Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, April 29, 2015

 

Question: "Should a Christian listen to secular music?"
คำถาม: "คริสเตียนควรฟังดนตรีที่ไม่เกี่ยวกับศาสนาไหม"

Answer: Many Christians struggle with this question.

คำตอบ: คริสเตียนหลายคนต่อสู้กับคำถามนี้

Many secular musicians are immensely talented.

นักดนตรีที่ไม่เกี่ยวกับศาสนาหลายคนมีความสามารถพิเศษอย่างสุดยอด

Secular music can be very entertaining.

ดนตรีที่ไม่เกี่ยวกับศาสนาสามารถให้ความบันเทิงได้มาก

There are many secular songs that have catchy melodies, thoughtful insights, and positive messages.

มีเพลงมากมายที่ไม่เกี่ยวกับศาสนาที่มีท่วงทำนองคุ้นหูจำง่าย   ให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าคิดและเนื้อหาในเชิงสร้างสรรค์

In determining whether or not to listen to secular music, there are three primary factors to consider: 1) the purpose of music, 2) the style of music, and 3) the content of the lyrics.
ในการพิจารณาว่าจะฟังดนตรีที่ไม่เกี่ยวกับศาสนาหรือไม่   มีปัจจัยหลัก 3 อย่างที่จะต้องคำนึงถึงคือ 1) จุดประสงค์ของดนตรี  2) สไตล์ดนตรีและ  3) เนื้อหาเพลง
The purpose of music.

1) จุดประสงค์ของดนตรี

Is music designed solely for worship, or did God also intend music to be soothing and/or entertaining?

ดนตรีจัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการเท่านั้นหรือ   พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะให้ดนตรีเป็นการผ่อนคลายและ / หรือเพื่อความบันเทิง

The most famous musician in the Bible, King David, primarily used music for the purpose of worshipping God

นักดนตรีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในพระคัมภีร์คือกษัตริย์เดวิด    สมัยแรกเริ่มเขาใช้ดนตรีเพื่อจุดประสงค์ในการนมัสการพระเจ้า

Psalms บทเพลงสดุดี 4:1 1Answer me when I call, O God of my righteousness!

You have given me relief when I was in distress.  Be gracious to me and hear my prayer!

1ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงให้ประจักษ์ว่าข้าพระองค์เป็นฝ่ายชอบธรรม   ขอทรงโปรดตอบเมื่อข้าพระองค์ร้องทูล    เมื่อข้าพระองค์จนตรอกขอพระองค์ประทานช่องทางให้    ขอทรงเมตตาแก่ข้าพระองค์และทรงฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์  

Psalms บทเพลงสดุดี 6:1 1O LORD, rebuke me not in your anger, nor discipline me in your wrath.

1ข้าแต่พระเจ้า   ขออย่าทรงขนาบข้าพระองค์เมื่อทรงโกรธ และขออย่าทรงลงทัณฑ์ข้าพระองค์ด้วยพระพิโรธของพระองค์  

Psalms บทเพลงสดุดี 61:1 1Hear my cry, O God, listen to my prayer;

1ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงฟังเสียงร้องของข้าพระองค์   ขอทรงสดับคำอธิษฐานของข้าพระองค์   

Psalms บทเพลงสดุดี 67:1 1May God be gracious to us and bless us and make his face to shine upon us, Selah

1ขอพระเจ้าทรงพระเมตตาต่อข้าพระองค์ทั้งหลาย   และอำนวยพรแก่ข้าพระองค์   ขอพระองค์ทรงให้พระพักตร์ฉายสว่างแก่ข้าพระองค์  

Psalms บทเพลงสดุดี 76:1 1In Judah God is known; His name is great in Israel.

1 ในยูดาห์เขารู้จักพระเจ้า   ในอิสราเอลพระนามของพระองค์ใหญ่ยิ่ง  

However, when King Saul was tormented by evil spirits, he would call on David to play the harp in order to soothe him.

แต่เมื่อวิญญาณชั่วร้ายทรมานกษัตริย์ซาอูล   พระองค์จะทรงเรียกดาวิดมาเล่นพิณเพื่อปลอบพระทัย

1 Samuel 1ซามูเอล 16:14-23 14Now the Spirit of the LORD departed from Saul, and an evil spirit from the LORD tormented him.

