Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, March 1, 2015

 

Question: "What should I be looking for in a wife?"
คำถาม: ผมควรค้นหาอะไรในการหาภรรยา


Answer: The most important personal relationship that a man can have, outside of his spiritual relationship with God through the Lord Jesus Christ, is his relationship with his wife.

คำตอบ : สัมพันธภาพส่วนตัวที่สำคัญที่สุดที่คนมี     นอกจากการสามัคคีธรรมฝ่ายวิญญาณกับพระเจ้าโดยทางพระเยซูคริสต์   คือการมีความสัมพันธ์กับภรรยาของตน

In the process of looking for a wife, the highest principle is to look for a woman with a personal faith in Jesus Christ.

ในขั้นตอนการค้นหาภรรยาสักคน  หลักการที่สำคัญที่สุดคือการค้นหาภรรยาที่มีความเชื่อส่วนตัวกับพระเจ้า

2 Corinthians 2โครินธ์ 6:14 14 Do not be unequally yoked with unbelievers. For what partnership has righteousness with lawlessness? Or what fellowship has light with darkness?

14 ท่านอย่าเข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อ   เพราะว่าความชอบธรรมจะมีหุ้นส่วนอะไรกับความอธรรม   และความสว่างจะเข้าสนิทกับความมืดได้อย่างไร

Unless a man and woman are in full agreement on this

most crucial issue, a godly and fulfilling marriage cannot take place.
ถ้าหากชายและหญิงไม่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันในเรื่องที่สำคัญยิ่งแล้ว การแต่งงานที่สมบูรณ์และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้าก็จะไม่เกิดขึ้น

However, marrying a fellow believer does not guarantee the full experience of being “equally yoked.”

อย่างไรก็ตาม การแต่งงานกับสมาชิกผู้เชื่อไม่ได้รับประกันว่าได้ประสบกับ “แบกแอกเท่าเทียมกัน”อย่างครบถ้วนแล้ว

The fact that a woman is a Christian does not mean she is necessarily a good match for you spiritually.

ความจริงที่ว่าสตรีนั้นเป็นคริสเตียนไม่ได้หมายความว่าหล่อนเข้ากันได้ดีกับคุณฝ่ายวิญญาณอย่างแน่แท้แล้ว

Does she have the same spiritual goals as you?

หล่อนมีเป้าหมายฝ่ายวิญญาณเหมือนคุณหรือไม่

Does she have the same doctrinal beliefs?

หล่อนมีหลักความเชื่อเหมือนคุณหรือไม่

Does she have the same passion for God?

หล่อนมีความรู้สึกอยากใฝ่หาพระเจ้าเหมือนคุณหรือไม่

The qualities of a potential wife are crucially important.

คุณสมบัติหลายอย่างของภรรยาที่มีศักยภาพเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

Far too many men marry for emotional or physical attraction alone, and that can be a recipe for failure.

ผู้ชายมากมายหลายคนแต่งงานเพราะหลงใหลในเสน่ห์เรือนร่างเท่านั้น   และนั่นอาจเป็นสูตรแห่งความล้มเหลว
What are some godly qualities a man can look for in a wife?

อะไรเป็นคุณสมบัติฝ่ายธรรมะที่ผู้ชายค้นหาในสตรีที่จะเป็นภรรยา

Scripture gives us some principles we can use to create a picture of a godly woman.

พระคัมภีร์สอนให้เราทราบหลักความเชื่อบางอย่างที่เราสามารถนำมาสร้างภาพของสตรีที่ใฝ่ทางธรรม

She should first be surrendered in her own spiritual relationship with the Lord.

เริ่มแรกหล่อนควรยอมมอบถวายชีวิตเข้าร่วมสามัคคีธรรมฝ่ายวิญญาณกับพระเจ้า

The apostle Paul tells the wife that she is to submit to her husband as unto the Lord.

