Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, February 22, 2015

 

Question: "Why did God allow polygamy / bigamy in the Bible?"
คำถาม  ทำไมพระเจ้าทรงยอมให้เกิดการมีภรรยาได้หลายคน  หรือการมีภรรยาทีเดียวสองคนในพระคัมภีร์


Answer: The question of polygamy is an interesting one in that most people today view polygamy as immoral while the Bible nowhere explicitly condemns it.

คำตอบ คำถามเรื่องการมีภรรยาหลายคนในเวลาเดียวกันเป็นที่น่าสนใจ  ที่ว่าคนส่วนใหญ่ปัจจุบันมองว่าการมีภรรยาหลายคนผิดศีลธรรม   ขณะที่พระคัมภีร์ไม่มีสักตอนที่ตำหนิเกี่ยวกับเรื่องนี้

The first instance of polygamy/bigamy in the Bible was that of Lamech

ตัวอย่างแรกของการมีภรรยาหลายคน/การมีภรรยาทีเดียวสองคนในพระคัมภีร์คือลาเมค

Genesis ปฐมกาล 4:19 19 And Lamech took two wives. The name of the one was Adah, and the name of the other Zillah.

19 ส่วนลาเมคได้ภรรยาสองคน   คนหนึ่งชื่ออาดาห์ คนหนึ่งชื่อศิลลาห์

Several prominent men in the Old Testament were polygamists.

คนเด่นดังหลายคนในพันธสัญญาเดิมเป็นคนที่มีภรรยาหลายคน

Abraham, Jacob, David, Solomon, and others all had multiple wives.

อับราฮัม ยาโคบ ดาวิด โซโลมอน และคนอื่น ๆ ล้วนมีภรรยาทีเดียวหลายคน

God, speaking through the prophet Nathan, said that if David’s wives and concubines were not enough, He would have given David even more.

พระเจ้า ทรงตรัสผ่านผู้พยากรณ์นาธันว่า  ถ้าดาวิดมีมเหสีและนางสนมไม่เพียงพอ  พระองค์จะทรงประทานเพิ่มเติมแก่ดาวิดอีก

2 Samuel 2ซามูเอล 12:8 8 And I gave you your master's house and your master's wives into your arms and gave you the house of Israel and of Judah. And if this were too little, I would add to you as much more.

8 และเราได้มอบวงศ์เจ้านายของเจ้าไว้ในมือของเจ้า   และได้มอบภรรยาเจ้านายของ เจ้าไว้ในอกของเจ้า   และมอบวงศ์วานอิสราเอลและวงศ์วานยูดาห์ให้แก่เจ้า   ถ้าเท่านี้ยังน้อยไป   เราจะเพิ่มให้อีกเท่านี้

Solomon had 700 wives and 300 concubines (essentially wives of a lower status

โซโลมอนมีมเหสี 700 องค์และนางสนมอีก 300 คน (โดยเฉพาะนางห้ามที่ฐานะต่ำต้อย)

1 Kings 1พงศ์กษัตริย์ 11:3 3 He had 700 wives, princesses, and 300 concubines. And his wives turned away his heart.

3 พระองค์ทรงมีมเหสีเจ็ดร้อย   และนางห้ามสามร้อย   และบรรดามเหสีของพระองค์ ก็ทรงหันพระทัยของพระองค์ไปเสีย

What are we to do with these instances of polygamy in the Old Testament?

เราจะทำอย่างไรกับตัวอย่างของการมีภรรยาหลายคนในพันธสัญญาเดิม

There are three questions that need to be answered:

มีคำถามสามข้อที่จำเป็นต้องการได้คำตอบ

1) Why did God allow polygamy in the Old Testament?

1) ทำไมพระเจ้าจึงทรงยอมให้มีภรรยาหลายคนในพันธสัญญาเดิม

2) How does God view polygamy today?

2) พระเจ้าทรงมองเรื่องการมีภรรยาหลายคนสมัยนี้อย่างไร

3) Why did it change?
3) ทำไมจึงได้เปลี่ยนแปลงไป

1) Why did God allow polygamy in the Old Testament?

1) ทำไมพระเจ้าจึงทรงยอมให้มีภรรยาหลายคนในพันธสัญญาเดิม

The Bible does not specifically say why God allowed polygamy.