14ฝ่ายพระวิญญาณของพระเจ้าก็พรากจากซาอูล   และวิญญาณชั่วจากพระเจ้าก็ทรมานซาอูล

15And Saul's servants said to him, “Behold now, an evil spirit from God is tormenting you.

15และพวกมหาดเล็กของซาอูลก็กราบทูลว่า   “ดูเถิด   วิญญาณชั่วจากพระเจ้ากำลังทรมานพระองค์อยู่

16Let our lord now command your servants who are before you to seek out a man who is skillful in playing the lyre, and when the evil spirit from God is upon you, he will play it, and you will be well.”

16ขอเจ้านายของข้าพระบาททั้งหลาย   จงบัญชาผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทผู้ที่อยู่ต่อพักตร์ฝ่าพระบาท   ให้หาคนที่มีฝีมือในการดีดพิณ   และเมื่อวิญญาณชั่วจากพระเจ้าสิงฝ่าพระบาท   ก็ให้เขาดีดพิณแล้วฝ่าพระบาทจะหายดี”

17 So Saul said to his servants, “Provide for me a man who can play well and bring him to me.”

17ซาอูลก็รับสั่งผู้รับใช้ของพระองค์ว่า   “จงไปหาชายคนหนึ่งที่ดีดพิณได้ดีมา ให้เรา   นำเขามาหาเรา”

18One of the young men answered, “Behold, I have seen a son of Jesse the Bethlehemite, who is skillful in playing, a man of valor, a man of war, prudent in speech, and a man of good presence, and the LORD is with him.”

18คนหนึ่งในพวกชายหนุ่มทูลว่า   “ดูเถิด   ข้าพระบาทเห็นบุตรคนหนึ่งของเจสซีชาวเบธเลเฮม   เป็นผู้มีฝีมือในการดีดพิณ   เป็นคนกล้าหาญ   เป็นนักรบ  พูดเก่ง   และเป็นคนมีหน้าตาดี   และพระเจ้าทรงสถิตกับเขา”

19Therefore Saul sent messengers to Jesse and said, “Send me David your son, who is with the sheep.”

19เพราะฉะนั้นซาอูลจึงส่งผู้สื่อสารไปยังเจสซีกล่าวว่า   “จงให้ดาวิดบุตรของท่านผู้อยู่กับแกะนั้นมาหาเรา”

20And Jesse took a donkey laden with bread and a skin of wine and a young goat and sent them by David his son to Saul.

20และเจสซีก็จัดลาตัวหนึ่งบรรทุกขนมปัง   และถุงหนังใส่เหล้าองุ่นถุงหนึ่ง  กับลูกแพะตัวหนึ่ง   ฝากไปกับดาวิดบุตรของท่านให้ถวายซาอูล

21And David came to Saul and entered his service. And Saul loved him greatly, and he became his armor-bearer.

21ดาวิดก็มาเฝ้าซาอูลและเข้ารับราชการ   ซาอูลก็ทรงรักดาวิดมาก  ดาวิดก็ได้เป็น คนถือเครื่องอาวุธของซาอูล

22And Saul sent to Jesse, saying, “Let David remain in my service, for he has found favor in my sight.”

22และซาอูลทรงส่งข่าวไปยังเจสซีว่า   “จงอนุญาตให้ดาวิดอยู่รับราชการกับเรา   เพราะเขาเป็นที่พอตาพอใจของเรา”

23And whenever the evil spirit from God was upon Saul, David took the lyre and played it with his hand. So Saul was refreshed and was well, and the evil spirit departed from him.

23อยู่มาเมื่อวิญญาณชั่วจากพระเจ้ามาสิงซาอูลเมื่อไร   ดาวิดก็หยิบพิณใช้มือดีดถวายซาอูลก็ทรงชุ่มชื่นขึ้นและหายดี   และวิญญาณชั่วก็พรากจากพระองค์ไป

The Israelites also used musical instruments to warn of danger.

