Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, March 15, 2015

 

Question: "What is prayer walking? Is it Biblical to go on a prayer walk?"
คำถาม: อะไรคือการเดินอธิษฐาน  การเดินอธิษฐานเป็นไปตามหลักพระคัมภีร์ไหม

Answer: Prayer walking is the practice of praying on location, a type of intercessory prayer that involves walking to or near a particular place while praying.

คำตอบ: การเดินอธิษฐานเป็นการอธิษฐานในสถานที่  เป็นแบบการอธิษฐานเผื่อผู้อื่นพร้อมกับเดินไปด้วยหรืออยู่ใกล้สถานที่พาะขณะที่กำลังอธิษฐาน

Some people believe that being close to a location allows them to “pray nearer to pray clearer.”

บางคนเชื่อว่าการเข้าใกล้ถานที่เป็นการยอมให้พวกเขา “อธิษฐานใกล้ขึ้นเพื่ออธิษฐานชัดเจนขึ้น”

Prayer walks are taken by individuals, groups, and even whole churches.

การเดินอธิษฐานนี้กระทำเป็นส่วนบุคคล  กลุ่มบุคคล และแม้แต่ทั้งคริสตจักร

They can be as short as a block or as long as many miles.

มันอาจจะสั้นแค่บล็อคเดียวหรือยาวหลายไมล์

The idea is to use the five senses—sight, hearing, smell, taste, and touch—to increase the intercessor’s

understanding of prayer needs.
ความคิดที่จะใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า---สายตา  การได้ยิน  ดมกลิ่น และการสัมผัส---เพิ่มความเข้าใจแก่คนที่อธิษฐานเผื่อในสิ่งที่จำเป็นต้องอธิษฐาน

For example, if you walk through your neighborhood looking for things to pray about, you might come across a yard that is extremely untidy and rundown.

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเดินผ่านเพื่อนบ้านมองหาสิ่งที่ควรอธิษฐาน  คุณอาจมาถึงสนามหญ้าที่สกปรกและทรุดโทรมที่สุด

This might prompt you to pray for the health, both physical and spiritual, of the residents inside.

นี่อาจเตรียมคุณให้พร้อมที่จะอธิษฐานเผื่อสุขภาพทั้งฝ่ายร่างกายและจิตใจของผู้ที่พักอาศัยภายใน 

Some groups prayer walk around schools, prompting prayer for the teachers and students inside, for their safety and peace, and for the schemes of the devil in their school to be thwarted.

บางกลุ่มเดินอธิษฐานรอบๆ โรงเรียน อธิษฐานเผื่อครูและนักเรียนในโรงเรียน เพื่อให้พบความสันติสุขและความปลอดภัย  และให้คลาดแคล้วพ้นจากแผนการชั่วร้ายของมาร

Some people feel they can concentrate and direct their prayers more effectively by walking near the people and places they are praying for.
บางคนรู้สึกว่าพวกเขาใจจดใจจ่อและนำการอธิษฐานอย่างเกิดผลดีขึ้น โดยการเดินใกล้ผู้คน และสถานที่ที่พวกเขากำลังอธิษฐานเผื่อ
Prayer walking is a relatively new phenomenon, the origin of which is not clear.

การเดินอธิษฐานเป็นปรากฏการณ์ใหม่  จุดกำเนิดของสิ่งที่ไม่ชัดเจน

There is no biblical model for prayer walking, although since walking was the major mode of transportation in Bible times, clearly people must have walked and prayed at the same time.

ไม่มีแบบแน่นอนตามหลักพระคัมภีร์เรื่องการเดินอธิษฐาน  แม้ว่าเพราะการเดินเป็นหนทางหลักของการคมนาคมในสมัยพระคัมภีร์ แน่นอนประชาชนมักได้เดินและอธิษฐานในเวลาเดียวกัน

However, there is no direct command that prayer walking is something we should be doing.

อย่างไรก็ตาม  ไม่มีคำสั่งโดยตรงว่าการเดินอธิษฐานเป็นอะไรที่เราควรจะกระทำ

To believe that prayers offered in any setting, or while in any position, are more effective than those offered at another time or in another manner is not scriptural.