อัครทูตเปาโลสอนภรรยาว่าหล่อนต้องยอมฟังสามีของตนเหมือนยอมฟังองค์พระเจ้า

Ephesians เอเฟซัส 5:22-24 22 Wives, submit to your own husbands, as to the Lord.

22 ฝ่ายภรรยา   จงยอมฟังสามีของตน   เหมือนยอมฟังองค์พระผู้เป็นเจ้า

23 For the husband is the head of the wife even as Christ is the head of the church, his body, and is himself its Savior.

23 เพราะว่าสามีเป็นศีรษะของภรรยา   เหมือนพระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักร   ซึ่งเป็นพระกายของพระองค์   และพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคริสตจักร

24 Now as the church submits to Christ, so also wives should submit in everything to their husbands.

24 คริสตจักรยอมฟังพระคริสต์ฉันใด   ภรรยาก็ควรยอมฟังสามีทุกประการฉันนั้น

If a woman is not surrendered to the Lord, she will not likely see submission to her husband as necessary to her own spiritual well-being.

ถ้าสตรีไม่ยอมฟังองค์พระเจ้า  เป็นไปไม่ได้ที่หล่อนจะยอมอยู่ใต้บังคับของสามี อันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตฝ่ายวิญญาณ

We cannot fulfill the expectations of anyone else without first allowing God to fill us with Himself.

เราไม่มีวันทำให้คนใดคาดหวังจากเราได้เต็มที่   ถ้าเราไม่ยอมให้พระเจ้าทรงประทับในเราก่อนเป็นอันดับแรก

A woman with God at the center of her life is a good candidate for a wife.
สตรีที่มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลางชีวิตเป็นผู้ที่สมควรได้รับเลือกให้เป็นภรรยาได้
Paul also gives some character traits for a woman in his instructions about leaders in the church.

เปาโลได้ให้คำสอนคุณลักษณะพิเศษบางอย่างแก่สตรีเกี่ยวกับผู้นำในคริสตจักร

1 Timothy 1ทิโมธี 3:11 11 Their wives likewise must be dignified, not slanderers, but sober-minded, faithful in all things.

11 ฝ่ายพวกผู้หญิงก็เหมือนกัน   ต้องเป็นคนเอาการเอางาน   ไม่ใส่ร้ายผู้อื่น   เป็นคนรู้จักประมาณตน   และเป็นคนสัตย์ซื่อในประการทั้งปวง

In other words, this is a woman who is not overly proud, knows when to speak and when to be silent, and is able to take her place beside her husband in confidence.

อีกนัยหนึ่ง นี่คือสตรีผู้ที่ไม่อวดตัวหยิ่งเกินไป   รู้ดีว่าเมื่อใดควรพูด  เมื่อใดควรเงียบ  และสามารถนั่งข้างสามีในที่ประชุมได้

She is a woman whose first focus is upon her relationship with the Lord and her own spiritual growth.
หล่อนเป็นสตรีที่ใฝ่หาแต่การติดสนิทกับพระเจ้าและการเจริญเติบโตฝ่ายวิญญาณของตน
The responsibilities of marriage are greater for the husband, for God's order places him as the head of his wife and his family.

หน้าที่รับผิดชอบเรื่องการแต่งงานสำคัญมากสำหรับฝ่ายสามี  เพราะพระเจ้าทรงวางเขาให้เป็นศีรษะของภรรยาและครอบครัวของเขา

This headship is modeled after the relationship between Christ and the church.

ความเป็นผู้นำครอบครัวนี้ตามแบบอย่างความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าและคริสตจักร

Ephesians เอเฟซัส 5:25-33 25 Husbands, love your wives, as Christ loved the church and gave Himself up for her,

25 ฝ่ายสามีก็จงรักภรรยาของตน   เหมือนอย่างที่พระคริสต์ทรงรักคริสตจักร และทรงประทานพระองค์เองเพื่อคริสตจักร

26 that He might sanctify her, having cleansed her by the washing of water with the word,

26 เพื่อจะได้ทรงทำให้คริสตจักรบริสุทธิ์   โดยการทรงชำระด้วยน้ำและพระวจนะ

27 so that He might present the church to Himself in splendor, without spot or wrinkle or any such thing, that she might be holy and without blemish.

