Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, April 12, 2015

 

Question: "What does the Bible say about patience?"
คำถาม: "พระคัมภีร์พูดว่าอย่างไรเกี่ยวกับความอดทน"


Answer: When everything is going our way, patience is easy to demonstrate.

คำตอบ: เมื่อทุกอย่างกำลังไปได้ดีในชีวิตของเรา  เป็นการง่ายที่จะสำแดงความอดทน

The true test of patience comes when our rights are violated—when another car cuts us off in traffic; when we are treated unfairly; when our coworker derides our faith, again.

บททดสอบที่แท้จริงของความอดทนมาถึงเมื่อเราถูกละเมิดสิทธิ   --เมื่อรถคันอื่นวิ่งตัดให้เราหยุดการจราจรบนถนน   เมื่อเราได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม  เมื่อเพื่อนร่วมงานของเราดูถูกเยาะเย้ยความเชื่อของเราอีกครั้ง

Some people think they have a right to get upset in the face of irritations and trials.

บางคนคิดว่าพวกเขามีสิทธิที่จะอารมณ์เสียเวลาเผชิญการกวนประสาทและการทดลอง

Impatience seems like a holy anger.

ความไม่อดทนคล้ายกับความโกรธที่น่านับถือ

The Bible, however, praises patience as a fruit of the Spirit which should be produced for all followers of Christ.

อย่างไรก็ตาม พระคัมภีร์ยกย่องความอดทนว่าเป็นผลของพระวิญญาณ  ซึ่งควรจะเกิดผลในสาวกของพระเยซูคริสต์ทุกคน

Galatians กาลาเทีย 5:22-23 22But the fruit of the Spirit is love, joy, peace, patience, kindness, goodness, faithfulness,

22ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น   คือความรัก   ความปลาบปลื้มใจ   สันติสุข   ความอดกลั้นใจ   ความปรานี   ความดี   ความสัตย์ซื่อ

23gentleness, self-control; against such things there is no law.

23ความสุภาพอ่อนน้อม   การรู้จักบังคับตน   เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย

1 Thessalonians 1 เธสะโลนิกา 5:14 14And we urge you, brothers, admonish the idle, encourage the fainthearted, help the weak, be patient with them all.

14และพี่น้องทั้งหลาย   เราขอวิงวอนพวกท่านให้ตักเตือนคนที่เกียจคร้าน   หนุนน้ำใจผู้ที่ท้อใจ   ชูกำลังคนที่อ่อนกำลัง   และมีใจอดเอาเบาสู้ต่อคนทั้งปวง

Patience reveals our faith in God’s timing, omnipotence, and love.
ความอดทนสำแดงความเชื่อของเราในเวลาของพระเจ้า  ความมีฤทธิ์อำนาจทั้งสิ้นและความรัก
Although most people consider patience to be a passive waiting or gentle tolerance, most of the Greek words translated “patience” in the New Testament are active, robust words.

แม้ว่าคนส่วนใหญ่คิดว่าความอดทนเป็นการรอคอยไปเรื่อย ๆ หรือความอดทนแบบอ่อนโยน  คำภาษากรีกส่วนใหญ่แปล "ความอดทนอดกลั้น" ในพันธสัญญาใหม่เป็นคำพูดที่เอาจริงเอาจังมุ่งมั่น

Hebrews ฮีบรู 12:1 1Therefore, since we are surrounded by so great a cloud of witnesses, let us also lay aside every weight, and sin which clings so closely, and let us run with endurance the race that is set before us,

1เหตุฉะนั้นเมื่อเรามีพยานพรั่งพร้อมอยู่รอบข้างเช่นนี้แล้ว   ก็ขอให้เราละทิ้งทุกอย่างที่ถ่วงอยู่   และบาปที่เกาะแน่น   ขอให้เราวิ่งแข่งด้วยความเพียรพยายาม   ตามที่ได้กำหนดไว้สำหรับเรา

Does one run a race by passively waiting for slow-pokes or gently tolerating cheaters? Certainly not!

