Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, March 6, 2015

 

Question: "What is Heaven like?"
คำถาม: สวรรค์เหมือนอะไร

Answer: Heaven is a real place described in the Bible.

คำตอบ: สวรรค์เป็นสถานที่มีจริงตามที่บรรยายในพระคัมภีร์

The word “heaven” is found 276 times in the New Testament alone.

เราพบคำว่า “สวรรค์” 276 ครั้งเฉพาะในพันธสัญญาใหม่

Scripture refers to three heavens.

พระคัมภีร์บอกว่าสวรรค์มีสามแห่ง

The apostle Paul was “caught up to the third heaven,” but he was prohibited from revealing what he experienced there.

อัครทูตเปาโลถูก “ กักตัวในสวรรค์ที่สาม” แต่เขาถูกสั่งห้ามไม่ให้เปิดเผยว่าเขาได้ไปอยู่ที่นั่น

2 Corinthians 2โครินธ์12:1-9 1 I must go on boasting. Though there is nothing to be gained by it, I will go on to visions and revelations of the Lord.

1 ข้าพเจ้าจำจะต้องอวด   ถึงแม้จะไม่มีประโยชน์อะไร   แต่ข้าพเจ้าจะเล่าต่อไป   ถึงนิมิตและการสำแดงซึ่งมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า

2 I know a man in Christ who fourteen years ago was caught up to the third heaven—whether in the body or out of the body I do not know, God knows.

2 ข้าพเจ้าได้รู้จักชายคนหนึ่งผู้เลื่อมใสในพระคริสต์สิบสี่ปีมาแล้ว   เขาถูกรับขึ้นไปยังสวรรค์ชั้นที่สาม   (แต่จะไปทั้งกายหรือไปโดยไม่มีกายข้าพเจ้าไม่รู้   พระเจ้าทรงทราบ)

3 And I know that this man was caught up into paradise—whether in the body or out of the body I do not know, God knows—

3 ข้าพเจ้าทราบ   (แต่จะไปทั้งกายหรือไม่มีกายข้าพเจ้าไม่รู้   พระเจ้าทรงทราบ)   ว่าคนนั้นถูกรับขึ้นไปยังเมืองบรมสุขเกษม

4 and he heard things that cannot be told, which man may not utter.

4 และได้ยินวาจาซึ่งจะพูดเป็นคำไม่ได้   และมนุษย์จะออกเสียงก็ต้องห้าม

5 On behalf of this man I will boast, but on my own behalf I will not boast, except of my weaknesses.

5 สำหรับชายคนนั้นข้าพเจ้าอวดได้   แต่สำหรับตัวข้าพเจ้าเอง   ข้าพเจ้าจะไม่อวดเลย   นอกจากจะอวดถึงเรื่องการอ่อนแอของข้าพเจ้า

6 Though if I should wish to boast, I would not be a fool, for I would be speaking the truth. But I refrain from it, so that no one may think more of me than he sees in me or hears from me.

6 เพราะถึงแม้ว่าข้าพเจ้าอยากจะอวดข้าพเจ้าก็ไม่ใช่คนเขลา   เพราะข้าพเจ้าพูดตามความจริง   แต่ข้าพเจ้าระงับไว้   ก็เพราะเกรงว่า   บางคนจะยกข้าพเจ้าเกินกว่าที่เขาได้รู้จากการเห็นและฟังข้าพเจ้า

7 So to keep me from being too elated by the surpassing greatness of the revelations, a thorn was given me in the flesh, a messenger of Satan to harass me, to keep me from being too elated.