คนอิสราเอลยังใช้เครื่องดนตรีเพื่อเตือนให้ทราบว่าจะมีอันตรายด้วย

Nehemiah เนหะมีย์ 4:20 20In the place where you hear the sound of the trumpet, rally to us there. Our God will fight for us.”

20เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินเสียงเป่าเขาสัตว์อยู่ตรงไหน   จงวิ่งกรูกันไปที่พวกเราพระเจ้าของ เราทั้งหลายจะทรงต่อสู้เพื่อพวกเรา” 

They used music to surprise their enemies.

พวกเขาใช้ดนตรีเพื่อทำให้บรรดาศัตรูแปลกประหลาดใจ

Judges ผู้วินิจฉัย 7:16-22 16And he divided the 300 men into three companies and put trumpets into the hands of all of them and empty jars, with torches inside the jars.

16ท่านจึงแบ่งคนสามร้อยนั้นออกเป็นสามกอง   ให้ถือเขาสัตว์ทุกคน   และถือหม้อเปล่า   มีคบเพลิงอยู่ข้างในหม้อนั้น

17And he said to them, “Look at me, and do likewise. When I come to the outskirts of the camp, do as I do.

17และท่านสั่งเขาว่า “จงคอยดูเราแล้วให้ทำเหมือนกัน  และดูเถิด   เมื่อเราไปถึงค่ายด้านนอกแล้ว   เรากระทำอย่างไรก็จงกระทำอย่างนั้น

18When I blow the trumpet, I and all who are with me, then blow the trumpets also on every side of all the camp and shout, ‘For the LORD and for Gideon.’”

18ขณะเมื่อเราเป่าเขาสัตว์   คือตัวเรากับบรรดาคนที่อยู่กับเรา   เจ้าจงเป่าเขาสัตว์รับให้รอบค่ายทั้งหมดแล้วร้องว่า   'เพื่อพระเจ้า และเพื่อกิเดโอน' ”  

19So Gideon and the hundred men who were with him came to the outskirts of the camp at the beginning of the middle watch, when they had just set the watch. And they blew the trumpets and smashed the jars that were in their hands.

19กิเดโอนกับทหารหนึ่งร้อยคนที่อยู่กับท่านก็มาถึงด้านนอกค่าย   ในเวลาต้นยามกลาง พึ่งผลัดเวรยามใหม่   เขาก็เป่าเขาสัตว์ขึ้นและต่อยหม้อซึ่งอยู่ในมือให้แตก

20Then the three companies blew the trumpets and broke the jars. They held in their left hands the torches, and in their right hands the trumpets to blow. And they cried out, “A sword for the LORD and for Gideon!”

20ทหารทั้งสามกองก็เป่าเขาสัตว์และต่อยหม้อ   มือซ้ายถือคบเพลิงมือขวาถือเขาสัตว์จะเป่า   และเขาร้องขึ้นว่า “กระบี่ของพระเจ้าและของกิเดโอน”

21Every man stood in his place around the camp, and all the army ran. They cried out and fled.

21ต่างก็ยืนอยู่ตามที่ของตนเรียงรายรอบค่าย   บรรดากองทัพก็ร้องอื้ออึงวิ่งหนีไป

22When they blew the 300 trumpets, the LORD set every man's sword against his comrade and against all the army. And the army fled as far as Beth-shittah toward Zererah, as far as the border of Abel-meholah, by Tabbath.

22เมื่อเขาเป่าเขาสัตว์ทั้งสามร้อยอันนั้น   พระเจ้าทรงบันดาลให้เขาฆ่าฟันกันทั่วทุกกอง   กองทัพก็แตกตื่นหนีไปถึงตำบลเบธชิทธาห์   ทางไปเมืองเศเรราห์ไกลไปจนถึงเขตเมืองอาเบลเมโฮลาห์ที่ตำบลทับบาท

In the New Testament, the apostle Paul instructs Christians to encourage one another with music:

ในพันธสัญญาใหม่   อัครทูตเปาโลสั่งสอนพวกคริสเตียน  ที่จะให้กำลังใจกันและกันด้วยเสียงดนตรี:

Ephesians เอเฟซัส 5:19 19addressing one another in psalms and hymns and spiritual songs, singing and making melody to the Lord with all your heart,