การเชื่อว่าการอธิษฐานเสนอจัดรูปแบบหรือท่วงท่าใดๆในขณะนั้น  ส่งผลให้เกิดพลังมากกว่าสิ่งเหล่านั้นที่ได้เสนอช่วงเวลาหรือท่วงท่าอีกแบบหนึ่ง  ล้วนไม่เป็นไปตามหลักพระคัมภีร์



In addition, while we may feel we need to be close to a location or situation to pray more clearly, our heavenly Father, who is everywhere at all times, knows exactly what needs are present and will respond to them in His own perfect will and timing.

นอกจากนี้ เมื่อเรารู้สึกว่าเราต้องอยู่ใกล้สถานที่หรือสถานการณ์ที่จะอธิษฐานอย่างชัดเจนขึ้น  พระบิดาในสวรรค์ของเราผู้ทรงสถิตทุกหนทุกแห่ง  ทรงรู้แน่นอนอะไรจำเป็นขณะนั้น และจะทรงโปรดประทานสิ่งนั้นตามน้ำพระทัยพระองค์และในเวลาของพระองค์

The fact that He allows us to be part of His plans through our prayers is for our benefit, not His.

ความจริงที่พระองค์ทรงยอมให้เราเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพระองค์โดยคำอธิษฐาน  ก็เพื่อส่งผลดีแก่เราไม่ใช่แก่พระองค์

We are commanded to “pray without ceasing” (1 Thessalonians 5:17), and since walking is something we do daily, surely part of praying without ceasing is praying while walking.

เราได้รับบัญชาให้ “อธิษฐานโดยไม่หยุดหย่อน “(1 เธสะโลนิกา5.17 )เพราะว่าการการเดินคืออะไรที่เราทำทุกวัน  แน่นอนส่วนหนึ่งการอธิษฐานโดยไม่หยุดคือการอธิษฐานขณะกำลังเดิน

God hears all prayers offered by those who abide in Christ, regardless of time, place, or position.

พระเจ้าทรงฟังคำอธิษฐานทุกอย่างที่กราบทูลโดยคนทั้งหลายผู้ที่อยู่ในพระคริสต์ โดยไม่คำนึงถึงเวลาใด สถานที่ใด หรืออยู่ในท่วงท่าใด

At the same time, there certainly is no command against prayer walking, and anything that prompts us to pray is worthy of consideration.

ในขณะเดียวกันแน่นอนที่ไม่มีคำสั่งห้ามการเดินอธิษฐาน  และสิ่งใด ๆที่เรากระตุ้นให้เราอธิษฐานสมควรแก่การพิจารณา

John ยอห์น 15:7 7 If you abide in Me, and My words abide in you, ask whatever you wish, and it will be done for you.

7 (พระเยซูตรัสว่า) ถ้าท่านทั้งหลายเข้าสนิทอยู่ในเรา   และถ้อยคำของเราฝังอยู่ในท่านแล้ว   ท่านจะขอสิ่งใด   ซึ่งท่านปรารถนาก็จะได้สิ่งนั้น


Question: "What is the power of prayer?"
คำถาม:   พลังอธิษฐานคืออะไร


Answer: The idea that power is inherent in prayer is a very popular one.

คำตอบ:  ความคิดที่ว่ามีพลังอยู่ในคำอธิษฐานโดยธรรมชาติเป็นที่นิยมชมชอบกัน

According to the Bible, the power of prayer is, quite simply, the power of God, who hears and answers prayer. Consider the following:
ตามหลักพระคัมภีร์ ง่าย ๆ พลังอธิษฐานคือฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า ผู้ทรงได้ยินและตอบคำอธิษฐาน   จงพิจารณาสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้
1) The Lord God Almighty can do all things; there is nothing impossible for Him.

พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทรงสามารถทำทุกสิ่งได้  ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้สำหรับพระองค์

Luke ลูกา 1:37 37 For nothing will be impossible with God.”

37 เพราะว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งพระเจ้าทรงกระทำไม่ได้”

2) The Lord God Almighty invites His people to pray to Him.

พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทรงเชิญประชากรของพระองค์ให้อธิษฐานทูลต่อพระองค์

Prayer to God should be made persistently.

การอธิษฐานทูลต่อพระองค์ควรกระทำอย่างสม่ำเสมอ

Luke ลูกา 18:1 1 And He told them a parable to the effect that they ought always to pray and not lose heart.

1 พระองค์ตรัสคำอุปมาเรื่องหนึ่งให้เขาฟัง   เพื่อสอนว่าคนทั้งหลายควรอธิษฐานอยู่เสมอ   ไม่อ่อนระอาใจ

With thanksgiving

ด้วยการขอบพระคุณ

Philippians ฟีลิปปี 4:6 6 do not be anxious about anything, but in everything by prayer and supplication with thanksgiving let your requests be made known to God.