คนวิ่งแข่งโดยทนรอไปเฉยๆ เพื่อค่อยๆ เสียบช้าๆ   หรือค่อย ๆ ทนคนขี้โกงอย่างสุภาพหรือ  ไม่ใช่แน่นอน!

The word translated “patience” in this verse means “endurance.”

คำที่แปล "ความอดทนอดกลั้น" ในข้อนี้หมายถึง "ความอดทนนาน".

A Christian runs the race patiently by persevering through difficulties.

คริสเตียนวิ่งแข่งขันอย่างอดทนอดกลั้นโดยเพียรพยายามผ่านความยากลำบาก

In the Bible, patience is persevering towards a goal, enduring trials, or expectantly waiting for a promise to be fulfilled.
ในพระคัมภีร์ ความอดทนอดกลั้น คือความอดทนเพียรพยายามไปสู่เป้าหมาย    อดทนต่อการทดลอง   หรือรออย่างมีความหวังเพื่อให้พระสัญญาสำเร็จครบถ้วน

Patience does not develop overnight.

ความอดทนอดกลั้นไม่ได้พัฒนาแค่ชั่วข้ามคืน

God’s power and goodness are crucial to the development of patience.

ฤทธิ์อำนาจและความดีงามของพระเจ้ามีความสำคัญต่อการพัฒนาความอดทน

Colossians โคโลสี 1:11 11May you be strengthened with all power, according to his glorious might, for all endurance and patience with joy,

11ขอให้ท่านมีกำลังมากขึ้นทุกอย่างโดยฤทธิ์เดชแห่งพระสิริของพระองค์   ขอให้ท่านมีความทรหดที่สุด   และความอดทนไว้นานด้วยความยินดี 

This tells us that we are strengthened by Him to “great endurance and patience,”

นี้จะบอกเราว่าเรามีความเข้มแข็งโดยพระองค์ต่อ "ความอดทนนานและความอดทนอดกลั้น"

James ยากอบ 1:3-4 3for you know that the testing of your faith produces steadfastness.

3เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า   การทดลองความเชื่อของท่านนั้น   ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง

4And let steadfastness have its full effect, that you may be perfect and complete, lacking in nothing.

4และจงให้ความมั่นคงนั้นบรรลุผลอันสมบูรณ์   เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนที่ดีพร้อม   มีคุณสมบัติครบถ้วน   ไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลย  

This encourages us to know that trials are His way of perfecting our patience.

นี้ช่วยส่งเสริมให้เรารู้ว่าการทดลองเป็นวิธีของพระองค์ที่ช่วยให้เราอดทนอดกลั้นครบบริบูรณ์

Our patience is further developed and strengthened by resting in God’s perfect will and timing, even in the face of evil men who “succeed in their ways, when they carry out their wicked schemes”

ความอดทนของเราได้พัฒนาต่อไปและเข้มแข็งขึ้น  ด้วยการพักสงบในพระทัยที่สมบูรณ์และในเวลาของพระเจ้า   และแม้ในยามเผชิญคนชั่วที่ "ประสบความสำเร็จในทางของเขา   เมื่อพวกเขาดำเนินแผนการอันชั่วร้าย"

Psalms บทเพลงสดุดี  37:7 7Be still before the LORD and wait patiently for him; fret not yourself over the one who prospers in his way, over the man who carries out evil devices!

7จงสงบอยู่ต่อพระเจ้าและเพียรรอคอยพระองค์อยู่   อย่าให้ใจของท่านเดือดร้อนเพราะเหตุ 

ผู้ที่เจริญตามทางของเขา   หรือเพราะเหตุผู้ที่กระทำตามอุบายชั่ว  

Our patience is rewarded in the end “because the Lord's coming is near”

ความอดทนของเราได้รับบำเหน็จในวันสุดท้าย "เพราะการเสด็จมาของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว"

James ยากอบ 5:7-8 7Be patient, therefore, brothers, until the coming of the Lord. See how the farmer waits for the precious fruit of the earth, being patient about it, until it receives the early and the late rains.

7เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย   จงอดทนจนกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมา   จงดูชาวนารอคอยผลอันล้ำค่าที่จะได้จากแผ่นดิน   เพียรคอยจนกระทั่งมีฝนต้นฤดูและฝนชุกปลายฤดู

8You also, be patient. Establish your hearts, for the coming of the Lord is at hand.

8ท่านทั้งหลายก็จงอดทนเช่นนั้นเหมือนกัน   จงตั้งอกตั้งใจให้ดี   เพราะใกล้จะถึงเวลาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาแล้ว

Lamentations บทเพลงคร่ำครวญ 3:25 25The LORD is good to those who wait for Him, to the soul who seeks Him.

25พระเจ้าทรงดีต่อคนทั้งปวงที่คอยท่าพระองค์อยู่   และทรงดีต่อคนที่แสวงพระองค์  

We see in the Bible many examples of those whose patience characterized their walk with God.

ที่เราเห็นในพระคัมภีร์ตัวอย่างมากมายของผู้ที่มีความอดทนที่โดดเด่นของพวกเขาเดินกับพระเจ้า

James ยากอบ 5:10-11 10As an example of suffering and patience, brothers, take the prophets who spoke in the name of the Lord.

10พี่น้องทั้งหลาย   จงเอาแบบอย่างในการทนทุกข์และการอดทนของผู้เผยพระวจนะ   ผู้ได้กล่าวความในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า

11Behold, we consider those blessed who remained steadfast. You have heard of the steadfastness of Job, and you have seen the purpose of the Lord, how the Lord is compassionate and merciful.

11จงดู   เราถือว่าผู้ที่อดทนก็เป็นสุข   ท่านได้รู้เรื่องความอดทนของโยบ   และได้เห็นแล้

ว่าในที่สุดปลายนั้น   องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตากรุณาสักเท่าใด  


He also refers to Job, whose perseverance was rewarded by what the “Lord finally brought about” 

นอกจากนี้พระองค์ยังทรงกล่าวถึงโยบที่มีความอดทนอดกลั้นมาก ได้รับบำเหน็จโดยสิ่งที่ "พระเจ้าได้ทรงทำให้เปลี่ยนไป"

Abraham, too, waited patiently and “received what was promised”

อับราฮัมก็เช่นกันได้รอคอยอย่างอดทนอดกลั้นมากและ "ได้รับสิ่งที่ทรงสัญญาไว้"

Hebrews ฮีบรู 6:15 15And thus Abraham, having patiently waited, obtained the promise.

15เช่นนั้นแหละ   เมื่ออับราฮัมได้ทนคอยด้วยความเพียรแล้ว   ท่านก็ได้รับพระพรตามพระสัญญานั้น

Jesus is our model in all things, and He demonstrated patient endurance:

พระเยซูทรงเป็นตัวอย่างของเราในทุกสิ่ง   และยังทรงสำแดงให้เห็นความอดทนอดกลั้นอย่างหนัก

Hebrews ฮีบรู 12:2. 2looking to Jesus, the founder and perfecter of our faith, who for the joy that was set before him endured the cross, despising the shame, and is seated at the right hand of the throne of God.

2หมายเอาพระเยซูเป็นผู้บุกเบิกความเชื่อ   และผู้ทรงทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์   พระองค์ได้ทรงอดทนต่อกางเขน   เพื่อความรื่นเริงยินดีที่ได้เตรียมไว้สำหรับพระองค์   ทรงถือว่าความละอายนั้นไม่เป็นสิ่งสำคัญและพระองค์ได้ประทับ ณ เบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้า
How do we display the patience that is characteristic of Christ?

เราจะแสดงความอดทนอดกลั้นตามลักษณะนิสัยของพระเยซูคริสต์ได้อย่างไร

First, we thank God.

อันดับแรก เราขอบคุณพระเจ้า

A person’s first reaction is usually “Why me?”, but the Bible says to rejoice in God’s will

เริ่มแรกคนมักมีปฏิกิริยาว่า "ทำไมต้องเป็นฉัน?" แต่พระคัมภีร์กล่าวว่าจงชื่นชมยินดีในพระประสงค์ของพระเจ้า

Philippians ฟีลิปปี 4:4 4Rejoice in the Lord always; again I will say, Rejoice.

4จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา   ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า   จงชื่นชมยินดีเถิด

1 Peter 1เปโตร 1:6 6In this you rejoice, though now for a little while, if necessary, you have been grieved by various trials,

6ในความรอดนั้นท่านทั้งหลายชื่นชมยินดี   ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้   จำเป็นที่ท่านจะต้องทนทุกข์ทรมานชั่วขณะหนึ่งในการถูกทดลองต่างๆ

Second, we seek His purposes. Sometimes God puts us in difficult situations so that we can be a witness.

ประการที่สอง เราแสวงหาพระประสงค์ของพระองค์ บางครั้งพระเจ้าทรงทำให้เราอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเพื่อให้เราสามารถเป็นพยานผู้อื่นได้

Other times, He might allow a trial for sanctification of character.

บางครั้ง  พระองค์อาจทรงอนุญาตให้การทดลองเป็นการชำระล้างนิสัยบาปของเรา


Remembering that His purpose is for our growth and His glory will help us in the trial.

จำได้ว่าพระประสงค์ของพระองค์   คือเพื่อเราจะได้เจริญเติบโตขึ้น  และพระสิริของพระองค์จะช่วยให้เราผ่านการทดลอง

Third, we remember His promises.

ประการที่สาม เราจดจำพระสัญญาของพระองค์

Romans โรม 8:28 28And we know that for those who love God all things work together for good, for those who are called according to his purpose.

28เรารู้ว่า   พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง   คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์

The “all things” include the things that try our patience.
"ทุกสิ่ง" รวมถึงสิ่งต่างๆ ทดสอบความอดทนอดกลั้นของเรา
The next time you are in a traffic jam, betrayed by a friend, or mocked for your testimony, how will you respond?

คราวหน้า หากคุณอยู่ในเวลาที่การจราจรติดขัด  เพื่อนหักหลัง  หรือถูกล้อเลียนเพราะคำพยานของคุณ    คุณจะตอบสนองอย่างไร?

The natural response is impatience which leads to stress, anger, and frustration.

การตอบสนองตามปกติคือไม่มีความอดทน  ซึ่งนำไปสู่ความเครียด   ความโกรธและความยุ่งยากใจ

Praise God that, as Christians, we are no longer in bondage to a “natural response” because we are new creations in Christ Himself.

สรรเสริญพระเจ้า   ในฐานะที่เป็นคริสเตียน   เราจะไม่ตกเป็นทาสของ "การตอบสนองตามปกติ" เพราะเราเป็นผู้ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่แล้วในองค์พระคริสต์

2 Corinthians 2โครินธ์ 5:17 17Therefore, if anyone is in Christ, he is a new creation.  The old has passed away; behold, the new has come.

17เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์   ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว   สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป   นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น

Instead, we have the Lord’s strength to respond with patience and in complete trust in the Father’s power and purpose.

แต่เรามีกำลังโดยพระเจ้าที่จะตอบสนองด้วยความอดทนอดกลั้น   และความไว้วางใจทั้งสิ้นในฤทธิ์อำนาจของพระบิดาและพระประสงค์

Romans โรม 2:7. 7to those who by patience in well-doing seek for glory and honor and immortality, he will give eternal life;

7สำหรับคนที่พากเพียรทำความดี   แสวงหาศักดิ์ศรี   เกียรติ   และความเป็นอมตะนั้น   พระองค์จะประทานชีวิตนิรันดร์ให้

Question:  How should a Christian deal with feelings of guilt regarding past sins, whether pre- or post-salvation?

คำถาม: คริสเตียนควรจะจัดการกับความรู้สึกผิดเกี่ยวกับความผิดบาปในอดีตอย่างไร   ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังจากได้รับความรอด


Answer:  Everyone has sinned, and one of the results of sin is guilt.