27 เพื่อพระองค์จะได้มีคริสตจักรที่มีสง่าราศี   ไม่มีตำหนิริ้วรอย   หรือมลทินใดๆเลย   แต่บริสุทธิ์ปราศจากตำหนิ

28 In the same way husbands should love their wives as their own bodies. He who loves his wife loves himself.

28 เช่นนั้นแหละ   สามีจึงควรจะรักภรรยาของตนเหมือนกับรักกายของตนเอง   ผู้ที่รักภรรยาของตนก็รักตนเอง

29 For no one ever hated his own flesh, but nourishes and cherishes it, just as Christ does the church,

29 เพราะว่าไม่มีผู้ใดเกลียดชังเนื้อหนังของตนเอง   มีแต่เลี้ยงดูและทนุถนอม   เหมือนพระคริสต์ทรงกระทำแก่คริสตจักร

30 because we are members of His body.

30 เพราะว่าเราเป็นอวัยวะแห่งพระกายของพระองค์

31 “Therefore a man shall leave his father and mother and hold fast to his wife, and the two shall become one flesh.”

31 เพราะเหตุนี้ ผู้ชายจึงจะละบิดามารดาของตน   ไปผูกพันอยู่กับภรรยา   และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้ออันเดียวกัน

32 This mystery is profound, and I am saying that it refers to Christ and the church.

32 ความจริงที่ฝังอยู่ในข้อนี้สำคัญ   ส่วนข้าพเจ้า   ข้าพเจ้าเข้าใจว่าหมายถึงพระคริสต์และคริสตจักร

33 However, let each one of you love his wife as himself, and let the wife see that she respects her husband.

33 ถึงอย่างไรก็ดี   ท่านทุกคนจงต่างก็รักภรรยาของตนเหมือนรักตนเอง และภรรยาก็จง ยำเกรงสามีของตน

It is a relationship grounded in love.

มันเป็นการสามัคคีธรรมที่มีรากฐานจากความรัก

Just as Christ loved the church and gave Himself for it, the husband is to love his wife as he does his own body.

เหมือนดังพระคริสต์ทรงรักคริสตจักรและประทานพระองค์เองเพื่อคริสตจักร  สามีจึงควรรักภรรยาของตนเหมือนดังรักกายของตนเอง


Therefore, a man's personal spiritual relationship with the Lord is of supreme importance in the success of his marriage and his family.

ด้วยเหตุนี้ การที่ผู้ชายติดสนิทฝ่ายวิญญาณส่วนตัวกับพระเจ้าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่สุดของความสำเร็จในการแต่งงานและครอบครัวของเขา

Willing sacrifice and the strength to choose to be a servant to the betterment of his marriage are the marks of a maturing spiritual man who honors God.

ด้วยความเต็มใจเสียสละโดยเลือกจะเป็นผู้รับใช้ต่อการแต่งงานในสภาพที่ดีขึ้นเป็นเครื่องหมายของผู้ชายที่เติบโตฝ่ายวิญญาณผู้ถวายเกียรติแด่พระเจ้า

Wisely choosing a wife based upon biblical qualities is important, but of equal importance is a man's own ongoing spiritual growth and his surrender to God's will in his life.

โดยฉลาดเลือกภรรยาที่มีคุณสมบัติตามหลักพระคัมภีร์  แต่ที่สำคัญพอ ๆ กันคือการเจริญเติบโตฝ่ายวิญญาณของชายนั้นไปเรื่อยๆ และการยอมมอบถวายชีวิตทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า

A man who is seeking to be the man God wants him to be will be able to help his wife be the woman God desires her to be and will be able to build the marriage into the union God, he, and his wife desire it to be.