19จงปราศรัยกันด้วยเพลงสดุดี   เพลงนมัสการ   และเพลงสรรเสริญ   คือร้องเพลงสรรเสริญและสดุดีจากใจของท่าน   ถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า

So, while the primary purpose of music does seem to be worship, the Bible definitely allows for other uses of music.
ดังนั้น ขณะที่ดูเหมือนว่าจุดประสงค์หลักของดนตรีคือเพื่อนมัสการ  แน่นอนว่าพระคัมภีร์ยอมให้ใช้ดนตรีเพื่องานด้านอื่น ๆด้วย

      2) The style of music.

2)  สไตล์ดนตรี

Sadly, the issue of music styles can be very divisive among Christians.

น่าสัยดายที่ผลของการเกิดดนตรีหลากหลายสไตล์ทำให้พวกคริสเตียนแตกแยกกัน

There are Christians who adamantly demand that no musical instruments be used.

มีคริสเตียนมากมายที่ยืนกรานเรียกร้องไม่ให้นำเครื่องดนตรีมาใช้

There are Christians who only desire to sing the “old faithful” hymns.

มีคริสเตียนมากมายที่ต้องการจะร้องเพลงชีวิตคริสเตียน "ที่น่าเชื่อถือแบบเดิม" เท่านั้น

There are Christians who want more upbeat and contemporary music.

มีคริสเตียนมากมายที่ต้องการดนตรีแบบจังหวะรื่นเริงและทันสมัย

There are Christians who claim to worship best in a “rock concert” type of environment.

มีคริสเตียนมากมายที่อ้างว่าการนมัสการที่ดีที่สุดอยู่ในสภาพแวดล้อม “คอนเสิร์ตแบบร้อค"

Instead of recognizing these differences as personal preferences and cultural distinctions, some Christians declare their preferred style of music to be the only “biblical” one and declare all other forms of music to be unwholesome, ungodly, or even satanic.
แทนที่จะยอมรับความแตกต่างเหล่านี้ว่าเป็นความชอบส่วนตัว   และความแตกต่างทางวัฒนธรรม    คริสเตียนบางคนประกาศสไตล์ดนตรีที่พวกเขาชื่นชอบว่าเป็นไปตาม "พระคัมภีร์"     และประกาศว่าดนตรีรูปแบบอื่นเสื่อมเสียศีลธรรม ไม่น่าศรัทธาต่อพระเจ้า หรือแบบมารร้าย

The Bible nowhere condemns any particular style of music.

ไม่มีที่ไหนเลยในพระคัมภีร์ที่กล่าวตำหนิดนตรีสไตล์ใดโดยเฉพาะ

The Bible nowhere declares any particular musical instrument to be ungodly.

ไม่มีที่ไหนเลยในพระคัมภีร์ที่ประกาศว่าเครื่องดนตรีพิเศษใดที่ไม่น่าศรัทธาต่อพระเจ้า

The Bible mentions numerous kinds of string instruments and wind instruments.

พระคัมภีร์กล่าวถึงเครื่องสายและเครื่องเป่ามากมายหลายชนิด

While the Bible does not specifically mention drums, it does mention other percussion instruments

ในขณะที่พระคัมภีร์ไม่ได้กล่าวถึงกลองโดยเฉพาะ  แต่ก็จะพูดถึงเครื่องดนตรีอื่นประเภทเคาะหรือตี

Psalms บทเพลงสดุดี 68:25 25the singers in front, the musicians last, between them virgins playing tambourines:

25นักร้องนำหน้า นักดนตรีคัดท้าย   ระหว่างนั้นมีสตรีเล่นรำมะนา  

Ezra เอสรา 3:10 10And when the builders laid the foundation of the temple of the LORD, the priests in their vestments came forward with trumpets, and the Levites, the sons of Asaph, with cymbals, to praise the LORD, according to the directions of David king of Israel.

