Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, March 20, 2015

 

Question: "Should a Christian take anti-depressants or other mental health medicines?"
คำถาม: "คริสเตียนควรใช้ยาต้านอาการซึมเศร้าหรือยารักษาสุขภาพจิตอื่น ๆไหม "

Answer: Panic attacks, anxiety disorders, phobias, and depression affect millions of people.

คำตอบ: อาการหวาดผวา  ความผิดปกติทางด้านวิตกกังวล    โรคกลัว และภาวะซึมเศร้าส่งผลกระทบต่อผู้คนหลายล้านคน

Although medical experts believe that many times the aforementioned ailments originate within a person’s psyche, there are times when a chemical imbalance is the cause—or times when a problem that began in the psyche has contributed to a chemical imbalance that now perpetuates the problem.

แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ทั้งหลายเชื่อว่า   หลาย ๆ ครั้งที่โรคดังที่กล่าวแล้วเกิดขึ้นจากภายในจิตสำนึกของคน     บ่อยครั้งเพราะความไม่สมดุลทางเคมีเป็นสาเหตุ  หรือหลายครั้งเมื่อปัญหาเริ่มขึ้นในจิตสำนึก มีส่วนทำให้เกิดความไม่สมดุลทางเคมี   ที่ตอนนี้เป็นปัญหาถาวร

If this is the case, medication is often prescribed to help counter the imbalance, which in turn treats the symptoms of the psychological ailment. Is this a sin? No.

ถ้าเป็นกรณีนี้   มักจะมีการกำหนดใช้ยาที่จะช่วยต่อต้านความไม่สมดุล   ซึ่งจะรักษาอาการของโรคที่ป่วยทางจิตตามลำดับ   สิ่งนี้เป็นบาปหรือไม่?   ไม่ใช่

God has allowed man to grow in his knowledge of medicine, which God often uses in the healing process.

พระเจ้าได้ทรงอนุญาตให้คนก้าวหน้ามีความรู้ทางการแพทย์ขึ้นเรื่อยๆ   ซึ่งพระเจ้ามักทรงใช้ในกระบวนการรักษา

Does God need man-made medicine in order to heal? Of course not!

พระเจ้าทรงต้องการยาที่มนุษย์ผลิตขึ้นเพื่อการรักษาหรือ  ไม่ใช่แน่นอน!

But God has chosen to allow the practice of medicine to progress, and there is no biblical reason not to avail ourselves of it.
แต่พระเจ้าได้ทรงเลือกที่จะยอมให้ปฏิบัติการด้านการแพทย์ก้าวหน้า    และไม่มีเหตุผลตามพระคัมภีร์ที่ห้ามไม่ให้เราเองใช้ประโยชน์จากการแพทย์

However, there is a fine line between using medicine for healing purposes and continual reliance upon medicine for daily living.

อย่างไรก็ตาม  มีเส้นบางๆแบ่งระหว่างการใช้ยาเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษา    และการพึ่งพายาอย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

We need to recognize God as the Great Physician, and know that He alone holds the power to truly heal.

เราต้องระลึกเสมอว่าพระเจ้าทรงเป็นแพทย์ผู้ประเสริฐ   และรู้ว่าพระองค์เท่านั้นที่ทรงมีฤทธิ์อำนาจในการรักษาอย่างแท้จริง

John ยอห์น 4:14 .14 but whoever drinks of the water that I will give him will never be thirsty forever. The water that I will give him will become in him a spring of water welling up to eternal life.”

14 แต่ผู้ที่ดื่มน้ำซึ่งเราจะให้แก่เขานั้น   จะไม่กระหายอีกเลย   น้ำซึ่งเราจะให้เขานั้น   จะบังเกิดเป็นบ่อน้ำพุในตัวเขาพลุ่งขึ้นถึงชีวิตนิรันดร์” 

We need to look to God first and foremost for our healing.

เราจำเป็นต้องเพ่งมองไปที่พระเจ้าก่อนสิ่งใดและสำคัญที่สุดสำหรับการรักษาของเรา

For example, medicine used to treat a case of panic attack should only be used to the extent that it allows the sufferer to deal with the root cause of fear.

ตัวอย่างเช่น  ยาที่ใช้รักษาอาการหวาดผวาเสียขวัญควรใช้ตามขนาดเฉพาะเท่านั้น   เพื่อที่จะช่วยให้ผู้ทนทุกข์จัดการกับสาเหตุของความหวาดกลัว

It should be used to give back control to the sufferer.

