Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, April 26, 2015

 

Question:  "Will the Holy Spirit ever leave a believer?"

 คำถาม: "พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงละจากผู้เชื่อหรือ"


Answer:  Simply put, no, the Holy Spirit will never leave a true believer. 

คำตอบ: ง่ายๆ  ตอบว่าไม่เลย  พระวิญญาณบริสุทธิ์จะไม่ทรงละไปจากผู้ที่เชื่อจริง

This is revealed in many different passages in the New Testament. 

สิ่งนี้ปรากฎในเนื้อหาพระคัมภีร์หลายตอนที่แตกต่างกันในพันธสัญญาใหม่

For example, Romans 8:9 tells us,

ตัวอย่างเช่น พระธรรมโรม 8:9 กล่าวว่า

9 You, however, are not in the flesh but in the Spirit, if in fact the Spirit of God dwells in you. Anyone who does not have the Spirit of Christ does not belong to Him.

9 ถ้าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงสถิตอยู่ในท่านทั้งหลายจริงๆแล้ว   ท่านก็มิได้อยู่ใต้เนื้อหนัง   แต่อยู่ใต้พระวิญญาณ   ผู้ใดไม่มีพระวิญญาณของพระคริสต์   ผู้นั้นก็ไม่เป็นของพระองค์ ” 

This verse very clearly states that if someone does not have the indwelling presence of the Holy Spirit, then that person is not saved.

ข้อนี้กล่าวอย่างชัดเจนว่าถ้าคนใดไม่ได้มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตภายในแล้ว คนนั้นก็ไม่ได้รับความรอด

Therefore, if the Holy Spirit were to leave a believer, that person would have lost the saving relationship with Christ. 

ดังนั้นถ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ต้องทรงละจากผู้เชื่อ  คนนั้นจะต้องสูญเสียความสัมพันธ์แห่งความรอดกับพระคริสต์

Yet this is contrary to what the Bible teaches about the eternal security of Christians.

อย่างไรก็ตาม นี้ก็ขัดแย้งกับสิ่งที่พระคัมภีร์สอนเกี่ยวกับความรอดนิรันดร์ของคริสเตียน

Another verse that speaks to the permanence of the Holy Spirit’s indwelling presence in the life of believers is John 14:16. 

ข้อพระคัมภีร์อีกข้อที่พูดถึงการทรงสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างมั่นคงในชีวิตของบรรดาผู้เชื่อก็คือ ยอห์น 14:16

16 And I will ask the Father, and He will give you another Helper, to be with you forever,

16 ข้าพเจ้า จะทูลขอพระบิดา   และพระองค์จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้แก่ท่าน   เพื่อจะได้อยู่กับท่านตลอดไป

Here Jesus states that the Father will give another Helper “to be with you forever.”

 ที่นี่พระเยซูทรงตรัสว่าพระบิดาจะทรงประทานผู้ช่วยอีกองค์หนึ่ง "เพื่อจะอยู่กับคุณตลอดไป"

The fact that the Holy Spirit will never leave a believer is also seen in Ephesians 1:13-14 where believers are said to be “sealed” with the Holy Spirit,

ความจริงที่ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์จะไม่ทรงละจากผู้เชื่อพบได้ใน เอเฟซัส 1:13-14 ที่กล่าวว่าบรรดาผู้เชื่อจะถูก "ประทับตรา" ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์

“13 In Him you also, when you heard the word of truth, the gospel of your salvation, and believed in Him, were sealed with the promised Holy Spirit,

13 ในพระองค์นั้น   ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน   เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ   คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่าน   และได้วางใจในพระองค์   ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา

14 who is the guarantee of our inheritance until we acquire possession of it, to the praise of His glory.

14เป็นมัดจำของการรับมรดกของเรา   จนกว่าเราจะได้รับเป็นกรรมสิทธิ์   เป็นที่ถวายสรรเสริญแด่พระสิริของพระองค์ ” 

The picture of being sealed with the Spirit is one of ownership and possession. God has promised eternal life to all who believe in Christ, and as a guarantee that He will keep His promise, He has sent the Holy Spirit to indwell the believer until the day of redemption. 

