Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, February 27, 2015

 

Question: "What should a Christian do if he or she is married to an unbeliever?"
คำถาม คริสเตียนควรทำอย่างไรเมื่อเขาหรือเธอแต่งงานกับผู้ไม่เชื่อ


Answer: Being married to an unbeliever can be one of the most difficult challenges in a Christian's life.

คำตอบ  การแต่งงานกับผู้ไม่เชื่อเป็นเรื่องท้าทายหนึ่งที่น่าหนักใจในชีวิตคริสเตียน

Marriage is a sacred covenant that joins two people together in one flesh.

การแต่งงานเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ผูกพันคนทั้งสองเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน

Matthew มัทธิว 19:5 5 and said, ‘Therefore a man shall leave his father and his mother and hold fast to his wife, and they shall become one flesh’?

5 และตรัสว่า   เพราะเหตุนั้น บุรุษจึงต้องละบิดามารดาของตน   ไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้ออันเดียวกัน

It can be very difficult for a believer and an unbeliever to live in peaceful harmony.

มันอาจเป็นเรื่องยากลำบากมากสำหรับผู้เชื่อและผู้ไม่เชื่อจะใช้ร่วมชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสงบสุขได้

2 Corinthians 2โครินธ์ 6:14-15 14 Do not be unequally yoked with unbelievers. For what partnership has righteousness with lawlessness? Or what fellowship has light with darkness?

14 ท่านอย่าเข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อ   เพราะว่าความชอบธรรมจะมีหุ้นส่วนอะไรกับความอธรรม   และความสว่างจะเข้าสนิทกับความมืดได้อย่างไร

15 What accord has Christ with Belial? Or what portion does a believer share with an unbeliever?

15 พระคริสต์กับเบลีอัลจะลงรอยกันอย่างไรได้   หรือคนที่เชื่อจะมีส่วนอะไรกับคนที่ไม่เชื่อ

If one partner becomes a Christian after the marriage, the inherent struggles of living under two different authorities quickly become apparent.
ถ้าฝ่ายหนึ่งได้กลับใจมาเป็นคริสเตียนหลังจากการแต่งงาน การใช้ชีวิตดิ้นรนตามปกติวิสัยของคนทั้งสองที่มีอำนาจย่อมเห็นชัดเจนไม่ช้านัก
Often Christians in this situation will look for a way out of the marriage, convinced that this is the only way to truly bring honor to God.

บ่อยครั้งที่คริสเตียนที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้จะมองหาทางออกจากการแต่งงาน แน่ใจว่านี่คือทางเดียวที่จะถวายเกียรติแด่พระเจ้าอย่างแท้จริง

His Word, however, says the contrary.

อย่างไรก็ตาม พระคำของพระเจ้าสอนตรงกันข้าม

It is very important not only to be content in our situation, but also to look for ways to bring glory to Him out of our challenging circumstances.

มันเป็นเรื่องสำคัญมากไม่เพียงแต่ให้เราพอใจอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น แต่สอนให้เราค้นหาวิธีที่จะถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าจากสถานการณ์ที่ท้าทายเช่นนั้น

1 Corinthians 1โครินธ์ 7:17 17 Only let each person lead the life that the Lord has assigned to him, and to which God has called him. This is my rule in all the churches.

17 อย่างไรก็ตาม   องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงประทานฐานะแก่แต่ละคนอย่างไร   เมื่อพระเจ้าได้ทรงเรียกให้เขามาแล้ว   ก็ให้เขาดำรงอยู่ในฐานะนั้น   ข้าพเจ้าขอสั่งให้คริสตจักรทั้งหมดทำตามดังนั้น

The Bible specifically addresses those who are married to unbelievers.

พระคัมภีร์เจาะจงกล่าวถึงคนเหล่านั้นที่แต่งงานกับผู้ไม่เชื่อว่าดังนี้

1 Corinthians 1โครินธ์ 7:12-14 12 To the rest I say (I, not the Lord) that if any brother has a wife who is an unbeliever, and she consents to live with him, he should not divorce her.