พระคัมภีร์ไม่ได้กล่าวอย่างเฉพาะเจาะจงว่าทำไมพระเจ้าจึงทรงยอมให้มีภรรยาหลายคน

As we speculate about God’s silence, there are a few key factors to consider.

ตามที่เราใคร่ครวญอาการเงียบของพระเจ้า จะต้องมีข้อควรพิจารณาประกอบสองสามประการ

First, there have always been more women in the world than men.

ประการแรก ต้องเคยมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในโลก

Current statistics show that approximately 50.5 percent of the world population are women, with men being 49.5 percent.

ตามสถิติปัจจุบันระบุว่าประมาณ50.5 เปอร์เซ็นต์ของพลเมืองในโลกเป็นผู้หญิง โดยมีผู้ชายเพียง 49.5 เปอร์เซ็นต์

In Old Testament times there were periods in which there were far more women than men.

ในยุคพันธสัญญาเดิมมีช่วงเวลาที่เคยมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

Isaiah อิสยาห์ 4:1 1 And seven women shall take hold of one man in that day, saying, “We will eat our own bread and wear our own clothes, only let us be called by your name; take away our reproach.”

1 ในวันนั้นหญิงเจ็ดคนจะยึดชายคนหนึ่งไว้   กล่าวว่า “เราจะหากินของเรา หานุ่งหาห่มของเราเอง   ขอเพียงให้เขาเรียกเราด้วยชื่อของเธอ   ขอจงปลดความอดสูของเราเสีย”

Second, warfare in ancient times was especially brutal, with an incredibly high rate of fatality.

ประการที่สอง  สงครามในสมัยโบราณโหดร้ายเป็นพิเศษ มีประชากรล้มตายมากมายในอัตราสูง

This would have resulted in an even greater percentage of women to men.

สิ่งนี้คงจะส่งผลให้อัตราพลเมืองผู้หญิงเพิ่มขึ้นมากกว่าผู้ชาย

Third, due to patriarchal societies, it was nearly impossible for an unmarried woman to provide for herself.

ประการที่สาม เนื่องจากสังคมที่มีการปกครองแบบหัวหน้าครอบครัว มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่ผู้หญิงที่ไม่แต่งงานจะตระเตรียมเพื่อตนเองได้

Women were often uneducated and untrained.

ผู้หญิงมักจะไม่ได้รับการศึกษาและไม่แต่งงาน

Women relied on their fathers, brothers, and husbands for provision and protection.

ผู้หญิงต้องพึ่งพาอาศัยบิดา พี่ชายน้องชาย และสามีเพื่อมีการจัดเตรียมและการปกป้องคุ้มครอง

Unmarried women were often subjected to prostitution and slavery.

ผู้หญิงที่ไม่แต่งงานบ่อยครั้งที่กลายเป็นโสเภณีและเป็นทาส

The significant difference between the number of women and men would have left many, many women in an undesirable situation.
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างจำนวนผู้หญิงและผู้ชาย จะทำให้เหลือผู้หญิงมากมายตกอยู่ในสภาพที่ไม่น่าพึงพอใจ

So, it seems that God may have allowed polygamy to protect and provide for the women who could not find a husband otherwise.

ดังนั้น มันดูเหมือนว่าพระเจ้าอาจทรงยินยอมให้มีภรรยาได้หลายคน เพื่อปกป้องคุ้มครองและเลี้ยงดูบรรดาผู้หญิงที่ไม่สามารถหาสามีอื่นใด

A man would take multiple wives and serve as the provider and protector of all of them.

ผู้ชายจะรับภรรยาได้หลายคนและรับหน้าที่เป็นผู้เลี้ยงดู และผู้ดูแลปกป้องเขาทั้งหลาย

While definitely not ideal, living in a polygamist household was far better than the alternatives: prostitution, slavery, or starvation.