7 และเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวจนเกินไป   เนื่องจากที่ได้เห็นการสำแดงมากมายนั้น   ก็ทรงให้มีหนามใหญ่ในเนื้อของข้าพเจ้า   หนามนั้นเป็นทูตของซาตานคอยทุบตีข้าพเจ้าเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวเกินไป

8 Three times I pleaded with the Lord about this, that it should leave me.

8 เรื่องหนามใหญ่นั้น   ข้าพเจ้าวิงวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าถึงสามครั้ง   เพื่อขอให้มันหลุดไปจากข้าพเจ้า

9 But he said to me, “My grace is sufficient for you, for my power is made perfect in weakness.” Therefore I will boast all the more gladly of my weaknesses, so that the power of Christ may rest upon me.

9 แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า   “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว   เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน   เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น”   เหตุฉะนั้น   ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า   เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า
If a third heaven exists, there must also be two other heavens.

ถ้าสวรรค์มีสามแห่งจริง  ต้องมีสวรรค์อีกสองแห่งอีก

The first is most frequently referred to in the Old Testament as the “sky” or the “firmament.”

แห่งแรกมักกล่าวถึงบ่อยๆในพันธสัญญาเดิมว่าเป็น “ท้องฟ้า” หรือ “นภากาศ”

This is the heaven that contains clouds, the area that birds fly through.

นี่คือสวรรค์ที่เต็มไปด้วยก้อนเมฆ ชั้นอากาศที่นกบินร่อนไปทั่ว

The second heaven is interstellar/outer space, which is the abode of the stars, planets, and other celestial objects.

สวรรค์แห่งที่สองอยู่ระหว่างดวงดาว / อวกาศชั้นนอก  ซึ่งเป็นที่อยู่ของดวงดาว ดาวเคราะห์ต่างๆและวัตถุต่างๆในสวรรค์

Genesis ปฐมกาล 1:14-18 14 And God said, “Let there be lights in the expanse of the heavens to separate the day from the night. And let them be for signs and for seasons, and for days and years,

14 พระเจ้าตรัสว่า “จงมีดวงสว่างบนฟ้า เพื่อแยกวันออกจากคืน   ให้ดวงสว่างเป็นหมายกำหนดฤดู   วัน ปี

15 and let them be lights in the expanse of the heavens to give light upon the earth.” And it was so.

15 และให้เป็นดวงสว่างบนฟ้า เพื่อส่องสว่างบนแผ่นดิน”   ก็เป็นดังนั้น

16 And God made the two great lights—the greater light to rule the day and the lesser light to rule the night—and the stars.

16 พระเจ้าได้ทรงสร้างดวงสว่างขนาดใหญ่ไว้สองดวง   ให้ดวงใหญ่ครองวัน ดวงเล็กครองคืน   พระองค์ทรงสร้างดวงดาวต่างๆด้วย

17 And God set them in the expanse of the heavens to give light on the earth,

17 พระเจ้าทรงตั้งดวงสว่างเหล่านี้ไว้บนฟ้า   ให้ส่องสว่างบนแผ่นดิน

18 to rule over the day and over the night, and to separate the light from the darkness. And God saw that it was good.

18 ให้ครองวันและคืน และแยกความสว่างออกจากความมืด   พระเจ้าทรงเห็นว่าดี
The third heaven, the location of which is not revealed, is the dwelling place of God.

สวรรค์ชั้นที่สาม   สถานที่ซึ่งไม่เปิดเผย เป็นที่ประทับของพระเจ้า

Jesus promised to prepare a place for true Christians in heaven.

พรเยซูทรงสัญญาว่าทรงจัดเตรียมที่ในสวรรค์สำหรับคริสเตียนแท้

John ยอห์น 14:2 2 In my Father's house are many rooms. If it were not so, would I have told you that I go to prepare a place for you?

2 ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก   ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว   เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย

Heaven is also the destination of Old Testament saints who died trusting God's promise of the Redeemer.

สวรรค์เป็นจุดหมายปลายทางของสิทธิชนทั้งหลายในพันธสัญญาเดิม  ผู้ได้ตายโดยเชื่อวางใจในพระสัญญาของพระเจ้าพระผู้ไถ่

Ephesians เอเฟซัส 4:8 8 Therefore it says, “When He ascended on high He led a host of captives,

and He gave gifts to men.”

