his mother and hold fast to his wife, and they shall become one flesh.

24 เพราะเหตุนั้นผู้ชายจึงจากบิดามารดาของตน ไปผูกพันอยู่กับภรรยา   และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อ เดียวกัน

Other translations render “leave and cleave” as “leave and be united” (NIV), “leave and be joined” (NASB), and “leave and hold fast” (ESV).

นักแปลคนอื่น ๆถอดความหมาย “การละออกมาและผูกติด” ว่า “ละจากมาเพื่อผูกพันเป็นอันเดียวกัน”  (อมตะธรรม) และ  “ละออกมาเพื่อร่วมผูกติดแน่น”

So, what precisely does it mean to leave your father and mother and cleave to your spouse?
ดังนั้น หมายความกระชับคือว่าการละจากบิดามารดาและไปผูกติดอยู่กับภรรยาของคุณหรือ
As recorded in Genesis chapter 2, God created Adam first, and then Eve.

ตามที่ได้มีบันทึกในปฐมกาลบทที่ 2 พระเจ้าทรงสร้างอาดัมก่อนและแล้วก็อีวา

God Himself brought Eve to Adam.

พระเจ้าเองได้ทรงประทานอีวาให้แก่อาดัม

God Himself ordained that they would be joined together in holy matrimony.

พระเจ้าเองได้ทรงรับสั่งเป็นทางการว่าเขาทั้งสองจะร่วมผูกพันกันในพิธีสมรสอันศักดิ์สิทธิ์

He said that the two of them would become one flesh.

พระเจ้าทรงตรัสว่าแล้วเขาทั้งสองได้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน

This is a picture of marital intimacy—the act of love that is never to involve anyone else.

นี่คือภาพของสัมพันธภาพทางเพศโดยการแต่งงาน— การแสดงออกความรักกันที่ไม่รวมบุคคลอื่น

To “cleave” means “to adhere to, stick to, or join with.”

การผูกติดกันหมายความว่า ติดอยู่กับ ติดแปะกัน  หรือผูกพันกัน

It is a unique joining of two people into one entity. It means we do not quit when things are not going right.

มันเป็นเอกลักษณ์การผูกพันคนทั้งสองเข้าด้วยกัน   มันหมายความว่าเราไม่เลิกกันเมื่อเกิดบางสิ่งไม่ราบรื่น

It includes talking things out, praying things through, being patient as you trust God to work in both of your hearts, being willing to admit when you are wrong and asking forgiveness, and seeking God's counsel regularly in His Word.
มันรวมทั้งการพูดคุยแก้ปัญหาต่างๆ  อธิษฐานให้สิ่งต่างๆ ผ่านพ้นไป  อดทนเพราะคุณเชื่อวางใจพระเจ้า  ว่าจะทรงทำงานในจิตใจของคุณ โดยการเต็มใจยอมรับเมื่อคุณได้ทำผิดและขอการยกโทษ  และแสวงหาคำปรึกษาจากพระเจ้าเสมอจากพระคำของพระองค์

If either spouse fails to both leave and cleave, problems will result in a marriage.

หากว่าฝ่ายหนึ่งในคู่สมรสไม่ละออกมาผูกติดอีกฝ่าย ก็จะเกิดปัญหาในชีวิตสมรสได้

If spouses refuse to truly leave their parents, conflict and stress result.

หากว่าฝ่ายหนึ่งในคู่สมรสไม่ละออกมาจากบิดามารดาของตน ก็จะเกิดปัญหาขัดแย้งและความกดดัน

Leaving your parents does not mean ignoring them or not spending any time with them.

การละออกมาจากบิดามารดาของตนไม่ได้หมายความว่าไม่มีเวลาให้กับพวกท่านเลยนะ

Leaving your parents means recognizing that your marriage created a new family and that this new family must be a higher priority than your previous family.

การละออกมาจากบิดามารดาของตนหมายความว่า   ยอมรับว่าการสมรสของคุณได้สร้างครอบครัวใหม่     และครอบครัวใหม่นี้มีลำดับความสำคัญมาก่อนครอบครัวเดิมก่อนนี้


If spouses neglect to cleave to each other, the result is a lack of intimacy and unity.

