Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, April 25, 2015

 

Question:  "What does it mean to walk in the Spirit?"

 คำถาม: "เดินในพระวิญญาณบริสุทธิ์หมายความว่าอะไร"

Answer:  Believers have the Spirit of Christ, the hope of glory within them (Colossians 1:27).

คำตอบ: ผู้เชื่อมีพระวิญญาณของพระคริสต์   ในใจเขามีความหวังในพระสิริ (โคโลสี 1:27)

Those who walk in the Spirit will show forth daily, moment-by-moment holiness.

บรรดาผู้ที่เดินในพระวิญญาณบริสุทธิ์จะแสดงออกความบริสุทธิ์ทุกชั่วขณะในแต่ละวัน

This is brought about by consciously choosing by faith to rely on the Holy Spirit to guide in thought, word, and deed.

พวกเขาจะใช้สติ  โดยตัดสินใจเชื่อพึ่งในพระวิญญาณบริสุทธิ์   ให้ทรงนำความคิด คำพูดและการกระทำ

Romans โรม 6:11-14 11 So you also must consider yourselves dead to sin and alive to God in Christ Jesus.

11 เหมือนกันเช่นนั้นแหละ   ท่านทั้งหลายจงถือว่าท่านได้ตายต่อบาป และมีชีวิตสนิท กับพระเจ้าในพระเยซูคริสต์   

12 Let not sin therefore reign in your mortal bodies, to make you obey their passions.

12 เหตุฉะนั้นอย่าให้บาปครอบงำกายที่ต้องตายของท่าน ซึ่งทำให้ต้องเชื่อ ฟังตัณหา ของกายนั้น

13 Do not present your members to sin as instruments for unrighteousness, but present yourselves to God as those who have been brought from death to life, and your members to God as instruments for righteousness.

13 อย่ายกอวัยวะของท่านให้แก่บาป   ให้เป็นเครื่องใช้ในการอธรรม  แต่จงถวายตัวของ ท่านแด่พระเจ้า   เหมือนหนึ่งคนที่เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว   และจงให้อวัยวะเป็น เครื่องใช้ในการชอบธรรมถวายแด่พระเจ้า

14 For sin will have no dominion over you, since you are not under law but under grace.

14 เพราะว่าบาปจะครอบงำท่านทั้งหลายต่อไปก็หามิได้    เพราะว่าท่านทั้งหลาย มิได้อยู่ใต้ธรรมบัญญัติแต่อยู่ใต้พระคุณ

Failure to rely on the Holy Spirit's guidance will result in a believer not living up to the calling and standing that salvation provides.

ความล้มเหลวที่ไม่ได้พึ่งพาการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์จะส่งผลให้ผู้เชื่อไม่ได้ดำเนินชีวิตไปตามการทรงเรียกและยืนมั่นคงในความรอดซึ่งพระเจ้าทรงประทาน

John ยอห์น 3:3 3 Jesus answered him, “Truly, truly, I say to you, unless one is born again he cannot see the kingdom of God.”

3 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า   “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า   ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดใหม่   ผู้นั้นจะเห็นแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้”

Ephesians เอเฟซัส 4:1 1 I therefore, a prisoner for the Lord, urge you to walk in a manner worthy of the calling to which you have been called,

1 เหตุฉะนั้นข้าพเจ้า   ผู้ถูกจำจองเพราะเห็นแก่องค์พระผู้เป็นเจ้า   ขอวิงวอนท่านให้ดำเนินชีวิตสมกับพันธกิจอันเนื่องจากการทรงเรียกท่านนั้น

Philippians ฟีลิปปี 1:27 27 Only let your manner of life be worthy of the gospel of Christ, so that whether I come and see you or am absent, I may hear of you that you are standing firm in one spirit, with one mind striving side by side for the faith of the gospel,

27 ขอแต่เพียงให้ท่านดำเนินชีวิตให้สมกับข่าวประเสริฐของพระคริสต์   เพื่อว่าแม้ข้าพเจ้าจะมาหาท่านหรือไม่ก็ตาม   ข้าพเจ้าก็จะได้รู้ข่าวของท่านว่า   ท่านเชื่อ มั่นคง   เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ต่อสู้เหมือนอย่างเป็น คนเดียวเพื่อความ เชื่ออัน เกิดจาก ข่าวประเสริฐนั้น

We can know that we are walking in the Spirit if our lives are showing forth the fruit of the Spirit which is love, joy, peace, patience, kindness, goodness, faithfulness, gentleness, and self-control (Galatians 5:22-23).