10และเมื่อช่างก่อได้วางรากของพระวิหารแห่งพระเจ้า   บรรดาปุโรหิตก็แต่งเครื่องยศออกมาพร้อมกับแตรและคนเลวี   พงศ์พันธุ์ของอาสาฟพร้อมกับฉาบ   ถวายสรรเสริญพระเจ้าตามพระราชกำหนดของดาวิดพระราชาแห่งอิสราเอล

Nearly all of the forms of modern music are variations and/or combinations of the same types of musical instruments, played at different speeds or with heightened emphasis.

รูปแบบของดนตรีสมัยใหม่เกือบทั้งหมดมีการแปรรูปแบบและ / หรือการผสมรวมเครื่องดนตรีประเภทเดียวกัน    ที่เล่นด้วยความเร็วที่แตกต่างกันหรือเน้นระดับให้สูงขึ้น

There is no biblical basis to declare any particular style of music to be ungodly or outside of God’s will.
ไม่มีหลักพื้นฐานพระคัมภีร์ที่ประกาศว่าสไตล์ดนตรีเฉพาะเป็นที่น่าศรัทธาต่อพระเจ้า   หรือออกนอกพระประสงค์ของพระเจ้า

The content of the lyrics.

3)   เนื้อหาของเพลง

Since neither the purpose of music nor the style of music determines whether a Christian should listen to secular music, the content of the lyrics must be considered.

เพราะจุดประสงค์หรือสไตล์ดนตรีไม่ใช่จะกำหนดว่า    คริสเตียนควรฟังเพลงที่ไม่เกี่ยวกับศาสนาหรือไม่   หรือว่าจะต้องพิจารณาเนื้อหาของเพลง

While not specifically speaking of music, Philippians 4:8 is an excellent guide for musical lyrics:

ในขณะที่ไม่กล่าวถึงดนตรีอย่างเฉพาะเจาะจง   ฟิลิปปี 4: 8 เป็นคู่มือแนะนำที่ดีสำหรับเนื้อหาเพลง

Philippians ฟีลิปปี 4:8 8Finally, brothers, whatever is true, whatever is honorable, whatever is just, whatever is pure, whatever is lovely, whatever is commendable, if there is any excellence, if there is anything worthy of praise, think about these things.

8ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   ในที่สุดนี้ขอจงใคร่ครวญถึงสิ่งที่จริง   สิ่งที่น่านับถือ   สิ่งที่ยุติธรรม   สิ่งที่บริสุทธิ์   สิ่งที่น่ารัก   สิ่งที่ทรงคุณ   คือถ้ามีสิ่งใดที่ล้ำเลิศ   สิ่งใดที่ควรแก่การสรรเสริญ   ก็ขอจงใคร่ครวญดู

If we should be thinking about such things, surely those are the things we should invite into our minds through music and lyrics.

ถ้าเราควรจะคิดถึงสิ่งเหล่านั้น     แน่นอนเราควรจะรับสิ่งเหล่านั้นไว้ในจิตใจของเราผ่านทางดนตรีและเนื้อหาเพลง

Can the lyrics in a secular song be true, noble, right, pure, lovely, admirable, excellent, and praiseworthy?

เนื้อหาเพลงที่ไม่เกี่ยวกับศาสนาอาจจะเป็นจริง  สูงส่ง  ถูกต้อง  บริสุทธิ์  น่ารักน่าชื่นชม   ดีเยี่ยมและน่าสรรเสริญหรือไม่

If so, then there is nothing wrong with a Christian listening to a secular song of that nature.
ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว    ก็ไม่มีปัญหาอะไรในการฟังเพลงคริสเตียนหรือเพลงที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา

However, much of secular music does not meet the standard of Philippians 4:8.

อย่างไรก็ตาม  ดนตรีที่ไม่เกี่ยวกับศาสนามากมายไม่เป็นไปตามหลักข้อเชื่อในพระธรรมฟิลิปปี 4: 8

Secular music often promotes immorality and violence while belittling purity and integrity.

ดนตรีที่ไม่เกี่ยวกับศาสนามักจะส่งเสริมความไม่มีศีลธรรมและความรุนแรงในขณะที่ดูแคลนความบริสุทธิ์และความซื่อตรง

If a song glorifies what opposes God, a Christian should not listen to it.