ภาพของการถูกประทับตราด้วยพระวิญญาณ  คือความเป็นเจ้าของและการทรงครอบครอง พระเจ้าได้ทรงสัญญาว่าจะทรงประทานชีวิตนิรันดร์แก่คนที่เชื่อในพระคริสต์  และเพื่อเป็นหลักประกันว่าพระองค์จะทรงรักษาพระสัญญาของพระองค์  จึงทรงส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์   เพื่อให้ประทับอยู่ในผู้เชื่อจนกว่าจะถึงวันแห่งการทรงไถ่

Similar to making a down payment on a car or a house, God has provided all believers with a down payment on their future relationship with Him by sending the Holy Spirit to indwell them.

นี่ก็คล้ายกับการชำระเงินดาวน์ผ่อนรถหรือบ้าน  พระเจ้าได้ทรงให้ผู้เชื่อทุกคนชำระเงินดาวน์ที่พวกเขามาเข้าสนิทกับพระองค์     โดยการส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมาประทับอยู่ในพวกเขา

The fact that all believers are sealed with the Spirit is also seen in these verses.

ความจริงที่ว่าผู้เชื่อทุกคนไดรับการประทับตราด้วยพระวิญญาณ เราอ่านพบได้ในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้

2 Corinthians 2โครินธ์ 1:22

22 and who has also put His seal on us and given us His Spirit in our hearts as a guarantee.

22 และพระองค์ทรงประทับตราเรา   และประทานพระวิญญาณไว้ในใจของเราเป็นมัดจำด้วย  

Ephesians เอเฟซัส 4:30 30 And do not grieve the Holy Spirit of God, by whom you were sealed for the day of redemption.

30 และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย   เพราะโดยพระวิญญาณนั้นท่านได้ถูกประทับตราหมายท่านไว้   เพื่อวันที่จะทรงไถ่ให้รอด

Prior to Christ’s death, resurrection, and ascension into heaven, the Holy Spirit had a “come and go” relationship with people.

ก่อนที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ คืนพระชนม์และเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเสด็จ "มาและไป" มีความสัมพันธ์สนิทกับผู้คน

The Holy Spirit indwelt King Saul, but then departed from him,

พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงประทับในกษัตริย์ซาอูล แต่แล้วก็ทรงละจากพระองค์ไป

14 Now the Spirit of the LORD departed from Saul, and an evil spirit from the LORD tormented him.

14 ฝ่ายพระวิญญาณของพระเจ้าก็พรากจากซาอูล   และวิญญาณชั่วจากพระเจ้าก็ทรมานซาอูล

(1 Samuel 1ซามูเอล 16:14).

Instead, the Spirit came upon David,

แต่พระวิญญาณทรงเสด็จมาประทับในดาวิดแทน

13 Then Samuel took the horn of oil and anointed him in the midst of his brothers. And the Spirit of the LORD rushed upon David from that day forward. And Samuel rose up and went to Ramah.

13 ซามูเอลจึงนำขวดเขาน้ำมันและ เจิมตั้งเขาไว้ท่ามกลางพี่ชายของเขา   และพระวิญญาณของพระเจ้าก็สวมทับ ดาวิดอย่างมากตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป   และซามูเอลก็ลุกขึ้นกลับไปยังรามาห์ (1 Samuel 1ซามูเอล16:13).

After his adultery with Bathsheba, David feared that the Holy Spirit would be taken from him.

หลังจากทรงล่วงประเวณีกับบัทเชบาแล้ว    เดวิดทรงกลัวว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงละไปจากพระองค์

Psalm บทเพลงสดุดี 51:11 11 Cast me not away from Your presence, and take not your Holy Spirit from me.

11 ขออย่าทรงเหวี่ยงข้าพระองค์ไปเสียจากเบื้อง พระพักตร์พระองค์    และขออย่าทรงนำวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ ไปจากข้าพระองค์   

The Holy Spirit filled Bezalel to enable him to produce the items needed for the tabernacle,  but this is not described as a permanent relationship.