ขณะที่แน่นอนนั่นไม่ใช่หลักการ  การอยู่ในครอบครัวที่มีภรรยาหลายคนยังไงก็ดีกว่าทางเลือกอื่น ๆ--การเป็นโสเภณี การเป็นทาส หรือการอดอยากหิวโหย

In addition to the protection/provision factor, polygamy enabled a much faster expansion of humanity, fulfilling God’s command to “be fruitful and increase in number; multiply on the earth”

นอกเหนือจากประเด็นการปกป้อง/การดูแลเลี้ยงดู   การมีภรรยาหลายคนสามารถขยายเพิ่มพูนพงศ์พันธ์มนุษย์ได้เร็วขึ้น  ทำให้พระบัญชาของพระเจ้าสำเร็จคือ “มีลูกดกและเพิ่มพูนทวีคูณในแผ่นดินโลก”

Genesis ปฐมกาล 9:7 7 And you, be fruitful and multiply, teem on the earth and multiply in it.”

7 เจ้าจงมีลูกดกทวีมากขึ้น   จงบังเกิดอุดมในแผ่นดินโลกและทวีมากขึ้นในนั้น”  

Men are capable of impregnating multiple women in the same time period, causing humanity to grow much faster than if each man was only producing one child each year.
ผู้ชายสามารถทำให้ผู้หญิงหลาย ๆคน สามารถตั้งครรภ์ได้ในช่วงเวลาเดียวกัน  ก่อให้เกิดมนุษยชาติเพิ่มมากมายขึ้นกว่าหากผู้ชายคนเดียวสามารถผลิตลูกได้หนึ่งคนต่อปี

2) How does God view polygamy today?

2) พระเจ้าทรงมองเรื่องการมีภรรยาหลายคนสมัยนี้อย่างไร

Even while allowing polygamy, the Bible presents monogamy as the plan which conforms most closely to God’s ideal for marriage.

แม้เมื่อยอมให้มีภรรยาได้หลายคน  พระคัมภีร์กล่าวเรื่องการมีภรรยาคนเดียวเป็นแผนการที่สอดคล้องที่สุดกับหลักการสมรสที่พระเจ้าทรงตั้ง

The Bible says that God’s original intention was for one man to be married to only one woman:

พระคัมภีร์กล่าวว่าพระประสงค์แรกเริ่มของพระเจ้าเพื่อให้ชายหนึ่งคนแต่งงานกับผู้หญิงคนเดียว

Genesis ปฐมกาล 2:2424 Therefore a man shall leave his father and his mother and hold fast to his wife, and they shall become one flesh.

24 เพราะเหตุนั้นผู้ชายจึงจากบิดามารดาของตน ไปผูกพันอยู่กับภรรยา   และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อ เดียวกัน

While Genesis 2:24 is describing what marriage is, rather than how many people are involved, the consistent use of the singular should be noted.

ขณะที่ปฐมกาล 2.24 บรรยายว่าการสมรสเป็นยังไง  มากกว่าเกี่ยวกับคนมากเท่าไหร่  เราควรสังเกตการที่มักใช้รูปเอกพจน์เสมอ

Deuteronomy เฉลยธรรมบัญญัติ 17:14-20 14 “When you come to the land that the LORD your God is giving you, and you possess it and dwell in it and then say, ‘I will set a king over me, like all the nations that are around me,’

14 “เมื่อท่านมาถึงแผ่นดินที่พระเยโฮวาห์พระเจ้า ของท่านประทานแก่ท่าน   และท่านถือกรรมสิทธิ์อาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น   แล้วท่านจะกล่าวว่า   'เราจะตั้งกษัตริย์ไว้เหนือเราเหมือนประชาชาติอื่นซึ่งอยู่รอบ เรา'

15 you may indeed set a king over you whom the LORD your God will choose. One from among your brothers you shall set as king over you. You may not put a foreigner over you, who is not your brother.

15 ก็จงตั้งผู้ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงเลือก ไว้ให้เป็นกษัตริย์เหนือท่าน   คือตั้งผู้หนึ่งผู้ใดในพวกพี่น้องของท่านให้เป็นกษัตริย์เหนือท่าน   ท่านอย่าตั้งคนต่างด้าวซึ่งมิใช่พี่น้องของท่านให้อยู่เหนือท่าน

16 Only he must not acquire many horses for himself or cause the people to return to Egypt in order to acquire many horses, since the LORD has said to you, ‘You shall never return that way again.’

16 แต่ว่าอย่าให้ผู้นั้นมีม้าของตนเองมากเกินไป   หรือเป็นเหตุให้ประชาชนกลับไปอียิปต์   เพื่อจะมีม้ามากๆ เพราะพระเจ้าได้ตรัสกับท่านทั้งหลายแล้วว่า   'เจ้าทั้งหลายจะไม่ได้กลับไป ทางนั้นอีกเลย'

17 And he shall not acquire many wives for himself, lest his heart turn away, nor shall he acquire for himself excessive silver and gold.

