Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, April 24, 2015

 

Question: "What is the Great Commission?"
คำถาม: "พระมหาบัญชาคืออะไร?"

Answer: Matthew 28:19-20 contains what has come to be called the Great Commission:

คำตอบ: มัทธิว 28: 19-20    มีหลายสิ่งที่เราเรียกว่าเป็นพระมหาบัญชา:

Matthew มัทธิว 28:19-20 19Go therefore and make disciples of all nations, baptizing them in the name of the Father and of the Son and of the Holy Spirit,

19เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ   ให้เป็นสาวกของเรา   ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา   พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์

20teaching them to observe all that I have commanded you. And behold, I am with you always, to the end of the age.”

20สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้   นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป   จนกว่าจะสิ้นยุค”

Jesus gave this command to the apostles shortly before He ascended into heaven, and it essentially outlines what Jesus expected the apostles, and those who followed them, to do in His absence.

พระเยซูทรงประทานพระบัญชานี้แก่อัครสาวกไม่นานก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นไปสู่สวรรค์    และมันเป็นโครงสำคัญที่พระเยซูทรงคาดว่าอัครสาวก     และผู้ที่ติดตามพวกเขาจะกระทำตามเมื่อพระองค์เสด็จไปแล้ว

It is interesting that in the original Greek, the only specific command in Matthew 28:19-20 is “make disciples.”

เป็นที่น่าสนใจว่าในต้นฉบับภาษากรีก    พระบัญชาพิเศษนี้พบได้เฉพาะในมัทธิว 28: 19-20 คือ "สร้างสาวก".

The Great Commission instructs us to make disciples while we are going throughout the world and while we are going about our daily activities.

พระมหาบัญชาสั่งสอนเราให้สร้างสาวกในขณะที่เรากำลังออกไปทั่วโลก  และในขณะที่เรากำลังทำกิจกรรมประจำวันของเรา

How are we to make disciples?

เราจะสร้างสาวกได้อย่างไร?

By baptizing them and teaching them all that Jesus commanded.

โดยให้บัพติศพวกเขาและสั่งสอนพวกเขาทุกสิ่งที่พระเยซูทรงบัญชา

“Make disciples” is the command of the Great Commission.

"สร้างสาวก" เป็นคำสั่งหนึ่งในพระมหาบัญชา

“As you are going,” “baptizing,” and “teaching” are the means by which we fulfill the command to “make disciples.”

ในขณะที่คุณกำลังจะ" "ให้บัพติศมา" และ "กำลังสั่งสอน"   เป็นวิธีที่เราปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อ "สร้างสาวก" ให้สำเร็จตามพระบัญชา

Many understand Acts 1:8 as part of the Great Commission as well.

หลายคนเข้าใจพระธรรมกิจการ 1: 8 ว่าเป็นส่วนหนึ่งของพระมหาบัญชาด้วย

Acts กิจการ 1:8 8But you will receive power when the Holy Spirit has come upon you, and you will be my witnesses in Jerusalem and in all Judea and Samaria, and to the end of the earth.”

8แต่ท่านทั้งหลายจะได้รับพระราชทานฤทธิ์เดช   เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมาเหนือท่าน   และท่านทั้งหลายจะเป็นพยานฝ่ายเราในกรุงเยรูซาเล็ม   ทั่วแคว้นยูเดีย   แคว้นสะมาเรีย   และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก”

The Great Commission is enabled by the power of the Holy Spirit.

พระมหาบัญชาสามารถกระทำได้โดยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์

We are to be Christ's witnesses, fulfilling the Great Commission in our cities (Jerusalem), in our states and countries (Judea and Samaria), and anywhere else God sends us (to the ends of the earth).

เราต้องเป็นพยานของพระคริสต์  ตอบสนองต่อพระมหาบัญชาในเมืองของเรา (เยรูซาเล็ม) ในรัฐต่างๆ และประเทศต่างๆ (แคว้นยูเดียและสะมาเรีย) และที่อื่นใดที่พระเจ้าทรงส่งเราไปอยู่ (จนถึงสิ้นสุดปลายแผ่นดินโลก)

Question: What does it mean to have a personal relationship with God?
คำถาม: การติดสนิทกับพระเจ้าเป็นส่วนตัวหมายความว่าอะไร

Answer: Having a personal relationship with God begins the moment we realize our need for Him, admit we are sinners, and in faith receive Jesus Christ as Savior.

คำตอบ: การติดสนิทกับพระเจ้าเป็นส่วนตัวเริ่มต้นเมื่อเราตระหนักว่าราต้องการพระองค์   ยอมรับว่าเราเป็นคนบาปและโดยความเชื่อได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด

God, our heavenly Father, has always desired to be close to us, to have a relationship with us.