6 อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย   แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า   ด้วยการอธิษฐาน   การวิงวอน   กับการขอบพระคุณ

In faith

โดยความเชื่อ

James ยากอบ 1:5 5 If any of you lacks wisdom, let him ask God, who gives generously to all without reproach, and it will be given him.

5 ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาดสติปัญญา   ก็ให้ผู้นั้นทูลขอจากพระเจ้า   ผู้ทรงโปรดประทานให้แก่คนทั้งปวงด้วยพระกรุณาและมิได้ทรงตำหนิ   แล้วผู้นั้นก็จะได้รับสิ่งที่ทูลขอ

Within the will of God 

ตามน้ำพระทัยพระองค์

Matthew มัทธิว 6:10 10 Your kingdom come, your will be done, on earth as it is in heaven.

10 ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่   ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์   ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก  

For the glory of God

เพื่อถวายพระสิริแด่พระองค์

John ยอห์น 14:13-14 13 Whatever you ask in my name, this I will do, that the Father may be glorified in the Son.

13 สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายจะขอในนามของเรา   เราจะกระทำสิ่งนั้น   เพื่อว่าพระบิดาจะทรงได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ทางพระบุตร

14 If you ask Me anything in My name, I will do it.

14 (พระเยซูตรัสว่า) สิ่งใดที่ท่านขอในนามของเรา เราจะกระทำสิ่งนั้น

From a heart right with God 

จากจิตใจชอบธรรมต่อพระเจ้า

James ยากอบ 5:16 16 Therefore, confess your sins to one another and pray for one another, that you may be healed. The prayer of a righteous person has great power as it is working.

16 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกัน   และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน   เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัย   คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล

3) The Lord God Almighty hears the prayers of His children. He commands us to pray, and He promises to listen when we do.

3) พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทรงฟังคำอธิษฐานของลูก ๆ ของพระองค์ พระองค์ตรัสสั่งให้เราอธิษฐานและพระองค์ทรงสัญญาว่าจะทรงรับฟังเมื่อเราอธิษฐาน

Psalm เพลงสดุดี18:6 6 In my distress I called upon the LORD; to my God I cried for help.  From His temple He heard my voice, and my cry to Him reached His ears.

6 ในยามทุกข์ระทมใจ ข้าพเจ้าร้องทูลต่อพระเจ้า ข้าพเจ้าร้องทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าของข้าพเจ้า จากพระวิหารของพระองค์ พระองค์ทรงสดับเสียงของข้าพเจ้า และเสียงร้องของข้าพเจ้า ยินไปถึงพระกรรณของพระองค์  

4) The Lord God Almighty answers prayer.

4) พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทรงตอบคำอธิษฐาน

Psalm เพลงสดุดี17:6 6 I call upon You, for You will answer me, O God; incline Your ear to me; hear my words.

6 ข้าพระองค์ร้องทูลว่า   ข้าแต่พระเจ้า เพราะพระองค์จะทรงตอบข้าพระองค์ ขอทรงเอียงพระกรฟังถ้อยคำของข้าพระองค์ด้วยเถิด  

Psalm เพลงสดุดี 34:17 17 When the righteous cry for help, the LORD hears and delivers them out of all their troubles.

17 เมื่อคนชอบธรรมร้องทูลขอ พระเจ้าทรงสดับ และทรงช่วยเขาให้พ้นจากความยากลำบากทั้งสิ้นของเขา  
Another popular idea is that the amount of faith we have determines whether or not God will answer our prayers.

ความคิดที่เป็นที่นิยมอีกอย่างคือว่าขนาดความเชื่อที่เรามีตัดสินว่าพระเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐานของเราหรือไม่

However, sometimes the Lord answers our prayers in spite of our own lack of faith.

อย่างไรก็ตาม บางครั้งพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานแม้ว่าเราขาดความเชื่อ

In Acts 12, the church prays for Peter’s release from prison (verse 5), and God answers their prayer (verses 7-11).

ในกิจการบทที่12 คริสตจักรอธิษฐานเผื่อเปโตรขอให้ท่านหลุดจากการการถูกจำคุก (ข้อ5) และพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของเขาทั้งหลาย (ข้อ7-11)

Acts กิจการ 12:5-11 5 So Peter was kept in prison, but earnest prayer for him was made to God by the church.

