Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Friday, February 6, 2015


Question: "Does Genesis chapter 1 mean literal 24-hour days?"

In our opinion, examination of the Hebrew word for “day” and the context in which it appears in Genesis will lead to the conclusion that “day” means a literal, 24-hour period of time.

The Hebrew word yom translated into the English “day” can mean more than one thing. It can refer to the 24-hour period of time that it takes for the earth to rotate on its axis (e.g., “there are 24 hours in a day”). It can refer to the period of daylight between dawn and dusk (e.g., “it gets pretty hot during the day but it cools down a bit at night”). And it can refer to an unspecified period of time (e.g., “back in my grandfather’s day . . .”). It is used to refer to a 24-hour period in Genesis 7:11. It is used to refer to the period of daylight between dawn and dusk in Genesis 1:16. And it is used to refer to an unspecified period of time in Genesis 2:4. So, what does yom mean in Genesis 1:5–2:2 when used in conjunction with ordinal numbers (i.e., the first day, the second day, the third day, the fourth day, the fifth day, the sixth day, and the seventh day)? Are these 24-hour periods or something else? Could yom as it is used here mean an unspecified period of time?

We can determine how yom should be interpreted in Genesis 1:5–2:2 by comparing that context to the word’s usage elsewhere in Scripture. The Hebrew word yom is used 2,301 times in the Old Testament. Outside of Genesis 1, yom plus a number (used 410 times) almost always indicates an ordinary day, i.e., a 24-hour period. There are a few instances where yom and a number do not imply a literal, 24-hour day. The words evening and morning together (38 times) most often indicate an ordinary day. The exact construction of evening, then morning, along with yom is only seen outside of Genesis 1 in one verse. This is Daniel 8:26, which clearly implies a long period of time.

All in all, the context in which the word yom is used in Genesis 1:5–2:2, describing each day as “the evening and the morning,” seems to suggest that the author of Genesis meant 24-hour periods. This was the standard interpretation of the days of Genesis 1:5–2:2 for most of Christian history. At the same time, there were early church fathers, such as Augustine, who noted that the vague nature of the “days” of Genesis could well suggest a non-literal interpretation.

Then, in the 1800s, a paradigm shift occurred within the scientific community. This was mostly driven by hostility to religion and an effort to re-interpret observations in ways contrary to the Bible. This caused a rift in the scientific community. One side claimed that only atheism, as well as specific ideas such as an old earth and naturalistic evolution, was compatible with science. The other side, in response, attempted to denounce atheism and any possible old-earth interpretations.

The truth is that both young-earth and old-earth interpretations rely upon certain assumptions. Sincere believers debate the meaning of yom in the creation account because a case can be made on both sides. This does not diminish the importance of what Genesis teaches, regardless of whether or not a person accepts young-earth creationism.

For instance, according to Exodus 20:9–11, God used the six creation days of Genesis as a model for man’s workweek: work six days, rest one. Apparently, He had us in mind even before He made us (on the sixth day) and wanted to provide an example for us to follow. Certainly God could have used six discrete 24-hour days. And He could have created everything using a process of long time periods. Our view, based on our interpretation of the Bible, is that six literal days is the most likely interpretation of the Genesis account.

คำถาม: ปฐมกาลบทที่ 1 หมายถึงวันละ 24 ชั่วโมงตามตัวอักษรหรือไม่?

โดยการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนพบว่าคำภาษาฮีบรูสำหรับ "วัน" และบริบทที่ปรากฏในปฐมกาลจะนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า "วัน" หมายถึงระยะเวลา 24 ชั่วโมงตามตัวอักษร คำภาษาฮีบรู "ยม" ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ "วัน" อาจจะหมายถึงมากกว่าหนึ่งอย่าง มันอาจหมายถึงระยะเวลา 24 ชั่วโมงที่โลกใช้เวลาหมุนรอบแกนตัวเอง (เช่น "มี 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน") มันอาจหมายถึงระยะเวลากลางวันระหว่างเช้าและค่ำ (เช่น " ค่อนข้างร้อนในกลางวัน แต่มันเย็นลงเล็กน้อยในเวลากลางคืน") และมันอาจหมายถึงช่วงเวลาที่ไม่ระบุชัดเจน (เช่น "ย้อนกลับไปในสมัยคุณปู่ของฉัน ... ") มันอาจถูกใช้เพื่ออ้างถึงระยะเวลา 24

