Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 

Gof’s Word for Today

 
 

Thursday, April 16, 2015

 

Question:  What is Christian spirituality?

คำถาม: จิตวิญญาณคริสเตียนคืออะไร


Answer:  When we are born again, we receive the Holy Spirit who seals us for the day of redemption.

คำตอบ: เมื่อเราเกิดใหม่อีกครั้ง เราได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงประทับตราเราสำหรับวันที่เรารับการทรงไถ่บาป

Ephesians เอเฟซัส 1:1313 In Him you also, when you heard the word of truth, the gospel of your salvation, and believed in Him, were sealed with the promised Holy Spirit,

13 ในพระองค์นั้น   ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน   เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ   คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่าน   และได้วางใจในพระองค์   ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา 

Ephesians เอเฟซัส 4:30 30 And do not grieve the Holy Spirit of God, by whom you were sealed for the day of redemption.

30 และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย   เพราะโดยพระวิญญาณนั้นท่านได้ถูกประทับตราหมายท่านไว้   เพื่อวันที่จะทรงไถ่ให้รอด

Jesus promised that the Holy Spirit would lead us “into all truth”.

พระเยซูทรงสัญญาว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงนำพวกเรา "ไปสู่ความจริงทั้งหมด"

John ยอห์น 16:13  13 When the Spirit of truth comes, he will guide you into all the truth, for he will not speak on his own authority, but whatever he hears he will speak, and he will declare to you the things that are to come.

13 เมื่อพระวิญญาณแห่งความจริงจะเสด็จมาแล้ว   พระองค์จะนำท่านทั้งหลายไปสู่ความจริงทั้งมวล   เพราะพระองค์จะไม่ตรัสโดยพลการ   แต่พระองค์จะตรัสสิ่งที่พระองค์ทรงได้ยิน   และพระองค์จะทรงแจ้งให้ท่านทั้งหลายรู้ถึงสิ่งเหล่านั้นที่จะเกิดขึ้น

Part of that truth is taking the things of God and applying them to our lives.

ส่วนหนึ่งของความจริงคือการนำสิ่งที่พระเจ้าทรงประทานและนำมาใช้ในชีวิตของเรา

When that application is made, the believer then makes a choice to allow the Holy Spirit to control him/her.

เมื่อมีการนำมาประยุกต์ใช้  ผู้เชื่อก็จะตัดสินใจว่าจะยอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงควบคุมเขา / เธอ

True Christian spirituality is based upon the extent to which a born-again believer allows the Holy Spirit to lead and control his or her life.
จิตวิญญาณคริสเตียนแท้จริงจะขึ้นอยู่กับขนาดความเชื่อของผู้เชื่อที่เกิดใหม่อีกครั้ง ที่ยอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำและควบคุมชีวิตของเขาหรือเธอ

The apostle Paul tells believers to be filled with the Holy Spirit.

อัครทูตเปาโลสอนให้บรรดาผู้เชื่อประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์

Ephesians เอเฟซัส 5:18 18 And do not get drunk with wine, for that is debauchery, but be filled with the Spirit,

18 และอย่าเมาเหล้าองุ่นซึ่งจะทำให้เสียคน   แต่จงประกอบด้วยพระวิญญาณ

The tense in this passage is continual and therefore means “keep on being filled with the Spirit.”

กาลเวลาในเนื้อหาพระคัมภีร์ตอนนี้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและดังนั้นจึงหมายถึง "จงยืนหยัดที่จะประกอบไปด้วยพระวิญญาณ"

Being filled with the Spirit is simply allowing the Holy Spirit to control us rather than yielding to the desires of our own carnal nature.

การประกอบไปด้วยพระวิญญาณเป็นเพียงการอนุญาตให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาควบคุมเรามากกว่าที่จะยอมตามความปรารถนาของธรรมชาติฝ่ายเนื้อหนังของเราเอง

In this passage Paul is making a comparison.

ในพระธรรมตอนนี้เปาโลกำลังทำการเปรียบเทียบ

When someone is controlled by wine, he is drunk and exhibits certain characteristics such as slurred speech, unsteady walk, and impaired decision making.

เมื่อใครบางคนถูกครอบงำโดยเหล้าองุ่น  เขาเมาและสำแดงลักษณะนิสัยบางอย่าง เช่นการพูดอ้อแอ้   เดินไม่คงที่ และการตัดสินใจแย่ลง

Just as you can tell when a person is drunk because of the characteristics he displays, so a born-again believer who is controlled by the Holy Spirit will display His characteristics.