5 เพราะฉะนั้นเปโตรจึงถูกจำไว้ในคุก   แต่ว่าคริสตจักรได้อธิษฐานพระเจ้าเพื่อเปโตรด้วยใจร้อนรน

6 Now when Herod was about to bring him out, on that very night, Peter was sleeping between two soldiers, bound with two chains, and sentries before the door were guarding the prison.

6 ในคืนวันนั้นเอง   ครั้นเฮโรดจะพาเปโตรออกมา   เปโตรนอนหลับอยู่ระหว่างทหารสองคน   มีโซ่สองเส้นล่ามไว้   และคนยามเฝ้าอยู่หน้าประตูคุก

7 And behold, an angel of the Lord stood next to him, and a light shone in the cell. He struck Peter on the side and woke him, saying, “Get up quickly.” And the chains fell off his hands.

7 ดูเถิด   มีทูตองค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏ   และมีแสงสว่างส่องเข้ามาในห้องจำ   ทูตองค์นั้นจึงกระตุ้นเปโตรที่สีข้างให้ตื่นขึ้นแล้วว่า   “ลุกขึ้นเร็วๆ”   โซ่นั้นก็หลุดตกจากมือของเปโตร

8 And the angel said to him, “Dress yourself and put on your sandals.” And he did so. And he said to him, “Wrap your cloak around you and follow me.”

8 ทูตนั้นจึงสั่งเปโตรว่า   “จงคาดเอวและสวมรองเท้า”   เปโตรก็ทำตาม   ทูตจึงสั่งว่า   “จงสวมเสื้อและตามเรามาเถิด”

9 And he went out and followed him. He did not know that what was being done by the angel was real, but thought he was seeing a vision.

9 เปโตรจึงตามออกไป   และไม่รู้ว่าการซึ่งทูตทำนั้นเป็นความจริง   คิดว่าได้เห็นนิมิต

10 When they had passed the first and the second guard, they came to the iron gate leading into the city. It opened for them of its own accord, and they went out and went along one street, and immediately the angel left him.

10 เมื่อออกไปพ้นทหารยามชั้นที่หนึ่งและที่สองแล้ว   ก็มาถึงประตูเหล็กที่จะเข้าไปในเมือง   ประตูนั้นก็เปิดเองให้ท่านทั้งสอง   ท่านจึงออกไปเดินตามถนนแห่งหนึ่ง   และในทันใดนั้นทูตสวรรค์ก็ได้อันตรธานไปจากเปโตร

11 When Peter came to himself, he said, “Now I am sure that the Lord has sent his angel and rescued me from the hand of Herod and from all that the Jewish people were expecting.”

11 ครั้นเปโตรรู้สึกตัวแล้วจึงว่า   “เดี๋ยวนี้ข้าพเจ้ารู้แน่ว่า   องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงใช้ทูตของพระองค์มาช่วยข้าพเจ้า   ให้พ้นจากอำนาจของเฮโรด   และพ้นจากการมุ่งร้ายของพวกยิว”  

Peter goes to the door of the prayer meeting and knocks, but those who are praying refuse at first to believe that it is really Peter.

เปโตรเดินไปที่ประตูที่กำลังมีการประชุมอธิษฐานอยู่ และเคาะประตู แต่เหล่าคนที่กำลังอธิษฐานปฏิเสธที่จะเชื่อตอนแรกว่าเป็นเปโตรจริงๆ

They prayed he would be released, but they failed to expect an answer to their prayers.
คนเหล่านั้นอธิษฐานขอให้ท่านถูกปลดปล่อย  แต่พวกเขาไม่คาดหวังว่าจะได้รับคำตอบจากการอธิษฐานนั้น
The power of prayer does not flow from us; it is not special words we say or the special way we say them or even how often we say them.

พลังอธิษฐานไม่ได้ไหลออกจากเรา  ไม่ใช่คำอธิษฐานพิเศษที่เราทูล หรือที่เราใช้วิธีการพิเศษ หรือแม้ว่าเราอธิษฐานบ่อยๆ แค่ไหน

The power of prayer is not based on a certain direction we face or a certain position of our bodies.

พลังอธิษฐานไม่ได้ขึ้นอยู่กับแนวทางเฉพาะที่เราเผชิญ หรือร่างกายเราอยู่ในท่าทางเฉพาะ

The power of prayer does not come from the use of artifacts or icons or candles or beads.