ชั่วโมงในหนังสือปฐมกาล 7:11” เมื่อโนอาห์มีอายุได้หกร้อยปีในเดือนที่สองวันที่ สิบเจ็ดของเดือนนั้น ในวันนั้นเองน้ำจากบาดาลก็พลุ่งขึ้นมาตามธารทุกสาย และช่องฟ้าก็เปิด”


ปฐมกาล 1:16 “พระเจ้าได้ทรงสร้างดวงสว่างขนาดใหญ่ไว้สองดวง ให้ดวงใหญ่ครองวัน ดวงเล็กครองคืน พระองค์ทรงสร้างดวงดาวต่างๆด้วย”


กาล 2: 4 “เรื่องฟ้าสวรรค์และแผ่นดินที่พระเจ้าทรงสร้างมีดังนี้ ในวันที่พระเจ้าทรงสร้างแผ่นดินและฟ้าสวรรค์”

ดังนั้นในปฐมกาล 1: 5-2: 2 มันหมายถึงอะไรเมื่อมีการใช้ร่วมกับตัวเลขแสดงลำดับ (เช่นวันที่หนึ่ง วันที่สอง วันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้า วันที่หก และวันที่เจ็ดหรือ)? “พระเจ้าทรงเรียกความสว่างนั้นว่า วัน และความมืดนั้นว่า คืน มีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันแรก พระเจ้าตรัสว่า ‘จงมีภาคพื้นในระหว่างน้ำ แยกน้ำออกจากกัน’ พระเจ้าทรงสร้างภาคพื้นนั้นขึ้น แล้วทรงแยกน้ำที่อยู่ใต้ภาคพื้นออกจากน้ำที่อยู่เหนือภาคพื้น ก็เป็นดังนั้น พระเจ้าจึงทรงเรียกภาคพื้นนั้นว่า ฟ้า มีเวลาเย็น และเวลาเช้า เป็นวันที่สอง พระเจ้าตรัสว่า “น้ำที่อยู่ใต้ฟ้าจงรวมอยู่แห่งเดียวกัน ที่แห้งจงปรากฏขึ้น” ก็เป็นดังนั้น พระเจ้าจึงทรงเรียกที่แห้งนั้นว่า แผ่นดิน และที่ซึ่งน้ำรวมกันนั้นว่า ทะเล พระเจ้าทรงเห็นว่าดี พระเจ้าตรัสว่า “แผ่นดินจงเกิดพืช คือ ผักหญ้าที่มีเมล็ดและต้นไม้ที่ออกผล มีเมล็ดในผลตามชนิดของมันบนแผ่นดิน” ก็เป็นดังนั้น แผ่นดินก็เกิดพืช คือผักหญ้าที่มีเมล็ดตามชนิดของมัน และต้นไม้ที่ออกผลมีเมล็ดในผลตามชนิดของมัน พระเจ้าทรงเห็นว่าดี

มีเวลาเย็นและเวลาเช้า เป็นวันที่สาม พระเจ้าตรัสว่า “จงมีดวงสว่างบนฟ้า เพื่อแยกวันออกจากคืน ให้ดวงสว่างเป็นหมายกำหนดฤดู วัน ปี และให้เป็นดวงสว่างบนฟ้า เพื่อส่องสว่างบนแผ่นดิน” ก็เป็นดังนั้น พระเจ้าได้ทรงสร้างดวงสว่างขนาดใหญ่ไว้สองดวง ให้ดวงใหญ่ครองวัน ดวงเล็กครองคืน พระองค์ทรงสร้างดวงดาวต่างๆด้วย พระเจ้าทรงตั้งดวงสว่างเหล่านี้ไว้บนฟ้า ให้ส่องสว่างบนแผ่นดิน ให้ครองวันและคืน และแยกความสว่างออกจากความมืด พระเจ้าทรงเห็นว่าดี