8 เหตุฉะนั้นจึงมีพระวจนะว่า   ครั้นพระองค์เสด็จขึ้นไปสู่ที่สูง พระองค์ ก็ทรงนำพวกเชลยไป   และประทานของประทานแก่มนุษย์  

Whoever believes in Christ shall never perish but have eternal life

ใครก็ตามที่เชื่อในพระคริสต์จะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์

John ยอห์น 3:16 16 “For God so loved the world, that he gave his only Son, that whoever believes in him should not perish but have eternal life.

16 เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก   จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์   เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ   แต่มีชีวิตนิรันดร์

The apostle John was privileged to see and report on the heavenly city.

อัครสาวกยอห์นได้รับสิทธิพิเศษให้เห็นนิมิตและรายงานเรื่องราวเกี่ยวกับสวรรค์

Revelation วิวรณ์ 21:10-27 10 And he carried me away in the Spirit to a great, high mountain, and showed me the holy city Jerusalem coming down out of heaven from God,

10 ท่านได้นำข้าพเจ้าโดยพระวิญญาณขึ้นไปบนภูเขาสูงใหญ่   และได้สำแดงให้ข้าพเจ้าเห็นนครบริสุทธิ์คือเยรูซาเล็ม   ซึ่งกำลังลอยลงมาจากสวรรค์และจากพระเจ้า

11 having the glory of God, its radiance like a most rare jewel, like a jasper, clear as crystal.

11 นครนั้นประกอบด้วยพระสิริของพระเจ้า   ใสสว่างดุจแก้วมณีอันหาค่ามิได้   เช่นเดียวกับแก้วมณีโชติอันสุกใสและเป็นผลึก

12 It had a great, high wall, with twelve gates, and at the gates twelve angels, and on the gates the names of the twelve tribes of the sons of Israel were inscribed—

12 นครนั้นมีกำแพงสูงใหญ่   มีประตูสิบสองประตู   และที่ประตูมีทูตสวรรค์สิบสององค์   และที่ประตูนั้นจารึกเป็นชื่อเผ่าของพวกอิสราเอลสิบสองเผ่า

13 on the east three gates, on the north three gates, on the south three gates, and on the west three gates.

13 ทางด้านตะวันออกมีสามประตู   ทางด้านเหนือมีสามประตู   ทางด้านใต้มีสามประตูและทางด้านตะวันตกมีสามประตู

14 And the wall of the city had twelve foundations, and on them were the twelve names of the twelve apostles of the Lamb.

14 และกำแพงนครนั้นมีฐานศิลาสิบสองฐาน   และที่ฐานศิลานั้นจารึกชื่ออัครทูตสิบสองคนของพระเมษโปดก  

15 And the one who spoke with me had a measuring rod of gold to measure the city and its gates and walls.

15 ทูตสวรรค์องค์ที่พูดกับข้าพเจ้านั้นถือไม้วัดทองคำเพื่อจะวัดนคร   และวัดประตู   และกำแพงของนครนั้น

16 The city lies foursquare; its length the same as its width. And he measured the city with his rod, 12,000 stadia. Its length and width and height are equal.

16 นครนั้นเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวเท่ากัน   และท่านเอาไม้วัดนครนั้นได้สองพันกว่ากิโลเมตรกว้างยาวและสูงเท่ากัน

17 He also measured its wall, 144 cubits by human measurement, which is also an angel's measurement.

17 ท่านวัดกำแพงนครนั้นได้ร้อยสี่สิบสี่ศอกตามมาตราวัดของมนุษย์   ซึ่งเหมือนกันกับของทูตสวรรค์

18 The wall was built of jasper, while the city was pure gold, clear as glass.

18 กำแพงนครนั้นก่อด้วยแก้วมณีโชติ   และนครนั้นสร้างด้วยทองคำเนื้อบริสุทธิ์สุกใสดุจแก้ว