17 และอย่าให้ผู้นั้นมีภรรยามาก   เกรงว่าจิตใจของเขาจะหันเหไปเสีย   หรืออย่าให้มีเงินมีทองเป็นของตนอย่างมากมาย  

18 “And when he sits on the throne of his kingdom, he shall write for himself in a book a copy of this law, approved by the Levitical priests.

18“เมื่อผู้นั้นนั่งบัลลังก์ในราชอาณาจักรก็ให้ผู้นั้นคัดลอกกฎหมายนี้ไว้ในหนังสือเพื่อประโยชน์แก่ตนเองจากหนังสือ ที่ปุโรหิตคนเลวีรักษาอยู่นั้น

19 And it shall be with him, and he shall read in it all the days of his life, that he may learn to fear the LORD his God by keeping all the words of this law and these statutes, and doing them,

19 ให้กฎหมายนั้นอยู่กับผู้นั้น   และให้เขาอ่านอยู่เสมอตลอดชีวิตของตน   เพื่อเขาจะได้เรียนรู้ที่จะยำเกรงพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของเขา   โดยรักษาถ้อยคำในกฎหมายนี้ และกฎเกณฑ์เหล่านี้และ กระทำตาม

20 that his heart may not be lifted up above his brothers, and that he may not turn aside from the commandment, either to the right hand or to the left, so that he may continue long in his kingdom, he and his children, in Israel.

20 เพื่อว่าจิตใจของเขาจะมิได้พองขึ้นสูงกว่าพี่น้อง ของตน   และเพื่อเขาเองจะมิได้หันเหจากพระบัญญัติไปทาง ขวามือหรือทางซ้ายมือ   เพื่อเขาจะได้ปกครองราชอาณาจักรของเขาอยู่ได้นาน   ทั้งตนเองและลูกหลานของตนในอิสราเอล

God says that the kings were not supposed to multiply wives (or horses or gold).

พระเจ้าตรัสว่ากษัตริย์ทั้งหลายไม่ได้คาดคะเนว่าจะมีภรรยาหลาย ๆคน (หรือม้าหลายตัวหรือทองคำ)

While this cannot be interpreted as a command that the kings must be monogamous, it can be understood as declaring that having multiple wives causes problems.

เมื่อสิ่งนี้ไม่ได้ถูกแปลความว่าเป็นพระบัญชาที่ว่ากษัตริย์ต้องมีมเหสีเพียงหนึ่งเดียว   มันอาจเข้าใจได้อย่างที่ประกาศว่าการมีมเหสีหลายองค์เท่ากับสร้างปัญหา

This can be clearly seen in the life of Solomon.

นี่สามารถเห็นได้ชัดเจนในชีวิตของโซโลมอน

1 Kings 1 พงศ์กษัตริย์ 11:3-4 3 He had 700 wives, princesses, and 300 concubines. And his wives turned away his heart.

3 พระองค์ทรงมีมเหสีเจ็ดร้อย   และนางห้ามสามร้อย   และบรรดามเหสีของพระองค์ก็ทรงหันพระทัยของพระองค์ไปเสีย

4 For when Solomon was old his wives turned away his heart after other gods, and his heart was not wholly true to the LORD his God, as was the heart of David his father.

4 เพราะอยู่มาเมื่อซาโลมอนทรงพระชราแล้ว มเหสีของพระองค์ได้หันพระทัยของพระองค์ ให้ไปตามพระอื่น   และพระทัยของพระองค์หาได้ตรงทีเดียวต่อพระเยโฮวาห์   พระเจ้าของพระองค์   ดังพระทัยของดาวิดราชบิดาของพระองค์ไม่
In the New Testament, 1 Timothy 3:2, 12 and Titus 1:6 give “the husband of one wife” in a list of qualifications for spiritual leadership.

ในพันธสัญญาใหม่ 1 ทิโมธี 3.2 และทิตัส 1.6 ได้ให้ ”สามีของภรรยาคนเดียว” อยู่ในรายการคุณสมบัติที่เหมาะกับผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณ

There is some debate as to what specifically this qualification means.