ผู้ชายที่กำลังแสวงหาที่จะเป็นคนแบบที่พระเจ้าทรงต้องการให้เขาเป็น   จะสามารถช่วยภรรยาให้เป็นสตรีที่พระเจ้าทรงปรารถนาให้หล่อนเป็น    และจะสามารถสร้างให้การสมรสเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า ดังที่เขาและภรรยาปรารถนาจะให้เป็น


Question: "What is the importance of Christian baptism?"

คำถาม: อะไรคือความสำคัญของการรับบัพติสมาของคริสเตียน


Answer: Christian baptism is one of two ordinances that Jesus instituted for the church. Just before His ascension, Jesus said, “Go and make disciples of all nations, baptizing them in the name of the Father and of the Son and of the Holy Spirit, and teaching them to obey everything I have commanded you. And surely I am with you always, to the very end of the age” (Matthew 28:19–20).

คำตอบ: การรับบัพติศมาของคริสเตียนเป็นหนึ่งในสองพิธีปฏิบัติที่พระเยซูทรงบัญญัติแก่คริสตจักร ก่อนที่พระองค์เสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระเยซูตรัสว่า 19 เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ   ให้เป็นสาวกของเรา   ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา   พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ 20 สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้   นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป   จนกว่าจะสิ้นยุค” (มัทธิว 28:19–20)

These instructions specify that the church is responsible to teach Jesus’ word, make disciples, and baptize those disciples.

คำสั่งให้ปฎิบัติเหล่านี้กำหนดว่าคริสตจักรควรรับผิดชอบต่อพระบัญชาของพระเยซู โดยการสร้างสาวก และให้พวกเขารับบัพติสมา

These things are to be done everywhere (“all nations”) until “the very end of the age.” So, if for no other reason, baptism has importance because Jesus commanded it.
สิ่งเหล่านี้ต้องกระทำทุกแห่ง(ทุกชนชาติ) จนกว่า “ ถึงเวลาสิ้นยุค”  ดังนั้น ไม่มีเหตุผลอื่นใด บัพติสมามีความสำคัญเพราะพระเยซูได้ทรงบัญชาให้กระทำ

Baptism was practiced before the founding of the church. The Jews of ancient times would baptize proselytes to signify the converts’ “cleansed” nature. John the Baptist used baptism to prepare the way of the Lord, requiring everyone, not just Gentiles, to be baptized because everyone needs repentance.

พิธีรับบัพติสมากระทำก่อนการสถาปนาคริสตจักร  ชนชาติยิวในสมัยโบราณจะให้ผู้เปลี่ยนศาสนารับบัพติสมาเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นธรรมชาติที่ได้ชำระล้างแล้วของผู้กลับใจเชื่อ  ยอห์น แบพติสท์ได้ใช้พิธีบัพติสมาเพื่อเตรียมทางล่วงหน้าแก่พระเยซู  เรียกร้องให้ทุกคน  ไม่เพียงแต่คนนอกรีต ให้รับบัพติสมา เพราะทุกคนจำต้องสารภาพผิดและกลับใจใหม่

However, John’s baptism, signifying repentance, is not the same as Christian baptism, as seen in

อย่างไรก็ตาม  การที่ยอห์นทำพิธีบัพติสมา  แสดงให้เห็นความสำคัญของการกลับใจใหม่ ไม่ใช่เหมือนการรับบัพติสมาของคริสเตียนที่ปรากฏใน

Acts 18:24–26 24 Now a Jew named Apollos, a native of Alexandria, came to Ephesus. He was an eloquent man, competent in the Scriptures.

กิจการ 18:24-26 24 มียิวคนหนึ่งชื่ออปอลโล   เกิดในเมืองอเล็กซานเดรีย   เป็นคนมีโวหารดี   และชำนาญมากในทางพระคัมภีร์   ท่านมายังเมืองเอเฟซัส

25 He had been instructed in the way of the Lord. And being fervent in spirit, he spoke and taught accurately the things concerning Jesus, though he knew only the baptism of John.