12 ข้าพเจ้าขอกล่าวแก่คนอื่นๆนอกจากคนพวกนี้   (องค์พระผู้เป็นเจ้ามิได้ตรัส)   ว่า   ถ้าพี่น้องคนใดมีภรรยาที่ไม่เชื่อในพระคริสต์   และนางพอใจที่จะอยู่กับสามี   สามีก็ไม่ควรหย่านาง

13 If any woman has a husband who is an unbeliever, and he consents to live with her, she should not divorce him.

13 ถ้าหญิงคนใดมีสามีที่ไม่เชื่อในพระคริสต์   และสามีพอใจที่จะอยู่กับนาง   นางก็ไม่ควรหย่าสามีนั้นเลย

14 For the unbelieving husband is made holy because of his wife, and the unbelieving wife is made holy because of her husband. Otherwise your children would be unclean, but as it is, they are holy.

14 เพราะว่าสามีที่ไม่เชื่อในพระคริสต์นั้น   ได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์ทางภรรยา   และภรรยาที่ไม่เชื่อในพระคริสต์   ก็ได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์ทางสามี   มิฉะนั้นลูกของท่านก็เป็นมลทิน   แต่บัดนี้เด็กเหล่านั้นก็บริสุทธิ์
Christians married to unbelievers will need to pray for the power of the Holy Spirit to enable them to profess Christ and live in the light of God's presence.

คริสเตียนที่แต่งงานกับผู้ไม่เชื่อจำเป็นจะต้องอธิษฐานทูลขอฤทธิ์เดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้เขาสามารถเป็นพยานฝ่ายพระคริสต์และดำรงชีวิตในความสว่างของพระคริสต์ที่อยู่ในเรา

1 John 1 ยอห์น 1:7 7 But if we walk in the light, as He is in the light, we have fellowship with one another, and the blood of Jesus his Son cleanses us from all sin.

7 แต่ถ้าเราดำเนินอยู่ในความสว่าง   เหมือนอย่างพระองค์ทรงสถิตในความสว่าง   เราก็ร่วมสามัคคีธรรมซึ่งกันและกัน   และพระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์   ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น

They should seek God's transforming power to change their hearts and produce the fruit of the Holy Spirit.

พวกเขาควรแสวงหาฤทธานุภาพของพระเจ้าเพื่อเปลี่ยนแปลงจิตใจเขาทั้งหลาย และเกิดผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์

Galatians กาลาเทีย 5:22-2322 But the fruit of the Spirit is love, joy, peace, patience, kindness, goodness, faithfulness,

22 ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น   คือความรัก   ความปลาบปลื้มใจ   สันติสุข   ความอดกลั้นใจ   ความปรานี   ความดี   ความสัตย์ซื่อ

23 gentleness, self-control; against such things there is no law.

23 ความสุภาพอ่อนน้อม   การรู้จักบังคับตน   เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย

  A Christian wife is obligated to have a submissive heart, even toward her unbelieving husband.

ภรรยาที่เป็นคริสเตียนมีฉันทภาระที่ต้องมีใจอ่อนน้อมเชื่อฟังแม้แต่กับสามีที่ไม่เชื่อ

1 Peter 1 เปโตร 3:1 1 Likewise, wives, be subject to your own husbands, so that even if some do not obey the word, they may be won without a word by the conduct of their wives—

1 ฝ่ายท่านทั้งหลายที่เป็นภรรยาก็เช่นกัน   จงเชื่อฟังสามีของท่านเพื่อว่าแม้สามีบางคนจะไม่ เชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า   แต่ความประพฤติของภรรยาก็อาจจะจูงใจเขาได้   โดยไม่ต้องพูดเลยสักคำเดียว

She will need to remain close to God and rely on His grace to enable her to do so.
นางจำเป็นต้องติดสนิทกับพระเจ้าและพึ่งพาพระคุณพระเจ้าช่วยให้นางสามารถกระทำได้
Christians are not meant to live solitary lives; they need to find support from outside sources such as the church and Bible study groups.

ไม่ได้หมายความว่าคริสเตียนจะต้องใช้ชีวิตแบบสันโดษ พวกเขาจำเป็นต้องหากำลังใจจากภายนอก เช่นที่คริสตจักรและการเข้ากลุ่มศึกษาพระคัมภีร์

Being married to an unbeliever does not alter the sacredness of the relationship, so it should be the priority of every Christian to pray for his or her spouse and set a good example, allowing Christ's light to shine brightly.