มีเวลาเย็นและเวลาเช้า เป็นวันที่สี่ พระเจ้าตรัสว่า ‘น้ำจงอุดมด้วยฝูงสัตว์ที่มีชีวิต และนกจงบินไปมาข้ามฟ้าเหนือแผ่นดิน’ พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ และสัตว์ที่มีชีวิตนานาชนิด ซึ่งแหวกว่ายอยู่ในน้ำ เป็นฝูงๆตามชนิดของมัน และนกต่างๆตามชนิดของมัน พระเจ้าทรงเห็นว่าดี

พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรแก่สัตว์เหล่านั้นว่า ‘จงมีลูกดกทวีมากขึ้น จนเต็มน้ำในทะเล และให้นกทวีมากขึ้นบนแผ่นดิน’ มีเวลาเย็นและเวลาเช้า เป็นวันที่ห้า พระเจ้าตรัสว่า ‘แผ่นดินจงเกิดสัตว์ที่มีชีวิตตามชนิดของมัน คือสัตว์ใช้งาน สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ป่าตามชนิดของมัน’ ก็เป็นดังนั้น

พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ป่าตามชนิดของมัน สัตว์ใช้งานตามชนิดของมัน และสัตว์ต่างๆที่เลื้อยคลานบนแผ่นดินตามชนิดของมัน แล้วพระเจ้าทรงเห็นว่าดี แล้วพระเจ้าตรัสว่า ‘ให้เราสร้างมนุษย์ตามฉายาตามอย่างของเรา ให้ครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในอากาศและฝูงสัตว์ ให้ปกครองแผ่นดินทั่วไป และสัตว์ต่างๆที่เลื้อยคลานบนแผ่นดิน’ พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ ตามพระฉายาของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น และได้ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง พระเจ้าทรงอวยพระพรแก่มนุษย์ ตรัสแก่เขาว่า ‘จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน จงมีอำนาจเหนือแผ่นดิน จงครอบครองฝูงปลาในทะเล และฝูงนกในอากาศ กับบรรดาสัตว์ที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดิน’ พระเจ้าตรัสว่า “ดูเถิด เราให้พืชที่มีเมล็ดทั้งหมด ซึ่งมีอยู่ทั่วพื้นแผ่นดิน และต้นไม้ทุกชนิดที่มีเมล็ดในผลของมันแก่เจ้า เป็นอาหารของเจ้า ฝ่ายสัตว์ทั้งหลายบนแผ่นดิน นกทั้งปวงในอากาศและบรรดาสัตว์เลื้อยคลานบนแผ่นดิน ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีลมปราณนั้น เราให้พืชเขียวสดทั้งปวงเป็นอาหาร” ก็เป็นดังนั้น พระเจ้าทอดพระเนตรสิ่งทั้งปวงที่พระองค์ทรงสร้างไว้ ทรงเห็นว่าดีนัก มีเวลาเย็นและเวลาเช้า เป็นวันที่หก ฟ้าและแผ่นดิน และบริวารทั้งสิ้น ที่มีอยู่ในนั้น พระเจ้าทรงสร้างสำเร็จดังนี้แหละ วันที่เจ็ด พระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์ที่ทรงกระทำมานั้น ในวันที่เจ็ดนั้นก็ทรงพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์ที่ได้ ทรงกระทำ”

สิ่งเหล่านี้เป็นเวลา 24 ชั่วโมงหรือสิ่งอื่นใดหรือ คำว่า ยม ที่ใช้ที่นี่อาจหมายถึงช่วงเวลาที่ไม่ระบุเจาะจงได้ไหม

