Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, May 10, 2015

 

Question: "What is Christian reconciliation? Why do we need to be reconciled with God?"

คำถาม :อะไรคือการกลับคืนดีกันของคริสเตียน  ทำไมเราต้องกลับคืนดีกันกับพระเจ้า

How can we be reconciled with God?

เราสามารถกลับคืนดีกันกับพระเจ้าได้อย่างไร


Answer:  Imagine two friends who have a fight or argument. 

คำตอบ : ลองนึกภาพดูเพื่อนสองคนได้ต่อสู้หรือโต้แย้งกัน

The good relationship they once enjoyed is strained to the point of breaking. 

ความสัมพันธ์ที่ดีที่พวกเขาเคยมีครั้งหนึ่งตึงมากจนมาถึงจุดแตกหัก

They cease speaking to each other; communication is deemed too awkward. 

พวกเขาหยุดไม่พูดคุยกันแล้ว คิดว่ามีความกระดากมากที่จะสื่อสารกัน

The friends gradually become strangers. Such estrangement can only be reversed by reconciliation. 

เพื่อนค่อยๆ กลายเป็นคนแปลกหน้าแล้ว   ความบาดหมางเช่นนี้สามารถพลิกกลับโดยการกลับมาคืนดีกัน

To be reconciled is to be restored to friendship or harmony.

กลับมาคืนดีคือต้องรื้อฟื้นความสัมพันธ์ใหม่ หรือความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว

When old friends resolve their differences and restore their relationship, reconciliation has occurred.

เมื่อเพื่อนเก่าตกลงใจแก้ปัญหาความไม่ลงรอยกัน และรื้อฟื้นความสัมพันธ์  การกลับคืนดีกันก็เกิดขึ้น

2 Corinthians โครินธ์ 5:18-19 declares, “All this is from God, who reconciled us to himself through Christ and gave us the ministry of reconciliation: that God was reconciling the world to himself in Christ, not counting men's sins against them. And He has committed to us the message of reconciliation.”

กล่าวว่า  ทั้งหมดนี้มาจากพระเจ้าผู้ทรงให้เราคืนดีกับพระองค์โดยทางพระคริสต์ และทรงมอบหมายพันธกิจแห่งการคืนดีนี้แก่เรา 19 คือพระเจ้าได้ทรงให้โลกคืนดีกับพระองค์ในพระคริสต์ ไม่ทรงถือโทษบาปของมนุษย์ และพระองค์ทรงมอบหมายเรื่องราวแห่งการคืนดีนี้ไว้กับเรา


The Bible says that Christ reconciled us to God (Romans 5:10; 2 Corinthians 5:18; Colossians 1:20-21). 

พระคัมภีร์กล่าวว่า พระคริสต์ทรงทำให้เรากลับคืนดีกันกับพระเจ้า ( โรม 5:10;  2 โครินธ์ 5.18 โคโลสี 1:20-21). 

The fact that we needed reconciliation means that our relationship with God was broken. 

ความจริงคือว่าเราจำเป็นต้องกลับคืนดีกัน หมายความว่าความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าได้แตกหักไปแล้ว

Since God is holy, we were the ones to blame. Our sin alienated us from Him. 

เพราะพระเจ้าทรงบริสุทธิ์  เราเองต้องถูกตำหนิ   ความบาปของเราได้แยกเราออกจากพระองค์

Romans 5:10 says that we were enemies of God: “For if, when we were God’s enemies, we were reconciled to him through the death of his Son, how much more, having been reconciled, shall we be saved through his life!”

โรม5:10 กล่าวว่า เรายังคงเป็นศัตรูของพระเจ้า    เพราะถ้าเรายังได้คืนดีกับพระเจ้าโดยการสิ้นพระชนม์ของพระบุตรของพระองค์ในขณะที่เราเป็นศัตรูกับพระองค์ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเราได้คืนดีกับพระองค์แล้ว เราก็จะได้รับความรอดโดยพระชนม์ชีพของพระองค์อย่างแน่นอน


When Christ died on the cross, He satisfied God’s judgment and made it possible for God’s enemies, us, to find peace with Him. Our “reconciliation” to God, then, involves the exercise of His grace and the forgiveness of our sin.

