Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Thursday, May 21, 2015

 

Question: "Who was Melchizedek?"
คำถาม: "ใครเมลคีเซเดค?"

Answer: Melchizedek, whose name means “king of righteousness,” was a king of Salem (Jerusalem) and priest of the Most High God.

คำตอบ: เมลคีเซเดค ชื่อนี้หมายถึง "กษัตริย์แห่งความชอบธรรม" ทรงเป็นกษัตริย์แห่งซาเลม (เยรูซาเล็ม) และปุโรหิตของพระเจ้าผู้สูงสุด

Genesis ปฐมกาล 14:18–20 18And Melchizedek king of Salem brought out bread and wine. (He was priest of God Most High.)

18เมลคีเซเดคผู้เป็นทั้งกษัตริย์เมืองซาเลม   และปุโรหิตของพระเจ้าผู้สูงสุด   ก็นำขนมปังกับเหล้าองุ่นมาให้

19And he blessed him and said, “Blessed be Abram by God Most High, Possessor of heaven and earth;

19แล้วอวยพรท่าน  “ขอพระเจ้าผู้สูงสุดผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน  จงโปรดให้อับรามได้รับพระพรเถิด  

20and blessed be God Most High, who has delivered your enemies into your hand!” And Abram gave him a tenth of everything.

20สาธุการแด่พระเจ้าผู้สูงสุด ผู้ทรงมอบศัตรูทั้งหลายไว้ในเงื้อมมือของท่าน”   อับรามก็ยกหนึ่งในสิบจากข้าวของนั้นถวาย แก่กษัตริย์เมลคีเซเคด

Psalms บทเพลงสดุดี 110:4 4The LORD has sworn and will not change his mind,  “You are a priest forever after the order of Melchizedek.”

4พระเจ้าทรงปฏิญาณแล้วและจะไม่เปลี่ยนพระทัยของพระองค์   “เจ้าเป็นปุโรหิตเป็นนิตย์   ตามอย่างของเมลคีเซเดค”  

Hebrews ฮีบรู 5:6–11 6as he says also in another place, “You are a priest forever, after the order of Melchizedek.”

6และได้ตรัสอีกแห่งหนึ่งว่า   ท่านเป็นปุโรหิตเป็นนิตย์ ตามแบบอย่างของเมลคีเซเดค

7In the days of his flesh, Jesus offered up prayers and supplications, with loud cries and tears, to him who was able to save him from death, and he was heard because of his reverence.

7ฝ่ายพระเยซูขณะเมื่อพระองค์ทรงเป็นมนุษย์อยู่นั้น   พระองค์ได้ทรงร้องอธิษฐาน   และทูลวิงวอนด้วยน้ำพระเนตรไหล   ต่อพระเจ้าผู้ทรงสามารถช่วยพระองค์ให้พ้นจากความตายได้   และพระเจ้าได้ทรงสดับเนื่องด้วยความยำเกรงของพระเยซู

8Although he was a son, he learned obedience through what he suffered.

8ถึงแม้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตร   พระองค์ก็ทรงเรียนรู้ที่จะนอบน้อมยอมเชื่อฟัง   โดยความทุกข์ลำบากที่พระองค์ได้ทรงทน

9And being made perfect, he became the source of eternal salvation to all who obey him,

9เมื่อพระเจ้าทรงทำให้พระเยซูเพียบพร้อมทุกประการแล้ว   พระเยซูก็เลยทรงเป็นแหล่ง กำเนิดแห่งความรอดนิรันดร์   สำหรับคนทั้งปวงที่เชื่อฟังพระองค์

10being designated by God a high priest after the order of Melchizedek.

10โดยพระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์ให้เป็นมหาปุโรหิต   ตามแบบอย่างของเมลคีเซเดค

11About this we have much to say, and it is hard to explain, since you have become dull of hearing.

11เรื่องเกี่ยวกับมหาปุโรหิตนั้นมีมากและยากที่จะอธิบายให้เข้าใจได้  เพราะว่าท่านทั้ง หลายกลายเป็นคนหูตึงเสียแล้ว

Hebrews ฮีบรู 6:20—7:28 20where Jesus has gone as a forerunner on our behalf, having become a high priest forever after the order of Melchizedek.