มีการถกเถียงกันว่าคุณสมบัติเหล่านี้หมายความเฉพาะอย่างไร

The phrase could literally be translated “a one-woman man.”

วลีนั้นสามารถแปลความหมายตามตัวอักษรว่า “ชายที่มีหญิงคนเดียว”

Whether or not this phrase is referring exclusively to polygamy, in no sense can a polygamist be considered a “one-woman man.”

ไม่ว่าวลีนั้นกำลังอ้างโดยไม่รวมถึงเรื่องการมีภรรยาหลายคนหรือไม่  ไม่สมเหตุสมผลที่คนมีภรรยาหลายคนจะถูกนับว่าเป็น”ชายที่มีหญิงคนเดียว”

While these qualifications are specifically for positions of spiritual leadership, they should apply equally to all Christians.

ขณะที่คุณสมบัติเหล่านี้ชี้เฉพาะเป็นพิเศษกับตำแหน่งความเป็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณ   สิ่งเหล่านี้ควรนำมาใช้ได้กับคริสเตียนทุกคนเท่าเทียมกัน

Should not all Christians be “above reproach...temperate, self-controlled, respectable, hospitable, able to teach, not given to drunkenness, not violent but gentle, not quarrelsome, not a lover of money” (1 Timothy 3:2-4)?

ควรหรือไม่ที่คริสเตียนจะ “ ไม่มีที่ติได้...ควบคุมอารมณ์ได้  บังคับตนเอง น่ายกย่องนับถือ มีใจเอื้อเฟื้อ สามารถสั่งสอนได้  ไม่เป็นผู้ดื่มสุราเมามาย  ไม่ชอบความรุนแรง แต่อ่อนสุภาพ  ไม่ชอบทะเลาะวิวาท ไม่เห็นแก่เงินทอง” (1 ทิโมธี 3.2-4)

If we are called to be holy and if these standards are holy for elders and deacons, then they are holy for all.

ถ้าเราถูกเรียกให้เป็นผู้ที่น่านับถือ และถ้ามาตรฐานเหล่านี้น่านับถือสำหรับผู้ปกครอง มัคนายก  แล้วมันก็จะเป็นที่น่านับถือสำหรับทุกคน

1 Peter 1 เปโตร 1:16 16 since it is written, “You shall be holy, for I am holy.”

16 ดังที่มีพระวจนะเขียนไว้แล้วว่า   ท่านทั้งหลายจงเป็นคนบริสุทธิ์ เพราะเราบริสุทธิ์
Ephesians เอเฟซัส 5:22-33 22 Wives, submit to your own husbands, as to the Lord.

22 ฝ่ายภรรยา   จงยอมฟังสามีของตน   เหมือนยอมฟังองค์พระผู้เป็นเจ้า

23 For the husband is the head of the wife even as Christ is the head of the church, his body, and is himself its Savior.

23 เพราะว่าสามีเป็นศีรษะของภรรยา   เหมือนพระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักร   ซึ่งเป็นพระกายของพระองค์   และพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคริสตจักร

24 Now as the church submits to Christ, so also wives should submit in everything to their husbands.

24 คริสตจักรยอมฟังพระคริสต์ฉันใด   ภรรยาก็ควรยอมฟังสามีทุกประการฉันนั้น

25 Husbands, love your wives, as Christ loved the church and gave himself up for her,

25 ฝ่ายสามีก็จงรักภรรยาของตน   เหมือนอย่างที่พระคริสต์ทรงรักคริสตจักร   และทรงประทานพระองค์เองเพื่อคริสตจักร

26 that He might sanctify her, having cleansed her by the washing of water with the word,

26 เพื่อจะได้ทรงทำให้คริสตจักรบริสุทธิ์   โดยการทรงชำระด้วยน้ำและพระวจนะ

27 so that He might present the church to himself in splendor, without spot or wrinkle or any such thing, that she might be holy and without blemish.