เราสามารถรู้ว่าเรากำลังเดินในพระวิญญาณ ถ้าชีวิตของเราแสดงออกผลของพระวิญญาณซึ่งเป็นความรัก, ความสุข ความสันติสุข  ความอดทน  ความเมตตา  ความดี  ความซื่อสัตย์, ความอ่อนสุภาพ  และการควบคุมตนเอง (กาลาเทีย 5:22-23)

Being filled (walking), with the Spirit is the same as allowing the word of Christ (the Bible), to richly dwell in us.

การเติมเต็ม (การเดิน) กับพระวิญญาณก็เหมือนกับการยอมให้พระวจนะของพระคริสต์ (พระคัมภีร์) อยู่ในเราอย่างบริบูรณ์

Colossians โคโลสี 3:16 16 Let the word of Christ dwell in you richly, teaching and admonishing one another in all wisdom, singing psalms and hymns and spiritual songs, with thankfulness in your hearts to God.

16 จงให้พระวาทะของพระคริสต์ดำรงอยู่ในตัวท่านอย่างบริบูรณ์  จงสั่งสอนและ เตือน สติกันด้วยปัญญาทั้งสิ้น   จงร้องเพลงสดุดีเพลงนมัสการ   และเพลงสรรเสริญด้วย ใจ โมทนาขอบพระคุณพระเจ้า  

The result is thankfulness, singing, and joy.

ผลที่ได้คือการขอบพระคุณ    ร้องเพลงสรรเสริญ  และความปิติยินดี

Ephesians เอเฟซัส 5:18-20 18And do not get drunk with wine, for that is debauchery, but be filled with the Spirit,

18 และอย่าเมาเหล้าองุ่นซึ่งจะทำให้เสียคน   แต่จงประกอบด้วยพระวิญญาณ

19 addressing one another in psalms and hymns and spiritual songs, singing and making melody to the Lord with all your heart,

19 จงปราศรัยกันด้วยเพลงสดุดี   เพลงนมัสการ   และเพลงสรรเสริญ   คือร้องเพลงสรรเสริญและสดุดีจากใจของท่าน   ถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า

20 giving thanks always and for everything to God the Father in the name of our Lord Jesus Christ,

20 จงขอบพระคุณพระเจ้าคือพระบิดาสำหรับสิ่งสารพัดเสมอ   ในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้าของเรา

Children of God will be led by the Spirit of God,  (Romans 8:14).

บุตรของพระเจ้าจะได้รับการทรงนำโดยพระวิญญาณของพระเจ้า (โรม 8:14)

When Christians choose not to walk in the Spirit, thereby sinning and grieving Him, provision has been made for restoration through confession of the wrongdoing.

เมื่อคริสเตียนตัดสินใจที่จะไม่เดินในพระวิญญาณ   ก็ไปทำบาปและทำให้พระองค์เสียพระทัย    จึงมีการจัดเตรียมนำเขาหันกลับมาโดยให้เขายอมสารภาพบาป

Ephesians เอเฟซัส 4:30 30 And do not grieve the Holy Spirit of God, by whom you were sealed for the day of redemption.

30 และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย   เพราะโดยพระวิญญาณนั้นท่านได้ถูกประทับตราหมายท่านไว้   เพื่อวันที่จะทรงไถ่ให้รอด

1 John 1ยอห์น 1:9 9 If we confess our sins, he is faithful and just to forgive us our sins and to cleanse us from all unrighteousness.