20ที่พระเยซูผู้ทรงนำหน้าได้เสด็จเข้าไปก่อนเพื่อเราแล้ว   เพราะพระองค์ได้ทรงรับการแต่งตั้งเป็นมหาปุโรหิตเป็นนิตย์   ตามแบบอย่างเมลคีเซเดคนั้น

1For this Melchizedek, king of Salem, priest of the Most High God, met Abraham returning from the slaughter of the kings and blessed him,

1เมลคีเซเดคผู้นี้คือกษัตริย์เมืองซาเลม   เป็นปุโรหิตของพระเจ้าผู้สูงสุด   ได้พบอับราฮัม   ขณะที่กำลังกลับมาจากการรบกับกษัตริย์ทั้งหลายนั้น   และได้อวยพรแก่อับราฮัม

2and to him Abraham apportioned a tenth part of everything. He is first, by translation of his name, king of righteousness, and then he is also king of Salem, that is, king of peace.

2อับราฮัมก็ได้ถวายของหนึ่งในสิบแห่งของทั้งปวงแก่เมลคีเซเดค   เมลคีเซเดคนั้นเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งความชอบธรรม   ตามความหมายของนามของท่าน   และเป็นกษัตริย์แห่งสันติสุข   ตามความหมายของชื่อเมืองซาเลม

3He is without father or mother or genealogy, having neither beginning of days nor end of life, but resembling the Son of God he continues a priest forever.

3บิดามารดาและตระกูลของท่านไม่มีกล่าวไว้   วันเกิดวันตายก็เช่นกัน   แต่เป็นเหมือนพระบุตรของพระเจ้า   เมลคีเซเดคนั้นแหละดำรงอยู่เป็นปุโรหิตชั่วกัปป์ชั่วกัลป์  

4See how great this man was to whom Abraham the patriarch gave a tenth of the spoils!

4จงคิดดูเถิด   ท่านผู้นี้ยิ่งใหญ่เพียงไร   ที่อับราฮัมผู้เป็นพ่อหมู่ของเรานั้น   ยังได้ชักหนึ่งในสิบแห่งของริบนั้นมาถวายแก่ท่าน

5And those descendants of Levi who receive the priestly office have a commandment in the law to take tithes from the people, that is, from their brothers,*n5.2 though these also are descended from Abraham.

5และบรรดาเชื้อสายของเลวี   ซึ่งได้รับตำแหน่งปุโรหิตนั้น   ถึงแม้ว่าท่านเหล่านั้นสืบเชื้อสายจากอับราฮัม   ก็ยังมีพระบัญญัติสั่งให้รับทศางค์จากบรรดาประชาชน   คือจากพวกพี่น้องของตน

6But this man who does not have his descent from them received tithes from Abraham and blessed him who had the promises.

6แต่เมลคีเซเดคผู้นี้ไม่ใช่เชื้อสายพวกเขา   แต่ก็ยังได้รับทศางค์จากอับราฮัม   และได้อวยพรให้อับราฮัม   ผู้ที่ได้รับพระสัญญาจากพระเจ้า

7It is beyond dispute that the inferior is blessed by the superior.

7สิ่งที่ค้านไม่ได้   คือผู้น้อยเป็นผู้รับพรและผู้ใหญ่เป็นผู้ให้พร

8In the one case tithes are received by mortal men, but in the other case, by one of whom it is testified that he lives.

8อีกประการหนึ่ง   ในกรณีของปุโรหิตเผ่าเลวีนั้น   มนุษย์ที่ต้องตายเป็นผู้รับทศางค์   แต่ในกรณีของเมลคีเซเดคผู้ที่รับทศางค์นั้น   มีหลักฐานในพระคัมภีร์ว่าท่านยังมีชีวิตอยู่

9One might even say that Levi himself, who receives tithes, paid tithes through Abraham,

9ถ้าจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็ว่า   เลวีผู้ที่รับทศางค์นั้นก็ได้ถวายทศางค์แก่เมลคีเซเดคทางอับราฮัม

10for he was still in the loins of his ancestor when Melchizedek met him.

10เพราะว่าขณะนั้นเขายังอยู่ในสายเลือดของบรรพบุรุษคืออับราฮัม   ขณะที่เมลคีเซเดคได้พบกับอับราฮัม  

11Now if perfection had been attainable through the Levitical priesthood (for under it the people received the law), what further need would there have been for another priest to arise after the order of Melchizedek, rather than one named after the order of Aaron?

11อย่างไรก็ดี   ถ้าพวกปุโรหิตเผ่าเลวีนำมนุษย์ไปสู่ความสมบูรณ์ได้   ด้วยว่าประชาชนได้รับธรรมบัญญัติโดยระบบนี้   ไฉนจะต้องมีปุโรหิตอีกตามแบบอย่างของเมลคีเซเดค   แทนพวกปุโรหิตตามแบบอย่างของอาโรนเล่า

12For when there is a change in the priesthood, there is necessarily a change in the law as well.