19 The foundations of the wall of the city were adorned with every kind of jewel. The first was jasper, the second sapphire, the third agate, the fourth emerald,

19 ฐานของกำแพงนครนั้นประดับด้วยเพชรนิลจินดาทุกชนิด ฐานที่หนึ่งเป็นแก้วมณีโชติ ที่สองไพฑูรย์ ที่สามโมรา ที่สี่มรกต

20 the fifth onyx, the sixth carnelian, the seventh chrysolite, the eighth beryl, the ninth topaz, the tenth chrysoprase, the eleventh jacinth, the twelfth amethyst.

20 ที่ห้าโกเมน   ที่หกทับทิม   ที่เจ็ดบุษราคัมน้ำแก่   ที่แปดเพทาย   ที่เก้าบุษราคัมน้ำอ่อน   ที่สิบหยก   ที่สิบเอ็ดนิล   ที่สิบสองเป็นพลอยสีม่วง

21 And the twelve gates were twelve pearls, each of the gates made of a single pearl, and the street of the city was pure gold, transparent as glass.

21 ประตูทั้งสิบสองประตูนั้นทำด้วยไข่มุกสิบสองเม็ด   ประตูละเม็ด   และถนนในนครนั้นเป็นทองคำบริสุทธิ์   ใสราวกับแก้ว  

22 And I saw no temple in the city, for its temple is the Lord God the Almighty and the Lamb.

22 ข้าพเจ้าไม่เห็นมีพระวิหารในนครนั้นเลย   เพราะพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด   และพระเมษโปดกทรงเป็นพระวิหารในนครนั้น

23 And the city has no need of sun or moon to shine on it, for the glory of God gives it light, and its lamp is the Lamb.

23 นครนั้นไม่ต้องการแสงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์   เพราะว่าพระสิริของพระเจ้าเป็นแสงสว่างของนครนั้น   และพระเมษโปดกทรงเป็นดวงประทีปของนครนั้น

24 By its light will the nations walk, and the kings of the earth will bring their glory into it,

24 บรรดาประชาชาติจะเดินไปในท่ามกลางแสงสว่างของนครนั้น   และบรรดากษัตริย์ในแผ่นดินโลกจะนำศักดิ์ศรีของตนเข้ามาในนครนั้น

25 and its gates will never be shut by day—and there will be no night there.

25 ประตูนครทุกประตูจะไม่ปิดเลยในเวลากลางวัน   และจะไม่มีเวลากลางคืนในนครนั้นเลย

26 They will bring into it the glory and the honor of the nations.

26 และคนทั้งหลายจะนำศักดิ์ศรีและเกียรติของบรรดาประชาชาติเข้ามาในนครนั้น

27 But nothing unclean will ever enter it, nor anyone who does what is detestable or false, but only those who are written in the Lamb's book of life.

27 สิ่งใดที่เป็นมลทิน   หรือผู้ใดที่ประพฤติเป็นที่น่าสะอิดสะเอียน   หรือพูดมุสาจะเข้าไปในนครไม่ได้เลย   เฉพาะคนที่มีชื่อจดไว้ในหนังสือชีวิตของพระเมษโปดกเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้

John witnessed that heaven (the new earth) possesses the “glory of God”

ยอห์นได้เป็นพยานว่าสวรรค์(โลกใหม่)  จะรื้อฟื้นคืนสู่ ”พระสิริของพระเจ้า”

The very presence of God.

การทรงปรากฏอยู่ของพระเจ้า

Because heaven has no night and the Lord Himself is the light, the sun and moon are no longer needed.

เพราะสวรรค์ไม่มีกลางคืน และองค์พระเจ้าเองทรงเป็นความสว่าง  ไม่จำเป็นต้องมีดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อีกต่อไปเลย

Revelation วิวรณ์ 22:5 5 And night will be no more. They will need no light of lamp or sun, for the Lord God will be their light, and they will reign forever and ever.