ถ้าเพลงยกย่องสรรเสริญสิ่งที่ต่อต้านพระเจ้า    คริสเตียนก็ไม่ควรฟังมัน

However, there are many secular songs with no mention of God that still uphold godly values such as honesty, purity, and integrity.

แต่มีเพลงที่ไม่เกี่ยวกับศาสนามากมาย   ที่ไม่มีการเอ่ยถึงพระเจ้า  แต่ยังคงยึดมั่นในค่านิยมทางศาสนาเช่นความซื่อสัตย์สุจริต   ความบริสุทธิ์   และความซื่อตรง

If a love song promotes the sanctity of marriage and/or the purity of true love—even if it does not mention God or the Bible—it can still be listened to and enjoyed

ถ้าเพลงรักส่งเสริมความบริสุทธิ์ของการแต่งงานและ / หรือความบริสุทธิ์ของความรักแท้ –ถ้าแม้มันไม่ได้พูดถึงพระเจ้าหรือพระคัมภีร์---เราก็ยังสามารถรับฟังได้และมีใจชื่นชม

Whatever a person allows to occupy his mind will sooner or later determine his speech and his actions.

สิ่งใดก็ตามที่ครอบครองใจของคนไว้  ไม่ช้าก็เร็วจะแสดงออกเป็นคำพูดและการกระทำของเขา

This is the premise behind Philippians 4:8.

นี่คือหลักฐานที่อยู่เบื้องหลังพระธรรมฟิลิปปี 4: 8

Establishing wholesome thought patterns

เป็นการสร้างแนวความคิดทั้งหมด

Colossians โคโลสี 3:2, 5  2Set your minds on things that are above, not on things that are on earth.

2จงเอาใจใส่สิ่งที่อยู่เบื้องบน ไม่ใช่สิ่งซึ่งอยู่ที่แผ่นดินโลก.

5Put to death therefore what is earthly in you: sexual immorality, impurity, passion, evil desire, and covetousness, which is idolatry.

5เหตุฉะนั้นจงประหารโลกียวิสัยในตัวท่านเสีย   มีการล่วงประเวณี   การโสโครก   ราคะตัณหา   ความปรารถนาชั่ว   และความโลภ   ซึ่งเป็นการนับถือรูปเคารพ

2 Corinthians 2โครินธ์ 10:5 5We destroy arguments and every lofty opinion raised against the knowledge of God, and take every thought captive to obey Christ,

5คือทำลายความคิดที่มีเหตุผลจอมปลอม   และทิฐิมานะทุกประการที่ตั้งตัวขึ้นขัดขวางความรู้ของพระเจ้า   และน้อมนำความคิดทุกประการให้เข้าอยู่ใต้บังคับจนถึงรับฟังพระคริสต์

These Scriptures give a clear picture of the kind of music we should not listen to.
ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ให้ภาพที่ชัดเจนของดนตรีประเภทที่เราไม่ควรฟัง

Obviously, the best kind of music is that which praises and glorifies God.

เห็นได้ชัดว่าดนตรีชนิดที่ดีที่สุดคือสิ่งที่สรรเสริญและถวายพระเกียรติพระเจ้า

Talented Christian musicians work in nearly every musical genre, ranging from classical to rock, rap, and reggae.

นักดนตรีคริสเตียนที่มีความสามารถพิเศษ สร้างผลงานแนวเพลงทุกอย่าง    ตั้งแต่คลาสสิก    ร็อค, แร็พ, และเร้กเก้

There is nothing inherently wrong with any particular style of music.

โดยปกติวิสัยไม่มีอะไรผิดปกติกับสไตล์ดนตรีใดโดยเฉพาะ

It is the lyrics that determine whether a song is “acceptable” for a Christian to listen to.

มันเป็นเนื้อเพลงที่เป็นตัวกำหนดว่าเพลงใด "เป็นที่ยอมรับ" สำหรับคริสเตียนที่จะฟัง

If anything leads you to think about or get involved in something that does not glorify God, it should be avoided.

หากมีสิ่งใดนำให้คุณคิดหรือมีส่วนร่วมในบางสิ่งที่ไม่ได้สรรเสริญพระเจ้า   คุณก็ควรจะหลีกเลี่ยง


www.gotquestions.org/Thai

Secular Music

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top