คำตอบ: ทุกคนได้กระทำบาปและผลอย่างหนึ่งของความบาปคือความรู้สึกผิด

We can be thankful for guilty feelings because they drive us to seek forgiveness.

เราสามารถจะขอบคุณสำหรับความรู้สึกผิด   เพราะสิ่งเหล่านี้ผลักดันเราให้แสวงหาการอภัยโทษ

The moment a person turns from sin to Jesus Christ in faith, his sin is forgiven.

ทันทีที่คนหันกลับจากบาปไปหาพระเยซูคริสต์โดยความเชื่อ  บาปของเขาได้รับการให้อภัย

Repentance is part of the faith that leads to salvation,

การกลับใจหันจากบาปเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อที่จะนำไปสู่ความรอด

Matthew มัทธิว 3:2 2 2“Repent, for the kingdom of heaven is at hand.”

2 “จงกลับใจเสียใหม่   เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว”

Matthew มัทธิว 4:17 17 From that time Jesus began to preach, saying, “Repent, for the kingdom of heaven is at hand.”

17 ตั้งแต่นั้นมา   พระเยซูได้ทรงตั้งต้นประกาศว่า   “จงกลับใจเสียใหม่   เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว”

Acts กิจการ 3:19 19 Repent therefore, and turn again, that your sins may be blotted out,

19 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงหันกลับและตั้งใจใหม่   เพื่อพระเจ้าจะทรงลบล้างความผิดบาปของท่านเสีย   เพื่อวาระพักผ่อนหย่อนใจจะได้มาจากพระพักตร์พระเจ้า
In Christ, even the most heinous sins are blotted out (1 Corinthians 6 for a list of unrighteous acts that can be forgiven).

ในพระคริสต์แม้บาปที่ร้ายแรงที่สุดก็จะถูกลบล้างออกไป (1 โครินธ์ 6 มีรายการของการกระทำที่ไม่ชอบธรรมที่สามารถรับการอภัยได้)

1 Corinthians 1โครินธ์ 6:9-11 9 Do you not know that the unrighteous will not inherit the kingdom of God? Do not be deceived: neither the sexually immoral, nor idolaters, nor adulterers, nor men who practice homosexuality,

9 ท่านไม่รู้หรือว่า   คนอธรรมจะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า   อย่าหลงเลย   คนล่วงประเวณี   คนถือรูปเคารพ   คนผิดผัวเมียเขา   โสเภณีชาย   ชายรักร่วมเพศ

10 nor thieves, nor the greedy, nor drunkards, nor revilers, nor swindlers will inherit the kingdom of God.

10 คนขโมย   คนโลภ   คนขี้เมา   คนปากร้าย   คนฉ้อโกง   จะไม่ได้รับส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า

11 And such were some of you. But you were washed, you were sanctified, you were justified in the name of the Lord Jesus Christ and by the Spirit of our God.

11 แต่ก่อนมีบางคนในพวกท่านเป็นคนอย่างนั้น   แต่ท่านได้รับการชำระแล้วได้รับการทำให้บริสุทธิ์แล้ว   ได้รับการทำให้เป็นผู้ชอบธรรมในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้า   และพระวิญญาณแห่งพระเจ้าของเรา

Salvation is by grace, and grace forgives.

ความรอดได้มาโดยพระคุณและพระคุณที่ทรงโปรดให้อภัย

After a person is saved, he will still sin, and when he does, God still promises forgiveness.

หลังจากที่คนรอดแล้ว เขาจะยังคงกระทำบาป และเมื่อเขากระทำบาปนั้น พระเจ้ายังทรงสัญญาว่าจะทรงให้อภัย

1 John 1 ยอห์น 2:1 1 My little children, I am writing these things to you so that you may not sin. But if anyone does sin, we have an advocate with the Father, Jesus Christ the righteous.