25 อปอลโลคนนี้ได้รับการอบรมในทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า   และมีใจร้อนรนกล่าวสั่งสอนอย่างถูกต้องถึงเรื่องพระเยซู   ถึงแม้ท่านรู้แต่เพียงบัพติศมาของยอห์นเท่านั้น

26 He began to speak boldly in the synagogue, but when Priscilla and Aquila heard him, they took him and explained to him the way of God more accurately.

26 ท่านได้เข้าไปในธรรมศาลาสั่งสอนโดยใจกล้า   แต่เมื่อปริสสิลลากับอาควิลลาได้ฟังท่านแล้ว   เขาจึงรับท่านมาสั่งสอนให้รู้ทางของพระเจ้าให้ถูกต้องยิ่งขึ้น

Acts 19:1–7 1 And it happened that while Apollos was at Corinth, Paul passed through the inland country and came to Ephesus. There he found some disciples.

กิจการ 19:1-7  1 ขณะที่อปอลโลยังอยู่ในเมืองโครินธ์   เปาโลได้ไปตามที่ดอน   แล้วมายังเมืองเอเฟซัส   ท่านพบสาวกบางคนที่นั่น

2 And he said to them, “Did you receive the Holy Spirit when you believed?” And they said, “No, we have not even heard that there is a Holy Spirit.”

2 จึงถามเขาว่า   “เมื่อท่านทั้งหลายเชื่อนั้น   ท่านได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์หรือเปล่า”   เขาตอบว่า   “เปล่า   เรื่องพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นเราก็ยังไม่เคยได้ยินเลย”

3 And he said, “Into what then were you baptized?” They said, “Into John's baptism.”

3 เปาโลจึงถามเขาว่า   “ถ้าอย่างนั้นท่านได้รับบัพติศมาอันใดเล่า”   เขาตอบว่า   “บัพติศมาของยอห์น”

4 And Paul said, “John baptized with the baptism of repentance, telling the people to believe in the one who was to come after him, that is, Jesus.”

4 เปาโลจึงว่า   “ยอห์นให้รับบัพติศมาสำแดงถึงการกลับใจใหม่   แล้วบอกคนทั้งปวงให้เชื่อในพระองค์ผู้จะเสด็จมาภายหลังคือพระเยซู”

5 On hearing this, they were baptized in the name of the Lord Jesus.

5 เมื่อเขาได้ยินอย่างนั้น   เขาจึงรับบัพติศมาในพระนามของพระเยซูเจ้า

6 And when Paul had laid his hands on them, the Holy Spirit came on them, and they began speaking in tongues and prophesying.

6 เมื่อเปาโลได้วางมือบนเขาแล้ว   พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็เสด็จลงมาบนเขา   เขาจึงพูดภาษาแปลกๆและได้ทำนายด้วย

7 There were about twelve men in all.

7 คนเหล่านั้นมีประมาณสิบสองคน  

Christian baptism has a deeper significance.
บัพติสมาของคริสเตียนมีความสำคัญอย่างล้ำลึก
Baptism is to be done in the name of the Father, Son, and Spirit—this is what makes it “Christian” baptism.

พิธีบัพติสมาต้องกระทำในนามของพระบิดา     พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์  --นั่นคือพิธี                  บัพติสมาของคริสเตียน

It is through this ordinance that a person is admitted into the fellowship of the church.

โดยการที่บุคคลได้เข้าในพิธีศาสนานี้ คริสตจักรจึงยอมรับให้เขาได้เข้าร่วมสามัคคีธรรม

When we are saved, we are “baptized” by the Spirit into the Body of Christ, which is the church.

เมื่อเรารอดแล้ว  เราได้รับบัพติสมาโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้าในพระกายของพระคริสต์ซึ่งก็คือคริสตจักร                        

1 Corinthians 12:13 13 For in one Spirit we were all baptized into one body—Jews or Greeks, slaves or free—and all were made to drink of one Spirit.