ถ้าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งละเลยไม่ไปผูกติดกับอีกฝ่าย ผลที่ตามมาคือขาดความสัมพันธ์สนิทแน่นและไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

Cleaving to your spouse does not mean being with your spouse every moment or not having meaningful friendships outside of your marriage.

การไปผูกติดกับคู่สมรสอีกฝ่ายไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่กับเขาตลอดทุกขณะหรือไม่มีมิตรสัมพันธ์กับผู้อื่นที่ไม่ใช่คู่แต่งงานเลย

Cleaving to your spouse means recognizing that you are joined, essentially “glued,” to your spouse.

การไปผูกติดกับคู่สมรสอีกฝ่ายมีความหมายคือ รับรองว่าคุณได้ร่วมผูกพันกัน  ติดแปะเป็นพิเศษกับคู่สมรส

Cleaving is key in building a marriage that will endure hard times and be the beautiful relationship that God intends it to be.
การผูกติดกันเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างการสมรส    ที่จะให้มีความอดทนในยามยากลำบาก และเป็นความสัมพันธ์ที่สวยงาม   ตามที่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์
The “leave and cleave” in the marriage bond is also a picture of the union God wants us to have with Him.

“การละจากมาผูกติดกัน” โดยการสมรสกันนั้น ยังเป็นภาพความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่พระเจ้าทรงประสงค์ให้พวกเรามี

Deuteronomy เฉลยธรรมบัญญัติ 13:44 You shall walk after the LORD your God and fear him and keep his commandments and obey his voice, and you shall serve him and hold fast to him.

4 ท่านทั้งหลายจงดำเนินตามพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านและยำเกรงพระองค์   และรักษาพระบัญญัติของพระองค์   และเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์   และท่านจงปรนนิบัติพระองค์และติดสนิทอยู่กับพระองค์


It means we leave all other gods, whatever form they may take, and join to Him alone as our God.

มันหมายความว่าเราละทิ้งเทพเจ้าอื่นๆ ไม่ว่าอยู่ในรูปแบบพระใด  และเข้าสนิทกับพระองค์ในฐานะพระเจ้าองค์เดียว

We cleave to Him as we read His Word and submit to His authority over us.

เราเข้าติดสนิทกับพระองค์เมื่อเราอ่านพระวจนะ และยอมถวายตัวแก่พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์

Then, as we follow Him closely, we find that His instruction to leave father and mother in order to cleave to our spouse is to discover commitment and security, just as He intended.

ถ้าเช่นนั้น เมื่อเราติดตามพระองค์อย่างใกล้ชิด เราพบว่าคำสอนของพระองค์ที่ให้เราละจากเรือนบิดามารดาเพื่อที่จะไปผูกติดกับคู่สมรสอีกฝ่ายเป็นความผูกพันทางใจและปลอดภัยมั่นคงอย่างที่พระองค์ทรงประสงค์                                                                                                                                                                     

God takes His design for marriage seriously. Leaving and cleaving is God’s plan for those who marry.

พระเจ้าทรงวางรูปแบบการแต่งงานไว้อย่างจริงจัง  การละออกมาผูกติดกันเป็นแผนการของพระเจ้าสำหรับเหล่าคนที่แต่งงาน

When we follow God’s plan, we are never disappointed.

เมื่อเราทำตามแผนการของพระเจ้า เราจะไม่มีวันพบกับความผิดหวัง


Question: "When is the right time for marriage?"
คำถาม    เมื่อไหร่เป็นเวลาที่เหมาะสมในการแต่งงาน

Answer: The right time for marriage is different for each person and unique to each situation.

คำตอบ เวลาที่เหมาะสมในการแต่งงานแตกต่างกันไปแต่ละคนและตามสถานการณ์เฉพาะอย่าง

Maturity levels and life experiences are varying factors; some people are ready for marriage at 18, and some are never prepared for it.

ระดับวุฒิภาวะและประสบการณ์ชีวิตแต่ละคนไปเป็นตัวประกอบที่แปรไป  บางคนพร้อมที่จะแต่งงานตอนอายุ18 และบางคนไม่พร้อมจะแต่งเลย

As the U.S. divorce rate exceeds 50 percent, it is obvious that much of our society does not view marriage as an everlasting commitment.