1 ลูกของข้าพเจ้าเอ๋ย   ข้าพเจ้าเขียนข้อความเหล่านี้ถึงท่านทั้งหลาย   เพื่อท่านจะได้ไม่ทำบาป   และถ้าผู้ใดทำบาป   เราก็มีพระองค์ผู้ทูลขอพระบิดาเพื่อเรา   คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเที่ยงธรรมนั้น
Freedom from sin, however, does not always mean freedom from guilty feelings.

อย่างไรก็ตาม เสรีภาพพ้นจากบาป ไม่ได้หมายความว่าเป็นอิสระจากความรู้สึกผิด

Even when our sins are forgiven, we still remember them.

แม้เมื่อบาปของเราได้รับการอภัย  เราก็ยังคงจดจำไว้

Also, we have a spiritual enemy, called “the accuser of our brothers,” who relentlessly reminds us of our failures, faults, and sins.

นอกจากนี้   เรายังมีศัตรูฝ่ายจิตวิญญาณที่เรียกว่า "ผู้กล่าวโทษพี่น้องของเรา" ผู้ที่ไม่เต็มใจเตือนเราเรื่องความบกพร่อง   ความผิดพลาดและความบาป

Revelation วิวรณ์ 12:10 10 And I heard a loud voice in heaven, saying, “Now the salvation and the power and the kingdom of our God and the authority of his Christ have come, for the accuser of our brothers has been thrown down, who accuses them day and night before our God.

10 และข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังขึ้นในสวรรค์ว่า   “บัดนี้ความรอดและฤทธิ์เดชและราชอาณาจักรแห่งพระเจ้าของเรา   และอำนาจพระคริสต์ของพระองค์ได้มาถึงแล้ว   เพราะว่าผู้ที่กล่าวโทษพวกพี่น้องของเราต่อพระพักตร์พระเจ้าทั้งกลางวันและกลางคืนนั้น   ก็ได้ถูกผลักทิ้งลงไปแล้ว

When a Christian experiences feelings of guilt, he or she should do the following things:
เมื่อคริสเตียนประสบเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกผิด    เขาหรือเธอควรจะทำสิ่งต่อไปนี้
1) Confess all known, previously unconfessed sin.

1) สารภาพบาปทั้งสิ้นที่รู้แล้ว  และที่ไม่รู้ก่อนหน้านี้

In some cases, feelings of guilt are appropriate because confession is needed. Many times, we feel guilty because we are guilty!

ในบางกรณีความรู้สึกผิดนั้นถูกต้องเหมาะสม   เพราะการสารภาพผิดเป็นเรื่องจำเป็น หลายครั้งที่เรารู้สึกผิดเพราะเราทำความผิด!

(See David’s description of guilt and its solution)

(โปรดดูคำบรรยายของดาวิดเรื่องความรู้สึกผิดและคำตอบที่ได้รับ)

Psalm เพลงสดุดี 32:3-5 3 For when I kept silent, my bones wasted away through my groaning all day long.

3 เมื่อข้าพระองค์ไม่แจ้งบาปของข้าพระองค์   ร่างกายของข้าพระองค์ก็ร่วงโรยไป โดยการคร่ำครวญวันยังค่ำของข้าพระองค์  

4 For day and night your hand was heavy upon me; my strength was dried up as by the heat of summer. Selah

4 พระหัตถ์ของพระองค์หนักอยู่บนข้าพระองค์ทั้งวันทั้งคืน   กำลังของข้าพระองค์ก็เหี่ยวแห้งไปอย่างความร้อนใน หน้าแล้ง  

5 I acknowledged my sin to you, and I did not cover my iniquity; I said, “I will confess my transgressions to the LORD,” and you forgave the iniquity of my sin. Selah

5 ข้าพระองค์สารภาพบาปของข้าพระองค์ต่อพระองค์  และข้าพระองค์มิได้ซ่อนบาปผิดของข้าพระองค์ไว้    ข้าพระองค์ทูลว่า   “ข้าพระองค์จะสารภาพการละเมิดของ ข้าพระองค์ต่อพระเจ้า”   แล้วพระองค์ทรงยกโทษบาปของข้าพระองค์

2) Ask the Lord to reveal any other sin that may need confessing.