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตใน เบซาเลล เพื่อให้พระองค์ทรงสามารถผลิตวัสดุที่จำเป็นต้องใช้สร้างพลับพลา แต่นี้ไม่ได้อธิบายว่าเป็นการติดสนิทอย่างถาวร

Exodus อพยพ 31:2-5 2 “See, I have called by name Bezalel the son of Uri, son of Hur, of the tribe of Judah,

2 “ดูซี  เราได้ออกชื่อเบซาเลล   ผู้เป็นบุตรอุรี   ผู้เป็นบุตรเฮอร์แห่งเผ่ายูดาห์

3 and I have filled him with the Spirit of God, with ability and intelligence, with knowledge and all craftsmanship,

3 และได้ให้เขาประกอบด้วยพระวิญญาณของพระเจ้า   คือให้เขามีสติปัญญา   ความเข้าใจและความรู้ในวิชาการทุกอย่าง

4 to devise artistic designs, to work in gold, silver, and bronze,

4 จะได้คิดออกแบบอย่างประณีตในการทำเครื่องทองคำ   เงิน  และทองสัมฤทธิ์

5 in cutting stones for setting, and in carving wood, to work in every craft.

5 เจียระไนพลอยต่างๆ   สำหรับฝังในกระเปาะและแกะสลักไม้ได้   คือประกอบวิชาการทุกอย่าง

All of this changed after Jesus’ ascension into heaven.

ทั้งหมดนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปหลังจากพระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์

Beginning on the day of Pentecost, the Holy Spirit began permanently indwelling believers (Acts 2).

เริ่มต้นในวันเพ็นเทคอสที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเริ่มสถิตในผู้เชื่ออย่างถาวร ( กิจการบทที่2)

The permanent indwelling of the Holy Spirit is the fulfillment of God’s promise to always be with us and never forsake us.

การสถิตอยู่อย่างถาวรของพระวิญญาณบริสุทธิ์   คือการทำให้พระสัญญาของพระเจ้าสำเร็จบริบูรณ์ ว่าพระองค์จะทรงดำรงอยู่กับเราเสมอ   และไม่มีวันทอดทิ้งเรา

While the Holy Spirit will never leave a believer, it is possible for our sin to “quench the Holy Spirit” (1 Thessalonians 5:19) or “grieve the Holy Spirit” (Ephesians 4:30).

เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ทรงละจากผู้เชื่อ  ก็เป็นไปได้ที่ความบาปของเราเองแหละที่จะ "ดับพระวิญญาณบริสุทธิ์" (1 เธสะโลนิกา 5:19) หรือ "ทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เสียพระทัย" (เอเฟซัส 4:30)

 Sin always has consequences in our relationship with God.

บาปจะส่งผลกระทบต่อเนื่องในการที่เราเข้าสนิทกับพระเจ้า

While our relationship with God is secure in Christ, unconfessed sin in our lives can hinder our fellowship with God and effectively quench the Holy Spirit’s working in our lives.

เมื่อเราติดสนิทกับพระเจ้าอยู่ในพระคริสต์ บาปที่เราไม่ได้สารภาพผิดในชีวิตสามารถขัดขวางการสามัคคีธรรมของเรากับพระเจ้า   และสามารถดับพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงทำงานในชีวิตเรา

That is why it is so important to confess our sins

นั่นคือเหตุผลที่ว่ามันสำคัญที่เราจะต้องสารภาพบาปผิดของเรา

9If we confess our sins, He is faithful and just to forgive us our sins and to cleanse us from all unrighteousness.

9 ถ้าเราสารภาพบาปของเรา   พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม   ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา   และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น  (1 John 1:9).


So, while the Holy Spirit will never leave us, the benefits and joy of His presence can in fact depart from us.

ดังนั้นเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่มีวันละจากเรา   พระพรและสันติสุขของการทรงสถิตของพระองค์สามารถละจากเราไปได้ 


Question:  "What is the fruit of the Holy Spirit?"