1 โครินธ์ 12:1313 เพราะว่าถึงเราจะเป็นพวกยิว   หรือพวกกรีก   เป็นทาสหรือมิใช่ทาสก็ตาม   เราทั้งหลายได้รับบัพติศมาโดยพระวิญญาณองค์เดียวเข้าเป็นกายเดียวกัน   และพระวิญญาณองค์เดียวนั้นซาบซ่านอยู่  

Baptism by water is a “reenactment” of the baptism by the Spirit.
บัพติสมาในน้ำเป็นเครื่องหมายของการรับบัพติสมาโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์                          
Christian baptism is the means by which a person makes a public profession of faith and discipleship.

บัพติสมาของคริสเตียนเป็นทางซึ่งบุคคลหนึ่งประกาศความเชื่อต่อทสาธารณชนและเป็นสาวก

In the waters of baptism, a person says, wordlessly, “I confess faith in Christ; Jesus has cleansed my soul from sin, and I now have a new life of sanctification.”
พิธีบัพติสมาในน้ำ บุคคลหนึ่งกล่าวในใจว่า ” ฉันขอประกาศว่าฉันเชื่อในพระคริสต์  พระเยซูได้ทรงชำระจิตใจฉันพ้นจากบาป และเดี๋ยวนี้ฉันมีชีวิตใหม่ที่ได้ชำระให้บริสุทธิ์แล้ว”

Christian baptism illustrates, in dramatic style, the death, burial, and resurrection of Christ.

เป็นรูปแบบอันน่าทึ่งที่บัพติสมาของคริสเตียนแสดงให้เห็นภาพการสิ้นพระชนม์ การทรงถูกฝังและการฟื้นคืนพระชนม์ของพระคริสต์

At the same time, it also illustrates our death to sin and new life in Christ.

ในขณะเดียวกัน ก็ยังแสดงให้เห็นภาพการตายต่อบาปและมีชีวิตใหม่ในพระคริสต์

As the sinner confesses the Lord Jesus, he dies to sin and is raised to a brand-new life.

ในฐานะเป็นคนบาปที่สารภาพต่อองค์พระคริสต์  เขาตายต่อบาปและถูกยกขึ้นมีชีวิตใหม่

Romans โรม 6:11 11 So you also must consider yourselves dead to sin and alive to God in Christ Jesus.

11 เหมือนกันเช่นนั้นแหละ   ท่านทั้งหลายจงถือว่าท่านได้ตายต่อบาป   และมีชีวิตสนิทกับพระเจ้าในพระเยซูคริสต์  

Colossians โคโลสี 2:12 12 having been buried with Him in baptism, in which you were also raised with Him through faith in the powerful working of God, who raised Him from the dead.

12 และได้ถูกฝังไว้กับพระองค์ในพิธีบัพติศมาแล้ว   และในพิธีนั้นท่านได้ฟื้นขึ้นมาจากตายกับพระองค์ด้วย   โดยเชื่อในการกระทำของพระเจ้าผู้ได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมา

Being submerged in the water represents death to sin, and emerging from the water represents the cleansed, holy life that follows salvation.

โดยการดำลงมิดในน้ำเล็งถึงการตายต่อบาป และการโผล่ขึ้นมาจากน้ำเล็งถึงถึงชีวิตที่ทรงชำระแล้ว  ชีวิตที่บริสุทธิ์หลังจากได้รับความรอด

Romans โรม 6:4 4 We were buried therefore with Him by baptism into death, in order that, just as Christ was raised from the dead by the glory of the Father, we too might walk in newness of life.

4 เหตุฉะนั้น   เราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว   โดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในการตายนั้น   เพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายโดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว   เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือนกัน  

Very simply, baptism is an outward testimony of the inward change in a believer’s life. Christian baptism is an act of obedience to the Lord after salvation; although baptism is closely associated with salvation, it is not a requirement to be saved.