ที่สหรัฐอเมริกา อัตราการหย่าร้าง 50 เปอร์เซ็นต์  มันชัดเจนว่าสังคมของเราไม่ได้มองว่าการแต่งงานจะเป็นสัญญาผูกมัดไปนานตลอดกาล

However, this is the world's view, which will usually contradict God's.

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นมุมมองฝ่ายโลกนี้  ซึ่งจะตรงข้ามกับหลักของพระเจ้า

1 Corinthians 1โครินธ์ 3:1818 Let no one deceive himself. If anyone among you thinks that he is wise in this age, let him become a fool that he may become wise.

18 อย่าให้ผู้ใดหลอกลวงตัวเอง   ถ้าผู้ใดในพวกท่านคิดว่า   ตัวเป็นคนมีปัญญาตามหลักของยุคนี้   จงให้ผู้นั้นยอมเป็นคนโง่   จึงจะเป็นคนมีปัญญาได้

A strong foundation is imperative for a successful marriage and should be settled before one even begins to date or court a potential life mate.

รากฐานที่แข็งแกร่งจำเป็นสำหรับการแต่งงานที่ประสบผลสำเร็จ  และควรวางรากฐานไว้ก่อนผู้ใดจะเริ่มต้นออกเดทหรือจีบคนที่อาจจะกลายเป็นคู่ชีวิต

Our Christian walk should include much more than just attending church on Sundays and being involved in Bible study.

การดำเนินชีวิตคริสเตียนของเราควรรวมหลายอย่าง  มากกว่าการไปเข้าโบสถ์วันอาทิตย์และเข้าร่วมกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์

We must have a personal relationship with God that comes only through trusting in and obeying Jesus Christ.

เราต้องติดสนิทกับพระเจ้าเป็นส่วนตัว  กระทำได้โดยการเชื่อวางใจและเชื่อฟังพระเยซูคริสต์

We must educate ourselves about marriage, seeking God's view on it, before diving in.

เราต้องมีความรู้เรื่องการแต่งงาน  แสวงหาหลักของพระเจ้าเรื่องนี้ ก่อนที่จะคิดเรื่องแต่งงาน

A person must know what the Bible says about love, commitment, sexual relations, the role of a husband and wife, and His expectations of us before committing to marriage.

คนเราต้องรู้ว่าพระคัมภีร์สอนว่าอะไรเกี่ยวกับความรัก  การมีความสัมพันธ์ทางเพศ  บทบาทหน้าที่ของสามีและภรรยา  และความคาดหวังของพระองค์ที่มีต่อเรา ก่อนที่เราเข้าพิธีแต่งงาน

Having at least one Christian married couple as a role model is also important.

โดยการเห็นแบบอย่างของคู่แต่งงานคริสเตียนอย่างน้อยสักคู่ก็นับว่าสำคัญ

An older couple can answer questions about what goes into a successful marriage, how to create intimacy (beyond the physical), how faith is invaluable, etc.
คู้แต่งงานที่อาวุโสกว่าสามารถตอบคำถามว่าเป็นยังไงบ้างในชีวิตสมรส  จะมีสัมพันธ์สนิทกันได้อย่างไร (นอกจากด้านร่างกาย)  ความเชื่อที่ประเมินค่าไม่ได้อย่างไร ฯลฯ

A prospective married couple also needs to make sure that they know each other well.

คู่ที่กำลังคาดว่าจะแต่งงานกันยังจำเป็นต้องแน่ใจว่าพวกเขารู้จักกันและกันดีพอ

They should know each other's views on marriage, finances, in-laws, child-rearing, discipline, duties of a husband and wife, whether only one of them or both will be working outside the home, and the level of the other person’s spiritual maturity.

พวกเขาควรรู้จักมุมมองเรื่องการแต่งงานของกันและกัน ฐานะทางการเงิน  เครือญาติที่เกิดจากการแต่งงาน  การเลี้ยงดูบุตร กฎระเบียบวินัย  หน้าที่ของสามีและภรรยา  ไม่ว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือทั้งคู่กำลังทำงานนอกบ้าน และระดับการเติบโตในความเชื่อฝ่ายวิญญาณของอีกฝ่ายหนึ่ง

Many people get married taking their partner's word for it that they are a Christian, only to find out later that it was merely lip service.

