Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Thursday, April 9, 2015

 

Question: "What does the Bible say about gossip?"
คำถาม: "พระคัมภีร์พูดว่าอย่างไรเกี่ยวกับการนินทา?"

Answer: The Hebrew word translated “gossip” in the Old Testament is defined as “one who reveals secrets, one who goes about as a talebearer or scandal-monger.”

คำตอบ: คำภาษาฮีบรูที่แปลคำว่า "นินทา" ในพันธสัญญาเดิมให้นิยามว่าเป็น "คนหนึ่งที่เผยความลับออกมา  คนที่ชอบไปทั่วเป็นคนเล่านิทานหรือคนเล่าเรื่องอื้อฉาว"

A gossiper is a person who has privileged information about people and proceeds to reveal that information to those who have no business knowing it.

คนที่นินทาเป็นคนที่มีข้อมูลพิเศษเกี่ยวกับคนอื่น  และเริ่มเอามาเปิดเผยข้อมูลนั้นต่อไปยังเหล่าคนที่ไม่รู้เรื่องราวนั้น

Gossip is distinguished from sharing information by its intent.

การนินทามีความแตกต่างอย่างชัดเจนกับการร่วมให้ข้อมูลกันโดยมีเจตนา

Gossipers have the goal of building themselves up by making others look bad and exalting themselves as some kind of repositories of knowledge.

คนที่ปากหอยปากปูมีเป้าหมายของการยกตัวเองขึ้นด้วยการทำให้คนอื่นดูไม่ดีและยกย่องตัวเองว่าเป็นคนแบบที่มีข้อมูลเรื่องราวเพียบ

In the book of Romans, Paul reveals the sinful nature and lawlessness of mankind, stating how God poured out His wrath on those who rejected His laws.

ในหนังสือโรม เปาโลเผยให้เห็นธรรมชาติบาปและความไม่มีธรรมบัญญํติของมนุษย์    ท่านกล่าวว่าพระเจ้าทรงกริ้วบรรดาผู้ที่ปฏิเสธบทบัญญัติของพระองค์

Because they had turned away from God's instruction and guidance, He gave them over to their sinful natures.

เพราะพวกเขาได้หันเหไปจากคำสั่งสอนและคำแนะนำของพระเจ้า   พระองค์ทรงยอมมอบพวกเขาไปสู่ธรรมชาติบาปของตนเอง

The list of sins includes gossips and slanderers

รายการสิ่งที่เป็นบาปรวมทั้งการนินทาและการใส่ร้าย

Romans โรม 1:29-32 29They were filled with all manner of unrighteousness, evil, covetousness, malice. They are full of envy, murder, strife, deceit, maliciousness. They are gossips,

29พวกเขาเต็มไปด้วยสรรพการอธรรม   ความชั่วร้าย   ความโลภ   ความมุ่งร้าย   ความอิจฉาริษยา   การฆ่าฟัน   การวิวาท   การล่อลวง   การคิดร้าย   พูดนินทา

30slanderers, haters of God, insolent, haughty, boastful, inventors of evil, disobedient to parents,

30ส่อเสียด   เกลียดชังพระเจ้า   เย่อหยิ่งจองหอง   อวดตัว   ริทำชั่วแปลกๆ   ไม่เชื่อฟังบิดามารดา

31foolish, faithless, heartless, ruthless.

31โง่เขลา   กลับสัตย์   ไม่มีความรักกัน   ไร้ความปรานี

32Though they know God's decree that those who practice such things deserve to die, they not only do them but give approval to those who practice them.

32แม้เขาจะรู้พระบัญญัติของพระเจ้า   ที่ว่าคนทั้งปวงที่ประพฤติเช่นนั้นสมควรจะตาย   เขาก็ไม่เพียงประพฤติเท่านั้น   แต่ยังเห็นดีกับคนอื่นที่ประพฤติเช่นนั้นด้วย

We see from this passage how serious the sin of gossip is and that it characterizes those who are under God’s wrath.
เราเห็นจากพระคำตอนนี้ว่าการนินทาเป็นบาปที่ร้ายแรง และมันส่งผลให้คนเหล่านั้นอยู่ภายใต้พระพิโรธของพระเจ้า
Another group who were (and still are today) known for indulging in gossip is widows.

คนอีกกลุ่มหนึ่งผู้ที่ (และยังเป็นทุกวันนี้) เป็นที่รู้จักดีที่ชอบหมกมุ่นในการนินทาคือพวกแม่ม่าย

Paul cautions widows against entertaining the habit of gossip and of being idle.