เช่นเดียวกับคุณสามารถบอกได้เมื่อไรที่คนเมา    เนื่องจากลักษณะที่เขาแสดงออกมา   ดังนั้นแหละผู้เชื่อที่เกิดใหม่ซึ่งถูกควบคุมโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็จะสำแดงลักษณะนิสัยของเขา

We find those characteristics in Galatians 5:22-23 where they are called the “fruit of the Spirit.”

เราพบลักษณะนิสัยเหล่านั้นในกาลาเทีย 5:22-23 ที่จะถูกเรียกว่า "ผลของพระวิญญาณ"

Galatians กาลาเทีย 5:22-2322 But the fruit of the Spirit is love, joy, peace, patience, kindness, goodness, faithfulness,

22 ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น   คือความรัก   ความปลาบปลื้มใจ   สันติสุข   ความอดกลั้นใจ   ความปรานี   ความดี   ความสัตย์ซื่อ

23 gentleness, self-control; against such things there is no law.

23  ความสุภาพอ่อนน้อม   การรู้จักบังคับตน   เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย

This is true Christian spirituality, produced by the Spirit working in and through the believer.

นี่คือจิตวิญญาณคริสเตียนที่แท้จริง  ที่เกิดโดยพระวิญญาณที่ทรงกระทำกิจภายในและผ่านผู้เชื่อ

This character is not produced by self effort.

ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดโดยความพยายามของตัวเอง

A born-again believer who is controlled by the Holy Spirit will exhibit sound speech, a consistent spiritual walk, and decision making based on the Word of God.
ผู้เชื่อที่เกิดใหม่อีกครั้ง ผู้ที่ถูกควบคุมโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์จะแสดงออกคำพูดที่ไม่เสียหาย    การเดินฝ่ายจิตวิญญาณที่มั่นคง  และการตัดสินใจที่พึ่งพาพระวจนะของพระเจ้า

Therefore, Christian spirituality involves a choice we make to “know and grow” in our daily relationship with the Lord Jesus Christ by submitting to the ministry of the Holy Spirit in our lives.

ดังนั้นจิตวิญญาณคริสเตียนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจที่เราเลือกที่จะ "รู้และเติบโต" ในการติดสนิทกับพระเยซูคริสต์ทุกวัน   โดยยอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงกระทำกิจในชีวิตของเรา

This means that, as believers, we make a choice to keep our communication with the Spirit clear through confession.

ซึ่งหมายความว่า  ในฐานะเป็นผู้เชื่อ  เราตัดสินใจเลือกที่จะสื่อสารกับพระวิญญาณชัดเจนโดยการสารภาพผิด

1 John 1ยอห์น 1:9 9 If we confess our sins, he is faithful and just to forgive us our sins and to cleanse us from all unrighteousness.

9 ถ้าเราสารภาพบาปของเรา   พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม   ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา   และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น 

When we grieve the Spirit by sin, we erect a barrier between ourselves and God.

เมื่อเราทำให้พระวิญญาณเสียพระทัยเพราะบาปที่เรากระทำ   เราสร้างกำแพงกั้นระหว่างตัวเองและพระเจ้า

Ephesians เอเฟซัส 4:30 30 And do not grieve the Holy Spirit of God, by whom you were sealed for the day of redemption.

30 และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย   เพราะโดยพระวิญญาณนั้นท่านได้ถูกประทับตราหมายท่านไว้   เพื่อวันที่จะทรงไถ่ให้รอด

1 John ยอห์น1:5-8 5 This is the message we have heard from Him and proclaim to you, that God is light, and in Him is no darkness at all.

5 นี่เป็นข้อความที่เราได้ยินจากพระองค์   และบอกแก่ท่านทั้งหลาย   คือว่าพระเจ้าทรงเป็นความสว่าง   และความมืดในพระองค์ไม่มีเลย

6 If we say we have fellowship with Him while we walk in darkness, we lie and do not practice the truth.

6 ถ้าเราจะว่าเราร่วมสามัคคีธรรมกับพระองค์และยังดำเนินอยู่ในความมืด   เราก็พูดมุสา   และไม่ได้ดำเนินชีวิตตามความจริง

7 But if we walk in the light, as he is in the light, we have fellowship with one another, and the blood of Jesus his Son cleanses us from all sin.

7 แต่ถ้าเราดำเนินอยู่ในความสว่าง   เหมือนอย่างพระองค์ทรงสถิตในความสว่าง   เราก็ร่วมสามัคคีธรรมซึ่งกันและกัน   และพระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์   ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น

8 If we say we have no sin, we deceive ourselves, and the truth is not in us.

8 ถ้าเราทั้งหลายจะว่าเราไม่มีบาป   เราก็ลวงตนเอง   และสัจจะไม่ได้อยู่ในเราเลย

When we submit to the Spirit's ministry, our relationship is not interrupted.