พลังอธิษฐานไม่ได้มาจากการใช้สิ่งประดิษฐ์ด้วยมือคน หรือ ผู้มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์บาง

สิ่ง หรือเทียนไขหรือลูกประคำ

The power of prayer comes from the omnipotent One who hears our prayers and answers them.

Prayer places us in contact with Almighty God, and we should expect almighty results, whether or not He chooses to grant our petitions or deny our requests.

พลังอธิษฐานเกิดจากพระเจ้าผู้ทรงมหิทธานุภาพ ผู้ทรงฟังและตอบคำอธิษฐานของเรา  การอธิษฐานทำให้เราติดสนิทกับพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์  และเราควรคาดหวังจะได้รับผลลัพธ์ที่ดี ไม่ว่าพระองค์จะทรงเลือกที่จะประทานให้ตามที่เราอ้อนวอนขอหรือทรงปฏิเสธคำร้องทูลของเราก็ตาม

Whatever the answer to our prayers, the God to whom we pray is the source of the power of prayer, and He can and will answer us, according to His perfect will and timing.

ไม่ว่าคำตอบการอธิษฐานของเราจะออกมายังไง  พระเจ้าผู้ที่เราอธิษฐานทูลคือแหล่งที่มาของพลังอธิษฐาน และพระองค์ทรงพระปรีชาและจะทรงตอบเราตามชอบพระทัยและในเวลาของพระองค์

Question: "What is praying in the Spirit?"

คำถาม : อะไรคือการอธิษฐานในพระวิญญาณ

Answer: Praying in the Spirit is mentioned three times in Scripture.

คำตอบ :พระคัมภีร์กล่าวถึงการอธิษฐานในพระวิญญาณ  3 ครั้ง

1 Corinthians 1โครินธ์ 14:15 15 What am I to do? I will pray with my spirit, but I will pray with my mind also; I will sing praise with my spirit, but I will sing with my mind also.

15 ถ้าเช่นนั้นข้าพเจ้าควรจะทำประการใด   ข้าพเจ้าจะอธิษฐานด้วยใจและด้วยความคิด   และจะร้องเพลงด้วยใจและด้วยความคิด

Ephesians เอเฟซัส 6:18 18 praying at all times in the Spirit, with all prayer and supplication. To that end keep alert with all perseverance, making supplication for all the saints,

18 จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่าง   จงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา   ทั้งนี้จงระวังตัวด้วยความเพียรทุกอย่าง   จงอธิษฐานเพื่อธรรมิกชนทุกคน

With this in mind, be alert and always keep on praying for all the saints.

โดยใจคิดเช่นนี้ จงตื่นตัวและอธิษฐานเผื่อธรรมิกชนเสมอ

Jude ยูดา 20 20 But you, beloved, build yourselves up in your most holy faith; pray in the Holy Spirit;

20 แต่ส่วนท่านที่รักทั้งหลายนั้น จงสร้างตัวของท่านขึ้นบนหลักคำสอนอัน บริสุทธิ์ของท่านที่เชื่อกันอยู่   และจงอธิษฐานในพระวิญญาณบริสุทธิ์

So, what exactly does it mean to pray in the Spirit?
ดังนั้น  การอธิษฐานในพระวิญญาณแท้จริงหมายความว่าอะไร 
The Greek word translated “pray in” can have several different meanings.

คำภาษากรีกที่แปล “ อธิษฐานใน” มีความหมายหลายอย่าง 

It can mean “by means of,” “with the help of,” “in the sphere of,” and “in connection to.”

มันหมายความว่า “ โดยวิธี” “ โดยความช่วยเหลือของ” “ ในขอบเขตของ” และ “ เกี่ยวเนื่องด้วย”

Praying in the Spirit does not refer to the words we are saying.

การอธิษฐานในพระวิญญาณไม่ได้หมายถึงถ้อยคำที่เรากล่าวออกมา

Rather, it refers to how we are praying.

แต่มันหมายถึงวิธีการอธิษฐาน

Praying in the Spirit is praying according to the Spirit’s leading.

การอธิษฐานในพระวิญญาณ  คือการอธิษฐานตามการทรงนำของพระวิญญาณ

It is praying for things the Spirit leads us to pray for.