12เพราะเมื่อตำแหน่งปุโรหิตเปลี่ยนแปลงไปแล้ว   ธรรมบัญญัติก็จำเป็นจะต้องเปลี่ยน แปลงไปด้วย

13For the one of whom these things are spoken belonged to another tribe, from which no one has ever served at the altar.

13เพราะว่าท่านที่เรากล่าวถึงนั้นมาจากเผ่าอื่น   ซึ่งเป็นเผ่าที่ยังไม่มีผู้ใดเคยทำหน้าที่ปรนนิบัติที่แท่นบูชาเลย

14For it is evident that our Lord was descended from Judah, and in connection with that tribe Moses said nothing about priests.

14และเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า   องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรานั้น   ได้ทรงสืบเชื้อสายมาจากเผ่ายูดาห์   โมเสสไม่ได้ว่าจะมีปุโรหิตมาจากเผ่านั้นเลย  

15This becomes even more evident when another priest arises in the likeness of Melchizedek,

15ข้อนี้ประจักษ์ชัดยิ่งขึ้นอีก   เมื่อปรากฏว่ามีปุโรหิตอีกผู้หนึ่งเกิดขึ้น   ตามแบบอย่างของเมลคีเซเดค

16who has become a priest, not on the basis of a legal requirement concerning bodily descent, but by the power of an indestructible life.

16ผู้ซึ่งเป็นปุโรหิตโดยไม่ได้รับการแต่งตั้งตามบัญญัติเรื่องเชื้อสาย   แต่โดยฤทธิ์เดชแห่งชีวิตอันไม่สามารถจะทำลายได้

17For it is witnessed of him, “You are a priest forever, after the order of Melchizedek.”

17เพราะมีพยานกล่าวถึงท่านว่า   ท่านเป็นปุโรหิตเป็นนิตย์   ตามแบบอย่างของเมลคีเซเดค  

18On the one hand, a former commandment is set aside because of its weakness and uselessness

18พระบัญญัติที่มีอยู่เดิมนั้นก็ได้ยกเลิกไป   เพราะขาดฤทธิ์และไร้ประโยชน์

19(for the law made nothing perfect); but on the other hand, a better hope is introduced, through which we draw near to God.

19เพราะธรรมบัญญัตินั้นไม่สามารถนำมนุษย์ไปสู่ความสมบูรณ์ได้   แต่ในเวลาเดียวกันเราก็ได้รับความหวังที่ดีกว่านั้น   ซึ่งโดยความหวังนั้นเอง   เราจึงจะเข้าใกล้พระเจ้าได้  

20And it was not without an oath. For those who formerly became priests were made such without an oath,

20ที่ว่าดีกว่านั้นก็เพราะว่า   ปุโรหิตใหม่คนนี้พระเจ้าทรงตั้งขึ้นโดยทรงสาบานไว้

21but this one was made a priest with an oath by the one who said to him:

“The Lord has sworn and will not change his mind, ‘You are a priest forever.’”

21บรรดาปุโรหิตเผ่าเลวีนั้นไม่มีการกล่าวปฏิญาณเมื่อเขาเข้ารับตำแหน่ง   แต่ส่วนปุโรหิตใหม่นี้มีคำกล่าวปฏิญาณว่า   “พระเจ้าทรงปฏิญาณแล้ว    และจะไม่ทรงเปลี่ยนพระทัย   ท่านเป็นปุโรหิตตลอดกาลW  

22This makes Jesus the guarantor of a better covenant.

22ข้อนี้กระทำให้พันธสัญญาที่พระเยซูทรงรับประกันนั้น   ดีกว่าพันธสัญญาเก่าสักเพียงใด  

23The former priests were many in number, because they were prevented by death from continuing in office,

23ปุโรหิตเผ่าเลวีนั้นมีการสืบตำแหน่งกันหลายคน   เพราะความตายขัดขวางไม่ให้เขาปฏิบัติงานได้ตลอดไป

24but He holds his priesthood permanently, because He continues forever.

24แต่พระเยซูนี้   ทรงดำรงตำแหน่งปุโรหิตตลอดกาล   เพราะพระองค์ทรงดำรงชีวิตอยู่เป็นนิตย์

25Consequently, he is able to save to the uttermost those who draw near to God through him, since he always lives to make intercession for them.