คำถาม: “อะไรคือผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์”

Answer: 

คำตอบ:

Galatians กาลาเทีย 5:22-23 22 But the fruit of the Spirit is love, joy, peace, patience, kindness, goodness, faithfulness,

22 ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น   คือความรัก   ความปลาบปลื้มใจ   สันติสุข   ความอดกลั้นใจ   ความปรานี   ความดี   ความสัตย์ซื่อ

23 gentleness, self-control; against such things there is no law.

23 ความสุภาพอ่อนน้อม   การรู้จักบังคับตน   เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย

The fruit of the Holy Spirit is the result of the Holy Spirit’s presence in the life of a Christian.

ผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ คือผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงสถิตในชีวิตคริสเตียน

The Bible makes it clear that everyone receives the Holy Spirit the moment he or she believes in Jesus Christ. 

พระคัมภีร์กล่าวชัดเจนว่าทุกคนได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ทันที่ที่เขาหรือเธอรับเชื่อในพระเยซูคริสต์

Romans โรม 8:9 9 You, however, are not in the flesh but in the Spirit, if in fact the Spirit of God dwells in you. Anyone who does not have the Spirit of Christ does not belong to Him.

9 ถ้าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงสถิตอยู่ในท่านทั้งหลายจริงๆแล้ว   ท่านก็มิได้อยู่ใต้เนื้อหนัง   แต่อยู่ใต้พระวิญญาณ   ผู้ใดไม่มีพระวิญญาณของพระคริสต์   ผู้นั้นก็ไม่เป็นของพระองค์


1 Corinthians 1โครินธ์ 12:13 13 For in one Spirit we were all baptized into one body—Jews or Greeks, slaves or free—and all were made to drink of one Spirit.

13 เพราะว่าถึงเราจะเป็นพวกยิว   หรือพวกกรีก   เป็นทาสหรือมิใช่ทาสก็ตาม   เราทั้งหลายได้รับบัพติสมาโดยพระวิญญาณองค์เดียวเข้าเป็นกายเดียวกัน   และพระวิญญาณองค์เดียวนั้นซาบซ่านอยู่  

Ephesians เอเฟซัส 1:13-14 13 In Him you also, when you heard the word of truth, the gospel of your salvation, and believed in Him, were sealed with the promised Holy Spirit,

13 ในพระองค์นั้น   ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน   เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ   คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่าน   และได้วางใจในพระองค์   ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา

14 who is the guarantee of our inheritance until we acquire possession of it, to the praise of His glory.

14 เป็นมัดจำของการรับมรดกของเรา   จนกว่าเราจะได้รับเป็นกรรมสิทธิ์   เป็นที่ถวายสรรเสริญแด่พระสิริของพระองค์


One of the primary purposes of the Holy Spirit coming into a Christian's life is to change that life.

เป้าหมายแรกอันหนึ่งที่สำคัญของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงเสด็จเข้ามาในชีวิตคริสเตียนคือการเปลี่ยนแปลงชีวิตนั้น

The Holy Spirit's job is to conform us to the image of Christ, making us more like Him.

 งานของพระวิญญาณบริสุทธิ์คือเพื่อปรับเปลี่ยนเราให้เป็นแบบพระฉายของพระคริสต์ ทำให้เราเหมือนพระองค์มากขึ้น

The fruit of the Holy Spirit is in direct contrast with the acts of the sinful nature in

ผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ตรงกันข้ามกับการประพฤติที่มีธรรมชาติบาปภายใน

Galatians กาลาเทีย 5:19-2119 Now the works of the flesh are evident: sexual immorality, impurity, sensuality,

19 การงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด   คือการล่วงประเวณี   การโสโครก   การลามก

20 idolatry, sorcery, enmity, strife, jealousy, fits of anger, rivalries, dissensions, divisions,

20 การนับถือรูปเคารพ   การถือวิทยาคม   การเป็นศัตรูกัน   การวิวาทกัน   การริษยากัน   การโกรธกัน   การใฝ่สูง   การทุ่มเถียงกัน   การแตกก๊กกัน

21 envy, drunkenness, orgies, and things like these. I warn you, as I warned you before, that those who do such things will not inherit the kingdom of God.