มันควรจะใช้เพื่อช่วยให้ผู้ทนทุกข์กลับมาควบคุมตนเองได้

However, many sufferers take medicine in order to avoid dealing with the true cause of their ailment; this would be denying responsibility, denying God’s healing, and possibly denying others the freedom of forgiveness or closure to some past event that could be contributing to the ailment.

อย่างไรก็ตาม ผู้ทนทุกข์มากมายใช้ยาเพื่อหลีกเลี่ยงการจัดการกับสาเหตุที่แท้จริงของโรคของเขา นี้จะเป็นการปฏิเสธความรับผิดชอบ      ปฏิเสธการรักษาของพระเจ้า    และอาจจะปฏิเสธสิ่งอื่น ๆ เรื่องเสรีภาพในการให้อภัย   หรือการปิดบังเหตุการณ์ในอดีตบางอย่างที่อาจมีส่วนทำให้เกิดการเจ็บป่วย

This, then, does become sin, as it is based on selfishness.
เช่นนั้นแล้วสิ่งนี้กลายเป็นบาป    เพราะมันมีพื้นฐานจากความเห็นแก่ตัว
By taking medicine on a limited basis in order to treat the symptoms, then relying upon the Word of God and wise counsel to enact transformation in one’s heart and mind, usually the need for the medicine will diminish.

โดยการใช้ยาบนหลักสำคัญที่จำกัดเพื่อที่จะรักษาอาการ    แล้วพึ่งพาพระวจนะของพระเจ้าและคำแนะนำปรึกษาที่ชาญฉลาด      ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในจิตใจและความคิดของคน   โดยปกติความจำเป็นที่จะต้องใช้ยาจะลดลงไป

It would seem there are some people whose bodies require long-term usage of anti-depressants in order to keep symptoms at bay.

มันดูเหมือนมีบางคนที่ร่างกายของเขาจำเป็นต้องใช้ยาต้านอาการซึมเศร้าเป็นระยะเวลานาน  เพื่อรักษาให้อาการของคนนั้นอยู่ในระยะปลอดภัย

Also, certain other psychological disorders, such as bipolar disorder and schizophrenia, require long-term pharmaceutical usage, much like insulin for diabetes.]

นอกจากนี้ ความผิดปกติทางจิตอื่น ๆ เช่น ความผิดปกติสองขั้วพร้อมกัน  และโรคจิตเภท   ต้องใช้ยาเป็นระยะเวลานาน    เหมือนอินซูลินสำหรับโรคเบาหวาน.]

The believer’s position in Christ is affirmed, and God brings healing into those troubled areas of the heart and mind which are causing the ailment.

ผู้เชื่อยืนหยัดมั่นคงแน่นอนในพระคริสต์   และพระเจ้าทรงนำการรักษาตรงตำแหน่งเหล่านั้นที่มีปัญหาด้านหัวใจและความนึกคิด   ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดโรค

For instance, when dealing with anxiety, we can look to what God’s Word has to say about fear and its place in a believer’s life.

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อต้องรับมือกับความวิตกกังวล   เราสามารถเพ่งมองไปที่พระวจนะของพระเจ้าที่กล่าวเกี่ยวกับความกลัวและแหล่งเกิดความกลัวในชีวิตของผู้เชื่อ

Reading through the following Scriptures and meditating on them can be a cure, as they give confidence and illuminate the truth of what being a child of God entails:

โดยอ่านข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้ตลอด  และใคร่ครวญพระคำว่าสามารถช่วยในการรักษา  เพราะพวกเขาให้ความเชื่อมั่นและส่องสว่างความจริงในสิ่งที่บุตรของพระเจ้าถ่ายทอดมา

Proverbs สุภาษิต 29:25 25 The fear of man lays a snare, but whoever trusts in the LORD is safe.

25 การกลัวคนวางบ่วงไว้   แต่บุคคลที่วางใจในพระเจ้าก็ปลอดภัย  

Matthew มัทธิว 6:34 34 “Therefore do not be anxious about tomorrow, for tomorrow will be anxious for itself. Sufficient for the day is its own trouble.

34 “เหตุฉะนั้นอย่ากระวนกระวายถึงพรุ่งนี้   เพราะว่าพรุ่งนี้คงมีการกระวนกระวายสำหรับพรุ่งนี้เอง   แต่ละวันก็มีทุกข์พออยู่แล้ว

John ยอห์น 8:32 32 and you will know the truth, and the truth will set you free.”

32 และท่านทั้งหลายจะรู้จักสัจจะ   และสัจจะจะทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไท”

Romansโรม 8:28–39 28 And we know that for those who love God all things work together for good, for those who are called according to his purpose.

28 เรารู้ว่า   พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์

29 For those whom He foreknew he also predestined to be conformed to the image of His Son, in order that he might be the firstborn among many brothers.