25ด้วยเหตุนี้   พระองค์จึงทรงสามารถเป็นนิตย์ที่จะช่วยคนทั้งปวงที่ได้เข้ามาถึงพระเจ้าโดยทางพระองค์นั้นให้ได้รับความรอด   เพราะว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่เป็นนิตย์   เพื่อช่วยทูลขอพระกรุณาให้คนเหล่านั้น  

26For it was indeed fitting that we should have such a high priest, holy, innocent, unstained, separated from sinners, and exalted above the heavens.

26มหาปุโรหิตเช่นนี้แหละที่เหมาะสำหรับเรา   คือเป็นผู้บริสุทธิ์   ปราศจากอุบายไร้มลทิน   แยกจากคนบาปทั้งปวง   ประทับอยู่สูงกว่าฟ้าสวรรค์

27He has no need, like those high priests, to offer sacrifices daily, first for his own sins and then for those of the people, since he did this once for all when he offered up himself.

27พระองค์ไม่ต้องทรงนำเครื่องบูชามาทุกวันๆ ดังเช่นมหาปุโรหิตอื่นๆ   ผู้ซึ่งตอนแรกถวายสำหรับความผิดของตัวเอง   แล้วจึงถวายสำหรับความผิดของประชาชน   ส่วนพระเยซูได้ทรงถวายเครื่องบูชาเพียงครั้งเดียว   คือเมื่อพระองค์ได้ทรงถวายพระองค์เองต่อพระเจ้า

28For the law appoints men in their weakness as high priests, but the word of the oath, which came later than the law, appoints a Son who has been made perfect forever.

28แท้จริงมหาปุโรหิตที่ได้รับการแต่งตั้งตามธรรมบัญญัตินั้น   ก็เป็นมนุษย์ที่อ่อนแอ   แต่พระปฏิญาณของพระเจ้าซึ่งได้ตรัสภายหลังธรรมบัญญัตินั้น   ได้ทรงแต่งตั้งพระบุตรขึ้น   ผู้ซึ่งถึงความสำเร็จเป็นนิตย์             

Melchizedek’s sudden appearance and disappearance in the book of Genesis is somewhat mysterious.

การปรากฏชื่อของเมลคีเซเดคอย่างฉับพลันและหายไปไม่ปรากฎอีกในหนังสือปฐมกาลเป็นเรื่องค่อนข้างลึกลับ

Melchizedek and Abraham first met after Abraham’s defeat of Chedorlaomer and his three allies.

เมลคีเซเดและอับราฮัมพบกันครั้งแรกหลังจากอับราฮัมรบชนะต่อเคโดลาร์โอเมอร์และพันธมิตรทั้งสามของพระองค์

Melchizedek presented bread and wine to Abraham and his weary men, demonstrating friendship.

เมลคีเซเดได้เสนอมอบขนมปังและไวน์แก่อับราฮัมและผู้คนที่เหนื่อยล้าของเขาแสดงให้เห็นถึงมิตรภาพ

He bestowed a blessing on Abraham in the name of El Elyon (“God Most High”) and praised God for giving Abraham a victory in battle.

เขากล่าวให้ศีลให้พรแก่อับราฮัมในนามของเอล เอลีโอน ("พระเจ้าผู้สูงสุด") และสรรเสริญพระเจ้าที่ทรงประทานให้อับราฮัมประสบชัยชนะในการสู้รบ

Genesis ปฐมกาล 14:18–20 18And Melchizedek king of Salem brought out bread and wine. (He was priest of God Most High.)

18เมลคีเซเดคผู้เป็นทั้งกษัตริย์เมืองซาเลม   และปุโรหิตของพระเจ้าผู้สูงสุด   ก็นำขนมปังกับเหล้าองุ่นมาให้

19And he blessed him and said, “Blessed be Abram by God Most High,

Possessor of heaven and earth;

19แล้วอวยพรท่าน    “ขอพระเจ้าผู้สูงสุดผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน    จงโปรดให้อับรามได้รับพระพรเถิด  

20and blessed be God Most High, who has delivered your enemies into your hand!” And Abram gave him a tenth of everything.

20สาธุการแด่พระเจ้าผู้สูงสุด    ผู้ทรงมอบศัตรูทั้งหลายไว้ในเงื้อมมือของท่าน”    อับรามก็ยกหนึ่งในสิบจากข้าวของนั้นถวาย แก่กษัตริย์เมลคีเซเคด

Abraham presented Melchizedek with a tithe (a tenth) of all the items he had gathered.