21 การอิจฉากัน   การเมาเหล้า   การเล่นเป็นพาลเกเร และการอื่นๆในทำนองนี้อีกเหมือน ที่ข้าพเจ้าได้เตือนท่านมาก่อน   บัดนี้ข้าพเจ้าขอเตือนท่านเหมือนกับที่เคยเตือนมาแล้วว่า   คนที่ประพฤติเช่นนั้นจะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า

This passage describes all people, to varying degrees, when they do not know Christ and therefore are not under the influence of the Holy Spirit.

เนื้อหาตอนนี้บรรยายถึงทุกคน   แม้อยู่ในระดับต่างกัน เมื่อพวกเขาไม่รู้จักพระคริสต์ และดังนั้นพวกเขาจึงไม่อยู่ภายใต้การบังคับควบคุมของพระวิญญาณบริสุทธิ์


Our sinful flesh produces certain types of fruit that reflect our nature, and the Holy Spirit produces types of fruit that reflect His nature.

 เนื้อหนังบาปของเราก่อให้เกิดผลบางอย่างที่สะท้อนให้เห็นธรรมชาติของเรา และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงให้เกิดผลที่สะท้อนพระลักษณะของพระองค์

The Christian life is a battle of the sinful flesh against the new nature given by Christ.

ชีวิตคริสเตียนคือการต่อสู้ของฝ่ายเนื้อหนังต่อต้านธรรมชาติใหม่ที่พระคริสต์ทรงประทานให้

2 Corinthians 2โครินธ์ 5:17 17Therefore, if anyone is in Christ, he is a new creation. The old has passed away; behold, the new has come.

17 เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์   ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว   สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป   นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น

As fallen human beings, we are still trapped in a body that desires sinful things.

เพราะเป็นมนุษย์ที่ได้ล้มลง    เรายังจมอยู่กับความปรารถนาสิ่งชั่วร้ายฝ่ายร่างกาย

Romans โรม 7:14-25 14 For we know that the law is spiritual, but I am of the flesh, sold under sin.

14 เรารู้ว่าธรรมบัญญัตินั้นเป็นมาโดยฝ่ายพระวิญญาณ   แต่ว่าข้าพเจ้าเป็นมนุษย์ถูกขาย ไว้ให้อยู่ใต้บาป

15 I do not understand my own actions. For I do not do what I want, but I do the very thing I hate.

15 ข้าพเจ้าไม่เข้าใจการกระทำของข้าพเจ้าเอง   เพราะว่าข้าพเจ้าไม่ทำสิ่งที่ข้าพเจ้า ปรารถนาที่จะทำ   แต่กลับทำสิ่งที่ข้าพเจ้าเกลียดชังนั้น

16 Now if I do what I do not want, I agree with the law, that it is good.

16 เหตุฉะนั้นถ้าข้าพเจ้าทำสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาที่จะทำ   และข้าพเจ้ายอมรับ ว่าธรรมบัญญัตินั้นดี

17 So now it is no longer I who do it, but sin that dwells within me.

17 ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงมิใช่ผู้กระทำ   แต่ว่าบาปซึ่งอยู่ในตัวข้าพเจ้านั่นเองเป็นผู้ทำ

18 For I know that nothing good dwells in me, that is, in my flesh. For I have the desire to do what is right, but not the ability to carry it out.