เป็นเรื่องง่ายๆ การรับบัพติสมาเป็นพยานชีวิตภายนอกของการเปลี่ยนแปลงภายในชีวิตผู้เชื่อใหม่                  บัพติสมาของคริสเตียนเป็นการเชื่อฟังกระทำตามพระเจ้าหลังจากรับความรอดแล้ว  แม้ว่าบัพติสมาจะเกี่ยวเนื่องกับการรับความรอด  มันไม่ใช่ข้อกำหนดให้ต้องปฏิบัติเพื่อจะได้รับความรอด


The Bible shows in many places that the order of events is 1) a person believes in the Lord Jesus and 2) he is baptized.

หลายตอนในพระคัมภีร์ชี้ให้เห็นเหตุการณ์ตามลำดับชั้นตอนคือ1)บุคคลหนึ่งมาเชื่อในองค์พระคริสต์ และ 2) เขาเข้ารับบัพติสมา                  

This sequence is seen in

ลำดับขั้นตอนนี้อ่านพบได้ใน

Acts กิจการ 2:41 41 So those who received his word were baptized, and there were added that day about three thousand souls.

41 คนทั้งหลายที่รับคำของเปโตรก็รับบัพติศมา   ในวันนั้นมีคนเข้าเป็นสาวกประมาณสามพันคน

Acts กิจการ 16:14–15 14 One who heard us was a woman named Lydia, from the city of Thyatira, a seller of purple goods, who was a worshiper of God. The Lord opened her heart to pay attention to what was said by Paul.

14 มีหญิงคนหนึ่งในพวกที่ฟังเรา ชื่อลิเดีย   มาจากเมืองธิยาทิรา   เป็นคนขายผ้าสีม่วง   เป็นคนที่ถือพระเจ้า   หญิงนั้นได้ฟังเรา   และพระเจ้าได้ทรงเปิดใจของเขาให้สนใจในถ้อยคำซึ่งเปาโลได้กล่าว

15 And after she was baptized, and her household as well, she urged us, saying, “If you have judged me to be faithful to the Lord, come to my house and stay.” And she prevailed upon us.

15 เมื่อหญิงคนนั้นกับทั้งครอบครัวของเขาได้รับบัพติศมาแล้ว   จึงอ้อนวอนเราว่า   “ถ้าท่านเห็นว่าข้าพเจ้าเป็นคนสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า   เชิญเข้ามาพักอาศัยในตึกของข้าพเจ้าเถิด”   และเขาได้วิงวอนจนเราขัดไม่ได้

A new believer in Jesus Christ should desire to be baptized as soon as possible.

ผู้เชื่อใหม่ในองค์พระคริสต์ควรปรารถนาที่จะรับบัพติสมาโดยเร็วเท่าที่เป็นไปได้

In Acts 8 Philip speaks “the good news about Jesus” to the Ethiopian eunuch, and, “as they traveled along the road, they came to some water and the eunuch said, ‘Look, here is water. What can stand in the way of my being baptized?’” (verses 35–36).

ในกิจการบทที่8 ฟิลิปเล่าถึง “ ข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซู” แก่ขันทีชาวเอิโอเปีย และ “  ขณะเดินทางไปตามถนน พวกเขามาพบแอ่งน้ำ ขันทีจึงเอ่ยว่า “ดูเถิด ที่นี่มีน้ำ มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมาเล่า?” ข้อ35-36

Right away, they stopped the chariot, and Philip baptized the man.
ทันทีทันใด พวกเขาหยุดรถม้า และ ฟิลิปได้ให้เขารับบัพติสมา
Baptism illustrates a believer’s identification with Christ’s death, burial, and resurrection.

บัพติสมาแสดงให้เห็นภาพผู้เชื่อสำแดงตนว่ามีความเชื่อในการสิ้นพระชนม์ การทรงถูกฝังและการฟื้นคืนพระชนม์ของพระคริสต์ 

Everywhere the gospel is preached, people are to be baptized

ทุกหนแห่งที่พระกิตติคุณถูกประกาศออกไป ประชาชนเข้ามารับบัพติสมา



www.gotquestions.org/Thai

Looking for a Wife and Baptism

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top