อับราฮัมได้ยกถวายหนึ่งในสิบของรายการทั้งหมดที่เขาได้รวบรวมแก่เมลคีเซเด

By this act Abraham indicated that he recognized Melchizedek as a priest who ranked higher spiritually than he.
โดยการกระทำนี้อับราฮัมได้แสดงให้เห็นว่าเขาได้ยอมรับเมลคีเซเดคเป็นปุโรหิตฝ่ายจิตวิญญาณที่อยู่สูงกว่าเขา

In Psalm 110, a messianic psalm written by David, Melchizedek is presented as a type of Christ.

ในบทเพลงสดุดีบทที่ 110  เป็นบทเพลงสดุดีพระเมสสิยาห์ เขียนโดยดาวิด   เมลคีเซเดคถูกยกขึ้นเป็นแบบพระคริสต์

Psalms บทเพลงสดุดี 110 1The LORD says to my Lord: “Sit at my right hand, until I make your enemies your footstool.”

1พระเจ้าตรัสกับพระองค์ผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่า   “จงนั่งที่ข้างขวาของเรา   จนกว่าเราจะกระทำให้ศัตรูของเจ้าเป็นแท่นรองเท้าของเจ้า”  

2The LORD sends forth from Zion your mighty scepter.  Rule in the midst of your enemies!

2พระเจ้าทรงใช้คทาทรงฤทธิ์ของพระองค์ท่านไปจากศิโยน จงครอบครองท่ามกลางศัตรูของพระองค์ท่านเถิด  

3Your people will offer themselves freely on the day of your power, in holy garments; from the womb of the morning, the dew of your youth will be yours.

3ชนชาติของพระองค์ท่านจะสมัครถวายตัวของเขาด้วย ความเต็มใจ  ในวันที่พระองค์ท่านนำพลโยธาของพระองค์ท่านไปบนภูเขาบริสุทธิ์  จากครรภ์ของอรุโณทัย    น้ำค้างแห่งวัยหนุ่มเป็นของพระองค์ท่าน  

4The LORD has sworn and will not change his mind, “You are a priest forever after the order of Melchizedek.”

4พระเจ้าทรงปฏิญาณแล้ว   และจะไม่เปลี่ยนพระทัยของพระองค์    “เจ้าเป็นปุโรหิตเป็นนิตย์   ตามอย่างของเมลคีเซเดค”  

5The Lord is at your right hand; he will shatter kings on the day of his wrath.

5องค์พระผู้เป็นเจ้าประทับข้างขวาหัตถ์ของพระองค์ท่าน   พระองค์ทรงทลายบรรดาพระราชาในวันที่ทรงพระพิโรธ  

6He will execute judgment among the nations, filling them with corpses; he will shatter chiefs over the wide earth.

6พระองค์ทรงกระทำการพิพากษาท่ามกลางประชาชาติ   ให้ซากศพเต็มไปหมด   พระองค์จะทรงทลายผู้เป็นประมุขทั่วแผ่นดินโลกอันกว้างขวาง  

7He will drink from the brook by the way; therefore he will lift up his head.

7พระองค์ท่านจะทรงดื่มจากลำธารข้างทาง  ฉะนั้นพระองค์ท่านจะทรงผงกพระเศียรขึ้น

Matthew มัทธิว 22:43 43He said to them, “How is it then that David, in the Spirit, calls him Lord, saying,

43พระองค์ตรัสถามเขาว่า   “ถ้าอย่างนั้นเป็นไฉนดาวิด   โดยเดชพระวิญญาณจึงได้เรียกพระองค์ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า และรับสั่งว่า 

This theme is repeated in the book of Hebrews, where both Melchizedek and Christ are considered kings of righteousness and peace.

หัวข้อเรื่องนี้กล่าวซ้ำอีกครั้งในหนังสือฮีบรู   ที่ทั้งเมลคีเซเดและพระคริสต์ได้รับการพิจารณาเป็นกษัตริย์แห่งความชอบธรรมและความสงบสุข

By citing Melchizedek and his unique priesthood as a type, the writer shows that Christ’s new priesthood is superior to the old Levitical order and the priesthood of Aaron.