พระเจ้า พระบิดาในสวรรค์ของเรา   ทรงปรารถนาเสมอที่จะได้อยู่ใกล้ชิดเรา  ให้เราได้ติดสนิทกับพระองค์

Before Adam sinned in the Garden of Eden (Genesis chapter 3), both he and Eve knew God on an intimate, personal level.

ก่อนที่อดัมทำบาปในสวนอีเดน (ปฐมกาลบทที่ 3) ทั้งเขาและอีฟรู้จักพระเจ้าแบบใกล้ชิดสนิทสนมเป็นส่วนตัว

They walked with Him in the Garden and talked directly to Him.

พวกเขาได้เดินกับพระองค์ในสวนและสนทนาโดยตรงกับพระองค์

Due to the sin of man, we became separated and disconnected from God.
เนื่องจากความผิดบาปของมนุษย์   เราก็เลยถูกแยกออกและขาดการติดสนิทกับพระเจ้า
What many people do not know, realize, or care about, is that Jesus gave us the most amazing gift—the opportunity to spend eternity with God if we trust in Him.

สิ่งที่หลายคนไม่ทราบ   ไม่ตระหนักหรือสนใจ    คือว่าพระเยซูทรงประทานของขวัญที่น่าทึ่งที่สุด-แก่เรา--คือโอกาสที่จะมีชีวิตนิรันดร์กับพระเจ้าถ้าเราวางใจในพระองค์

Romans โรม 6:23 23For the wages of sin is death, but the free gift of God is eternal life in Christ Jesus our Lord.

23เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย   แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

God became a human being in the Person of Jesus Christ to take on our sin, be killed, and then be raised to life again, proving His victory over sin and death.

พระเจ้าทรงสภาพมนุษย์เป็นองค์พระเยซูคริสต์    ที่ทรงรับความผิดบาปของเรา   ถูกฆ่าตายและจากนั้นทรงฟื้นพระชนม์อีกครั้ง   พิสูจน์ชัยชนะเหนือความบาปและความตาย

Romans โรม 8:1 1There is therefore now no condemnation for those who are in Christ Jesus.

1เหตุฉะนั้นการลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลาย   ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์

If we accept this gift, we have become acceptable to God and can have a relationship with Him.
ถ้าเรารับของขวัญนี้เราได้กลายเป็นที่ยอมรับของพระเจ้าและสามารถติดสนิทกับพระองค์ได้

Having a personal relationship with God means we should include God in our daily lives.

การติดสนิทกับพระเจ้าเป็นส่วนตัว   หมายความว่าเราควรให้พระเจ้าเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรา

We should pray to Him, read His word, and meditate on verses in an effort to get to know Him better.

เราควรจะอธิษฐานต่อพระองค์  อ่านพระคำของพระองค์  และนั่งใคร่ครวญข้อพระคำ  เพื่อพยายามที่จะได้รู้จักพระองค์ดีขึ้น

We should pray for wisdom, which is the most valuable asset we could ever have.

เราควรจะอธิษฐานทูลขอสติปัญญาซึ่งเป็นสมบัติที่มีค่ามากที่สุดที่เราเคยได้รับ

James ยากอบ 1:5 5If any of you lacks wisdom, let him ask God, who gives generously to all without reproach, and it will be given him.

5ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาดสติปัญญา   ก็ให้ผู้นั้นทูลขอจากพระเจ้า   ผู้ทรงโปรดประทานให้แก่คนทั้งปวงด้วยพระกรุณาและมิได้ทรงตำหนิ   แล้วผู้นั้นก็จะได้รับสิ่งที่ทูลขอ

We should take our requests to Him, asking in Jesus' name.

เราควรร้องทูลขอต่อพระองค์  ทูลขอในนามของพระเยซู

John ยอห์น 15:16 16You did not choose me, but I chose you and appointed you that you should go and bear fruit and that your fruit should abide, so that whatever you ask the Father in my name, he may give it to you.

16ท่านทั้งหลายไม่ได้เลือกเรา   แต่เราได้เลือกท่านทั้งหลาย   และได้แต่งตั้งท่านทั้งหลายไว้ให้ท่านไปเกิดผล   และเพื่อให้ผลของท่านคงอยู่   เพื่อว่าเมื่อท่านทูลขอสิ่งใดจากพระบิดาในนามของเรา   พระองค์จะได้ประทานสิ่งนั้นให้แก่ท่าน

Jesus is the one who loves us enough to give His life for us, and He is the one who bridged the gap between us and God.
พระเยซูคือผู้ที่ทรงรักเรามากพอที่จะประทานชีวิตของพระองค์เพื่อเรา   และพระองค์ทรงเป็นบุคคลหนึ่งที่ทรงเชื่อมสะพานระหว่างเรากับพระเจ้า
Romans โรม 5:8 8but God shows his love for us in that while we were still sinners, Christ died for us.

8แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย   คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น   พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา

The Holy Spirit has been given to us as our Counselor.

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นผู้ให้คำปรึกษาซึ่งเป็นของประทานแก่เรา

John ยอห์น 14:15-17 15“If you love me, you will keep my commandments.

15“ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา   ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของเรา

16And I will ask the Father, and he will give you another Helper, to be with you forever,

16เราจะทูลขอพระบิดา   และพระองค์จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้แก่ท่าน   เพื่อจะได้อยู่กับท่านตลอดไป

17even the Spirit of truth, whom the world cannot receive, because it neither sees him nor knows him. You know him, for he dwells with you and will be in you.

17คือพระวิญญาณแห่งความจริง   ซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้   เพราะแลไม่เห็นและไม่รู้จักพระองค์   ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์   เพราะพระองค์ทรงสถิตอยู่กับท่าน   และจะประทับอยู่ในท่าน  

Jesus said this before He died, and after He died the Holy Spirit became available to all who earnestly seek to receive Him.

พระเยซูได้ตรัสเช่นนี้ก่อนทรงสิ้นพระชนม์    และหลังจากทรงสิ้นพระชนม์  พระวิญญาณบริสุทธิ์กลายเป็นผู้ประทับอยู่ในทุกคนที่แสวงหาพระองค์อย่างจริงจัง

He is the one who lives in the hearts of believers and never leaves. He counsels us, teaches us truths, and changes our hearts.

พระองค์ทรงเป็นบุคคลหนึ่งที่ประทับอยู่ในใจของบรรดาผู้เชื่อ   และทรงไม่เคยละทิ้งเรา   ทรงให้คำแนะนำแก่เรา   สอนความจริงแก่เราและทรงเปลี่ยนแปลงจิตใจเรา

Without this divine Holy Spirit, we would not have the ability to fight against evil and temptations.

ปราศจากพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งสวรรค์  เราจะไม่สามารถต่อสู้กับความชั่วร้ายและการทดลองได้

But since we do have Him, we begin to produce the fruit that comes from allowing the Spirit to control us:

แต่เนื่องจากเรามีพระองค์   เราเริ่มต้นเกิดผลที่มาจากการยอมให้พระวิญญาณทรงควบคุมเรา

Galatians กาลาเทีย 5:22-23 22But the fruit of the Spirit is love, joy, peace, patience, kindness, goodness, faithfulness,

22ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น   คือความรัก   ความปลาบปลื้มใจ   สันติสุข   ความอดกลั้นใจ   ความปรานี   ความดี   ความสัตย์ซื่อ

23gentleness, self-control; against such things there is no law.

23ความสุภาพอ่อนน้อม   การรู้จักบังคับตน   เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย

This personal relationship with God is not as hard to find as we might think, and there is no mysterious formula for getting it.

การติดสนิทกับพระเจ้าเป็นส่วนตัวนี้ไม่ยากที่จะเสาะหาอย่างที่เราคาดคิด   และไม่มีสูตรลึกลับที่จะทำให้ได้รับมัน

As soon as we become children of God, we receive the Holy Spirit, who will begin to work on our hearts.

ทันทีที่เราเป็นบุตรของพระเจ้า   เราได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์   ผู้ที่จะทรงเริ่มทำงานในหัวใจของเรา

We should pray without ceasing, read the Bible, and join a Bible-believing church; all these things will help us to grow spiritually.

เราควรอธิษฐานโดยไม่หยุดหย่อน   อ่านพระคัมภีร์และเข้าร่วมในคริสตจักรของผู้ที่เชื่อในพระคัมภีร์; สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราเติบโตฝ่ายวิญญาณ

Trusting in God to get us through each day and believing that He is our sustainer is the way to have a relationship with Him.

การไว้วางใจในพระเจ้าจะช่วยเราแก้ปัญหาได้ในแต่ละวัน   และเชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นผู้สนับสนุนเรา  เป็นทางที่จะให้เราติดสนิทกับพระองค์

Although we may not see changes immediately, we will begin to see them over time, and all the truths will become clear.

ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในทันที    เราจะเริ่มต้นตรวจสอบได้ในบางครั้ง   และความจริงทั้งหมดจะปรากฏชัดเจน

www.gotquestions.org/Thai

Great Commission and Personal Relationship

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top