9 ถ้าเราสารภาพบาปของเรา   พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม   ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา   และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น

To “walk in the Spirit” is to follow the Spirit’s leading; essentially to “walk with” the Spirit, allowing Him to guide your steps and conform your mind.

การ "เดินในพระวิญญาณ" คือการปฏิบัติตามการทรงนำของพระวิญญาณ   โดยเฉพาะการ "เดินกับพระวิญญาณ " ยอมให้พระองค์ทรงนำย่างเท้าของคุณและปรับเปลี่ยนความคิดของคุณใหม่ให้เข้ากัน

To summarize, just as we have received Christ by faith, by faith He asks us to walk in Him, until we are taken to heaven and will hear from the Master, "Well done!"

โดยสรุป เมื่อเราได้รับในพระคริสต์โดยความเชื่อ   โดยความเชื่อพระองค์ทรงขอให้เราเดินในพระองค์จนกว่าเราจะถูกรับขึ้นไปสวรรค์และจะได้ยินเสียงจากเจ้านายว่า ”ทำได้ดีมาก! "

Colossians โคโลสี 2:5 5 For though I am absent in body, yet I am with you in spirit, rejoicing to see your good order and the firmness of your faith in Christ.

5 เพราะถึงแม้ว่าตัวของข้าพเจ้าไม่อยู่กับท่าน   แต่ใจของข้าพเจ้ายังอยู่กับท่าน   และมีความชื่นชมยินดีที่ได้เห็นท่านอยู่กันอย่างเรียบร้อย   และเห็นความเชื่อมั่นคงของท่านในพระคริสต์  

Matthew มัทธิว 25:23 23 His master said to him, ‘Well done, good and faithful servant. You have been faithful over a little; I will set you over much. Enter into the joy of your master.’

23 นายจึงตอบว่า   'ดีแล้ว   เจ้าเป็นทาสดีและสัตย์ซื่อ   เจ้าสัตย์ซื่อในของเล็กน้อย   ข้าพเจ้า จะตั้งเจ้าให้ดูแลของมาก   เจ้าจงปรีดีร่วมสุขกับนายของเจ้าเถิด'

Question:  "Is being slain in the Spirit biblical?”

 คำถาม: "การล้มลงในพระวิญญาณถูกต้องตามพระคัมภีร์หรือ "

Answer:  Most commonly, being “slain in the Spirit” happens when a minister lays hands on someone, and that person collapses to the floor, supposedly overcome by the power of the Holy Spirit.

คำตอบ: โดยทั่วไปส่วนใหญ่ การ "ล้มลงในพระวิญญาณ" เกิดขึ้นเมื่อผู้รับใช้วางมือใครสักคนและคนนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น   ราวกับว่าถูกครอบครองโดยฤทธิ์พระวิญญาณบริสุทธิ์

Those who practice slaying in the Spirit use Bible passages that talk about people becoming “as dead” 

เหล่าคนที่ล้มลงในพระวิญญาณใช้เนื้อหาพระคัมภีร์พูดเกี่ยวกับคนที่กำลังจะ  "ตาย"

“17 When I saw Him, I fell at His feet as though dead. But He laid His right hand on me, saying, “Fear not, I am the first and the last,

17 เมื่อข้าพเจ้าได้เห็นพระองค์ ข้าพเจ้าก็ล้มลงแทบพระบาทของพระองค์ เหมือน กับคนที่ ตายแล้ว   แต่พระองค์ทรงแตะตัวข้าพเจ้าด้วยพระหัตถ์เบื้องขวา   แล้วตรัสว่า   “อย่ากลัวเลย   เราเป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย  (Revelation วิวรณ์ 1:17)


Ezekiel เอเสเคียล 1:28 28 Like the appearance of the bow that is in the cloud on the day of rain, so was the appearance of the brightness all around.  Such was the appearance of the likeness of the glory of the LORD. And when I saw it, I fell on my face, and I heard the voice of one speaking.