โดยการอ้างเมลคีเซเดคและเอกลักษณ์ความปุโรหิตของเขาเป็นแบบ   นักเขียนแสดงให้เห็นว่าความเป็นปุโรหิตใหม่ของพระคริสต์อยู่เหนือกว่าลำดับตำแหน่งเดิมของพวกเลวี    และความเป็นปุโรหิตของอาโรน

Hebrews ฮีบรู 7:1–10 1For this Melchizedek, king of Salem, priest of the Most High God, met Abraham returning from the slaughter of the kings and blessed him,

1เมลคีเซเดคผู้นี้คือกษัตริย์เมืองซาเลม   เป็นปุโรหิตของพระเจ้าผู้สูงสุด   ได้พบอับราฮัม   ขณะที่กำลังกลับมาจากการรบกับกษัตริย์ทั้งหลายนั้น   และได้อวยพรแก่อับราฮัม

2and to him Abraham apportioned a tenth part of everything. He is first, by translation of his name, king of righteousness, and then he is also king of Salem, that is, king of peace.

2อับราฮัมก็ได้ถวายของหนึ่งในสิบแห่งของทั้งปวงแก่เมลคีเซเดค   เมลคีเซเดคนั้นเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งความชอบธรรม   ตามความหมายของนามของท่าน   และเป็นกษัตริย์แห่งสันติสุข   ตามความหมายของชื่อเมืองซาเลม

3He is without father or mother or genealogy, having neither beginning of days nor end of life, but resembling the Son of God he continues a priest forever.

3บิดามารดาและตระกูลของท่านไม่มีกล่าวไว้   วันเกิดวันตายก็เช่นกัน   แต่เป็นเหมือนพระบุตรของพระเจ้า   เมลคีเซเดคนั้นแหละดำรงอยู่เป็นปุโรหิตชั่วกัปป์ชั่วกัลป์  

4See how great this man was to whom Abraham the patriarch gave a tenth of the spoils!

4จงคิดดูเถิดท่านผู้นี้ยิ่งใหญ่เพียงไร   ที่อับราฮัมผู้เป็นพ่อหมู่ของเรานั้น   ยังได้ชักหนึ่งในสิบแห่งของริบนั้นมาถวายแก่ท่าน

5And those descendants of Levi who receive the priestly office have a commandment in the law to take tithes from the people, that is, from their brothers,*n5.2 though these also are descended from Abraham.

5และบรรดาเชื้อสายของเลวี   ซึ่งได้รับตำแหน่งปุโรหิตนั้น   ถึงแม้ว่าท่านเหล่านั้นสืบเชื้อสายจากอับราฮัม   ก็ยังมีพระบัญญัติสั่งให้รับทศางค์จากบรรดาประชาชน   คือจากพวกพี่น้องของตน

6But this man who does not have his descent from them received tithes from Abraham and blessed him who had the promises.

6แต่เมลคีเซเดคผู้นี้ไม่ใช่เชื้อสายพวกเขา   แต่ก็ยังได้รับทศางค์จากอับราฮัม   และได้อวยพรให้อับราฮัม   ผู้ที่ได้รับพระสัญญาจากพระเจ้า

7It is beyond dispute that the inferior is blessed by the superior.

7สิ่งที่ค้านไม่ได้   คือผู้น้อยเป็นผู้รับพรและผู้ใหญ่เป็นผู้ให้พร

8In the one case tithes are received by mortal men, but in the other case, by one of whom it is testified that he lives.

8อีกประการหนึ่งในกรณีของปุโรหิตเผ่าเลวีนั้น   มนุษย์ที่ต้องตายเป็นผู้รับทศางค์   แต่ในกรณีของเมลคีเซเดคผู้ที่รับทศางค์นั้น   มีหลักฐานในพระคัมภีร์ว่าท่านยังมีชีวิตอยู่

9One might even say that Levi himself, who receives tithes, paid tithes through Abraham,

9ถ้าจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็ว่า เลวีผู้ที่รับทศางค์นั้นก็ได้ถวายทศางค์แก่เมลคีเซเดคทางอับราฮัม

10for he was still in the loins of his ancestor when Melchizedek met him.

10เพราะว่าขณะนั้นเขายังอยู่ในสายเลือดของบรรพบุรุษคืออับราฮัม   ขณะที่เมลคีเซเดคได้พบกับอับราฮัม

Some propose that Melchizedek was actually a pre-incarnate appearance of Jesus Christ, or a Christophany.

บางคนเสนอข้อคิดว่าเมลคีเซเดแท้จริงเป็นพระเยซูคริสต์ที่ได้จุติลงมาบังเกิดเป็นเนื้อหนังหรือ พระคริสต์ทรงปรากฏ


This is a possible theory, given that Abraham had received such a visit before.