การแต่งงานกับผู้ไม่เชื่อไม่ได้เปลี่ยนการรักษาความบริสุทธิ์ของการติดสนิท  ดังนั้นมันควรเป็นสิ่งที่สำคัญลำดับแรกของคริสเตียนผู้เชื่อทุกคนที่จะอธิษฐานเผื่อคู่สมรสชายหรือหญิง  และวางตนเป็นตัวอย่างที่ดียอมให้แสงสว่างในพระคริสต์ฉายส่องอย่างชัดเจน

Philippians ฟีลิปปี 2:14 14 Do all things without grumbling or questioning,

14 จงทำสิ่งสารพัดโดยปราศจากการบ่นและการทุ่มเถียงกัน

1 Peter 1เปโตร 3:1 1 Likewise, wives, be subject to your own husbands, so that even if some do not obey the word, they may be won without a word by the conduct of their wives—

1 ฝ่ายท่านทั้งหลายที่เป็นภรรยาก็เช่นกัน   จงเชื่อฟังสามีของท่านเพื่อว่าแม้สามีบางคนจะ ไม่เชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า   แต่ความประพฤติของภรรยาก็อาจจะจูงใจเขาได้   โดยไม่ต้องพูดเลยสักคำเดียว

May the truth found in that verse that an unbelieving spouse is “won over”—be the hope and goal of every Christian who is married to an unbeliever.

ขอให้ความจริงที่พบในข้อพระคัมภีร์นั้นที่ว่าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งที่ไม่เชื่อได้ถูก”เอาชนะแล้ว”--เป็นความหวังและเป้าหมายของคริสเตียนทุกคนผู้ที่ได้แต่งงานกับผู้ไม่เชื่อ

Question: "Will there be marriage in heaven?"
คำถาม  จะมีการแต่งงานในสวรรค์หรือไม่ 


Answer คำตอบ: Matthew มัทธิว 22:30 30 For in the resurrection they neither marry nor are given in marriage, but are like angels in heaven.

30 เมื่อมนุษย์ฟื้นขึ้นมาจากความตายนั้น   จะไม่มีการสมรสหรือยกให้เป็นสามีภรรยากันอีก   แต่จะเป็นเหมือนทูตในฟ้าสวรรค์

This was Jesus’ answer in response to a question concerning a woman who had been married multiple times in her life —whom would she be married to in heaven?

นี่คือคำตอบของพระเยซูที่ทรงตอบคำถามเกี่ยวกับผู้หญิงที่ได้แต่งงานหลายครั้งในชีวิต---หล่อนจะแต่งงานกับใครในสวรรค์หรือ

Matthew มัทธิว 22:23-28 23 The same day Sadducees came to Him, who say that there is no resurrection, and they asked Him a question,

23 ในวันนั้น   มีพวกสะดูสีมาหาพระองค์   พวกนี้เป็นผู้สอนว่า   การฟื้นขึ้นมาจากความตายไม่มี

24 saying, “Teacher, Moses said, ‘If a man dies having no children, his brother must marry the widow and raise up children for his brother.’

24 เขาจึงทูลถามพระองค์ว่า   “อาจารย์เจ้าข้า   โมเสสสั่งว่า   'ถ้าผู้ใดตายยังไม่มีบุตร   ก็ให้น้องชายรับพี่สะใภ้สืบตระกูลของพี่ชายไว้'

25 Now there were seven brothers among us. The first married and died, and having no children left his wife to his brother.

25 ในพวกเรามีพี่น้องผู้ชายเจ็ดคน   พี่หัวปีมีภรรยาแล้วก็ตาย   เมื่อยังไม่มีบุตรก็ละภรรยาไว้ให้แก่น้องชาย

26 So too the second and third, down to the seventh.

26 ฝ่ายคนที่สองที่สามก็เช่นเดียวกัน   จนถึงคนที่เจ็ด

27 After them all, the woman died.

27 ในที่สุดหญิงนั้นก็ตายด้วย

28 In the resurrection, therefore, of the seven, whose wife will she be? For they all had her.”

28 เพราะฉะนั้นในวันที่จะฟื้นขึ้นมาจากความตาย   หญิงนั้นจะเป็นภรรยาของผู้ใดในเจ็ดคนนั้น   ด้วยนางได้เป็นภรรยาของชายทั้งเจ็ดคนแล้ว”  

Evidently, there will be no such thing as marriage in heaven.

ชัดเจนทีเดียว จะไม่มีสิ่งเหล่านี้เช่นการแต่งงานในสวรรค์

This does not mean that a husband and wife will no longer know each other in heaven.