29 เพราะว่าผู้หนึ่งผู้ใดที่พระองค์ได้ทรงทราบอยู่แล้ว ผู้นั้นพระองค์ได้ทรงตั้งไว้ให้เป็นตามลักษณะพระฉาย   แห่งพระบุตรของพระองค์   เพื่อพระบุตรนั้นจะได้เป็นบุตรหัวปีท่ามกลางพวกพี่น้องเป็นอันมาก

30 And those whom he predestined he also called, and those whom he called he also justified, and those whom he justified he also glorified.

30 และบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงตั้งไว้นั้น   พระองค์ได้ทรงเรียกมาด้วย   และผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียกมานั้น   พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม   และผู้ที่พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม   พระองค์ก็ทรงโปรดให้มีศักดิ์ศรีด้วย  

31 What then shall we say to these things? If God is for us, who can be against us?

31 ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร   ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา   ใครจะขัดขวางเรา

32 He who did not spare his own Son but gave him up for us all, how will he not also with him graciously give us all things?

32 พระองค์ผู้มิได้ทรงหวงพระบุตรองค์เดียวของพระองค์   แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อประโยชน์แก่เรา   ถ้าเช่นนั้นพระองค์จะไม่ทรงโปรดประทานสิ่งสารพัดให้เราทั้งหลาย   ด้วยกันกับพระบุตรนั้นหรือ

33 Who shall bring any charge against God's elect? It is God who justifies.

33 ใครจะฟ้องคนเหล่านั้นที่พระเจ้าได้ทรงเลือกไว้   พระเจ้าทรงโปรดให้พ้นโทษแล้ว

34 Who is to condemn? Christ Jesus is the one who died—more than that, who was raised—who is at the right hand of God, who indeed is interceding for us.

34 ใครเล่าจะเป็นผู้ปรับโทษอีก   พระเยซูคริสต์น่ะหรือ   ผู้ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว   และยิ่งกว่านั้นอีกได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย   ทรงสถิต ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า   และทรงอธิษฐานขอเพื่อเราทั้งหลายด้วย

35 Who shall separate us from the love of Christ? Shall tribulation, or distress, or persecution, or famine, or nakedness, or danger, or sword?

35 แล้วใครจะให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระคริสต์ได้เล่า   จะเป็นความทุกข์   หรือความยากลำบาก   หรือการเคี่ยวเข็ญ   หรือการกันดารอาหาร   หรือการเปลือยกาย   หรือการถูกโพยภัย   หรือการถูกคมดาบหรือ

36 As it is written, “For your sake we are being killed all the day long; we are regarded as sheep to be slaughtered.”

36 ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า    เพราะเห็นแก่พระองค์   ข้าพระองค์จึงถูกประหารวันยังค่ำ  
  และนับว่าเป็นแกะสำหรับจะเอาไปฆ่า  

37 No, in all these things we are more than conquerors through him who loved us.

37 แต่ว่าในเหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านี้   เรามีชัยเหลือล้นโดยพระองค์ผู้ได้ทรงรักเราทั้งหลาย

38 For I am sure that neither death nor life, nor angels nor rulers, nor things present nor things to come, nor powers,

38 เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า   แม้ความตาย   หรือชีวิต   หรือบรรดาทูตสวรรค์   หรือเทพเจ้า   หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้   หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า   หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย

39 nor height nor depth, nor anything else in all creation, will be able to separate us from the love of God in Christ Jesus our Lord.

39 หรือซึ่งสูง   หรือซึ่งลึก   หรือสิ่งใดๆอื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น   จะไม่สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า   ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้

Romans โรม 12:1–2 1 I appeal to you therefore, brothers, by the mercies of God, to present your bodies as a living sacrifice, holy and acceptable to God, which is your spiritual worship.

1 พี่น้องทั้งหลาย   ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า   ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์   เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตอันบริสุทธิ์และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า   ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่านทั้งหลาย

2 Do not be conformed to this world, but be transformed by the renewal of your mind, that by testing you may discern what is the will of God, what is good and acceptable and perfect.

2 อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้   แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ   แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่   เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า   จะได้รู้ว่าอะไรดี   อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม  

1 Corinthians 1โครินธ์ 10:13 13 No temptation has overtaken you that is not common to man. God is faithful, and he will not let you be tempted beyond your ability, but with the temptation he will also provide the way of escape, that you may be able to endure it.