นี้เป็นทฤษฎีที่เป็นไปได้    ดังที่ได้ทรงมาเยี่ยมอับราฮัมล่วงหน้าก่อน

Consider Genesis 17 where Abraham saw and spoke with the Lord (El Shaddai) in the form of a man.

พิจารณาปฐมกาลบทที่ 17 ที่อับราฮัมได้เห็นและสนทนากับพระเจ้า ( เอล ชัดได) ในรูปแบบของชายคนหนึ่ง

Genesis ปฐมกาล 17:1 1When Abram was ninety-nine years old the LORD appeared to Abram and said to him, “I am God Almighty; walk before me, and be blameless,

1เมื่ออายุอับรามได้เก้าสิบเก้าปี   พระเจ้าทรงปรากฏแก่อับรามและตรัสแก่ท่านว่า   “เราเป็นพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์   จงดำเนินอยู่ต่อหน้าเราและเป็นคนดีพร้อม

Hebrews ฮีบรู 6:20 20where Jesus has gone as a forerunner on our behalf, having become a high priest forever after the order of Melchizedek.

20ที่พระเยซูผู้ทรงนำหน้าได้เสด็จเข้าไปก่อนเพื่อเราแล้ว   เพราะพระองค์ได้ทรงรับการแต่งตั้งเป็นมหาปุโรหิตเป็นนิตย์ตามแบบอย่างเมลคีเซเดคนั้น

This term order would ordinarily indicate a succession of priests holding the office.

คำว่า ลำดับ นี้ปกติจะบ่งบอกถึงการสืบทอดตำแหน่งของพวกปุโรหิต

None are ever mentioned, however, in the long interval from Melchizedek to Christ, an anomaly that can be solved by assuming that Melchizedek and Christ are really the same person.

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการกล่าวถึงเลยทีเดียวในช่วงเวลานานจากเมลคีเซเดจนถึงพระคริสต์  ความผิดปกติที่สามารถสมมติฐานได้ว่าเมลคีเซเดและและพระคริสต์จริงๆเป็นบุคคลเดียวกัน

Thus the “order” is eternally vested in Him and Him alone.
ดังนั้น "ลำดับ" เป็นสิทธิ์ของพระองค์และพระองค์เดียวเท่านั้น

Hebrews ฮีบรู 7:3 3He is without father or mother or genealogy, having neither beginning of days nor end of life, but resembling the Son of God he continues a priest forever.

3บิดามารดาและตระกูลของท่านไม่มีกล่าวไว้   วันเกิดวันตายก็เช่นกัน   แต่เป็นเหมือนพระบุตรของพระเจ้า   เมลคีเซเดคนั้นแหละดำรงอยู่เป็นปุโรหิตชั่วกัปป์ชั่วกัลป์  

The question is whether the author of Hebrews means this actually or figuratively.
คำถามคือว่าผู้เขียนพระธรรมฮีบรูหมายถึงตามนี้จริงหรือแค่เปรียบเปรยหรือเปล่า

If the description in Hebrews is literal, then it is indeed difficult to see how it could be properly applied to anyone but the Lord Jesus Christ.

หากคำอธิบายในพระธรรมฮิบรูเป็นจริงแล้ว    มันเป็นเรื่องยากจริงๆที่จะพบว่ามันถูกนำมาใช้อย่างคู่ควรกับใครก็ได้ นอกจากพระเยซูคริสต์เจ้า

No mere earthly king “remains a priest forever,” and no mere human is “without father or mother.”

ไม่เพียงกษัตริย์ฝ่ายโลก "ยังคงเป็นปุโรหิตตลอดไป" และไม่เพียงมนุษย์อยู่ "โดยไม่มีบิดาหรือมารดา."

If Genesis 14 describes a theophany, then God the Son came to give Abraham His blessing

, appearing as the King of Righteousness

ในพระธรรมปฐมกาลบทที่ 14 อธิบายพระเจ้าผู้ทรงปรากฏในรูปกายมนุษย์ แล้วพระเจ้าพระบุตรทรงสวยพรให้อับราฮัม ทรงปรากฏพระองค์เป็นกษัตริย์แห่งความชอบธรรม

Genesis ปฐมกาล 14:17–19  17After his return from the defeat of Chedorlaomer and the kings who were with him, the king of Sodom went out to meet him at the Valley of Shaveh (that is, the King's Valley).