เป็นการอธิษฐานสำหรับสิ่งต่างๆที่พระวิญญาณทรงนำเราให้อธิษฐาน 

Romans โรม 8:26 26 Likewise the Spirit helps us in our weakness. For we do not know what to pray for as we ought, but the Spirit himself intercedes for us with groanings too deep for words.

26 ในทำนองเดียวกัน   พระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย   เพราะเราไม่รู้ว่าเราควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร   แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทนเรา   ในเมื่อเราคร่ำครวญอธิษฐานไม่เป็นคำ

1 Corinthians 1โครินธ์ 14:14-15 14 For if I pray in a tongue, my spirit prays but my mind is unfruitful.

14 เพราะถ้าข้าพเจ้าอธิษฐานเป็นภาษาแปลกๆ   ใจของข้าพเจ้าอธิษฐานก็จริง   แต่ความคิดก็ไม่เป็นประโยชน์

15 What am I to do? I will pray with my spirit, but I will pray with my mind also; I will sing praise with my spirit, but I will sing with my mind also.

15 ถ้าเช่นนั้นข้าพเจ้าควรจะทำประการใด   ข้าพเจ้าจะอธิษฐานด้วยใจและด้วยความคิด   และจะร้องเพลงด้วยใจและด้วยความคิด
Some, based on 1 Corinthians 14:15, equate praying in the Spirit with praying in tongues.

โดยข้อพระคัมภีร์ 1 โครินธ์ 14;15 บางคนเทียบการอธิษฐานในพระวิญญาณเท่ากับการอธิษฐานภาษาแปลกๆ

Discussing the gift of tongues, Paul mentions “pray with my spirit.”

การถกเถียงเรื่องของประทานภาษาแปลกๆ  เปาโลอ้างถึง “ อธิษฐานด้วยจิตใจของฉัน”

1 Corinthians 14:14 states that when a person prays in tongues, he does not know what he is saying, since it is spoken in a language he does not know.

1โครินธ์14:14 กล่าวว่าเมื่อบุคคลอธิษฐานเป็นภาษาแปลกๆ เขาไม่รู้จักคำที่เขากำลังกล่าวออกมา เพราะว่ามันเป็นภาษาที่เขาไม่รู้จัก

Further, no one else can understand what is being said, unless there is an interpreter.

ยิ่งกว่านั้น ไม่มีใครสักคนเข้าใจคำพูดที่กล่าวออกมา  ถ้าไม่มีคนแปลความหมาย

1 Corinthians 1โครินธ์ 14:27-28 27 If any speak in a tongue, let there be only two or at most three, and each in turn, and let someone interpret.

27 ถ้าผู้ใดจะพูดภาษาแปลกๆ   จงให้พูดเพียงสองคนหรืออย่างมากที่สุดก็สามคน   และให้พูดทีละคน   และให้อีกคนหนึ่งแปล

28 But if there is no one to interpret, let each of them keep silent in church and speak to himself and to God.

28 แต่ถ้าไม่มีผู้ใดแปลได้ก็ให้คนเหล่านั้นอยู่เงียบๆ   ในที่ประชุม   และให้พูดกับตัวเอง   และทูลต่อพระเจ้า

Ephesians เอเฟซัส 6:18 18 praying at all times in the Spirit, with all prayer and supplication. To that end keep alert with all perseverance, making supplication for all the saints,

18 จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่าง   จงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา   ทั้งนี้จงระวังตัวด้วยความเพียรทุกอย่าง   จงอธิษฐานเพื่อธรรมิกชนทุกคน


How are we to pray with all kinds of prayers and requests and pray for the saints, if no one, including the person praying, understands what is being said

เราต้องอธิษฐานและวิงวอนขอร้องทุกรูปแบบและอธิษฐานเผื่อธรรมิกชน  รวมทั้งคนที่กำลังอธิษฐาน  ถ้าไม่มีใครสักคนเข้าใจสิ่งที่เขากำลังกล่าวออกมา

Therefore, praying in the Spirit should be understood as praying in the power of the Spirit, by the leading of the Spirit, and according to His will, not as praying in tongues.

ดังนั้นการอธิษฐานในพระวิญญาณ ควรเป็นที่เข้าใจว่า   เป็นการอธิษฐานโดยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณ  โดยการทรงนำของพระวิญญาณ  และเป็นไปตามน้ำพระทัยพระองค์ ไม่ใช่การอธิษฐานภาษาแปลกๆ



www.gotquestions.org/Thai

Prayer Walking \, Power of Prayer, and Spirit Praying

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top