เมื่อพระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์บนกางเขน พระองค์ทรงทำให้การพิพากษาของพระเจ้าเป็นที่พอพระทัย และทำให้เป็นไปได้ที่ศัตรูของพระเจ้าคือเราเมื่อก่อนนี้ได้พบสันติสุขในพระองค์   ครั้นแล้ว การคืนกลับมาดีกันของเรากับพระเจ้า รวมถึงการที่ทรงสำแดงพระคุณและการยกโทษบาปผิดของเราทั้งหลาย

The result of Jesus’ sacrifice is that our relationship has changed from enmity to friendship. “I no longer call you servants … Instead, I have called you friends” (John 15:15).

ผลของการเสียสละของพระเยซูคริสต์คือ ความสัมพันธ์ของเราได้เปลี่ยนจากศัตรูมาเป็นมิตร    “เราไม่เรียกพวกท่านว่าบ่าวอีกต่อไปเพราะบ่าว.............ตรงกันข้ามเรากลับเรียกพวกท่านว่ามิตรสหาย”   (ยอห์น 15.15)

Christian reconciliation is a glorious truth! We were God’s enemies, but are now His friends.

การคืนดีกันของคริสเตียนเป็นความจริงที่มีเกียรติยศ  เราเคยเป็นศัตรูกับพระเจ้า  แต่ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกับพระองค์

We were in a state of condemnation because of our sins, but we are now forgiven.

เราตกอยู่ในสภาพถูกแช่งสาปเพราะความผิดบาปของเรา แต่ตอนนี้เราได้รับการยกโทษแล้ว

We were at war with God, but now have the peace that transcends all understanding (Philippians 4:7).

แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์ (ฟิลิปปี 4.7)




Question:  "Why is the resurrection of Jesus Christ important?"

 คำถาม: "ทำไมการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์สำคัญ"


Answer:  The resurrection of Jesus is important for several reasons.

คำตอบ: การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูสำคัญเพราะสาเหตุหลายประการ

First, it witnesses to the immense power of God Himself.

ประการแรกมันจะเป็นพยานถึงฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

To believe in the resurrection is to believe in God.

การเชื่อในการฟื้นคืนพระชนม์คือการเชื่อในพระเจ้า

If God exists, and if He created the universe and has power over it, He has power to raise the dead.

ถ้าพระเจ้าทรงเป็นอยู่จริงและถ้าทรงสร้างจักรวาลและมีอำนาจครอบครองนั้น   พระองค์ทรงมีอำนาจที่จะฟื้นคนตายให้เป็นขึ้นได้

If He does not have such power, He is not a God worthy of our faith and worship.

ถ้าพระองค์ ไม่ได้มีอำนาจเช่นนี้    พระองค์ก็ไม่ได้ทรงเป็นพระเจ้าที่เราสมควรเชื่อถือและนมัสการ

Only He who created life can resurrect it after death, only He can reverse the hideousness that is death itself, and only He can remove the sting that is death and the victory that is the grave’s.

มีแต่พระองค์เท่านั้นที่ทรงสร้างชีวิตได้   ทรงสามารถฟื้นคืนพระชนม์ได้หลังจากความตาย     พระองค์เท่านั้นที่ทรงสามารถพลิกกลับความความตายอันน่าสยองนั้นได้เอง   และมีเพียงพระองค์เท่านั้นที่ทรงสามารถถอนความเจ็บปวดจากความตายและมีชัยชนะนั่นคืออุโมงค์ฝังศพ

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:54-55 54 When the perishable puts on the imperishable, and the mortal puts on immortality, then shall come to pass the saying that is written:

“Death is swallowed up in victory.”

54 เมื่อสิ่งซึ่งเน่าเปื่อยนี้   จะสวมซึ่งไม่เน่าเปื่อย   และสภาพมตะนี้จะสวมสภาพอมตะ   เมื่อนั้นตามซึ่งเขียนไว้ในพระคัมภีร์จะสำเร็จว่า   ความตายก็ถูกกลืนถึงปราชัยแล้ว  

55 “O death, where is your victory?  O death, where is your sting?”