2) ทูลขอให้พระเจ้าทรงเปิดเผยให้เราเห็นบาปอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องสารภาพผิด

Have the courage to be completely open and honest before the Lord.

มีความกล้าหาญที่จะเปิดใจออกหมดและซื่อสัตย์ต่อพระพักตร์พระเจ้า

Psalm เพลงสดุดี139:23-24 23 Search me, O God, and know my heart! Try me and know my thoughts!

23 ข้าแต่พระเจ้า  ขอทรงค้นดูข้าพระองค์และทรงทราบ จิตใจของข้าพระองค์  
ขอทรงลองข้าพระองค์และทรงทราบความคิดของข้าพระองค์  

24 And see if there be any grievous way in me, and lead me in the way everlasting!

24 และทอดพระเนตรว่ามีทางชั่วใดๆ   ในข้าพระองค์หรือไม่ และขอทรงนำข้าพระองค์ไปในมรรคานิรันดร์

3) Trust the promise of God that He will forgive sin and remove guilt, based on the blood of Christ.

3) เชื่อวางใจพระสัญญาของพระเจ้าที่จะทรงยกโทษบาปและลบล้างความผิดโดยพระโลหิตของพระคริสต์

1 John 1ยอห์น 1:9 9 If we confess our sins, he is faithful and just to forgive us our sins and to cleanse us from all unrighteousness.

9 ถ้าเราสารภาพบาปของเรา   พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม   ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา   และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น

Psalm เพลงสดุดี 85:2 2 You forgave the iniquity of your people; you covered all their sin. Selah

2 พระองค์ได้ทรงยกความบาปผิดของประชากร ของพระองค์เสีย   พระองค์ทรงกลบเกลื่อนบาปทั้งสิ้นของเขา  

Psalm เพลงสดุดี 86:5 5 For You, O Lord, are good and forgiving, abounding in steadfast love to all who call upon You.

5 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า   เพราะพระองค์ประเสริฐและทรงพร้อมที่จะประทานอภัย  
อุดมด้วยความรักมั่นคงต่อบรรดาผู้ร้องทูลพระองค์  

Romans โรม 8:11 There is therefore now no condemnation for those who are in Christ Jesus.

1 เหตุฉะนั้นการลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลาย   ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์
4) On occasions when guilty feelings arise over sins already confessed and forsaken, reject such feelings as false guilt.

4) เมื่อเกิดความรู้สึกสำนึกผิดต่อบาปที่เราได้สารภาพบาปและได้ละทิ้งแล้ว  จงสลัดความรู้สึกเช่นนั้นที่เป็นความรู้สึกผิด

The Lord has been true to His promise to forgive. Read and meditate on this.

เป็นความจริงพระเจ้าทรงรักษาพระสัญญาของพระองค์ที่จะทรงให้อภัย  จงอ่านศึกษาและอธิษฐานใคร่ครวญเรื่องนี้

Psalm เพลงสดุดี 103:8-12 8 The LORD is merciful and gracious, slow to anger and abounding in steadfast love.

8 พระเจ้าทรงพระกรุณาและมีพระคุณ   ทรงกริ้วช้าและอุดมด้วยความรักมั่นคง  

9 He will not always chide, nor will he keep his anger forever.

9 พระองค์จะไม่ทรงปรักปรำเสมอ   หรือทรงกริ้วอยู่เป็นนิตย์  

10 He does not deal with us according to our sins, nor repay us according to our iniquities.

10 พระองค์มิได้ทรงกระทำต่อเราตามเรื่องบาปของเรา   หรือทรงสนองตามบาปผิดของเรา  

11 For as high as the heavens are above the earth, so great is his steadfast love toward those who fear Him;

11 เพราะว่าฟ้าสวรรค์สูงเหนือแผ่นดินเท่าใด  ความรักมั่นคงของพระองค์ที่มีต่อบรรดาคนที่ เกรงกลัวพระองค์ก็ใหญ่ยิ่งเท่านั้น  

12 as far as the east is from the west, so far does He remove our transgressions from us.