18 ด้วยว่าในตัวข้าพเจ้า   คือในตัวของข้าพเจ้าไม่มีความดีประการใดอยู่เลย   เพราะว่า เจตนาดีข้าพเจ้าก็มีอยู่   แต่ซึ่งจะกระทำการดีนั้นข้าพเจ้าหาได้กระทำไม่

19 For I do not do the good I want, but the evil I do not want is what I keep on doing.

19 ด้วยว่าการดีนั้นซึ่งข้าพเจ้าปรารถนาทำ   ข้าพเจ้าไม่ได้กระทำ   แต่การชั่วซึ่ง ข้าพเจ้า มิได้ปรารถนาทำ   ข้าพเจ้ายังทำอยู่

20 Now if I do what I do not want, it is no longer I who do it, but sin that dwells within me.

20 ถ้าแม้ข้าพเจ้ายังทำสิ่งซึ่งข้าพเจ้าไม่ปรารถนาจะทำ   ก็ไม่ใช่ตัวข้าพเจ้าเป็นผู้กระทำ   แต่บาปซึ่งอยู่ในตัวข้าพเจ้านั่นเองเป็นผู้กระทำ  

21 So I find it to be a law that when I want to do right, evil lies close at hand.

21 ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเห็นว่าเป็นกฎธรรมดาอย่างหนึ่ง   คือเมื่อใดที่ข้าพเจ้าตั้งใจจะกระทำความดี   ความชั่วก็พร้อมที่จะผุดขึ้น

22 For I delight in the law of God, in my inner being,

22 เพราะว่าส่วนลึกในใจของข้าพเจ้านั้น   ข้าพเจ้าชื่นชมในธรรมบัญญัติของพระเจ้า

23 but I see in my members another law waging war against the law of my mind and making me captive to the law of sin that dwells in my members.

23 แต่ข้าพเจ้าเห็นมีกฎอีกอย่างหนึ่งอยู่ในกายของข้าพเจ้า   ซึ่งต่อสู้กับกฎแห่งจิต ใจของ ข้าพเจ้า   และชักนำให้ข้าพเจ้าอยู่ใต้บังคับกฎแห่งบาป   ซึ่งอยู่ในกายของข้าพเจ้า

24 Wretched man that I am! Who will deliver me from this body of death?

24 โอย  ข้าพเจ้าเป็นคนน่าสมเพชอะไรเช่นนี้   ใครจะช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากร่าง กายนี้ซึ่งเป็นของความตายได้

25 Thanks be to God through Jesus Christ our Lord! So then, I myself serve the law of God with my mind, but with my flesh I serve the law of sin.

25 ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้า   โดยทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา   ฉะนั้นทาง ด้านจิตใจของข้าพเจ้านั้น   ข้าพเจ้าเชื่อฟังกฎของพระเจ้า   แต่ด้านฝ่ายเนื้อหนังของข้าพเจ้า   ข้าพเจ้าเป็นทาสของกฎแห่งบาป 

As Christians, we have the Holy Spirit producing His fruit in us and we have the Holy Spirit's power available to conquer the acts of the sinful nature.

ในฐานะคริสเตียนเรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทำให้เราเกิดผล และเรามีฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่สามารถเอาชนะการประพฤติในธรรมชาติบาป

Philippians ฟิลิปปี 4:13 13 I can do all things through him who strengthens me.

13 ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้   โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า  

A Christian will never be completely victorious in always demonstrating the fruits of the Holy Spirit.

คริสเตียนจะไม่มีวันชนะตลอดในการสำแดงออกให้เห็นผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์

It is one of the main purposes of the Christian life, though, to progressively allow the Holy Spirit to produce more and more of His fruit in our lives—and to allow the Holy Spirit to conquer the opposing sinful desires.

ถึงแม้จะเป็นวัตถุประสงค์หลักอย่างหนึ่งของชีวิตคริสเตียน  เราค่อย ๆยอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทำให้ชีวิตของเราเกิดผลมากขึ้น และยอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์มีชัยชนะเหนือความปรารถนาสิ่งชั่วร้ายที่ต่อต้านอยู่

The fruit of the Spirit is what God desires our lives to exhibit and, with the Holy Spirit's help, it is possible!

ผลของพระวิญญาณคือสิ่งที่พระเจ้าทรงปรารถนาให้ชีวิตของเราสำแดงออกให้ผู้อื่นเห็น  และด้วยความช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์ สิ่งนี้เป็นไปได้แน่

www.gotquestions.org/Thai 

 

Spirit Leave and Fruit of the Spirit

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top