เปาโลเตือนพวกแม่ม่ายระวังการสนุกกับนิสัยชอบนินทาและการอยู่ว่างเฉยๆ

These women are described as “gossips and busybodies, saying things they ought not to”

มีคำบรรยายว่าผู้หญิงเหล่านี้เป็นคนที่ " นินทาและชอบยุ่งเรื่องคนอื่น พูดหลายสิ่งที่พวกเขาไม่ควรทำ"

1 Timothy 1 ทิโมธี  5:13  13Besides that, they learn to be idlers, going about from house to house, and not only idlers, but also gossips and busybodies, saying what they should not.

13นอกจากนั้นเขาก็จะกลายเป็นคนเกียจคร้าน   เที่ยวไปบ้านนี้บ้านนั้น   และมิใช่แต่เกียจคร้านเท่านั้น   แต่ปากบอนด้วย   และเที่ยวยุ่งกับเรื่องของผู้อื่น   พูดสิ่งซึ่งไม่ควรจะพูด

Because women tend to spend a lot of time in each other's homes and work closely with other women, they hear and observe situations which can become distorted, especially when repeated over and over.

เพราะผู้หญิงมีแนวโน้มที่อยู่ในบ้านของคนอื่นนานๆ  และทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้หญิงคนอื่น ๆ  พวกเขาได้ยินและวิจารณ์สถานการณ์ที่สามารถกลายเป็นบิดเบือน   โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก

Paul states that widows get into the habit of going from home to home, looking for something to occupy their idleness.

เปาโลกล่าวว่าหญิงม่ายมีนิสัยชอบที่จะออกจากบ้านหนึ่งไปยังอีกบ้านหนึ่ง    กำลังมองหาบางสิ่งบางอย่างที่จะทำเมื่ออยู่ว่างๆไม่มีอะไรทำ

Idle hands are the devil's workshop, and God cautions against allowing idleness to enter our lives.

มารก็จะเอามือที่อยู่ว่างไปใช้ทำงานของมัน    และพระเจ้าทรงเตือนให้ระวังอย่าอนุญาตให้คนอยู่ว่างๆ เข้ามาในทางชีวิตของเรา

Proverbs สุภาษิต 20:19 19Whoever goes about slandering reveals secrets; therefore do not associate with a simple babbler.

19บุคคลที่เที่ยวซุบซิบไปก็เผยความลับให้กระจาย     ฉะนั้นอย่าเข้าสังคมกับคนปากบอน  
Women are certainly not the only ones who have been found guilty of gossip.

ไม่เสมอไปที่พวกผู้หญิงเท่านั้นที่เราได้พบว่าชอบทำผิดเรื่องการนินทา

Anyone can engage in gossip simply by repeating something heard in confidence.

ใครก็ตามสามารถร่วมในการนินทาได้ง่ายๆ  โดยการกล่าวซ้ำสิ่งที่ได้ยินมาด้วยความเชื่อมั่น

The book of Proverbs has a long list of verses that cover the dangers of gossip and the potential hurt that results from it.

หนังสือสุภาษิตมีรายการยาวของข้อพระคัมภีร์หลายข้อ     ที่ครอบคลุมเรื่องอันตรายของการนินทาและความเจ็บปวดอย่างแรงอันเป็นผลมาจากมัน

Proverbs สุภาษิต 11:12-13 12Whoever belittles his neighbor lacks sense, but a man of understanding remains silent.

12บุคคลที่เหยียดเพื่อนบ้านของตนย่อมขาดสามัญสำนึก   แต่คนที่มีความเข้าใจก็ยังนิ่งอยู่   13Whoever goes about slandering reveals secrets, but he who is trustworthy in spirit keeps a thing covered.

13บุคคลที่เที่ยวซุบซิบก็เผยความลับ   แต่บุคคลที่ไว้วางใจได้ย่อมปิดบังสิ่งหนึ่งสิ่งใดไว้ได้  

Proverbs สุภาษิต 16:28 28A dishonest man spreads strife, and a whisperer separates close friends

28คนตลบตะแลงแพร่การวิวาท   และผู้กระซิบก็แยกเพื่อนสนิท ออกจากกัน  

Many a friendship has been ruined over a misunderstanding that started with gossip.

มิตรภาพมากมายถูกทำลายเพราะความเข้าใจผิดที่เริ่มต้นด้วยการนินทา

Those who engage in this behavior do nothing but stir up trouble and cause anger, bitterness, and pain among friends.