5 กลางคืนจะไม่มีอีกต่อไป   เขาไม่ต้องการแสงตะเกียงหรือแสงอาทิตย์   เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเป็นแสงสว่างของเขา   และเขาจะครอบครองอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์

The city is filled with the brilliance of costly stones and crystal clear jasper.

เมืองเต็มไปด้วยแสงสีงดงามสว่างจ้าของเพชรนิลจินดาอัญมณีที่ล้ำค่า

Heaven has twelve gates and twelve foundations.

สวรรค์มีสิบสองประตูและมีสิบสองฐาน

The paradise of the Garden of Eden is restored: the river of the water of life flows freely and the tree of life is available once again, yielding fruit monthly with leaves that “heal the nations”

สวรรค์แห่งสวนเอเดนฟื้นคืนกลับมา   แม่น้ำแห่งชีวิตไหลอย่างเสรีและกลับมีต้นไม้แห่งชีวิตอีกครั้งหนึ่ง   ออกผลทุกเดือนพร้อมกับมีกิ่งก้านสาขาซึ่ง” รักษาประชาชาติให้หาย”

Revelation วิวรณ์ 22:1-2 1 Then the angel showed me the river of the water of life, bright as crystal, flowing from the throne of God and of the Lamb

1 ท่านได้ชี้ให้ข้าพเจ้าดูแม่น้ำที่มีน้ำแห่งชีวิต   ใสเหมือนแก้วไหลมาจากพระที่นั่งของพระเจ้า   และพระที่นั่งของพระเมษโปดก

2 through the middle of the street of the city; also, on either side of the river, the tree of life with its twelve kinds of fruit, yielding its fruit each month. The leaves of the tree were for the healing of the nations.

2 ไหลไปตามกลางถนนในนครนั้น   และริมแม่น้ำทั้งสองฟากมีต้นไม้แห่งชีวิต   ซึ่งออกผลสิบสองชนิด ออกผลทุกๆเดือนและใบของต้นไม้นั้นสำหรับรักษาบรรดาประชาชาติให้หาย

However eloquent John was in his description of heaven, the reality of heaven is beyond the ability of finite man to describe.

อย่างไรก็ตาม ยอห์นใช้สำนวนโวหารบรรยายเรื่องสวรรค์  ความจริงเรื่องสวรรค์อยู่เหนือความสามารถของมนุษย์ที่จะบรรยายได้

1 Corinthians 1โครินธ์ 2:9 9 But, as it is written, “What no eye has seen, nor ear heard,

nor the heart of man imagined, what God has prepared for those who love him”—

9 ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า   สิ่งที่ตาไม่เห็นหูไม่ได้ยิน    และสิ่งที่มนุษย์คิดไม่ถึง   คือสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับคนที่รักพระองค์  

Heaven is a place of “no mores.

สวรรค์เป็นสถานที่แห่งความ “ไม่อีกต่อไป”

There will be no more tears, no more pain, and no more sorrow.

ไม่มีน้ำตาอีกต่อไป ไม่มีความเจ็บปวดอีกต่อไป ไม่มีความเศร้าโศกอีกต่อไป

Revelation วิวรณ์ 21:4 4 He will wipe away every tear from their eyes, and death shall be no more, neither shall there be mourning nor crying nor pain anymore, for the former things have passed away.”

4 พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆหยดจากตาของเขา   ความตายจะไม่มีอีกต่อไป   การคร่ำครวญ   การร้องไห้   และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป   เพราะยุคเดิมนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว”  

There will be no more separation, because death will be conquered.

ไม่มีการแยกจากกันอีกต่อไป เพราะความตายถูกพิชิตแล้ว

Revelation วิวรณ์ 20:6 6 Blessed and holy is the one who shares in the first resurrection! Over such the second death has no power, but they will be priests of God and of Christ, and they will reign with him for a thousand years.