หลายคนกำลังจะแต่งงานรับปากคำของอีกฝ่ายหนึ่งว่าเขาเป็นคริสเตียน  โดยพบทีหลังว่าเป็นการรับแต่ริมฝีปากเท่านั้น

Every couple considering marriage should go through counseling with a Christian marriage counselor or pastor.

คู่แต่งงานทุกคู่กำลังคิดว่าการแต่งงานควรมีการปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าคริสเตียนที่ปรึกษา หรือศิษยาภิบาล

In fact, many pastors will not perform weddings unless they have met several times with the couple in a counseling setting.
แท้จริง ศิษยาภิบาลหลายคนจะไม่ประกอบพิธีแต่งงานให้  ถ้าหากว่าพวกเขาทั้งคู่ไม่มาพบปรึกษาหารือกับท่านหลายครั้งเรื่องแต่งงาน
Marriage is not only a commitment, but a covenant with God.

การแต่งงานไม่เพียงเป็นแค่การทำความผูกพันกันแต่เป็นการให้สัญญาต่อพระเจ้า

It is the promise to remain with that other person for the remainder of your life, no matter whether your spouse is rich, poor, healthy, sick, overweight, underweight, or boring.

เป็นการสัญญาว่าจะคงอยู่ดูแลรักษาอีกฝ่ายหนึ่งไปตลอดชีวิต  ไม่ว่าคู่สมรสอีกฝ่ายจะรวย หรือจน มีสุขภาพดีหรือเจ็บป่วย   น้ำหนักเกินหรือต่ำกว่าเกณฑ์ หรือน่าเบื่อหน่าย


A Christian marriage should endure through every circumstance, including fighting, anger, devastation, disaster, depression, bitterness, addiction, and loneliness.

การแต่งงานคริสเตียนควรอดทนให้ได้ในทุกสถานการณ์  รวมทั้งเวลามีการทะเลาะกัน โกรธกัน  ในยามพินาศสูญเสีย   ในยามมีภัยพิบัติ ในยามหดหู่ใจ การเสพติดบางอย่าง และยามอ้างว้าง

Marriage should never be entered into with the idea that divorce is an option—not even as the last straw.

การแต่งงานไม่ควรมีความคิดว่าจะมีการหย่าร้างเป็นทางเลือกหนึ่ง--ไม่แม้แต่จนถึงฟางเส้นสุดท้าย

The Bible tells us that through God all things are possible and this certainly includes marriage.

พระคัมภีร์สอนเราว่า โดยพระเจ้าทุกสิ่งเป็นไปได้ และแน่นอน นี่รวมทั้งการแต่งงานด้วย

Luke ลูกา 18:27 27 But he said, “What is impossible with men is possible with God.”

27 แต่พระองค์ตรัสว่า   “สิ่งที่มนุษย์ทำไม่ได้   พระเจ้าทรงกระทำได้”

If a couple makes the decision at the beginning to stay committed and to put God first, divorce will not be the inevitable solution to a miserable situation.

ถ้าคู่แต่งงานตกลงใจในตอนแรกเริ่มว่าจะอยู่ร่วมกันและยกพระเจ้าเป็นที่หนึ่งในชีวิต  การหย่าร้างไม่ใช่คำตอบที่หลีกเลี่ยงไม่พ้นในสถานการณ์ที่ต้องทนทุกข์
It is important to remember that God wants to give us the desires of our heart, but that is only possible if our desires match His.

มันสำคัญที่ต้องจำไว้ว่าพระเจ้าทรงต้องการประทานให้เรามีใจปรารถนา แต่นั่นเป็นไปได้หากความปรารถนาของเราตรงกับของพระองค์

People often get married because it just “feels right.”

คนมากมายแต่งงานไปเพราะมันเป็นแค่”รู้สึกว่าดี”

In the early stages of dating, and even of marriage, you see the other person coming, and you get butterflies in your stomach.

ในขั้นแรกของการออกเดทกัน  และแม้แต่การแต่งงาน  คุณเห็นว่ามีคนอื่นเข้ามาในชีวิต  และคุณรู้สึกตกประหม่าในตอนแรกมีความรัก

Romance is at its peak, and you know the feeling of being “in love.”

เรื่องบทรักใคร่เป็นจุดสูงสุด  และคุณก็รู้จักความรู้สึกของการ”ตกหลุมรัก”

Many expect that this feeling will remain forever.