บรรดาผู้ที่เข้าร่วมในการประพฤตินี้ไม่ทำอะไร  แต่ก่อความยุ่งยากขึ้นและก่อให้เกิดความโกรธความขมขื่นและความเจ็บปวดในหมู่เพื่อนๆ

Sadly, some people thrive on this and look for opportunities to destroy others.

น่าเศร้าที่บางคน เจริญเติบโตมาแบบนี้และมองหาโอกาสที่จะทำลายคนอื่น

And when such people are confronted, they deny the allegations and answer with excuses and rationalizations.

และเมื่อเผชิญหน้าผู้คนดังกล่าวนั้น    พวกเขาปฏิเสธข้อกล่าวหา  และตอบโต้ด้วยคำแก้ตัวและลบล้าง

Rather than admit wrongdoing, they blame someone else or attempt to minimize the seriousness of the sin.

แทนที่จะยอมรับการกระทำผิด    พวกเขาตำหนิคนอื่นหรือความพยายามที่จะลดความบาปที่รุนแรง

Proverbs สุภาษิต 18:7-8 7A fool's mouth is his ruin, and his lips are a snare to his soul.

7ปากของคนโง่เป็นสิ่งทำลายตัวเขาเอง   และริมฝีปากของเขาก็เป็นบ่วงดักตนเอง  

8The words of a whisperer are like delicious morsels; they go down into the inner parts of the body.

8ถ้อยคำของผู้กระซิบนินทาก็เหมือนชิ้นอาหารอร่อย   มันล่วงเข้าไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย  
Those who guard their tongues keep themselves from calamity

บรรดาผู้ที่รักษาลิ้นของพวกเขาก็รักษาตัวเองพ้นจากภัยพิบัติ

Proverbs สุภาษิต 21:23  23Whoever keeps his mouth and his tongue keeps himself out of trouble.

23บุคคลที่รักษาปากและลิ้นของตน   ก็รักษาตัวเขาเองให้พ้นความลำบาก  

So we must guard our tongues and refrain from the sinful act of gossip.

ดังนั้นเราต้องระวังลิ้นของเรา และถอยห่างจากการชอบนินทาอันเป็นบาป


If we surrender our natural desires to the Lord, He will help us to remain righteous.

ถ้าเรายอมถวายความปรารถนาตามธรรมชาติของเราต่อพระเจ้า   พระองค์จะทรงช่วยให้เรายังคงเป็นคนชอบธรรม

May we all follow the Bible’s teaching on gossip by keeping our mouths shut unless it is necessary and appropriate to speak.

ขอให้เราทุกคนปฏิบัติตามคำสอนของพระคัมภีร์เรื่องซุบซิบนินทา   โดยการปิดปากของเราจนกว่าจะมีความจำเป็นและเหมาะสมที่จะพูดออกมา

Question: "What does the Bible say about jealousy?"
คำถาม: "พระคัมภีร์พูดว่าอย่างไรเกี่ยวกับความหึงหวง"


Answer: When we use the word “jealous,” we use it in a sense of being envious of someone who has something we do not have.

คำตอบ: เมื่อเราใช้คำว่า "อิจฉา" เราใช้มันเมื่อมีความรู้สึกอิจฉาบางคนที่มีอะไรบางอย่างที่เราไม่มี

This kind of jealousy is a sin and is not characteristic of a Christian; rather, it shows that we are still being controlled by our own desires.

ความหึงหวงแบบนี้เป็นบาปและไม่ได้เป็นลักษณะนิสัยของคริสเตียน; แต่มันแสดงให้เห็นว่าความปรารถนาของเรายังกำลังควบคุมเราอยู่

1 Corinthians 1โครินธ์ 3:3 3for you are still of the flesh. For while there is jealousy and strife among you, are you not of the flesh and behaving only in a human way?

3ด้วยว่าท่านยังอยู่ฝ่ายเนื้อหนัง   เพราะว่าเมื่อยังอิจฉากัน   และขัดเคืองใจกัน   ท่านไม่ได้อยู่ฝ่ายเนื้อหนังหรือ   และไม่ได้ประพฤติตามมนุษย์สามัญดอกหรือ

Galatians กาลาเทีย 5:26 26Let us not become conceited, provoking one another, envying one another.

26เราอย่าถือตัว   อย่ายั่วโทสะกัน   และอย่าอิจฉาริษยากันเลย
The Bible tells us that we are to have the perfect kind of love that God has for us.