13 ไม่มีการทดลองใดๆเกิดขึ้นกับท่าน   นอกเหนือจากการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลาย   พระเจ้าทรงสัตย์ธรรม   พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้   และเมื่อท่านถูกทดลองนั้น   พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย   เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้  

2 Corinthians 2 โครินธ์ 10:5 5 We destroy arguments and every lofty opinion raised against the knowledge of God, and take every thought captive to obey Christ,

5 คือทำลายความคิดที่มีเหตุผลจอมปลอม   และทิฐิมานะทุกประการที่ตั้ง ตัวขึ้นขัดขวางความรู้ของพระเจ้า และน้อมนำความคิดทุกประการให้เข้าอยู่ใต้บังคับจนถึงรับฟังพระคริสต์

Philippians ฟีลิปปี 4:4–9 4 Rejoice in the Lord always; again I will say, Rejoice.

4 จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา   ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า   จงชื่นชมยินดีเถิด

5 Let your reasonableness be known to everyone. The Lord is at hand;

5 จงให้จิตใจที่อ่อนสุภาพของท่านประจักษ์แก่คนทั้งปวง   องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว

6 do not be anxious about anything, but in everything by prayer and supplication with thanksgiving let your requests be made known to God.

6 อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย   แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า   ด้วยการอธิษฐาน   การวิงวอนกับการขอบพระคุณ

7 And the peace of God, which surpasses all understanding, will guard your hearts and your minds in Christ Jesus.

7 แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจ   จะคุ้มครองจิตใจและความคิด ของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์

8 Finally, brothers, whatever is true, whatever is honorable, whatever is just, whatever is pure, whatever is lovely, whatever is commendable, if there is any excellence, if there is anything worthy of praise, think about these things.

8 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   ในที่สุดนี้ขอจงใคร่ครวญถึงสิ่งที่จริง   สิ่งที่น่านับถือ   สิ่งที่ยุติธรรม   สิ่งที่บริสุทธิ์   สิ่งที่น่ารัก   สิ่งที่ทรงคุณ   คือถ้ามีสิ่งใดที่ล้ำเลิศ   สิ่งใดที่ควรแก่การสรรเสริญ   ก็ขอจงใคร่ครวญดู

9 What you have learned and received and heard and seen in me—practice these things, and the God of peace will be with you.

9 จงกระทำทุกสิ่งที่ท่านได้เรียนรู้และได้รับไว้   ได้ยิน   และได้เห็นในข้าพเจ้าแล้ว   และพระเจ้าแห่งสันติสุขจะทรงสถิตกับท่าน

Colossians โคโลสี 3:1–2 1 If then you have been raised with Christ, seek the things that are above, where Christ is, seated at the right hand of God.

1 ถ้าท่านรับการทรงชุบให้เป็นขึ้นมาด้วยกันกับพระคริสต์แล้ว   ก็จงแสวงหาสิ่งซึ่งอยู่เบื้องบนในที่ซึ่งพระคริสต์ทรงสถิตอยู่   คือประทับข้างขวาของพระเจ้า

2 Set your minds on things that are above, not on things that are on earth.

2 จงเอาใจใส่สิ่งที่อยู่เบื้องบน   ไม่ใช่สิ่งซึ่งอยู่ที่แผ่นดินโลก

2 Timothy 2 ทิโมธี 1:6–8 6 For this reason I remind you to fan into flame the gift of God, which is in you through the laying on of my hands,

6 อันของประทานของพระเจ้าซึ่งมีอยู่ในท่าน   โดยที่ข้าพเจ้าได้เอามือวางบนท่านนั้น   ขอเตือนว่าท่านจงกระทำให้รุ่งเรืองขึ้น

7 for God gave us a spirit not of fear but of power and love and self-control. _

7 เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงประทานจิตที่ขลาดกลัวให้เรา   แต่ได้ทรงประทานจิตที่กอปรด้วยฤทธิ์   ความรัก   และการบังคับตนเองให้แก่เรา  

8 Therefore do not be ashamed of the testimony about our Lord, nor of me his prisoner, but share in suffering for the gospel by the power of God,

8 อย่าละอายที่จะเป็นพยานฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา   หรือฝ่ายตัวข้าพเจ้าที่ถูกจำจองอยู่เพราะเห็นแก่พระองค์   แต่จงมีส่วนในการยากลำบาก   เพื่อเห็นแก่ข่าวประเสริฐ   โดยอาศัยฤทธิ์เดชแห่งพระเจ้า

Hebrews ฮีบรู 13:5–6 5 Keep your life free from love of money, and be content with what you have, for he has said, “I will never leave you nor forsake you.”