55 โอ   มัจจุราชเอ๋ย   ชัยชนะของเจ้าอยู่ที่ไหน   โอ   มัจจุราชเอ๋ย   เหล็กไนของเจ้า อยู่ที่ไหน  

In resurrecting Jesus from the grave, God reminds us of His absolute sovereignty over life and death.

ในการที่พระเยซูทรงฟื้นขึ้นจากอุโมงค์      พระเจ้าทรงเตือนเราให้ระลึกถึงความเป็นพระเจ้าผู้ทรงมีอำนาจครอบครองเหนือชีวิตและความตาย


Second, the resurrection of Jesus is a testimony to the resurrection of human beings, which is a basic tenet of the Christian faith.

ประการที่สอง   การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นการคืนกลับชีวิตใหม่ของมนุษย์     ซึ่งเป็นทฤษฎีพื้นฐานของความเชื่อคริสเตียน

Unlike all other religions, Christianity alone possesses a founder who transcends death and who promises that His followers will do the same.

ซึ่งแตกต่างจากศาสนาอื่นๆ   มีเพียงศาสนาคริสต์เท่านั้นที่ผู้ทรงก่อตั้งได้ทรงเป็นขึ้นจากความตาย  และผู้ที่สัญญาว่าสาวกของพระองค์จะทำได้เช่นเดียวกัน

All other religions were founded by men and prophets whose end was the grave.

ศาสนาอื่น ๆ ทั้งหมดถูกก่อตั้งขึ้นโดยคนและผู้เผยพระวจนะ   ซึ่งในที่สุดจบชีวิตในหลุมฝังศพ

As Christians, we take comfort in the fact that our God became man, died for our sins, and was resurrected the third day. The grave could not hold Him.

ในฐานะคริสเตียน   เรารับความสุขสบายโดยความจริงที่ว่าพระเจ้าของเราเสด็จมาเป็นคนธรรมดา    ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อความบาปของเรา    และได้รับการฟื้นคืนพระชนม์ในวันที่สาม อุโมงค์ไม่สามารถยึดพระองค์ไว้ได้

He lives, and He sits today at the right hand of God the Father in heaven.

พระองค์ทรงพระชนม์อยู่  วันนี้ทรงประทับอยู่ทางขวาพระหัตถ์ของพระเจ้าพระบิดาในสวรรค์


In 1 Corinthians 15, Paul explains in detail the importance of the resurrection of Christ.

ใน 1 โครินธ์ 15 เปาโลอธิบายรายละเอียดถึงความสำคัญของการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์

Some in Corinth did not believe in the resurrection of the dead, and in this chapter Paul gives six disastrous consequences if there were no resurrection:

บางคนในเมืองโครินธ์ไม่เชื่อในการฟื้นคืนพระชนม์จากตาย    และในบทนี้เปาโลบอกผลร้ายแรงที่ตามมาหกอย่างถ้าไม่มีการฟื้นคืนพระชนม์:

1)  Preaching Christ would be senseless.

1) การเทศนาของพระคริสต์จะไม่มีความหมายใดๆ

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:14 14 And if Christ has not been raised, then our preaching is in vain and your faith is in vain.

14 ถ้าพระคริสต์มิได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมา   การเทศนาของเรานั้นก็ไม่มีหลัก   ทั้งความเชื่อของท่านทั้งหลายก็ไม่มีหลักด้วย

2)  Faith in Christ would be useless (v. 14).

2) ความเชื่อในพระคริสต์จะไร้ประโยชน์ (v. 14)

3)  All the witnesses and preachers of the resurrection would be liars.

3) พยานและนักเทศน์ทั้งหมดเรื่องการฟื้นคืนชีพจะกลายเป็นคนโกหก

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:15 15 We are even found to be misrepresenting God, because we testified about God that he raised Christ, whom he did not raise if it is true that the dead are not raised.

15 และก็จะปรากฏว่าเราอ้างพยานเท็จในเรื่องพระเจ้า   เพราะเราอ้างพยานว่าพระองค์ได้ทรงชุบพระคริสต์ให้เป็นขึ้นมา   แต่ถ้าคนตายไม่ถูกทรงชุบให้เป็นขึ้นมาแล้ว   พระองค์ก็ไม่ได้ทรงชุบพระคริสต์ให้เป็นขึ้นมา

4)  No one would be redeemed from sin.

4) ไม่มีใครจะได้รับการไถ่ให้รอดจากบาป

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:17 17 And if Christ has not been raised, your faith is futile and you are still in your sins.

17 และถ้าพระคริสต์ไม่ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมา   ความเชื่อของท่านก็ไร้ประโยชน์   ท่านก็ยังตกอยู่ในบาปของตน

5)  All former believers would have perished.

5) ผู้เชื่อทั้งหมดในอดีตคงได้พินาศไป

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:18 18 Then those also who have fallen asleep in Christ have perished.

18 และคนทั้งหลายที่ล่วงหลับในพระคริสต์ก็พินาศไปด้วย

6) Christians would be the most pitiable people on the earth.

6) คริสตชนจะเป็นคนน่าสมเพชมากที่สุดในโลก

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:19 19 If in this life only we have hoped in Christ, we are of all people most to be pitied.

19 ถ้าในชีวิตนี้   พวกเราซึ่งอยู่ในพระคริสต์มีแต่ความหวังเท่านั้น   เราก็เป็นพวกที่น่าสังเวชที่สุดในบรรดาคนทั้งปวง  

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:20 20 But in fact Christ has been raised from the dead, the firstfruits of those who have fallen asleep.

20 แต่ความจริงพระคริสต์ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว   และทรงเป็นผลแรกในพวกคนทั้งหลายที่ได้ล่วงหลับไปแล้วนั้น

We will follow Him in resurrection.

เราจะติดตามพระองค์เรื่องการฟื้นคืนพระชนม์


The inspired Word of God guarantees the believer's resurrection at the coming of Jesus Christ for His Body (the Church) at the Rapture.

พระคำของพระเจ้าที่ได้รับการดลใจรับรองผู้เชื่อเรื่องการคืนพระชนม์ในการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์เพื่อพระกายของพระองค์ (คริสตจักร) ในวันสิ้นโลกที่ทรงเสด็จมารับเราไปสวรรค์

Such hope and assurance results in a great song of triumph as Paul writes:

ความหวังดังกล่าวและคำมั่นสัญญาส่งผลเป็นบทเพลงที่ยิ่งใหญ่ของชัยชนะขณะที่เปาโลเขียนว่า:

1 Corinthians 1โครินธ์15:5555 “O death, where is your victory?  O death, where is your sting?”

55 โอ   มัจจุราชเอ๋ย   ชัยชนะของเจ้าอยู่ที่ไหน   โอ   มัจจุราชเอ๋ย   เหล็กไนของเจ้าอยู่ที่ไหน  


How do these concluding verses relate to the importance of the resurrection?

ข้อพระคัมภีร์สรุปเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับความสำคัญของการฟื้นจากความตายอย่างไร

1 Corinthians 1โครินธ์15:58 58 Therefore, my beloved brothers, be steadfast, immovable, always abounding in the work of the Lord, knowing that in the Lord your labor is not in vain.

58 เหตุฉะนั้นพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า   ท่านจงตั้งมั่นอยู่   อย่าหวั่นไหว   จงปฏิบัติงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้บริบูรณ์ทุกเวลา   ท่านทั้งหลายพึงรู้ว่า   โดยองค์พระผู้เป็นเจ้า   การของท่านจะไร้ประโยชน์ก็หามิได้

He reminds us that because we know we will be resurrected to new life, we can suffer persecution and danger for Christ’s sake, just as he did.

เขาเตือนเราให้ระลึกว่า  เพราะเรารู้ว่าเราจะได้รับการฟื้นคืนกลับมีชีวิตใหม่    เราสามารถอดทนต่อการกดขี่ข่มเหงและอันตรายเพราะเห็นแก่พระคริสต์   เหมือนอย่างที่พระองค์ทรงทำ

1Corinthians 1โครินธ์15:30-31 30Why am I in danger every hour?

30 และเหตุไฉนข้าพเจ้าจึงต้องเผชิญกับภัยอันตรายตลอดเวลาเล่า

31 I protest, brothers, by my pride in you, which I have in Christ Jesus our Lord, I die every day!

31ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   ข้าพเจ้าขอยืนยัน   โดยอ้างความภูมิใจซึ่งข้าพเจ้ามีอยู่ในท่านทั้งหลาย   โดยพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราว่า   ข้าพเจ้าตายทุกวัน

We can follow the example of the thousands of martyrs through history who gladly traded their earthly lives for everlasting life via the resurrection.

เราสามารถทำตามตัวอย่างของผู้พลีชีพนับพันคนผ่านประวัติศาสตร์   ผู้ที่ยินดีแลกกับชีวิตบนโลกของพวกเขาสำหรับชีวิตนิรันดร์ผ่านการฟื้นคืนพระชนม์


The resurrection is the triumphant and glorious victory for every believer.

การฟื้นคืนพระชนม์เป็นชัยชนะ และชัยชนะที่รุ่งโรจน์สำหรับผู้เชื่อทุกคน

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:3-4 3 For I delivered to you as of first importance what I also received: that Christ died for our sins in accordance with the Scriptures,

3 เรื่องซึ่งข้าพเจ้ารับไว้นั้น   ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่านทั้งหลาย   เป็นเรื่องสำคัญที่สุดคือว่าพระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์   เพราะบาปของเราทั้งหลาย   ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์

4 that He was buried, that He was raised on the third day in accordance with the Scriptures,

4 และทรงถูกฝังไว้   แล้ววันที่สามพระองค์ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาใหม่   ตามที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์นั้น

And, He is coming again!

และพระองค์ จะเสด็จมาอีกครั้ง!

1 Thessalonians 1เธสะโลนิกา 4:13-18 13 But we do not want you to be uninformed, brothers, about those who are asleep, that you may not grieve as others do who have no hope.

13 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   เราไม่อยากให้ท่านไม่ทราบความจริงเรื่องคนที่ล่วงหลับไปแล้ว   เพื่อท่านจะไม่เป็นทุกข์โศกเศร้า   อย่างคนอื่นๆที่ไม่มีความหวัง

14 For since we believe that Jesus died and rose again, even so, through Jesus, God will bring with him those who have fallen asleep.

14 เพราะในเมื่อเราเชื่อว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์   และทรงคืนพระชนม์แล้ว   โดยพระเยซูนั้น   พระเจ้าจะทรงนำบรรดาคนที่ล่วงหลับไปแล้วนั้น   มากับพระองค์

15 For this we declare to you by a word from the Lord, that we who are alive, who are left until the coming of the Lord, will not precede those who have fallen asleep.

15 ในข้อนี้เราขอบอกให้ท่านทราบ   ตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า   เราผู้ยังเป็นอยู่และคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมา   จะล่วงหน้าไปก่อนคนเหล่านั้นที่ล่วงหลับไปแล้วก็หาไม่

16 For the Lord Himself will descend from heaven with a cry of command, with the voice of an archangel, and with the sound of the trumpet of God. And the dead in Christ will rise first.

16 ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง   ด้วยสำเนียงเรียกของเทพบดีและด้วยเสียงแตรของพระเจ้า   และคนทั้งปวงในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน

17 Then we who are alive, who are left, will be caught up together with them in the clouds to meet the Lord in the air, and so we will always be with the Lord.

17 หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่   จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น   และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ   อย่างนั้นแหละ   เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์

18 Therefore encourage one another with these words.

18 เหตุฉะนั้นจงปลอบใจกันด้วยถ้อยคำเหล่านี้เถิด

Why is the resurrection of Jesus Christ important to salvation?

ทำไมการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์สำคัญต่อความรอด

It demonstrated that God accepted Jesus’ sacrifice on our behalf.

มันแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าได้ยอมรับการเสียสละพระชนม์ของพระเยซูเพื่อเห็นแก่เรา


It proves that God has the power to raise us from the dead.

มันพิสูจน์ว่าพระเจ้ามีฤทธิ์อำนาจที่จะยกเราจากความตาย

It guarantees that those who believe in Christ will not remain dead, but will be resurrected unto eternal life. That is our blessed hope!

มันรับประกันว่าเหล่าคนที่เชื่อในพระเยซูคริสต์จะยังคงไม่ตาย แต่จะได้รับการฟื้นคืนชีวิตใหม่เป็นชีวิตนิรันดร์ นั่นเป็นความหวังที่เป็นพระพรของเรา!


www.gotquestions.org/Thai     

 

Reconciliation and Ressurection

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top