เมื่อเรายอมให้พระวิญญาณทรงกระทำกิจภายในเรา   การสามัคคีธรรมของเราจะไม่ชะงักไป

1 Thessalonians 1เธสะโลนิกา 5:1919 Do not quench the Spirit.

19 อย่าดับพระวิญญาณ

Christian spirituality is a consciousness of fellowship with the Spirit of Christ, uninterrupted by carnality and sin.

จิตวิญญาณคริสเตียนเป็นจิตสำนึกของการสามัคคีธรรมกับพระวิญญาณของพระคริสต์โดยไม่ชะงักไปเพราะเนื้อหนังและความบาป

Christian spirituality develops when a born-again believer makes a consistent and ongoing choice to surrender to the ministry of the Holy Spirit.

จิตวิญญาณคริสเตียนพัฒนาขึ้นเมื่อผู้เชื่อเกิดใหม่อีกครั้ง   ทำให้เกิดการตัดสินใจที่มั่นคงและต่อเนื่องโดยยอมจำนนต่อการกระทำกิจภายในของพระวิญญาณบริสุทธิ์

Question:  When, why, and how does the Lord God discipline us when we sin?

คำถาม: เมื่อไหร่ ทำไมและโดยวิธีใดที่พระเจ้าทรงลงวินัยเราเมื่อเราทำบาป


Answer:  The Lord's discipline is an often-ignored fact of life for believers.

คำตอบ: การลงวินัยของพระเจ้าเป็นความจริงแห่งชีวิตที่มักถูกละเลยสำหรับผู้เชื่อ

We often complain about our circumstances without realizing that they are the consequences of our own sin and are a part of the Lord's loving and gracious discipline for that sin. This self-centered ignorance can contribute to the formation of habitual sin in a believer's life, incurring even greater discipline.
เรามักจะบ่นเสมอเกี่ยวกับสถานการณ์ของเราโดยไม่ตระหนักว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นผลที่ตามมาจากความบาปของเราเอง     และเป็นส่วนหนึ่งของการลงวินัยของพระเจ้าด้วยความรักและพระคุณ ที่ทรงมีต่อความบาป  การเพิกเฉยให้ตนเองเป็นศูนย์กลางนี้สามารถนำไปสู่การก่อตัวของนิสัยทำบาปในชีวิตของผู้เชื่อ     ก่อให้เกิดการลงวินัยหนักขึ้น
Discipline is not to be confused with cold-hearted punishment.

อย่าสับสนการลงวินัยกับการลงโทษแบบใจเย็น

The Lord's discipline is a response of His love for us and His desire for each of us to be holy.

การลงวินัยของพระเจ้าคือการตอบสนองต่อความรักของพระองค์ที่มีต่อเราและความปรารถนาของพระองค์เพื่อให้เราแต่ละคนเป็นคนบริสุทธิ์

Proverbs สุภาษิต 3:11-12 11 My son, do not despise the LORD's discipline or be weary of His reproof,

11 บุตรชายของเราเอ๋ย  อย่าดูหมิ่นพระดำรัสสอนของพระเจ้า  หรือเบื่อหน่ายต่อพระดำรัสเตือนของพระองค์  

12 for the LORD reproves him whom He loves, as a father the son in whom He delights.

12 เพราะพระเจ้าทรงตักเตือนผู้ที่พระองค์ทรงรัก   ดังบิดาตักเตือนบุตรผู้ที่เขาปีติชื่นชม  

Hebrews ฮีบรู 12:5-115 And have you forgotten the exhortation that addresses you as sons?

“My son, do not regard lightly the discipline of the Lord, nor be weary when reproved by him.

5 และท่านได้ลืมคำเตือน   ที่พระองค์ได้ทรงเตือนในฐานะที่เป็นบุตรว่า   บุตรชายของเราเอ๋ย  อย่าละเลยต่อการ ตีสอนขององค์พระผู้เป็นเจ้า  และอย่าท้อถอยในเมื่อพระองค์ทรง
ตีสอนนั้น  

6 For the Lord disciplines the one He loves, and chastises every son whom He receives.”

6 เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตีสอนผู้ที่พระองค์ทรงรัก    และเมื่อพระองค์ทรงรับผู้ใดเป็นบุตร  
พระองค์ก็ทรงตีสอนผู้นั้น  

7 It is for discipline that you have to endure. God is treating you as sons. For what son is there whom his father does not discipline?