พระคัมภีร์สอนเราว่าเราต้องมีความรักที่สมบูรณ์แบบที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา

1 Corinthians 1โครินธ์ 13:4-5 4Love is patient and kind; love does not envy or boast; it is not arrogant

4ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้   ความรักไม่อิจฉา   ไม่อวดตัว   ไม่หยิ่งผยอง

5or rude. It does not insist on its own way; it is not irritable or resentful;

5ไม่หยาบคาย   ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว   ไม่ฉุนเฉียว   ไม่ช่างจดจำความผิด

The more we focus on ourselves and our own desires, the less we are able to focus on God.

ยิ่งเรามุ่งเน้นที่ตัวเราและความปรารถนาของเราเองมากเท่าใด เราก็ยิ่งลดการมุ่งเน้นไปที่พระเจ้าน้อยลง

When we harden our hearts to the truth, we cannot turn to Jesus and allow Him to heal us.

เมื่อเราใจแข็งไม่ต้อนรับความจริง   เราก็ไม่สามารถหันไปหาพระเยซูและยอมให้พระองค์ทรงรักษาเรา

Matthew มัทธิว 13:15 15For this people's heart has grown dull, and with their ears they can barely hear, and their eyes they have closed, lest they should see with their eyes and hear with their ears and understand with their heart and turn, and I would heal them.’

15เพราะว่าชนชาตินี้กลายเป็นคนมีใจเฉื่อยชา หูก็ตึง และตาเขา เขาก็ปิด   มิฉะนั้นเขาจะเห็นด้วยตา และจะได้ยินด้วยหู   และจะได้เข้าใจด้วยจิตใจ   แล้วจะหันกลับมา   และเราจะได้รักษาเขาให้หาย  

But when we allow the Holy Spirit to control us, He will produce in us the fruit of our salvation, which is love, joy, peace, patience, kindness, goodness, faithfulness, gentleness, and self-control

แต่เมื่อเรายอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะทรงควบคุมเรา     พระองค์จะทรงให้เราเกิดผลแห่งความรอดของเรา    ซึ่งเป็นความรัก    ความยินดี   ความสันติสุข  ความอดทนอดกลั้น  ความเมตตา ความดี   ความซื่อสัตย์    ความอ่อนสุภาพ และการควบคุมตนเอง

Galatians กาลาเทีย 5:22-23 22But the fruit of the Spirit is love, joy, peace, patience, kindness, goodness, faithfulness,

22ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น   คือความรัก   ความปลาบปลื้มใจ   สันติสุข   ความอดกลั้นใจ   ความปรานี   ความดี   ความสัตย์ซื่อ

23gentleness, self-control; against such things there is no law.

23ความสุภาพอ่อนน้อม   การรู้จักบังคับตน   เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย
Being jealous indicates that we are not satisfied with what God has given us.

การรู้สึกอิจฉาแสดงให้เห็นว่าเราไม่พอใจกับสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงประทานแก่เรา

Hebrews ฮีบรู 13:5 5Keep your life free from love of money, and be content with what you have, for he has said, “I will never leave you nor forsake you.” _

5ท่านจงอย่าเป็นคนเห็นแก่เงิน   จงพอใจในสิ่งที่ท่านมีอยู่   เพราะว่าพระองค์ได้ตรัสว่า   เราจะไม่ละท่าน   หรือทอดทิ้งท่านเลย

In order to combat jealousy, we need to become more like Jesus and less like ourselves.

เพื่อที่จะต่อสู้กับความหึงหวง   เราจำเป็นต้องเป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้นและเหมือนตนเองน้อยลง

We can get to know Him through Bible study, prayer, and fellowship with mature believers.

เราสามารถรู้จักพระองค์ผ่านการศึกษาพระคัมภีร์   อธิษฐาน  และสามัคคีธรรมกับผู้เชื่อที่เติบโตแล้ว

As we learn how to serve others instead of ourselves, our hearts will begin to change.

เมื่อเราได้เรียนรู้วิธีที่จะรับใช้คนอื่น ๆ แทนตัวเอง    จิตใจของเราจะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง

Romans โรม 12:2 2Do not be conformed to this world, but be transformed by the renewal of your mind, that by testing you may discern what is the will of God, what is good and acceptable and perfect.

2อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้   แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ   แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่   เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า   จะได้รู้ว่าอะไรดี   อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม  

www.gotquestions.org/Thai

Gossip and Jealousy

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top