28 ลักษณะความสุกใสที่อยู่รอบนั้น เหมือนกับสัณฐานรุ้งที่ปรากฏในเมฆเมื่อฝนตก  

ลักษณะทรวดทรงแห่งพระสิริของพระเจ้าเป็นดังนี้แหละ   และเมื่อข้าพเจ้าเห็นแล้ว   ข้าพเจ้าก็ซบหน้าลงถึงดิน   และข้าพเจ้าได้ยินเสียงท่านผู้หนึ่งตรัส

Daniel ดาเนียล 8:17-18, 10:7-9 17 So he came near where I stood. And when he came, I was frightened and fell on my face. But he said to me, “Understand, O son of man, that the vision is for the time of the end.”

17 ดังนั้น   ท่านจึงมาใกล้ที่ที่ข้าพเจ้ายืนอยู่   และเมื่อท่านมาแล้ว   ข้าพเจ้าก็ตกใจซบหน้าลงถึงดิน  แต่ท่านกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า   “โอ  บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย  จงเข้าใจเถิดว่า   นิมิตนั้นเป็นเรื่องของกาลอวสาน”  

18 And when he had spoken to me, I fell into a deep sleep with my face to the ground. But he touched me and made me stand up.

18 เมื่อท่านกำลังพูดอยู่กับข้าพเจ้า   ข้าพเจ้าก็สลบหน้าติดดินอยู่   แต่ท่านแตะต้องข้าพเจ้า  ให้ข้าพเจ้ายืนขึ้น

7 And I, Daniel, alone saw the vision, for the men who were with me did not see the vision, but a great trembling fell upon them, and they fled to hide themselves.

7 และข้าพเจ้าดาเนียลเห็นนิมิตนั้นแต่ผู้เดียว   คนที่อยู่กับข้าพเจ้ามิได้เห็นนิมิตนั้น   แต่เขาตัวสั่นมากจึงวิ่งไปซ่อนเสีย

8 So I was left alone and saw this great vision, and no strength was left in me. My radiant appearance was fearfully changed, and I retained no strength.

8 แล้วข้าพเจ้าอยู่แต่ลำพัง   และข้าพเจ้าได้เห็นนิมิตใหญ่ยิ่งนี้   ข้าพเจ้าก็สิ้นเรี่ยวสิ้นแรง   หน้าตาสุกใสของข้าพเจ้าก็เปลี่ยนเป็นหน้าซีด  ข้าพเจ้าหมดแรง

9 Then I heard the sound of his words, and as I heard the sound of his words, I fell on my face in deep sleep with my face to the ground.

9 แล้วข้าพเจ้าจึงได้ยินเสียงถ้อยคำของท่าน และเมื่อข้าพเจ้าได้ยินเสียงถ้อยคำนั้น   ข้าพเจ้าก็ซบหน้าลงสลบอยู่   หน้าของข้าพเจ้าฟุบกับดิน  


However, there are a number of contrasts between this biblical falling on one's face and the practice of being slain in the Spirit.

อย่างไรก็ตาม มีการเปรียบเทียบความแตกต่างกันหลายครั้งตามหลักพระคัมภีร์ระหว่างเรื่องการฟุบหน้ากราบลงและการล้มลงในพระวิญญาณ

1. The biblical falling down was a person's reaction to what he saw in a vision or an event beyond ordinary happenings, such as at the transfiguration of Christ, “When the disciples heard this, they fell on their faces and were terrified.” (Matthew 7:6)

1 ตามพระคัมภีร์ การล้มลงคือปฏิกิริยาของคนต่อสิ่งที่เขาเห็นนิมิต  หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนอกเหนือเหตุการณ์ปกติ   เช่นการจำแลงพระกายของพระคริสต์  " ฝ่ายพวกสาวกเมื่อได้ยินก็ซบหน้ากราบลงกลัวยิ่งนัก (มัทธิว17:6). 

In the unbiblical practice of being slain in the Spirit, the person responds to another’s touch or to the motion of the speaker's arm.