17เมื่ออับรามกลับจากการรบชนะกษัตริย์เคโดร์ลาโอเมอร์   และกษัตริย์ทั้งหลายที่ร่วมกำลังกันนั้นแล้ว   กษัตริย์เมืองโสโดมก็ออกมารับอับราม ณ ที่ราบชาเวห์   (คือที่ราบของกษัตริย์)

18And Melchizedek king of Salem brought out bread and wine. (He was priest of God Most High.)

18เมลคีเซเดคผู้เป็นทั้งกษัตริย์เมืองซาเลม   และปุโรหิตของพระเจ้าผู้สูงสุด   ก็นำขนมปังกับเหล้าองุ่นมาให้

19And he blessed him and said, “Blessed be Abram by God Most High, Possessor of heaven and earth;

19แล้วอวยพรท่าน   “ขอพระเจ้าผู้สูงสุดผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน  

Revelation วิวรณ์ 19:11,16 11Then I saw heaven opened, and behold, a white horse! The one sitting on it is called Faithful and True, and in righteousness he judges and makes war. e

11แล้วข้าพเจ้าก็ได้เห็นสวรรค์เปิดออก   และดูเถิด   มีม้าขาวตัวหนึ่ง   พระองค์ผู้ทรงม้านั้นมีพระนามว่า   'สัตย์ซื่อและสัตย์จริง'   พระองค์พิพากษาและทรงกระทำสงครามด้วยความเป็นธรรม

16On his robe and on his thigh he has a name written, King of kings and Lord of lords.

16พระองค์ทรงมีพระนามจารึกที่ฉลองพระองค์   และที่ต้นพระอูรุของพระองค์ว่า   “จอมกษัตริย์และจอมเจ้านาย”  

The King of Peace

กษัตริย์องค์สันติภาพ

Isaiah อิสยาห์ 9:6 6For to us a child is born, to us a son is given; and the government shall be upon his shoulder, and his name shall be called Wonderful Counselor, Mighty God, Everlasting Father, Prince of Peace.

6ด้วยมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา    มีบุตรชายคนหนึ่งประทานมาให้เรา   และการปกครองจะอยู่ที่บ่าของท่าน   และท่านจะเรียกนามของท่านว่า   “ที่ปรึกษามหัศจรรย์   พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์   พระบิดานิรันดร์ องค์สันติราช”  

The Mediator between God and Man

คนกลางระหว่างพระเจ้าและมนุษย์

1 Timothy 1ทิโมธี 2:5 5For there is one God, and there is one mediator between God and men, the man Christ Jesus,

5ด้วยเหตุว่ามีพระเจ้าองค์เดียว   และมีคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์   คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสภาพเป็นมนุษย์

If the description of Melchizedek is figurative, then the details of having no genealogy, no beginning or ending, and a ceaseless ministry are simply statements accentuating the mysterious nature of the person who met Abraham.

ถ้าคำอธิบายเมลคีเซเดคเป็นเชิงเปรียบเทียบ    แล้วรายละเอียดของการไม่มีเชื้อวงศ์    ไม่มีจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุด    และพันธกิจอันไม่มีที่สิ้นสุดเป็นคำบรรยายเรียบง่าย      เน้นธรรมชาติลึกลับของบุคคลที่ได้พบอับราฮัม

In this case, the silence in the Genesis account concerning these details is purposeful and better serves to link Melchizedek with Christ.
ในกรณีนี้เรื่องราวที่เงียบไปในพระธรรมปฐมกาลที่เกี่ยวกับรายละเอียดเหล่านี้      มีเหตุผลและทำหน้าที่เชื่อมโยงเรื่องเมลคีเซเดกับพระคริสต์ได้ดีกว่า

Are Melchizedek and Jesus the same person?

เมลคีเซเดคและพระเยซูเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่

A case can be made either way.

กรณีนี้อาจเป็นได้ด้วยวิธีใดก็ได้

At the very least, Melchizedek is a type of Christ, prefiguring the Lord’s ministry.

อย่างน้อยที่สุด  เมลคีเซเดคเป็นแบบพระคริสต์ เป็นการทำนายพระราชกิจของพระเจ้าล่วงหน้า

But it is also possible that Abraham, after his weary battle, met and gave honor to the Lord Jesus Himself.

แต่ก็ยังเป็นไปได้ว่าอับราฮัม   หลังจากการต่อสู้ที่เหนื่อยล้าของเขา     ได้เข้าเฝ้าและถวายเกียรติแด่องค์พระเยซูเอง

www.gotquestions.org/Thai

Melchizidek

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top