12 ตะวันออกไกลจากตะวันตกเท่าใด   พระองค์ทรงปลดการละเมิดของเราจากเราไปไกลเท่านั้น  
5) Ask the Lord to rebuke Satan, your accuser, and ask the Lord to restore the joy that comes with freedom from guilt.

5) ทูลขอให้พระเจ้าที่จะทรงประณามซาตาน  ผู้กล่าวโทษของคุณ   และทูลขอให้พระเจ้าทรงเรียกความสุขกลับคืนมาพร้อมกับความรู้สึกพ้นจากความผิด

Psalm เพลงสดุดี 51:12 12 Restore to me the joy of Your salvation, and uphold me with a willing spirit.

12 ขอทรงคืนความชื่นบานในความรอดแก่ข้าพระองค์  และชูข้าพระองค์ไว้ด้วยเต็มพระทัย  
Psalm 32 is a very profitable study.

เพลงสดุดี 32 เป็นการศึกษาที่ให้ประโยชน์มาก

Although David had sinned terribly, he found freedom from both sin and guilty feelings.

แม้ว่าดาวิดได้กระทำผิดอย่างร้ายแรง   ท่านได้พบอิสรภาพจากบาปและความรู้สึกผิดด้วย

He dealt with the cause of guilt and the reality of forgiveness.

พระองค์ทรงจัดการกับสาเหตุของความผิดและความจริงเรื่องการให้อภัย

Psalm 51 is another good passage to investigate.

เพลงสดุดี 51 เป็นพระคัมภีร์อีกตอนหนึ่งที่น่าจะศึกษาสำรวจ

The emphasis here is confession of sin, as David pleads with God from a heart full of guilt and sorrow.

เนื้อหาตอนนี้เน้นย้ำเรื่องการสารภาพบาป   เหมือนที่ดาวิดทรงร้องขอต่อพระเจ้าจากหัวใจที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความเศร้าโศก

Restoration and joy are the results.

ผลก็คือมีการฟื้นกลับสู่ความชื่นชมยินดี

Finally, if sin has been confessed, repented of, and forgiven, it is time to move on.

สุดท้าย หากบาปได้รับการสารภาพแล้ว  เสียใจสำนึกผิด  และรับการอภัย มันก็เป็นเวลาที่จะก้าวเดินต่อไป

Remember that we who have come to Christ have been made new creatures in Him.

โปรดจำไว้ว่าพวกเราที่ได้มาหาพระเยซูคริสต์  ชีวิตได้รับการทำสร้างใหม่ในพระองค์

2 Corinthians 2โครินธ์ 5:17 17 Therefore, if anyone is in Christ, he is a new creation. The old has passed away; behold, the new has come.

17 เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์   ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว   สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป   นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น

Part of the “old” which has gone is the remembrance of past sins and the guilt they produced.

ส่วนหนึ่งของ "สิ่งเก่า" ที่ได้ล่วงไป    เป็นความทรงจำเรื่องบาปในอดีตและความผิดที่พวกเขาได้กระทำ

Sadly, some Christians are prone to wallowing in memories of their former sinful lives, memories which should have been dead and buried long ago.

น่าเศร้าใจที่คริสเตียนบางคนมีแนวโน้มที่จะหมกมุ่นในความทรงจำของชีวิตผิดบาปในอดีต    ความทรงจำของชีวิตที่ควรตายไปและฝังตั้งนานแล้ว

This is pointless and runs counter to the victorious Christian life God wants for us.

นี้จะไม่มีจุดหมายและวิ่งสวนทางกับชีวิตคริสเตียนแห่งชัยชนะที่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์สำหรับเรา


A wise saying is “If God has saved you out of a sewer, don’t dive back in and swim around.”

คำพูดของคนฉลาดคือ "ถ้าพระเจ้าได้ทรงช่วยคุณให้รอดพ้นจากท่อระบายน้ำทิ้ง   จงอย่าดำน้ำกลับมาและวนว่ายในน้ำนั้นอีก"

www.gotquestions.org/Thai

Patience and Guilty

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top