การล้มลงในพระวิญญาณตามหลักพระคัมภีร์ คนตอบสนองต่อการสัมผัสของคนอื่น หรือผู้พูดที่เคลื่อนไหวยกแขนขึ้น

2. The biblical instances were few and far between, and they occurred only rarely in the lives of a few people.

2 ตัวอย่างในพระคัมภีร์มีน้อย และห่างกันมาก  และมันแทบไม่ค่อยเกิดขึ้นในชีวิตของคนไม่กี่คน

In the slain in the Spirit phenomenon, falling down is a repeated event and an experience that happens to many.

ปรากฏการณ์การล้มลงในวิญญาณ การล้มลงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนหมู่มาก



3. In the biblical instances, the people fall upon their face in awe at either what or whom they see. 

3 ในตัวอย่างตามหลักพระคัมภีร์ ผู้คนฟุบหน้ากราบลงด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่พวกเขาเห็น หรือต่อบุคคลที่พวกเขาเห็น


In the slain in the Spirit counterfeit, they fall backwards, either in response to the wave of the speaker's arm or as a result of a church leader's touch (or push in some cases).

เรื่องการล้มลงในพระวิญญาณแบบเสแสร้ง พวกเขาล้มลงหงายหลัง   หรือมีปฏิกิริยาตอบเมื่อผู้พูดยกแขนขึ้น  หรือเป็นผลมาจากการที่ผู้นำคริสตจักรแตะต้องสัมผัส(หรือผลักในบางกรณี)


We are not claiming that all examples of being slain in the Spirit are fakes or responses to a touch or push.

เราไม่ได้อ้างว่าตัวอย่างการล้มลงในพระวิญญาณทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องเสแสร้ง  หรือขานรับต่อการสัมผัสหรือผลักนั้น

Many people claim to experience an energy or a force that causes them to fall back.

หลายคนอ้างว่าได้มีประสบการณ์จากพลังหรืออำนาจในการโน้มน้าวที่ทำให้พวกเขาหงายหลังล้มลง

However, we find no biblical basis for this concept.

อย่างไรก็ตาม เราไม่พบหลักฐานในพระคัมภีร์สำหรับ แนวคิดนี้

Yes, there may be some energy or force involved, but if so, it is very likely not of God and not the result of the working of the Holy Spirit.

 ใช่ อาจจะมีพลังหรืออำนาจในการโน้มน้าวบางอยางที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น มันอาจเป็นไปได้ที่ไม่ใช่พระเจ้า    และไม่ใช่เป็นผลมาจากการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์

It is unfortunate that people look to such bizarre counterfeits that produce no spiritual fruit, rather than pursuing the practical fruit which the Spirit gives us for the purpose of glorifying Christ with our lives,

น่าเสียดายที่คนพึ่งพาสิ่งแปลกปลอมประหลาดดังกล่าวที่ไม่เกิดผลฝ่ายจิตวิญญาณ แทนที่จะมุ่งหาผลอันเกิดจาการประพฤติ  ซึ่งพระวิญญาณจะทรงประทานแก่เรา  ประสงค์จะให้พระคริสต์เป็นที่ยกย่องสรรเสริญในชีวิตเรา

22 But the fruit of the Spirit is love, joy, peace, patience, kindness, goodness, faithfulness,

22 ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น   คือความรัก   ความปลาบปลื้มใจ   สันติสุข   ความอดกลั้นใจ   ความปรานี   ความดี   ความสัตย์ซื่อ

23 gentleness, self-control; against such things there is no law.

23 ความสุภาพอ่อนน้อม   การรู้จักบังคับตน   เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย

(Galatians กาลาเทีย 5:22-23). 


Being filled with the Spirit is not evidenced by such counterfeits, but by a life that overflows with the Word of God in such a way that it spills over in praise, thanksgiving, and obedience to God.

การเต็มด้วยพระวิญญาณไม่ได้พิสูจน์หลักฐานโดยสิ่งที่เสแสร้งนั้น แต่ชีวิตที่ไหลล้นด้วยพระวจนะของพระเจ้านั้น    เต็มล้นด้วยการสรรเสริญ การขอบพระคุณ และการเชื่อฟังพระเจ้า

www.gotquestions.org/Thai 

 

Walk in the Spirit and Slain in the Spirit

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top