27 เพื่อพระองค์จะได้มีคริสตจักรที่มีสง่าราศี   ไม่มีตำหนิริ้วรอย   หรือมลทินใดๆเลย   แต่บริสุทธิ์ปราศจากตำหนิ

28 In the same way husbands should love their wives as their own bodies. He who loves his wife loves himself.

28 เช่นนั้นแหละ   สามีจึงควรจะรักภรรยาของตนเหมือนกับรักกายของตนเอง   ผู้ที่รักภรรยาของตนก็รักตนเอง

29 For no one ever hated his own flesh, but nourishes and cherishes it, just as Christ does the church,

29 เพราะว่าไม่มีผู้ใดเกลียดชังเนื้อหนังของตนเอง   มีแต่เลี้ยงดูและทนุถนอม   เหมือนพระคริสต์ทรงกระทำแก่คริสตจักร

30 because we are members of his body.

30 เพราะว่าเราเป็นอวัยวะแห่งพระกายของพระองค์

31 “Therefore a man shall leave his father and mother and hold fast to his wife, and the two shall become one flesh.”

31 เพราะเหตุนี้ ผู้ชายจึงจะละบิดามารดาของตน   ไปผูกพันอยู่กับภรรยา   และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้ออันเดียวกัน

32 This mystery is profound, and I am saying that it refers to Christ and the church.

32 ความจริงที่ฝังอยู่ในข้อนี้สำคัญ   ส่วนข้าพเจ้า   ข้าพเจ้าเข้าใจว่าหมายถึงพระคริสต์และคริสตจักร

33 However, let each one of you love his wife as himself, and let the wife see that she respects her husband.

33 ถึงอย่างไรก็ดี   ท่านทุกคนจงต่างก็รักภรรยาของตนเหมือนรักตนเอง   และภรรยาก็จงยำเกรงสามีของตน

This speaks of the relationship between husbands and wives.

นี่พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยา

When referring to a husband (singular), it always also refers to a wife (singular). “For the husband is the head of the wife [singular] … He who loves his wife [singular] loves himself. For this reason a man will leave his father and mother and be united to his wife [singular], and the two will become one flesh....Each one of you also must love his wife [singular] as he loves himself, and the wife [singular] must respect her husband [singular].”

เมื่อกล่าวถึงสามีคนเดียว(เอกพจน์) มันก็หมายถึงภรรยาคนเดียว(เอกพจน์) “เพราะว่าสามีคือศีรษะของภรรยา(เอกพจน์)…..เขาผู้รักภรรยาของตน (เอกพจน์) รักตนเอง   เพราะด้วยเหตุนี้ผู้ชายจึงละจากบิดามารดาของตนและไปผูกพันกับภรรยาของตน(เอกพจน์) และเขาทั้งสองกลายเป็นเนื้อเดียวกัน-----ท่านแต่ละคนต้องรักภรรยาของตน (เอกพจน์)เหมือนดังที่เขารักตนเอง และผู้เป็นภรรยา(เอกพจน์) ต้องเคารพนับถือสามีของตน (เอกพจน์)

Colossians โคโลสี3:18-19 18 Wives, submit to your husbands, as is fitting in the Lord.

18 ฝ่ายภรรยาจงยอมฟังสามีของตน   ซึ่งเป็นการสมควรในองค์พระผู้เป็นเจ้า

19 Husbands, love your wives, and do not be harsh with them.

19 ฝ่ายสามีก็จงรักภรรยาของตน   และอย่ามีใจขมขื่นต่อนาง

While a somewhat parallel passage that refers to husbands and wives in the plural, it is clear that Paul is addressing all the husbands and wives among the Colossian believers, not stating that a husband might have multiple wives.

ขณะที่เนื้อหาพระคัมภีร์ที่กล่าวเชิงเปรียบเทียบกันอ้างถึงสามีและภรรยาในรูปพหูพจน์  มันก็ชัดเจนว่าเปาโลกำลังกล่าวว่าสามีทั้งหลายและภรรยาทั้งหลายในท่ามกลางผู้เชื่อที่เมืองโครินธ์ ไม่ได้กล่าวระบุว่าสามีอาจมีภรรยาได้หลายคน

In contrast, Ephesians 5:22-33 is specifically describing the marital relationship.

ในทางตรงข้ามกัน เอเฟซัส 5.22-23 กำลังบรรยายระบุความสัมพันธ์ในแบบการแต่งงาน

If polygamy were allowable, the entire illustration of Christ’s relationship with His body (the church) and the husband-wife relationship falls apart.
ถ้าการมีภรรยาหลายคนเป็นที่ยินยอมได้  ภาพทั้งหมดที่แสดงให้เห็นพระคริสต์ทรงเข้าติดสนิทกับพระกายของพระองค์(คริสตจักร)และความสัมพันธ์ฉันท์สามี-ภรรยาล่มสลาย

3) Why did it change? It is not so much God’s disallowing something He previously allowed as it is God’s restoring marriage to His original plan.