6 ผู้ใดที่ได้มีส่วนในการฟื้นจากความตายครั้งแรกก็เป็นสุขและบริสุทธิ์   ความตายครั้งที่สองจะไม่มีอำนาจเหนือคนเหล่านั้น   แต่เขาจะเป็นปุโรหิตของพระเจ้าและของพระคริสต์   และจะครอบครองร่วมกับพระองค์ตลอดเวลาพันปี  

The best thing about heaven is the presence of our Lord and Savior.

สิ่งดีที่สุดสำหรับสวรรค์คือการทรงประทับอยู่ของพระเจ้าผู้ช่วยให้รอดของเรา

1 John  1 ยอห์น 3:2 2 Beloved, we are God's children now, and what we will be has not yet appeared; but we know that when he appears we shall be like him, because we shall see him as he is.

2 ท่านที่รักทั้งหลาย   บัดนี้เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า   และยังไม่ปรากฏว่าต่อไปเบื้องหน้านั้นเราจะเป็นอย่างไร   แต่เรารู้ว่าเมื่อพระองค์จะเสด็จมาปรากฏนั้น   เราทั้งหลายจะเป็นเหมือนพระองค์   เพราะว่าเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็นอยู่นั้น

We will be face to face with the Lamb of God who loved us and sacrificed Himself so that we can enjoy His presence in heaven for eternity.

เราจะปรากฏอยู่ต่อพระพักตร์พระเมษโปดกผู้ทรงรักเราและยอมพลีพระชนม์เพื่อเรา  เพื่อว่าเราสามารถเข้าเฝ้าต่อพระพักตร์พระองค์ด้วยความชื่นบานในสวรรค์นิรันดร์

Question: "Is gluttony a sin? What does the Bible say about overeating?"
ความตะกละเป็นบาปหรือ พระคัมภีร์กล่าวว่าอย่างไรเกี่ยวกับการกินดื่มมากเกินไป


Answer: Gluttony seems to be a sin that Christians like to ignore.

ดูเหมือนว่าการกินดื่มมากเกินไปมักเป็นบาปที่คริสเตียนเพิกเฉยละเลยไป

We are often quick to label smoking and drinking as sins, but for some reason gluttony is accepted or at least tolerated.

เรามักจะตื่นในเรื่องการสูบบุหรี่และการดื่มเหล้าว่าเป็นความบาป แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างความตะกละเป็นที่ยอมรับได้หรืออย่างน้อยที่สุดก็ทนได้

Many of the arguments used against smoking and drinking, such as health and addiction, apply equally to overeating.

หลายความคิดเห็นที่ต่อต้านการสูบบุหรี่และการดื่มเหล้า  รับว่าพอๆ กับเป็นความตะกละ เช่นสุขภาพและการติดยาเสพติด

Many believers would not even consider having a glass of wine or smoking a cigarette but have no qualms about gorging themselves at the dinner table.

ผู้เชื่อมากมายจะไม่ยอมรับเรื่องการดื่มไวน์หรือสูบบุหรี่  แต่ไม่กระวนกระวายใจในการที่พวกเขาตะกละที่โต๊ะอาหารเย็น

This should not be!
ไม่ควรเป็นเช่นนี้
Proverbs สุภาษิต 23:20-21 20 Be not among drunkards or among gluttonous eaters of meat,

20 อย่าอยู่ท่ามกลางคนดื่มเหล้าองุ่น   หรือท่ามกลางคนตะกละที่กินเนื้อ  

21 for the drunkard and the glutton will come to poverty, and slumber will clothe them with rags.

21 เพราะคนขี้เมาและคนตะกละจะมาถึงความยากจน    และความง่วงเหงาจะเอาผ้าขี้ริ้ว
ห่มคนนั้น  

Proverbs สุภาษิต 28:7 7 The one who keeps the law is a son with understanding, but a companion of gluttons shames his father.