หลายคนคาดหวังว่าความรู้สึกรักใคร่นี้จะคงอยู่ตลอดไป

The reality is that it does not.

ในทางความเป็นจริงมันไม่เป็นดังนั้น

The result can be disappointment and even divorce as those feelings fade, but those in successful marriages know that the excitement of being with the other person does not have to end.

ผลลัพธ์อาจเป็นความผิดหวังและการเลิกราหย่าร้างเมื่อความรู้สึกรักใคร่จืดจางไป  แต่เหล่าคนที่ประสบความสำเร็จในการแต่งงานรู้ว่าความรู้สึกตื่นเต้นกับอีกฝ่ายหนึ่งไม่มีวันสิ้นสุด

Instead, the butterflies give way to a deeper love, a stronger commitment, a more solid foundation, and an unbreakable security.
แทนที่เป็นดังนั้น ผีเสื้อทั้งหลายเปิดทางให้ดื่มด่ำในความรัก  เป็นการกระทำที่เข้มแข็ง  เป็นรากฐานที่มั่นคงหนักแน่น  และมีความมั่นคงปลอดภัยที่ไม่แตกสลาย
The Bible is clear that love does not rely on feelings.

พระคัมภีร์สอนชัดเจนว่าความรักไม่ได้พึ่งพาอารมณ์ความรู้สึก

This is evident when we are told to love our enemies.

นี่ชัดเจนเมื่อเราถูกสอนว่าให้เรารักศัตรูของเรา

Luke ลูกา 6:35 35 But love your enemies, and do good, and lend, expecting nothing in return, and your reward will be great, and you will be sons of the Most High, for he is kind to the ungrateful and the evil.

35 แต่จงรักศัตรูของท่านทั้งหลาย   และทำการดีต่อเขา   จงให้เขายืมโดยไม่หวังที่จะได้คืนอีก   บำเหน็จของท่านทั้งหลายจึงจะมีบริบูรณ์   และท่านทั้งหลายจะเป็นบุตรของพระเจ้าสูงสุด   เพราะว่าพระองค์ยังทรงโปรดแก่คนอกตัญญูและคนชั่ว

True love is possible only when we allow the Holy Spirit to work through us, cultivating the fruit of our salvation.

รักแท้เป็นไปได้เมื่อเรายอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำงานในเรา  พัฒนาผลจากการที่เราได้รับความรอด

Galatians กาลาเทีย 5:22-23 22 But the fruit of the Spirit is love, joy, peace, patience, kindness, goodness, faithfulness,

22 ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น   คือความรัก   ความปลาบปลื้มใจ   สันติสุข   ความอดกลั้นใจ   ความปรานี   ความดี   ความสัตย์ซื่อ

23 gentleness, self-control; against such things there is no law.

23 ความสุภาพอ่อนน้อม   การรู้จักบังคับตน   เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย

It is a decision we make on a daily basis to die to ourselves and our selfishness, and to let God shine through us.

เป็นพื้นฐานที่เราตัดสินใจทุกวันว่า  เราจะเอาชนะตัวเองและความเห็นแก่ตัวของเรา  และยอมให้พระเจ้าทรงส่องสว่างผ่านทางเรา

Paul tells us how to love others

เปาโลสอนเราให้รักผู้อื่น

1 Corinthians 1โครินธ์ 13:4-7 4 Love is patient and kind; love does not envy or boast; it is not arrogant

4 ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้   ความรักไม่อิจฉา   ไม่อวดตัว   ไม่หยิ่งผยอง

5 or rude. It does not insist on its own way; it is not irritable or resentful;

5 ไม่หยาบคาย   ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว   ไม่ฉุนเฉียว   ไม่ช่างจดจำความผิด

6 it does not rejoice at wrongdoing, but rejoices with the truth.

6 ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด   แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ

7 Love bears all things, believes all things, hopes all things, endures all things.

7 ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น   และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ   และมีความหวังอยู่เสมอ   และทนต่อทุกอย่าง  

When we are ready to love another person as 1 Corinthians 13:4-7 describes, that is the right time for marriage.

เมื่อเราพร้อมที่จะรักใครสักคน 1 โครินธ์13.4-7 กล่าวว่า “นี่คือเวลาเหมาะสมที่จะแต่งงานกัน

www.gotquestions.org/Thai”

Leave and Cleave

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top