3) ทำไมจึงเปลี่ยนแปลงไป   มันไม่ใช่แค่เรื่องที่พระเจ้าไม่ทรงอนุญาตบางสิ่งที่ก่อนหน้าที่พระองค์ได้ทรงอนุญาต เพราะว่ามันเป็นการแต่งงานที่รื้อฟื้นขึ้นมาตามแผนการเริ่มแรกของพระองค์

Even going back to Adam and Eve, polygamy was not God’s original intent.

แม้แต่การกลับไปยุคอาดัมและอีวา  การมีภรรยาหลายคนไม่ใช่พระประสงค์เดิมของพระเจ้า

God seems to have allowed polygamy to solve a problem, but it is not the ideal.

ดูเหมือนพระเจ้าทรงยอมให้การมีภรรยาหลายคนเป็นการแก้ปัญหา แต่นั่นไม่ใช่หลักการ

In most modern societies, there is absolutely no need for polygamy.

ในสังคมปัจจุบันส่วนใหญ่  แน่นอนว่าไม่มีความจำเป็นต้องมีภรรยาหลายคน

In most cultures today, women are able to provide for and protect themselves—removing the only “positive” aspect of polygamy.

ในวัฒนธรรมส่วนใหญ่ปัจจุบันนี้  ผู้หญิงสามารถจัดเลี้ยงดู และปกป้องคุ้มครองตนเองได้—ขจัดแนวความคิดที่สนับสนุน การมีภรรยาหลายคน

Further, most modern nations outlaw polygamy. According to Romans 13:1-7, we are to obey the laws the government establishes.

ยิ่งกว่านั้น หลายชนชาติส่วนใหญ่ห้ามการมีภรรยาหลายคน  ตามอย่างพระคัมภีร์ โรม13.1-7 พวกเราต้องเชื่อฟังกฎหมายที่รัฐบาลกำหนดออกมา

The only instance in which disobeying the law is permitted by Scripture is if the law contradicts God’s commands.

ตัวอย่างเดียวที่ยินยอมให้ละเมิดกฎหมายในพระคัมภีร์คือ ถ้ากฎหมายข้อนั้นขัดแย้งกับพระบัญญัติของพระเจ้า

Acts กิจการ 5:29 29 But Peter and the apostles answered, “We must obey God rather than men.

29 ฝ่ายเปโตรกับอัครทูตอื่นๆตอบว่า   “ข้าพเจ้าจำต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์

Since God only allows for polygamy, and does not command it, a law prohibiting polygamy should be upheld.
เพราะว่าพระเจ้าทรงยอมให้มีภรรยาได้หลายคน  และไม่ได้ทรงบังคับเรื่องนี้ กฎหมายห้ามการมีภรรยาหลายคนควรจะสนับสนุนให้มีไว้
Are there some instances in which the allowance for polygamy would still apply today?

มีตัวอย่างบ้างไหมที่การยินยอมให้มีภรรยาหลายคนยังคงนำมาใช้ปัจจุบันได้

Perhaps, but it is unfathomable that there would be no other possible solution.

บางที แต่เราก็ไม่สามารถหยั่งรู้ได้ว่าจะไม่มีคำตอบอื่นที่เป็นไปได้

Due to the “one flesh” aspect of marriage, the need for oneness and harmony in marriage, and the lack of any real need for polygamy, it is our firm belief that polygamy does not honor God and is not His design for marriage.

เนื่องจากประเด็นการแต่งงาน”ที่เป็นเนื้อเดียวกัน” ความจำเป็นเรื่องความเป็นหนึ่งเดียวกัน  และความสามัคคีกันในการสมรส และการขาดความจำเป็นต้องมีภรรยาหลายคน  มันเป็นความเชื่อที่มั่นคงว่าการมีภรรยาหลายคนไม่ได้ถวายเกียรติพระเจ้าและไม่ใช่แบบฉบับการสมรสที่พระองค์ทรงวาง

www.gotquestions.org/Thai

Polygamy

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top