นี่ไม่ได้หมายความว่าสามีและภรรยาจะไม่รู้จักกันและกันอีกต่อไปในสวรรค์

This also does not mean that a husband and wife could not still have a close relationship in heaven.

นี่ไม่ได้หมายความว่าสามีและภรรยาไม่วสามารถมีความสัมพันธ์สนิทกันได้ในสวรรค์

What it does seem to indicate, though, is that a husband and wife will no longer be married in heaven.
มันหมายความว่ายังไงที่จะระบุ หาก สามีและภรรยาจะไม่แต่งงานกันได้อีกในสวรรค์
Most likely, there will be no marriage in heaven simply because there will be no need for it.

เป็นไปได้มากที่จะไม่มีการแต่งงานในสวรรค์เพียงเพราะไม่มีความจำเป็นต้องกระทำเลย

When God established marriage, He did so to fill certain needs.

เมื่อพระเจ้าทรงสถาปนาการสมรสขึ้น พระองค์ทรงกระทำเพื่อเติมเต็มให้ครบตามจำเป็น

First, He saw that Adam was in need of a companion.

ประการแรก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นอาดัมจำเป็นต้องมีเพื่อน

Genesis ปฐมกาล 2:18 18 Then the LORD God said, “It is not good that the man should be alone; I will make him a helper fit for him.”

18 พระเจ้าตรัสว่า   “ไม่ควรที่ชายผู้นี้จะอยู่คนเดียว   เราจะสร้างคู่อุปถัมภ์ที่สมกับเขาขึ้น”

Eve was the solution to the problem of Adam’s loneliness, as well as his need for a “helper,” someone to come alongside him as his companion and go through life by his side.

อีวาเป็นคำตอบที่จะแก้ปัญหาความเหงาของอาดัมที่ต้องอยู่ลำพัง  และจำเป็นต้องมี “ผู้ช่วย” ใครสักคนที่มาอยู่เคียงข้างเขาเป็นเพื่อนกันและใช้ชีวิตอยู่คู่เคียงกัน

In heaven, however, there will be no loneliness, nor will there be any need for helpers.

อย่างไรก็ตาม ในสวรรค์ ไม่มีความเหงาเดียวดาย ไม่จำเป็นต้องมีผู้ช่วยเลย

We will be surrounded by multitudes of believers and angels and all our needs will be met, including the need for companionship.

พวกเราจะรายล้อมไปด้วยกลุ่มผู้เชื่อและทูตสวรรค์มากมาย  และเราจะมีทุกอย่างครบถ้วน รวมทั้งเพื่อนที่ต้องการจะมี
Revelation วิวรณ์ 7:9 9 After this I looked, and behold, a great multitude that no one could number, from every nation, from all tribes and peoples and languages, standing before the throne and before the Lamb, clothed in white robes, with palm branches in their hands,

9 ต่อจากนั้นมา   ข้าพเจ้าก็มองดู   และ   ดูเถิด   คนมากมายเหลือคณนามาจากทุกเผ่าพันธุ์   ทุกชาติทุกภาษา   คนเหล่านั้นสวมเสื้อสีขาว   ถือใบตาลยืนอยู่หน้าพระที่นั่ง   และต่อพระพักตร์พระเมษโปดก

Second, God created marriage as a means of procreation and the filling of the earth with human beings.

ปราการที่สอง  พระเจ้าทรงจัดให้มีการสมรสเพื่อเป็นวิธีที่การให้กำเนิดและให้แผ่นดินโลกเต็มไปด้วยมนุษย์

Heaven, however, will not be populated by procreation.

อย่างไรก็ตาม สวรรค์จะไม่แออัดไปด้วยคนที่มาจากการกำเนิดอีก

Those who go to heaven will get there by faith in the Lord Jesus Christ; they will not be created there by means of reproduction.

เหล่าคนที่ไปสวรรค์จะไปโดยความเชื่อในพระคริสต์เจ้า  พวกเขาจะไม่ถูกสร้างขึ้นมาโดยวิธีการสืบพันธุ์

Therefore, there is no purpose for marriage in heaven since there is no procreation or loneliness.

ดังนั้น  จึงไม่มีพระประสงค์ให้มีการแต่งงานในสวรรค์เพราะว่าไม่มีการให้กำเนิดหรือความอ้างว้างเดียวดาย

www.gotquestions.org/Thai

Married to an Unbeliever

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top