7 ท่านทั้งหลายจงรับและทนเอาเถอะเพราะเป็นการตีสอน   พระเจ้าทรงปฏิบัติต่อท่านในฐานะที่ท่านเป็นบุตรของพระองค์   ด้วยว่ามีบุตรคนใดเล่าที่บิดาไม่ได้ตีสอนเขาบ้าง

8 If you are left without discipline, in which all have participated, then you are illegitimate children and not sons.

8 แต่ถ้าท่านทั้งหลายไม่ได้ถูกตีสอนเช่นเดียวกับคนอื่นๆ   ท่านก็ไม่ได้เป็นบุตร   แต่เป็นลูกที่ไม่มีพ่อ

9 Besides this, we have had earthly fathers who disciplined us and we respected them. Shall we not much more be subject to the Father of spirits and live?

9 อีกประการหนึ่ง   เราทั้งหลายมีบิดาเป็นมนุษย์ที่ได้ตีสอนเรา   และเราก็นับถือบิดานั้น   ยิ่งกว่านั้นอีก   เราควรจะอยู่ใต้บังคับของพระบิดาแห่งวิญญาณจิต   และมีชีวิตจำเริญมิใช่หรือ

10 For they disciplined us for a short time as it seemed best to them, but He disciplines us for our good, that we may share His holiness.

10 เพราะบิดาที่เป็นมนุษย์ตีสอนเราเพียงชั่วเวลาเล็กน้อย   ตามความเห็นดีเห็นชอบของเขาเท่านั้น   แต่พระองค์ได้ทรงตีสอนเราเพื่อประโยชน์ของเรา   เพื่อให้เราได้เข้าส่วนในวิสุทธิภาพของพระองค์

11 For the moment all discipline seems painful rather than pleasant, but later it yields the peaceful fruit of righteousness to those who have been trained by it.

11 เมื่อมีการตีสอนนั้นดูไม่เป็นที่ชื่นใจเลย   เป็นเรื่องเศร้าใจ   แต่ต่อมาภายหลังก็จะก่อให้เกิดความสุขสำราญแก่บรรดาคนที่ต้องทนอยู่นั้น   คือความชอบธรรมนั้นเอง

God will use testing, trials, and various predicaments to bring us back to Himself in repentance.

พระเจ้าจะทรงใช้การทดสอบ การทดลอง  และสถานการณ์ที่ยากลำบากต่างๆเพื่อจะนำเรากลับไปหาพระองค์ด้วยการสำนึกผิด

The result of His discipline is a stronger faith and a renewed relationship with God, not to mention destroying the hold that particular sin had over us.

ผลของการลงวินัยของพระองค์ทำให้เรามีความเชื่อที่เข้มแข็งและความสัมพันธ์ใหม่กับพระเจ้า  ไม่ได้พูดถึงการทำลายสิ่งที่ยึดเหนี่ยวเราไว้กับความบาปเฉพาะ

James ยากอบ 1:2-4 2 Count it all joy, my brothers, when you meet trials of various kinds,

2 ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า   เมื่อท่านทั้งหลายประสบความทุกข์ยากลำบากต่างๆ   ก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี

3 for you know that the testing of your faith produces steadfastness.

3 เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า   การทดลองความเชื่อของท่านนั้น   ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง

4 And let steadfastness have its full effect, that you may be perfect and complete, lacking in nothing. 

4 และจงให้ความมั่นคงนั้นบรรลุผลอันสมบูรณ์   เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนที่ดีพร้อม   มีคุณสมบัติครบถ้วน   ไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลย  
The Lord's discipline works for our own good, that He might be glorified with our lives.

การลงวินัยของพระเจ้ากระทำให้เกิดผลดีแก่เราเอง   ซึ่งพระองค์อาจจะได้รับพระเกียรติเพราะชีวิตของเรา

He wants us to exhibit lives of holiness, lives that reflect the new nature that God has given us:

ทรงต้องการให้เราสำแดงชีวิตที่บริสุทธิ์  ที่สะท้อนถึงธรรมชาติใหม่ที่พระเจ้าได้ทรงประทานแก่เรา

1 Peter 1 เปโตร 1:15-16 15 but as He who called you is holy, you also be holy in all your conduct,

15 แต่เพราะพระองค์ผู้ทรงเรียกท่านทั้งหลายนั้นบริสุทธิ์   ท่านทั้งหลายจงประพฤติให้บริสุทธิ์พร้อมทุกประการ

16 since it is written, “You shall be holy, for I am holy.”

16 ดังที่มีพระวจนะเขียนไว้แล้วว่า   ท่านทั้งหลายจงเป็นคนบริสุทธิ์  เพราะเราบริสุทธิ์

www.gotquestions.org/Thai

Christian Spirituality and Discipliine

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top