Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, March 25, 2015

 

Question: "Was Jesus a vegetarian? Should a Christian be a vegetarian?"
คำถาม: " พระเยซูทรงเป็นนักมังสวิรัติไหม   คริสเตียนควรเป็นนักมังสวิรัติไหม  "

Answer: Jesus was not a vegetarian.

คำตอบ: พระเยซูไม่ทรงเป็นนักมังสวิรัติ

The Bible records Jesus eating fish and lamb.

พระคัมภีร์บันทึกว่าพระเยซูทรงเสวยปลาและเนื้อแกะ

Luke ลูกา 24:42-43 42 They gave him a piece of broiled fish,

42 เขาก็เอาปลาย่างชิ้นหนึ่งมาถวายพระองค์

43 and He took it and ate before them.

43 พระองค์ทรงรับมาเสวยต่อหน้าเขาทั้งหลาย  

Luke ลูกา 22:8-15 8 So Jesus sent Peter and John, saying, “Go and prepare the Passover for us, that we may eat it.”

8 พระองค์จึงทรงใช้เปโตรและยอห์นไป   สั่งเขาว่า   “จงไปจัดเตรียมปัสกาให้เราทั้งหลายกิน”

9 They said to Him, “Where will You have us prepare it?”

9 เขาทูลถามพระองค์ว่า   “จะให้ข้าพระองค์จัดเตรียมที่ไหน”

10 He said to them, “Behold, when you have entered the city, a man carrying a jar of water will meet you. Follow him into the house that he enters

10 พระองค์ตรัสตอบเขาว่า   “ดูเถิด   เมื่อท่านจะเข้าไปในกรุง   ก็จะมีชายคนหนึ่งทูนหม้อน้ำมาพบท่าน   เขาจะเข้าในเรือนไหน   จงตามเขาไปในเรือนนั้น

11 and tell the master of the house, ‘The Teacher says to you, Where is the guest room, where I may eat the Passover with my disciples?’

11 จงพูดกับเจ้าของเรือนว่า   'พระอาจารย์ให้ถามท่านว่า   “ห้องที่เราจะกินปัสกากับ เหล่าสาวกของเราได้นั้นอยู่ที่ไหน” '

12 And he will show you a large upper room furnished; prepare it there.”

12 เจ้าของเรือนจะชี้ให้ท่านเห็นห้องใหญ่ชั้นบนที่ตกแต่งไว้แล้ว   ที่นั่นแหละจงจัดเตรียมไว้เถิด”

13 And they went and found it just as he had told them, and they prepared the Passover.

13 เขาทั้งสองจึงไปและพบเหมือนคำที่พระองค์ได้ตรัสแก่เขา   แล้วได้จัดเตรียมปัสกาไว้พร้อม  

14 And when the hour came, he reclined at table, and the apostles with him.

14 เมื่อถึงเวลา   พระองค์ทรงเอนพระกายเสวยพร้อมกับอัครทูต

15 And He said to them, “I have earnestly desired to eat this Passover with you before I suffer.

15 พระองค์ตรัสกับเขาว่า “เรามีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะกินปัสกานี้กับพวกท่าน ก่อนเราจะต้องทนทุกข์ทรมาน

Jesus miraculously fed the crowds fish and bread, a strange thing for Him to do if He was a vegetarian.

พระเยซูทรงทำการอัศจรรย์เลี้ยงฝูงชนมากมายด้วยปลาและขนมปัง  มันคงเป็นการกระทำที่ประหลาดสำหรับพระองค์ถ้าทรงเป็นนักมังสวิรัติ

Matthew มัทธิว 14:17-21 17 They said to Him, “We have only five loaves here and two fish.”

17 พวกสาวกจึงทูลพระองค์ว่า   “ที่นี่พวกข้าพระองค์มีแต่ขนมปังเพียงห้าก้อนกับปลาสองตัวเท่านั้น”

18 And He said, “Bring them here to Me.”

18 พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า   “เอาอาหารนั้นมาให้เราเถิด”

19 Then He ordered the crowds to sit down on the grass, and taking the five loaves and the two fish, He looked up to heaven and said a blessing. Then He broke the loaves and gave them to the disciples, and the disciples gave them to the crowds.

19 แล้วพระองค์ทรงสั่งให้คนเหล่านั้นนั่งลงที่หญ้า เมื่อทรงรับขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวนั้นแล้ว   ก็แหงนพระพักตร์ดูฟ้าสวรรค์   ถวายคำสาธุการ   และหักส่งให้เหล่าสาวก   เหล่าสาวกก็แจกให้คนทั้งปวง

20 And they all ate and were satisfied. And they took up twelve baskets full of the broken pieces left over.

20 เขาได้กินอิ่มทุกคน   ส่วนเศษอาหารที่ยังเหลือนั้น   เขาเก็บไว้ได้ถึงสิบสองกระบุงเต็ม

21 And those who ate were about five thousand men, besides women and children.

21 ฝ่ายคนที่ได้รับประทานอาหารนั้นมีผู้ชายประมาณห้าพันคน   มิได้นับผู้หญิงและเด็ก

In a vision to the apostle Peter, Jesus declared all foods to be clean, including animals.

ในนิมิตที่สำแดงแก่อัครทูตเปโตร  พระเยซูทรงประกาศว่าอาหารทุกอย่างทรงชำระสะอาด  รวมทั้งพวกสัตว์

Acts กิจการ 10:10-15 10 And he became hungry and wanted something to eat, but while they were preparing it, he fell into a trance

10 ก็หิวอยากจะรับประทานอาหาร   แต่ในระหว่างที่เขายังจัดอาหารอยู่   เปโตรก็เข้าสู่ภวังค์

11 and saw the heavens opened and something like a great sheet descending, being let down by its four corners upon the earth.

11 และได้เห็นท้องฟ้าแหวกออกเป็นช่อง   มีอะไรอย่างหนึ่งเหมือนผ้าผืนใหญ่   ทั้งสี่มุมหย่อนลงมายังพื้นโลก

12 In it were all kinds of animals and reptiles and birds of the air.

12 ในนั้นมีสัตว์ทุกอย่าง   คือสัตว์ที่เดิน   ที่เลื้อยคลาน   และที่บิน

13 And there came a voice to him: “Rise, Peter; kill and eat.”

13 มีพระสุรเสียงมาว่าแก่ท่านว่า   “เปโตรเอ๋ย   จงลุกขึ้นฆ่ากินเถิด”

14 But Peter said, “By no means, Lord; for I have never eaten anything that is common or unclean.”

14 ฝ่ายเปโตรจึงทูลว่า   “มิได้ พระเจ้าข้า เพราะว่าสิ่งซึ่งเป็นของต้องห้าม  หรือของมลทินนั้น  ข้าพระองค์ไม่เคยรับประทานเลย”

15 And the voice came to him again a second time, “What God has made clean, do not call common.”

15 แล้วจึงมีพระสุรเสียงเป็นครั้งที่สองว่าแก่ท่านว่า  ซึ่งพระเจ้าได้ทรงชำระแล้วอย่าว่าเป็นของต้อง ห้าม”

After the flood in Noah's time, God gave humanity permission to eat meat.

หลังจากที่น้ำท่วมโลกสมัยโนอาห์  พระเจ้าทรงอนุญาตให้มนุษยชาติกินเนื้อ

Genesis ปฐมกาล 9:2-3 2 The fear of you and the dread of you shall be upon every beast of the earth and upon every bird of the heavens, upon everything that creeps on the ground and all the fish of the sea. Into your hand they are delivered.

2 บรรดาสัตว์บนแผ่นดิน   บรรดานกในอากาศ   บรรดาสัตว์ที่เลื้อยคลานอยู่บนแผ่นดิน และปลาทั้งสิ้นในทะเลจะกลัวพวกเจ้า   เรามอบสัตว์ทั้งปวงไว้ในมือของพวกเจ้า

3 Every moving thing that lives shall be food for you. And as I gave you the green plants, I give you everything.

3 ทุกสิ่งที่มีชีวิตเคลื่อนไหวไปมาจะเป็นอาหารของเจ้า   เราจะยกของทุกอย่างให้แก่เจ้า   ดังที่เรายกต้นผักเขียวสดให้แก่เจ้าแล้ว

God has never rescinded this permission.

พระเจ้าไม่ได้ทรงล้มเลิกการอนุญาตนี้

With that said, there is nothing wrong with a Christian being a vegetarian.

กับคำที่กล่าวว่า   ไม่เป็นการผิดเลยหากคริสเตียนเป็นนักมังสวิรัติ

The Bible does not command us to eat meat.

พระคัมภีร์ไม่ได้สั่งให้เรากินเนื้อ

There is nothing wrong with abstaining from eating meat.

ไม่เป็นการผิดอะไรหากละเว้นจากการกินเนื้อสัตว์

What the Bible does say is that we should not force our convictions about this issue on other people or judge them by what they eat or do not eat.

สิ่งที่พระคัมภีร์ได้บอกก็คือว่า     เราไม่ควรใช้ความเชื่อของเราตัดสินเรื่องนี้กับคนอื่น ๆ ว่าทำผิด หรือตัดสินพวกเขาจากสิ่งที่พวกเขากินหรือไม่กิน

Romans โรม 14:2-3 2 One person believes he may eat anything, while the weak person eats only vegetables.

2 คนหนึ่งถือว่าจะกินอะไรก็ได้ทั้งนั้น   แต่คนที่มีความเชื่อน้อยก็กินแต่ผักเท่านั้น

3 Let not the one who eats despise the one who abstains, and let not the one who abstains pass judgment on the one who eats, for God has welcomed him.

3 อย่าให้คนที่กินนั้นดูหมิ่นคนที่ไม่ได้กิน   และอย่าให้คนที่มิได้กินกล่าวโทษคนที่ได้กิน   เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงโปรดรับเขาไว้แล้ว

Again, God gave humanity permission to eat meat after the flood (Genesis 9:3).

อีกครั้ง   พระเจ้าทรงอนุญาตให้มนุษย์กินเนื้อภายหลังน้ำท่วมโลก (ปฐมกาล 9: 3)

In the Old Testament law, the nation of Israel was commanded not to eat certain foods, but there was never a command against eating meat.

ในบทบัญญํติสมัยพันธสัญญาเดิม ชนชาติอิสราเอลได้รับคำสั่งไม่ให้กินอาหารบางอย่าง แต่ไม่เคยมีคำสั่งห้ามการกินเนื้อสัตว์

Leviticus เลวีนิติ 11:1-47 1 And the LORD spoke to Moses and Aaron, saying to them,

1 พระเจ้าตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า

2 “Speak to the people of Israel, saying, These are the living things that you may eat among all the animals that are on the earth.

2 “จงกล่าวแก่คนอิสราเอลว่า   ต่อไปนี้เป็นสัตว์ที่มีชีวิตในบรรดาสัตว์ในโลก   ซึ่งเจ้าจะรับประทานได้

3 Whatever parts the hoof and is cloven-footed and chews the cud, among the animals, you may eat.

3 บรรดาสัตว์ที่แยกกีบและมีกีบผ่า   และสัตว์เคี้ยวเอื้องเจ้ารับประทานได้

4 Nevertheless, among those that chew the cud or part the hoof, you shall not eat these: The camel, because it chews the cud but does not part the hoof, is unclean to you.

4 อย่างไรก็ตาม   สัตว์ต่อไปนี้ที่เคี้ยวเอื้องหรือแยกกีบ   เจ้าก็อย่ารับประทานอูฐ   เพราะมันเคี้ยวเอื้องแต่ไม่แยกกีบ   เป็นสัตว์มลทินแก่เจ้า

5 And the rock badger, because it chews the cud but does not part the hoof, is unclean to you.

5 ตัวกระจงผา เพราะว่ามันเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องแต่ไม่แยกกีบ   เป็นสัตว์มลทินแก่เจ้า

6 And the hare, because it chews the cud but does not part the hoof, is unclean to you.

6 กระต่าย เพราะว่ามันเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง แต่ไม่แยกกีบ   เป็นสัตว์มลทินแก่เจ้า

7 And the pig, because it parts the hoof and is cloven-footed but does not chew the cud, is unclean to you.

7 หมู เพราะมันเป็นสัตว์แยกกีบและมีกีบผ่าแต่ไม่เคี้ยวเอื้อง   จึงเป็นสัตว์มลทินแก่เจ้า

8 You shall not eat any of their flesh, and you shall not touch their carcasses; they are unclean to you.

8 อย่ารับประทานเนื้อของสัตว์เหล่านี้เลย   และเจ้าอย่าแตะต้องซากของมัน มันเป็นของมลทินแก่เจ้า  

9 “These you may eat, of all that are in the waters. Everything in the waters that has fins and scales, whether in the seas or in the rivers, you may eat.

9 “สัตว์ที่อยู่ในน้ำทั้งหมดเหล่านี้เจ้ารับประทานได้   ของทุกอย่างซึ่งอยู่ในน้ำที่มีครีบและมีเกล็ด   จะอยู่ในทะเลหรือในแม่น้ำก็ตามเจ้ารับประทานได้

10 But anything in the seas or the rivers that has not fins and scales, of the swarming creatures in the waters and of the living creatures that are in the waters, is detestable to you.

10 แต่ของทุกอย่างซึ่งอยู่ในน้ำไม่มีครีบและเกล็ด   จะเป็นสัตว์เล็กๆในน้ำ   หรือสัตว์ที่มีชีวิตในน้ำ เป็นสัตว์ที่พึงรังเกียจแก่เจ้า

11 You shall regard them as detestable; you shall not eat any of their flesh, and you shall detest their carcasses.

11 ให้คงเป็นสัตว์ที่พึงรังเกียจแก่เจ้า   เนื้อมันก็ดีเจ้าอย่ารับประทาน และซากของมันก็ดีเจ้าพึงรังเกียจ

12 Everything in the waters that has not fins and scales is detestable to you.

12 ของทุกอย่างซึ่งอยู่ในน้ำไม่มีครีบและเกล็ด   เป็นของพึงรังเกียจแก่เจ้า  

13 “And these you shall detest among the birds; they shall not be eaten; they are detestable: the eagle, the bearded vulture, the black vulture,

13 “ต่อไปนี้เป็นนกซึ่งเจ้าพึงรังเกียจ   เจ้าอย่ารับประทาน   มันเป็นสัตว์ที่พึงรังเกียจ   คือ  นกอินทรี  นกแร้ง  นกออก

14 the kite, the falcon of any kind,

14 นกเหยี่ยวหางยาว เหยี่ยวดำตามชนิดของมัน

15 every raven of any kind,

15 นกแกตามชนิดของมัน

16 the ostrich, the nighthawk, the sea gull, the hawk of any kind,

16 นกกระจอกเทศ นกเค้าโมง   นกนางนวล เหยี่ยวนกเขาตามชนิดของมัน

17 the little owl, the cormorant, the short-eared owl,

17 นกเค้าแมว นกอ้ายงั่ว นกทึดทือ

18 the barn owl, the tawny owl, the carrion vulture,

18 นกอีโก้ง นกกระทุง นกแร้ง

19 the stork, the heron of any kind, the hoopoe, and the bat.

19 นกกระสาดำ นกกระสาตามชนิดของมัน นกหัวขวาน   และค้างคาว  

20 “All winged insects that go on all fours are detestable to you.

20 “แมลงมีปีกซึ่งคลานสี่ขา เป็นสัตว์ที่พึงรังเกียจแก่เจ้า

21 Yet among the winged insects that go on all fours you may eat those that have jointed legs above their feet, with which to hop on the ground.

21 แต่ในบรรดาแมลงมีปีกที่คลานสี่ขานี้   เจ้าจะรับประทานจำพวกที่มีขาพับใช้กระโดดไปบนดินได้

22 Of them you may eat: the locust of any kind, the bald locust of any kind, the cricket of any kind, and the grasshopper of any kind.

22 ในจำพวกแมลงต่อไปนี้เจ้ารับประทานได้   ตั๊กแตนตามชนิดของมัน   จิ้งหรีดโกร่งตามชนิดของมัน   จักจั่นตามชนิดของมัน    และตั๊กแตนโมตามชนิดของมัน

23 But all other winged insects that have four feet are detestable to you.

23 แต่แมลงมีปีกอย่างอื่นซึ่งมีสี่ขา   เป็นสัตว์ที่พึงรังเกียจแก่เจ้า  

24 “And by these you shall become unclean. Whoever touches their carcass shall be unclean until the evening,

24 “สิ่งเหล่านั้นจะกระทำให้เจ้ามลทินได้   คือผู้หนึ่งผู้ใดแตะต้องซากของ มันจะต้องมลทินไปถึงเวลาเย็น

25 and whoever carries any part of their carcass shall wash his clothes and be unclean until the evening.

25 ผู้ใดถือซากสัตว์ส่วนใดๆไป   ต้องซักเสื้อผ้าของตน   และมลทินไปจนถึงเวลาเย็น

26 Every animal that parts the hoof but is not cloven-footed or does not chew the cud is unclean to you. Everyone who touches them shall be unclean.

26 สัตว์แยกกีบแต่ไม่มีกีบผ่าไม่เคี้ยวเอื้อง   เป็นสัตว์มลทินแก่เจ้า   ผู้ใดแตะต้องสัตว์เหล่านี้จะมลทิน

27 And all that walk on their paws, among the animals that go on all fours, are unclean to you. Whoever touches their carcass shall be unclean until the evening,

27 ในบรรดาสัตว์สี่เท้าทุกอย่างซึ่งเดินด้วยขยุ้มเท้า   เป็นสัตว์มลทินแก่เจ้า   ผู้ใดแตะต้องซากสัตว์นี้จะต้องมลทินไปถึงเวลาเย็น

28 and he who carries their carcass shall wash his clothes and be unclean until the evening; they are unclean to you.

28 ผู้ใดนำซากมันไปจะต้องซักเสื้อผ้าของตน   และมลทินไปจนถึงเวลาเย็น   เป็นสัตว์มลทินแก่เจ้า  

29 “And these are unclean to you among the swarming things that swarm on the ground: the mole rat, the mouse, the great lizard of any kind,

29 “ในบรรดาสัตว์เล็กๆซึ่งมีมากบนดินชนิดต่อไปนี้   เป็นสัตว์มลทินแก่เจ้า   คือ  อีเห็น   หนู   เหี้ย  ตามชนิดของมัน

30 the gecko, the monitor lizard, the lizard, the sand lizard, and the chameleon.

30 จิ้งจก จะกวด แย้ จิ้งเหลน   และกิ้งก่า

31 These are unclean to you among all that swarm. Whoever touches them when they are dead shall be unclean until the evening.

31 ในบรรดาสัตว์เล็กๆที่มีมากชนิดเหล่านี้   เป็นมลทินแก่เจ้า   ผู้ใดแตะต้องเมื่อมันตายแล้ว   ผู้นั้นจะมลทินไปถึงเวลาเย็น

32 And anything on which any of them falls when they are dead shall be unclean, whether it is an article of wood or a garment or a skin or a sack, any article that is used for any purpose. It must be put into water, and it shall be unclean until the evening; then it shall be clean.

32 และเมื่อมันตายตกทับสิ่งใดสิ่งนั้นก็เป็นมลทิน   ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นไม้   หรือเสื้อผ้า หรือหนังสัตว์ หรือกระสอบ หรือภาชนะใดๆ   ที่ใช้เพื่อประโยชน์อย่างใดจะต้องแช่น้ำ   และจะมลทินไปจนถึงเวลาเย็น   ต่อไปก็นับว่าสะอาดได้

33 And if any of them falls into any earthenware vessel, all that is in it shall be unclean, and you shall break it.

33 และถ้ามันตกลงไปในภาชนะดิน   สิ่งที่อยู่ในภาชนะนั้นจะมลทิน   จงทุบภาชนะนั้นเสีย

34 Any food in it that could be eaten, on which water comes, shall be unclean. And all drink that could be drunk from every such vessel shall be unclean.

34 อาหารในภาชนะนั้นที่รับประทานได้ซึ่งมีน้ำปนอยู่   ก็เป็นมลทิน   และน้ำดื่มทั้งสิ้นซึ่งจะดื่มได้จากภาชนะอย่างนี้จะมลทิน

35 And everything on which any part of their carcass falls shall be unclean. Whether oven or stove, it shall be broken in pieces. They are unclean and shall remain unclean for you.

35 ถ้าส่วนใดของซากสัตว์ตกใส่สิ่งใดๆ   สิ่งนั้นๆก็มลทิน ไม่ว่าเป็นเตาอบหรือเตา   ต้องทุบเสีย เป็นมลทิน และเป็นของมลทินแก่เจ้า

36 Nevertheless, a spring or a cistern holding water shall be clean, but whoever touches a carcass in them shall be unclean.

36 อย่างไรก็ตาม   น้ำพุหรือน้ำในแอ่งเก็บน้ำเป็นของสะอาด   แต่สิ่งใดที่แตะต้องซากสัตว์นั้น   จะมลทิน

37 And if any part of their carcass falls upon any seed grain that is to be sown, it is clean,

37 ถ้าส่วนใดของซากตกใส่เมล็ดพืชที่ใช้หว่าน   พืชนั้นนับว่าสะอาด

38 but if water is put on the seed and any part of their carcass falls on it, it is unclean to you.

38 ถ้าเทน้ำใส่พืชนั้น และซากสัตว์ส่วนใดตกใส่พืชนั้น   ก็เป็นมลทินแก่เจ้า  

39 “And if any animal which you may eat dies, whoever touches its carcass shall be unclean until the evening,

39 “ถ้าสัตว์ซึ่งเจ้าจะรับประทานได้นั้นตายเอง   ผู้ที่แตะต้องซากสัตว์นั้นจะมลทินไปจนถึงเวลาเย็น

40 and whoever eats of its carcass shall wash his clothes and be unclean until the evening. And whoever carries the carcass shall wash his clothes and be unclean until the evening.

40 และผู้ใดที่รับประทานซาก นั้นจะต้องซักเสื้อผ้าของเขาเสีย   และเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น   ผู้ใดที่จับถือซากนั้นไปก็ต้องซักเสื้อผ้าของตน   และเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น  

41 “Every swarming thing that swarms on the ground is detestable; it shall not be eaten.

41 “บรรดาสัตว์เลื้อยคลานที่ไปเป็นฝูงๆ   บนแผ่นดินเป็นสิ่งพึงรังเกียจอย่ารับประทาน

42 Whatever goes on its belly, and whatever goes on all fours, or whatever has many feet, any swarming thing that swarms on the ground, you shall not eat, for they are detestable.

42 สิ่งใดที่เลื้อยไปด้วยท้อง   หรือสิ่งที่เดินสี่ขา หรือสิ่งที่มีหลายขา   ทุกสิ่งที่คลานไปบนแผ่นดินเจ้าอย่ารับประทาน   เพราะเป็นสิ่งพึงรังเกียจแก่เจ้า

43 You shall not make yourselves detestable with any swarming thing that swarms, and you shall not defile yourselves with them, and become unclean through them.

43 เจ้าอย่ากระทำให้ตัวเองเป็นที่พึงรังเกียจ ด้วยสัตว์เลื้อยคลานใดๆ   อย่าทำตัวให้เป็นมลทินไปด้วยสิ่งเหล่านี้เลย   เกรงว่าเจ้าจะไม่สะอาดไปด้วย

44 For I am the LORD your God. Consecrate yourselves therefore, and be holy, for I am holy. You shall not defile yourselves with any swarming thing that crawls on the ground.

44 เพราะเราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า   จงชำระตัวไว้ให้บริสุทธิ์เพราะเรา บริสุทธิ์   เจ้าอย่าทำตัวให้เป็นมลทินไปด้วยสัตว์เล็กๆ   ที่มีมากซึ่งคลานไปบนดิน

45 For I am the LORD who brought you up out of the land of Egypt to be your God. You shall therefore be holy, for I am holy.”

45 เพราะเราคือพระเจ้าผู้นำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์   เพื่อเป็นพระเจ้าของเจ้า   เพราะฉะนั้นเจ้าจึงต้องบริสุทธิ์ เพราะเราบริสุทธิ์”  

46 This is the law about beast and bird and every living creature that moves through the waters and every creature that swarms on the ground,

46 เหล่านี้เป็นกฎกล่าวถึงเรื่องสัตว์และนก   และสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวไปมาในน้ำ   และสัตว์ทุกชนิดที่เลื้อยคลานบนแผ่นดิน

47 to make a distinction between the unclean and the clean and between the living creature that may be eaten and the living creature that may not be eaten.

47 เพื่อให้สังเกตความแตกต่างระหว่าง สิ่งที่เป็นมลทินและสิ่งที่สะอาด   และระหว่างสิ่งที่มีชีวิตรับประทานได้   และสัตว์มีชีวิตที่รับประทานไม่ได้

Jesus declared all foods, including all kinds of meat, to be clean.

พระเยซูทรงประกาศว่า อาหารทุกอย่าง รวมทั้งเนื้อทุกชนิดว่าต้องชำระให้สะอาด

Mark มาระโก 7:18-19 18 And He said to them, “Then are you also without understanding? Do you not see that whatever goes into a person from outside cannot defile him,

18 พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า   “ถึงท่านทั้งหลายก็ยังไม่เข้าใจหรือ   ท่านยังไม่เห็นหรือว่า   สิ่งใดๆแต่ภายนอกที่เข้าไปภายในมนุษย์   จะกระทำให้มนุษย์เป็นมลทินไม่ได้

19 since it enters not his heart but his stomach, and is expelled?” (Thus he declared all foods clean.)

19 เพราะว่าสิ่งนั้นมิได้เข้าในใจ   แต่ลงไปในท้องแล้วก็ถ่ายออกลงส้วมไป”   (ที่ทรงสอนอย่างนี้ก็เป็นการประกาศว่า   อาหารทุกอย่างปราศจากมลทิน)

As with anything, each Christian should pray for guidance as to what God would have him/her eat. Whatever we decide to eat is acceptable to God as long as we thank Him for providing it.

เช่นเดียวกับสิ่งแต่ละคริสเตียนควรอธิษฐานเพื่อขอคำแนะนำเป็นสิ่งที่พระเจ้าจะมีเขา / เธอกิน สิ่งที่เราตัดสินใจที่จะกินเป็นที่ยอมรับของพระเจ้าตราบใดที่เราขอบคุณเขาสำหรับการให้มัน

1 Thessalonians 1 เธสะโลนิกา 5:18 18 give thanks in all circumstances; for this is the will of God in Christ Jesus for you.

18 จงขอบพระคุณในทุกกรณี   เพราะนี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า   ซึ่งปรากฏอยู่ในพระเยซูคริสต์เพื่อท่านทั้งหลาย

1 Corinthians 1โครินธ์ 10:31 31 So, whether you eat or drink, or whatever you do, do all to the glory of God.

31 เหตุฉะนั้นเมื่อท่านจะรับประทานจะดื่ม   หรือจะทำอะไรก็ตาม   จงกระทำเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

www.gotquestions.org/Thai

Vegetarian

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top