5 ท่านจงอย่าเป็นคนเห็นแก่เงิน   จงพอใจในสิ่งที่ท่านมีอยู่   เพราะว่าพระองค์ได้ตรัสว่า   เราจะไม่ละท่าน หรือทอดทิ้งท่านเลย

6 So we can confidently say, “The Lord is my helper;  I will not fear; what can man do to me?”

6 เหตุฉะนั้นเราทั้งหลายอาจกล่าวด้วยใจเชื่อมั่นว่า    องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงเป็นพระผู้ช่วยของข้าพเจ้า   ข้าพเจ้าจะไม่กลัว  มนุษย์จะทำอะไรแก่ข้าพเจ้าได้เล่า  

James ยากอบ 1:2–4 2 Count it all joy, my brothers, when you meet trials of various kinds,

2 ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า   เมื่อท่านทั้งหลายประสบความทุกข์ยากลำบากต่างๆ   ก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี

3 for you know that the testing of your faith produces steadfastness.

3 เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า   การทดลองความเชื่อของท่านนั้น   ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง

4 And let steadfastness have its full effect, that you may be perfect and complete, lacking in nothing.

4 และจงให้ความมั่นคงนั้นบรรลุผลอันสมบูรณ์   เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนที่ดีพร้อม   มีคุณสมบัติครบถ้วน   ไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลย

1 Peter 1 เปโตร 5:7 7 casting all your anxieties on him, because he cares for you.

7 จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์   เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย

2 Peter 2 เปโตร 1:3–4 3 His divine power has granted to us all things that pertain to life and godliness, through the knowledge of him who called us to his own glory and excellence,

3 ด้วยเห็นแล้วว่า   ฤทธิ์เดชของพระองค์ได้ให้สิ่งสารพัดแก่เรา   ที่จะให้มีชีวิตและมีธรรม   โดยรู้จักพระองค์   ผู้ได้ทรงเรียกเราด้วยพระสิริและ ความล้ำเลิศของพระองค์

4 by which He has granted to us His precious and very great promises, so that through them you may become partakers of the divine nature, having escaped from the corruption that is in the world because of sinful desire.

4 พระองค์จึงได้ทรงประทานพระสัญญาอันประเสริฐและใหญ่ยิ่งแก่เรา   เพื่อว่าด้วยเหตุเหล่านี้   ท่านทั้งหลายจะพ้นจากความเสื่อมโทรม   ที่มีอยู่ในโลกนี้เพราะตัณหา   และจะได้รับส่วนในสภาพของพระองค์

1 John 1 ยอห์น 1:9 9 If we confess our sins, he is faithful and just to forgive us our sins and to cleanse us from all unrighteousness.

9 ถ้าเราสารภาพบาปของเรา   พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม   ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา   และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น

1 John  1 ยอห์น 4:18–19 18 There is no fear in love, but perfect love casts out fear. For fear has to do with punishment, and whoever fears has not been perfected in love.

18 ในความรักนั้นไม่มีความกลัว   แต่ความรักที่สมบูรณ์นั้นก็ได้ขจัดความกลัวเสีย   เพราะความกลัวเข้ากับการลงโทษและผู้ที่มีความกลัวก็ยังไม่มีความรักที่สมบูรณ์

19 We love because he first loved us.

19 เราทั้งหลายรัก   ก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน
God can heal supernaturally and miraculously. We should pray to that end.

พระเจ้าทรงสามารถรักษาได้อย่างเหนือธรรมชาติและอย่างน่าอัศจรรย์  เราควรจะอธิษฐานจนถึงที่สุด

God also heals through medicine and doctors.   We should pray to that end, as well.

พระเจ้ายังทรงเยียวยารักษาผ่านทางยาและแพทย์  เราควรจะอธิษฐานถึงที่สุดด้วยเช่นกัน

Regardless of which direction God takes, our ultimate trust must be in Him alone

โดยไม่คำนึงถึงทิศทางใดที่พระเจ้าจะนำไป   เราต้องไว้วางใจสูงสุดอยู่ในพระองค์เท่านั้น

Matthew มัทธิว 9:22 22 Jesus turned, and seeing her he said, “Take heart, daughter; your faith has made you well.” And instantly the woman was made well.

22 ฝ่ายพระเยซูทรงเหลียวหลังทอดพระเนตรเห็นเข้า   จึงตรัสว่า   “ลูกหญิงเอ๋ย   จงชื่นใจเถิด   ที่เจ้าหายโรคนั้นก็เพราะเจ้าเชื่อ”   นับตั้งแต่เวลานั้น   ผู้หญิงนั้นก็หายป่วยเป็นปกติ



www.gotquestions.org/Thai

Anti-depressants

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top