7 บุคคลที่รักษาบัญญัติเป็นบุตรชายที่ฉลาด   แต่เพื่อนของคนตะกละนำความอับอายมาถึงบิดาเขา   

Proverbs สุภาษิต 23:2 2 and put a knife to your throat if you are given to appetite.

2 ถ้าเจ้าเป็นคนตะกละ เจ้าจงจ่อมีดไว้ที่คอของเจ้า  

Physical appetites are an analogy of our ability to control ourselves.

ความอยากอาหารทางร่างกายเป็นการเปรียบเหมือนกับความสามารถในการควบคุมตนเอง

If we are unable to control our eating habits, we are probably also unable to control other habits, such as those of the mind (lust, covetousness, anger) and unable to keep our mouths from gossip or strife.

ถ้าเราไม่สามารถควบคุมนิสัยการกินของเราเอง  บางทีเราอาจจะไม่สามารถควบคุมนิสัยอื่นได้  เช่นบรรดาคนที่มีจิตใจ (ตัณหา ความโลภ ความโกรธ) และไม่สามารถควบคุมปากไม่ให้นินทาหรือทะเลาะเบาะแว้ง

We are not to let our appetites control us, but we are to have control over our appetites.

เราต้องไม่ยอมให้ความอยากอาหารควบคุมเรา  แต่เราต้องควบคุมความอยากอาหารของเรา

Deuteronomy เฉลยธรรมบัญญัติ 21:20 20 and they shall say to the elders of his city, ‘This our son is stubborn and rebellious; he will not obey our voice; he is a glutton and a drunkard.’

20 และเขาจะพูดกับพวกผู้ใหญ่ของเมืองนั้นว่า'บุตรชายของเราคนนี้เป็นคนดื้อดึงและไม่อยู่ในโอวาท   ไม่เชื่อฟังเสียงเราเป็นคนตะกละและขี้เมา'

Proverbs สุภาษิต 23:2 2 and put a knife to your throat if you are given to appetite.

2 ถ้าเจ้าเป็นคนตะกละ   เจ้าจงจ่อมีดไว้ที่คอของเจ้า  

2 Peter 2 เปโตร 1:5-7 5 For this very reason, make every effort to supplement your faith with virtue, and virtue with knowledge,

5 เพราะเหตุนี้เอง   ท่านจงอุตส่าห์จนสุดกำลังที่จะเอาคุณธรรมเพิ่มความเชื่อ เอาความรู้เพิ่มคุณธรรม

6 and knowledge with self-control, and self-control with steadfastness, and steadfastness with godliness,

6 เอาความเหนี่ยวรั้งตนเพิ่มความรู้   เอาขันตีเพิ่มความเหนี่ยวรั้งตน   และเอาธรรมเพิ่มขันตี

7 and godliness with brotherly affection, and brotherly affection with love.

7 เอาความรักฉันพี่น้องเพิ่มธรรม   และเอาความรักคนทั่วไปเพิ่มความรักฉันพี่น้อง

2 Timothy 2 ทิโมธี 3:1-9 1 But understand this, that in the last days there will come times of difficulty.

1 แต่จงเข้าใจข้อนี้   คือว่าในสมัยจะสิ้นยุคนั้น   จะเกิดเหตุการณ์กลียุค

2 For people will be lovers of self, lovers of money, proud, arrogant, abusive, disobedient to their parents, ungrateful, unholy,

2 เพราะมนุษย์จะเห็นแก่ตัว   เห็นแก่เงิน   เย่อหยิ่ง   ยโส   ชอบด่าว่า   ไม่เชื่อฟังคำบิดามารดา   อกตัญญู   ไร้ศีลธรรม

3 heartless, unappeasable, slanderous, without self-control, brutal, not loving good,

3 ไร้มนุษยธรรม   ไม่ให้อภัยกัน   ใส่ร้ายกัน   ไม่ยับยั้งชั่งใจ   ดุร้าย   เกลียดชังความดี

4 treacherous, reckless, swollen with conceit, lovers of pleasure rather than lovers of God,

4 ทรยศ   มุทะลุ   หัวสูง   รักความสนุกยิ่งกว่ารักพระเจ้า

5 having the appearance of godliness, but denying its power. Avoid such people.