เราสามารถตัดสินว่าในปฐมกาล 1: 5-2: 2 ตีความคำว่า ยม อย่างไร เพียงแค่ตรวจสอบในบริบทที่เราพบคำนี้ แล้วเปรียบเทียบบริบทกับที่เราเห็นการใช้งานคำนี้อย่างไรที่ตรงอื่นในพระคัมภีร์ โดยทำเช่นนี้เราปล่อยให้พระคัมภีร์บอกความหมายในตัวเอง คำภาษาฮิบรูใช้คำว่า ยม ถึง 2,301 ครั้งในพันธสัญญาเดิม นอกจากในปฐมกาลบทที่ 1 ยม บวกจำนวนเลข (ใช้ไป 410 ครั้ง) มักจะบ่งบอกว่าเป็นวันธรรมดา ตัวอย่างเช่นระยะเวลา 24 ชั่วโมง ทั้งคำว่า "เย็น" และ "เช้า" ด้วย (38 ครั้ง) ที่มักบ่งบอกว่าเป็นวันธรรมดา ยม + "เวลาเย็น" หรือ "เวลาเช้า" (23 ครั้ง) ที่มักบอกว่าเป็นวันธรรมดา ยม + "กลางคืน" (52 ครั้ง) ที่มักบ่งบอกงว่าเป็นวันธรรมดา

บริบทที่ซึ่งใช้คำว่า ยม ในปฐมกาล 1: 5-2: 2 อธิบายในแต่ละวันว่า "ตอนเย็นและตอนเช้า" ทำให้มันค่อนข้างชัดเจนว่าผู้เขียนปฐมกาลหมายถึงระยะเวลา 24 ชั่วโมง การอ้างอิงถึง "เวลาเย็น" และ "เวลาเช้า" ไม่มีความหมาย เว้นแต่พวกเขาหมายถึงวันละ 24 ชั่วโมงตามตัวอักษร นี่คือมาตรฐานการตีความของวันในพระธรรมปฐมกาล 1: 5-2: 2 จนกระทั่งถึงปี 1800 มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์เกิดขึ้นภายในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ และแผ่นตะกอนของชั้นดินได้รับการตีความใหม่ ขณะที่ก่อนหน้านี้ชั้นตะกอนหินถูกตีความหมายว่าเป็นหลักฐานของน้ำท่วมยุคโนอาห์ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ตัดเรื่องน้ำท่วมออกไป และชั้นตะกอนหินถูกตีความเป็นหลักฐานถึงโลกเก่าแก่นานดึกดำบรรพ์

คริสเตียนบางคนเจตนาดี แต่ผิดพลาดร้ายแรงแล้วพยายามหาทางประสานการตีความหมายที่ต่อต้านพระคัมภีร์ ต่อต้านน้ำท่วม กับพระธรรมปฐมกาลโดยการตีความใหม่ว่า ยม หมายถึงระยะเวลากว้างๆ ที่ไม่ระบุแน่นอน



ตามเนื้อหาพระธรรมอพยพบทที่20 พระเจ้าทรงใช้หกวันตามตัวอักษรสร้างโลก เพื่อที่จะเป็นแบบอย่างสัปดาห์แห่งการทำงานสำหรับมนุษย์ ทำงานหกวันแล้วหยุดพักหนึ่งวัน

อพยพ 20:9-11 “จงทำการงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตของพระเจ้าของเจ้า ในวันนั้นอย่ากระทำการงาน ใดๆไม่ว่าเจ้าเอง หรือบุตรชายบุตรหญิงของเจ้า หรือทาสทาสีของเจ้า หรือสัตว์ใช้งานของเจ้า หรือแขกที่อาศัยอยู่ในประตูเมืองของเจ้า

แน่นอนว่าพระเจ้าได้ทรงสร้างทุกอย่างในทันทีตามที่ทรงมีพระประสงค์ แต่เห็นได้ชัดพระองค์ทรงมีเราอยู่ในพระทัยก่อนที่ทรงสร้างเรา (ในวันที่หก) และทรงประสงค์จะให้เป็นตัวอย่างสำหรับเราที่จะปฏิบัติตาม

For answers to more Bible questions see  


24 hour

Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana