Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, May 20, 2015

 

Question: "What was Paul's thorn in the flesh?"
คำถาม: "อะไรคือหนามในเนื้อของเปาโล    


Answer: Countless explanations concerning the nature of Paul’s thorn in the flesh have been offered.

คำตอบ: มีคำอธิบายมากมายนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับธรรมชาติของหนามในเนื้อของเปาโล

They range from incessant temptation, dogged opponents, chronic maladies (such as eye problems, malaria, migraine headaches, and epilepsy), to a speech disability.

มันเริมขยายจากการทดลองใจไม่หยุดหย่อน    คู่ต่อสู้ที่ดื้อรั้น, โรคภัยไข้เจ็บเรื้อรัง (เช่นปัญหาสายตา      มาลาเรีย    อาการปวดหัวไมเกรน  และโรคลมชัก) จนถึงความบกพร่องด้านการพูด

No one can say for sure what Paul’s thorn in the flesh was, but it probably was a physical affliction.

ไม่มีใครสามารถบอกได้แน่นอนว่าหนามในเนื้อของเปาโลคืออะไร   แต่มันอาจจะเป็นความทุกข์ทางกาย

What we do know about this thorn in the flesh comes from Paul himself.

สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับหนามในเนื้อนี้มาจากเปาโลบอกเล่าเอง

2 Corinthians 2โครินธ์ 12:7: 7So to keep me from being too elated by the surpassing greatness of the revelations, a thorn was given me in the flesh, a messenger of Satan to harass me, to keep me from being too elated.

7และเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวจนเกินไป   เนื่องจากที่ได้เห็นการสำแดงมากมายนั้น   ก็ทรงให้มีหนามใหญ่ในเนื้อของข้าพเจ้า   หนามนั้นเป็นทูตของซาตานคอยทุบตีข้าพเจ้าเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวเกินไป

First, the purpose of the thorn in the flesh was to keep Paul humble.

ประการแรก  วัตถุประสงค์ของหนามในเนื้อ   คือเพื่อให้เปาโลอ่อนน้อมถ่อมตน

Anyone who had encountered Jesus and was spoken to and commissioned by Him would, in his natural state, become “puffed up.”

ใครก็ตามที่ได้พบพระเยซูและที่พรงสนทนาด้วยและได้รับพระบัญชาขจากพระองค์  โดยธรรมชาติเขาจะกลายเป็นคนที่ "ลำพองใจ"

Acts กิจการ 9:2-8 2and asked him for letters to the synagogues at Damascus, so that if he found any belonging to the Way, men or women, he might bring them bound to Jerusalem.

2ขอหนังสือไปยังธรรมศาลาในเมืองดามัสกัส   เพื่อว่าถ้าพบผู้ใดถือทางนั้นไม่ว่าชายหรือหญิง   จะได้จับมัดพามายังกรุงเยรูซาเล็ม

3Now as he went on his way, he approached Damascus, and suddenly a light from heaven flashed around him.

3เมื่อเซาโลเดินทางไปใกล้จะถึงเมืองดามัสกัส   ในทันใดนั้น   มีแสงสว่างส่องมาจากฟ้าล้อมตัวเขาไว้รอบ

4And falling to the ground he heard a voice saying to him, “Saul, Saul, why are you persecuting me?”

4เซาโลจึงล้มลงถึงดินและได้ยินพระสุรเสียงตรัสมาว่า   “เซาโล   เซาโลเอ๋ย   เจ้าข่มเหงเราทำไม”

5And he said, “Who are you, Lord?” And he said, “I am Jesus, whom you are persecuting.

5เซาโลจึงทูลถามว่า   “พระองค์เจ้าข้า   พระองค์ทรงเป็นผู้ใด”   พระองค์ตรัสว่า   “เราคือเยซู   ซึ่งเจ้าข่มเหง

6But rise and enter the city, and you will be told what you are to do.”

6แต่เจ้าจงลุกขึ้นเข้าไปในเมือง   และเจ้าจะต้องทำ   ประการใดจะมีคนบอกให้รู้”

7The men who were traveling with him stood speechless, hearing the voice but seeing no one.

7คนทั้งหลายที่เดินทางไปด้วยกันก็ยืนนิ่งพูดไม่ออก   ได้ยินพระสุรเสียงนั้น  แต่ไม่เห็นใคร

8Saul rose from the ground, and although his eyes were opened, he saw nothing. So they led him by the hand and brought him into Damascus.

8ฝ่ายเซาโลได้ลุกขึ้นจากพื้นดิน   เมื่อลืมตาแล้วก็มองอะไรไม่เห็น   เขาจึงจูงมือท่านไปยังเมืองดามัสกัส

Add to that the fact of being moved by the Holy Spirit to write much of the New Testament, and it is easy to see how Paul could become “haughty” or “exalted above measure” or “too proud”.

นอกเหนือจากความจริงที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเคลื่อนไหว   ที่เขียนมากมายในพันธสัญญาใหม่และมันเป็นเรื่องง่ายที่จะเห็นว่าเปาโลกลับกลายเป็นคน "หยิ่ง" หรือ "ยกย่องเหนือระดับ" หรือ "ภูมิใจมากเกินไป"

Second, we know that the affliction came from or by a messenger of Satan.

ประการที่สอง   เรารู้ว่าความทุกข์ใจมาจากหรือโดยทูตของซาตาน

Just as God allowed Satan to torment Job.

เช่นเดียวกับที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้ซาตานทรมานโยบ

Job โยบ 1:1-12 1There was a man in the land of Uz whose name was Job, and that man was blameless and upright, one who feared God and turned away from evil.

1มีชายคนหนึ่งในแผ่นดินอูส ชื่อโยบ   ชายคนนั้นเป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม   เป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้าและหันเสียจากความชั่วร้าย

2There were born to him seven sons and three daughters.

2ท่านมีบุตรชายเจ็ดคนและบุตรหญิงสามคน

3He possessed 7,000 sheep, 3,000 camels, 500 yoke of oxen, and 500 female donkeys, and very many servants, so that this man was the greatest of all the people of the east.

3ส่วนสัตว์เลี้ยงของท่าน มีแกะเจ็ดพันตัว อูฐสามพันตัว   วัวห้าร้อยคู่   และลาตัวเมียห้าร้อยตัว และท่านมีคนใช้มากมาย   ดังนั้นชายผู้นี้จึงใหญ่โตที่สุดในบรรดาชาวตะวันออก

4His sons used to go and hold a feast in the house of each one on his day, and they would send and invite their three sisters to eat and drink with them.

4บุตรของท่านเคยจัดการเลี้ยงในบ้านของแต่ละคน ตามวันกำหนดของตน   เขาจะใช้ให้ไปเชิญน้องสาวทั้งสาม คนของเขามารับประทานและดื่มกับเขาด้วย

5And when the days of the feast had run their course, Job would send and consecrate them, and he would rise early in the morning and offer burnt offerings according to the number of them all. For Job said, “It may be that my children have sinned, and cursed God in their hearts.” Thus Job did continually.

5และเมื่อการเลี้ยงเวียนครบรอบแล้ว   โยบจะใช้ให้ไปทำพิธีชำระตัวเขาทั้งหลายให้บริสุทธิ์   และท่านจะตื่นแต่เช้ามืดถวายเครื่องเผาบูชาตามจำนวน ของเขาทั้งหมด   เพราะโยบกล่าวว่า   “ชะรอยบุตรของข้าพเจ้าได้กระทำบาปและแช่งพระเจ้า อยู่ในใจของเขา”   โยบกระทำดังนี้เรื่อยมา  

6Now there was a day when the sons of God came to present themselves before the LORD, and Satan also came among them.

6อยู่มาวันหนึ่ง   เมื่อเทพบุตรทั้งหลายมารายงานตัวต่อพระเจ้า   ซาตานได้มาในหมู่เขาด้วย

7The LORD said to Satan, “From where have you come?” Satan answered the LORD and said, “From going to and fro on the earth, and from walking up and down on it.”

7พระเจ้าตรัสถามซาตานว่า “เจ้ามาจากไหน”   ซาตานทูลตอบพระเจ้าว่า “จากไปๆมาๆ อยู่บนแผ่นดินโลก   และจากเดินขึ้นเดินลงบนนั้น”

8And the LORD said to Satan, “Have you considered my servant Job, that there is none like him on the earth, a blameless and upright man, who fears God and turns away from evil?”

8และพระเจ้าตรัสกับซาตานว่า   “เจ้าได้ไตร่ตรองดูโยบผู้รับใช้ของเราหรือไม่   ว่าในแผ่นดินโลกไม่มีใครเหมือนเขา   เป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม   เกรงกลัวพระเจ้าและหันเสียจากความชั่วร้าย”

9Then Satan answered the LORD and said, “Does Job fear God for no reason?

9แล้วซาตานทูลตอบพระเจ้าว่า   “โยบยำเกรงพระเจ้าเปล่าๆหรือ

10Have you not put a hedge around him and his house and all that he has, on every side? You have blessed the work of his hands, and his possessions have increased in the land.

10พระองค์มิได้ทรงกั้นรั้วรอบตัวเขา และครัวเรือนของเขา   และทุกสิ่งที่เขามีอยู่เสียทุกด้านหรือ   พระองค์ได้ทรงอำนวยพระพรงานน้ำมือของเขา   และฝูงสัตว์ของเขาได้ทวีขึ้นในแผ่นดิน

11But stretch out your hand and touch all that he has, and he will curse you to your face.”

11แต่ขอยื่นพระหัตถ์เถิด และแตะต้องสิ่งของทั้งสิ้น ที่เขามีอยู่   และเขาจะแช่งพระองค์ต่อพระพักตร์พระองค์”

12And the LORD said to Satan, “Behold, all that he has is in your hand. Only against him do not stretch out your hand.” So Satan went out from the presence of the LORD.

12และพระเจ้าตรัสกับซาตานว่า “ดูเถิด   บรรดาสิ่งที่เขามีอยู่ก็อยู่ในอำนาจของเจ้า   เพียงแต่อย่ายื่นมือแตะต้องตัวเขาเท่านั้น”   ซาตานจึงออกไปจากพระพักตร์ของพระเจ้า  

God allowed Satan to torment Paul for God’s own good purposes and always within God’s perfect will.

พระเจ้าได้ทรงอนุญาตให้ซาตานทรมานเปาโลเพื่อพระประสงค์ที่ดีของพระเจ้า    และมักจะอยู่ภายใต้พระประสงค์อันสมบูรณ์ของพระองค์

It is understandable that Paul would consider this thorn a hindrance to wider or more effective ministry.

เป็นที่เข้าใจว่าเปาโลจะคิดถึงหนามนี้ว่าเป็นอุปสรรคที่จะขยายพันธกิจให้กว้างหรือมีประสิทธิภาพขึ้น

Galatians กาลาเทีย 5:14-16 14For the whole law is fulfilled in one word: “You shall love your neighbor as yourself.”

14เพราะว่าธรรมบัญญัติทั้งสิ้นนั้นสรุปได้เป็นคำเดียว   คือว่า   จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง

15But if you bite and devour one another, watch out that you are not consumed by one another.

15แต่ถ้าท่านกัดและกินเนื้อกันและกัน   จงระวังให้ดี   เกรงว่าจะย่อยยับไปตามๆกัน

16But I say, walk by the Spirit, and you will not gratify the desires of the flesh.

16แต่ข้าพเจ้าขอบอกว่า   จงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ   อย่าสนองความต้องการของเนื้อหนัง

So that he would three times petition God for its removal.

ดังนั้นเขาจะทูลขอพระเจ้าถึงสามครั้งให้ทรงกำจัดนหามนั้นออกไป

2 Corinthians 2โครินธ์ 12:8 8Three times I pleaded with the Lord about this, that it should leave me.

8เรื่องหนามใหญ่นั้น   ข้าพเจ้าวิงวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าถึงสามครั้ง   เพื่อขอให้มันหลุดไปจากข้าพเจ้า



But Paul learned from this experience the lesson that dominates his writings: divine power is best displayed against the backdrop of human weakness.

แต่เปาโลได้เรียนรู้จากประสบการณ์นี้    บทเรียนที่โดดเด่นในงานเขียนของท่าน: ฤทธิ์อำนาจศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนจะสำแดงได้ดีที่สุดต่อเบื้องหลังความอ่อนแอของมนุษย์

2 Corinthians 2โครินธ์ 4:7 7But we have this treasure in jars of clay, to show that the surpassing power belongs to God and not to us.

7แต่ว่าเรามีของมีค่านี้อยู่ในภาชนะดิน   เพื่อให้เห็นว่า   ฤทธิ์เดชอันเลิศนั้นเป็นของพระเจ้า   ไม่ได้มาจากตัวเราเอง

So that God alone is praised

ดังนั้นพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงได้รับการยกย่อง

2 Corinthians 2โครินธ์10:17 17“Let the one who boasts, boast in the Lord.”

17“ถ้าผู้ใดจะอวด   ก็จงอวดองค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด”

Rather than removing the problem, God gave him grace and strength through it, and He declared that grace to be “sufficient.”

แทนที่จะขจัดสิ่งที่เป็นปัญหาออกไป   พระเจ้าทรงประทานพระคุณและกำลังผ่านสิ่งนั้น    และพระองค์ทรงประกาศว่าพระคุณของพระอง์นั้นมีมาก "เพียงพอ"

Question: "What is Zion?

คำถาม: "ศิโยนคืออะไร

What is Mount Zion?

ภูเขาศิโยนคืออะไร?

What is the Biblical meaning of Zion?"
คำว่าศิโยนตามพระคัมภีร์หมายความว่าอะไร


Answer: คำตอบ

Psalms เพลงสดุดี 87:2-3 2the LORD loves the gates of Zion more than all the dwelling places of Jacob.

2พระเจ้าทรงรักประตูศิโยน   มากยิ่งกว่าที่อาศัยแห่งใดใดของยาโคบ  

3Glorious things of you are spoken, O city of God. Selah

3โอ นครแห่งพระเจ้าเอ๋ย   เขากล่าวสรรเสริญเธอ  

Occurring over 150 times in the Bible, the word “Zion” essentially means “fortification.”

ปรากฏกว่า 150 ครั้งในพระคัมภีร์  คำว่า "ศิโยน" หมายความอย่างสำคัญคือ "ป้อมปราการ".

In the Bible, Zion is both the city of David and the city of God.

ในพระคัมภีร์ ศิโยนเป็นทั้งเมืองของดาวิดและเมืองของพระเจ้า

As the Bible progresses, the word “Zion” transitions from referring primarily to a physical city to having a more spiritual meaning.
ตามพระคัมภีร์กล่าวไว้ คำว่า "ศิโยน" เริ่มแรกเเปลี่ยนจากความหมายป็นเมืองทางกายภาพมาเป็นความหมายด้านจิตวิญญาณ

The first mention of the word “Zion” in the Bible is 2 Samuel

ครั้งแรกที่กล่าวถึงคำว่า "ศิโยน" ในพระคัมภีร์คือในหนังสือ 2 ซามูเอล

2 Samuel 2 ซามูเอล 5:7 7Nevertheless, David took the stronghold of Zion, that is, the city of David.

7แต่อย่างไรก็ตาม   ดาวิดทรงยึดที่กำบังเข้มแข็งชื่อศิโยนได้คือเมืองของดาวิด

Zion, therefore, was originally the name of the ancient Jebusite fortress in the city of Jerusalem.

ดังนั้น เดิมศิโยนเป็นชื่อป้อมปราการของคนเยบุสโบราณในกรุงเยรูซาเล็ม

Zion came to stand not only for the fortress but also for city in which the fortress stood.

ศิโยนไม่เพียงหมายถึงแต่ป้อมปราการเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่ตั้งป้อมปราการด้วย

After David captured “the stronghold of Zion,” Zion was then called “the City of David”

หลังจากที่เดวิดทรงยึดได้ "ฐานที่มั่นของศิโยน" ต่อมาศิโยนถูกเรียกว่า "เมืองเดวิด"

1 Kings 1 พงศ์กษัตริย์ 8:1 1Then Solomon assembled the elders of Israel and all the heads of the tribes, the leaders of the fathers' houses of the people of Israel, before King Solomon in Jerusalem, to bring up the ark of the covenant of the LORD out of the city of David, which is Zion.

1แล้วซาโลมอนทรงประชุมพวกผู้ใหญ่ของอิสราเอล   และหัวหน้าของเผ่า   คือบรรดาประมุขของตระกูลคนอิสราเอล   ต่อพระพักตร์พระราชาซาโลมอนในกรุงเยรูซาเล็ม   เพื่อจะนำหีบพันธสัญญาของพระเจ้าขึ้นมาจากนครดาวิด   คือเมืองศิโยน

1 Chronicles 1พงศาวดาร 11:5 5The inhabitants of Jebus said to David, “You will not come in here.” Nevertheless, David took the stronghold of Zion, that is, the city of David.

5ชาวเมืองเยบุสทูลดาวิดว่า   “พระองค์จะเสด็จเข้ามาที่นี่ไม่ได้”   อย่างไรก็ดี ดาวิดทรงยึดที่กำบังเข้มแข็งคือศิโยนไว้   คือนครของดาวิด

2 Chronicles 2 พงศาวดาร 5:2 2Then Solomon assembled the elders of Israel and all the heads of the tribes, the leaders of the fathers' houses of the people of Israel, in Jerusalem, to bring up the ark of the covenant of the LORD out of the city of David, which is Zion.

2แล้วซาโลมอนทรงประชุมพวกผู้ใหญ่ของอิสราเอล   และบรรดาหัวหน้าของเผ่า   และบรรดาประมุขของตระกูลชนอิสราเอลในกรุง เยรูซาเล็ม   เพื่อจะนำหีบพันธสัญญาของพระเจ้าขึ้นมาจากนคร ดาวิดคือเมืองศิโยน

When Solomon built the Temple in Jerusalem, Zion expanded in meaning to include the temple and the area surrounding it.

เมื่อซาโลมอนทรงสร้างพระวิหารในกรุงเยรูซาเล็ม    คำว่าซีโยนมีความหมายขายออกไปว่าเป็นพระวิหารและบริเวณโดยรอบมัน

Psalms บทเพลงสดุดี 2:6 6“As for me, I have set my King on Zion, my holy hill.”

6“เราได้ตั้งกษัตริย์ของเราไว้แล้ว   บนศิโยน ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเรา”  

Psalms บทเพลงสดุดี 48:2, 11-12 2beautiful in elevation, is the joy of all the earth, Mount Zion, in the far north, the city of the great King.

2ภูเขาบริสุทธิ์ของพระองค์   มองขึ้นไป ก็ดูงาม   เป็นความชื่นบานของแผ่นดินโลกทั้งสิ้น   คือภูเขาศิโยน อุดรไกล   ซึ่งเป็นนครของพระมหาราชา  
11Let Mount Zion be glad!  Let the daughters of Judah rejoice because of your judgments!

11ขอภูเขาศิโยนจงยินดี   ขอธิดาแห่งยูดาห์จงเปรมปรีดิ์   เพราะเหตุการพิพากษาของพระองค์  

12Walk about Zion, go around her, number her towers,

12จงเดินรอบศิโยน  ไปให้รอบเถิด   จงนับหอคอยของศิโยน  

Psalms บทเพลงสดุดี 132:13 13For the LORD has chosen Zion; He has desired it for His dwelling place:

13เพราะพระเจ้าทรงเลือกศิโยน   พระองค์มีพระประสงค์จะให้เป็นที่ประทับของพระองค์  

Zion was eventually used as a name for the city of Jerusalem, the land of Judah, and the people of Israel as a whole.

ในที่สุดศิโยนถูกนำมาใช้เป็นชื่อของเมืองเยรูซาเล็ม    แผ่นดินยูดาห์   และคนอิสราเอลทั้งหมด

Isaiah อิสยาห์ 40:9 9Get you up to a high mountain, O Zion, herald of good news;  lift up your voice with strength, O Jerusalem, herald of good news; lift it up, fear not; say to the cities of Judah, “Behold your God!”

9โอ  ศิโยนเอ๋ย   ผู้นำข่าวดี  เจ้าจงขึ้นไปบนภูเขาสูง   โอ  เยรูซาเล็มเอ๋ย  ผู้นำข่าวดี  จงเปล่งเสียงของเจ้าด้วยเต็มกำลัง   จงเปล่งเสียงเถิด  อย่ากลัวเลย   จงกล่าวแก่หัวเมืองแห่งยูดาห์ว่า   “ดูเถิด  นี่พระเจ้าของเจ้า”  

Jeremiah เยเรมีย์ 31:12 12They shall come and sing aloud on the height of Zion,

and they shall be radiant over the goodness of the LORD, over the grain, the wine, and the oil, and over the young of the flock and the herd; their life shall be like a watered garden, and they shall languish no more.

12เขาทั้งหลายจะมาร้องเพลงอยู่บนที่สูงแห่งศิโยน   และเขาจะปลาบปลื้มเพราะของดีของพระเจ้า   เพราะเมล็ดข้าว เหล้าองุ่น และน้ำมัน   และเพราะลูกของแกะและโค   ชีวิตของเขาทั้งหลายจะเหมือนกับสวนที่มีน้ำรด   และเขาจะไม่อ่อนระทวยอีกต่อไป  

Zechariah  เศคาริยาห์ 9:13. 13For I have bent Judah as my bow; I have made Ephraim its arrow. I will stir up your sons, O Zion, against your sons, O Greece, and wield you like a warrior's sword.

13เพราะเราได้ดัดยูดาห์เหมือนโค้งคันธนู   เราได้กระทำเอฟราอิมให้เป็นลูกธนู   โอ  ศิโยนเอ๋ย   เราจะแกว่งบุตรทั้งหลายของเจ้าเป็นอาวุธ   ต่อสู้บุตรทั้งหลายของเจ้านะกรีกเอ๋ย   และแกว่งเจ้าอย่างดาบของนักรบ  

The most important use of the word “Zion” is in a theological sense.

การใช้คำว่า "ศิโยน" ที่สำคัญที่สุด เป็นความหมายด้านเทววิทยา

Zion is used figuratively of Israel as the people of God.

ศิโยนถูกนำมาใช้เปรียบเปรยว่าคนอิสราเอลว่าเป็นคนของพระเจ้า

Isaiah อิสยาห์ 60:14 14The sons of those who afflicted you shall come bending low to you, and all who despised you shall bow down at your feet; they shall call you the City of the LORD, the Zion of the Holy One of Israel.

14ลูกชายของคนเหล่านั้นที่ได้บีบบังคับเจ้า   จะมาโค้งลงต่อเจ้า   และบรรดาผู้ที่ดูหมิ่นเจ้า   จะกราบลงที่ฝ่าเท้าของเจ้า   เขาทั้งหลายจะเรียกเจ้าว่าเป็นพระนครของพระเจ้า   ศิโยนแห่งองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล  

The spiritual meaning of Zion is continued in the New Testament, where it is given the Christian meaning of God's spiritual kingdom, the heavenly Jerusalem.

ความหมายด้านจิตวิญญาณของศิโยนยังคงมีต่อในพันธสัญญาใหม่   ซึ่งจะให้ความหมายแก่คริสเตียนว่าเป็นราชอาณาจักรฝ่ายจิตวิญญาณของพระเจ้า      กรุงเยรูซาเล็มแห่งสวรรค์

Hebrews ฮีบรู12:22 22But you have come to Mount Zion and to the city of the living God, the heavenly Jerusalem, and to innumerable angels in festal gathering,

22มิใช่เช่นนั้น   แต่ท่านทั้งหลายได้มาถึงภูเขาศิโยน   และมาถึงนครของพระเจ้าผู้ทรงดำรงพระชนม์   คือเทพนครเยรูซาเล็ม   และมาถึงที่ชุมนุมทูตสวรรค์มากมายเหลือที่จะนับได้

Revelation วิวรณ์ 14:1 1Then I looked, and behold, on Mount Zion stood the Lamb, and with him 144,000 who had his name and his Father's name written on their foreheads.

1ข้าพเจ้าได้แลเห็น และดูเถิด พระเมษโปดกทรงยืนอยู่ที่ภูเขาศิโยน  และผู้ที่อยู่กับพระองค์มีจำนวนแสนสี่หมื่นสี่พันคน   ซึ่งเป็นผู้ที่มีพระนามของพระองค์   และพระนามของพระบิดาของพระองค์เขียนไว้ที่หน้าผากของเขา


Peter refers to Christ as the Cornerstone of Zion:

เปโตรยกย่องพระคริสต์ว่าทรงเป็นศิลามุมเอกของศิโยน

1 Peter 1 เปโตร 2:6 6For it stands in Scripture: “Behold, I am laying in Zion a stone, a cornerstone chosen and precious, and whoever believes in him will not be put to shame.”

6เพราะมีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์แล้วว่า   ดูก่อน เราวางศิลาก้อนหนึ่งลงในศิโยน   เป็นศิลาหัวมุมที่ทรงเลือกแล้ว    และเป็นศิลาที่มีค่าอันประเสริฐ   และผู้ใดที่เชื่อในพระองค์ก็จะไม่ได้รับความอับอาย  

Www.gotquestions.org/Thai

Thorn in the Flesh and Zion

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top