5 ถือศาสนาแต่เปลือกนอก   ส่วนแก่นแท้ของศาสนาเขาไม่ยอมรับ   คนเช่นนั้นท่านอย่าคบ

6 For among them are those who creep into households and capture weak women, burdened with sins and led astray by various passions,

6 เพราะในบรรดาคนเหล่านั้น   มีคนที่แอบไปตามบ้าน   แล้วลวงหญิงที่เบาปัญญาหนาด้วยบาป   และหลงใหลไปด้วยตัณหาต่างๆไปเป็นเชลย

7 always learning and never able to arrive at a knowledge of the truth.

7 หญิงพวกนี้จะฟังทุกคนที่พูด   แต่ไม่อาจที่จะเข้าถึงหลักแห่งความจริงได้เลย

8 Just as Jannes and Jambres opposed Moses, so these men also oppose the truth, men corrupted in mind and disqualified regarding the faith.

8 ยันเนสกับยัมเบรส์ได้ต่อต้านโมเสสฉันใด   คนเหล่านี้ก็ต่อต้านความจริงฉันนั้น   เขาเป็นคนใจทราม   และในเรื่องความเชื่อนั้นเขาใช้ไม่ได้เลย

9 But they will not get very far, for their folly will be plain to all, as was that of those two men.

9 แต่เขาจะไปได้ไม่กี่น้ำ   เพราะความโง่ของเขาจะปรากฏแก่คนทั้งปวง   เช่นเดียวกับความโง่ของชายสองคนนั้น

2 Corinthians 2โครินธ์ 10:5 5 We destroy arguments and every lofty opinion raised against the knowledge of God, and take every thought captive to obey Christ,

5 คือทำลายความคิดที่มีเหตุผลจอมปลอม และทิฐิมานะทุกประการที่ตั้งตัวขึ้นขัดขวางความรู้ของ

พระเจ้า   และน้อมนำความคิดทุกประการให้เข้าอยู่ใต้บังคับจนถึงรับฟังพระคริสต์

The ability to say “no” to anything in excess—self-control—is one of the fruits of the Spirit common to all believers.

ความสามารถกล่าวคำว่า “ไม่” ต่อสิ่งใดในปริมาณมากเกินไป—การควบคุมตนเอง--เป็นหนึ่งในผลของพระวิญญาณที่รู้กันทั่วไปในผู้เชื่อทุกคน

Galatians กาลาเทีย 5:22 22 But the fruit of the Spirit is love, joy, peace, patience, kindness, goodness, faithfulness,

22 ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น   คือความรัก   ความปลาบปลื้มใจ   สันติสุข   ความอดกลั้นใจ   ความปรานี   ความดี   ความสัตย์ซื่อ

God has blessed us by filling the earth with foods that are delicious, nutritious, and pleasurable.

พระเจ้าทรงอวยพรเราโดยทรงประทานให้โลกมีอาหารที่อร่อย ๆ  เป็นที่บำรุงสุขภาพ และเป็นที่น่าพอใจ

We should honor God's creation by enjoying these foods and by eating them in appropriate quantities.

เราควรถวายเกียรติแด่สรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างโดยชื่นชมอาหารเหล่านี้ และควรกินมันในปริมาณที่เหมาะสม

God calls us to control our appetites, rather than allowing them to control us.

พระเจ้าทรงตรัสเรียกเราให้รู้จักควบคุมการกินอาหาร  ไม่ใช่ยอมให้อาหารมาควบคุมเรา

www.gotquestions.org/Thai


 

Heaven

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top