Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, May 30, 2015

 

Question: "Should a Christian go into business with an unbeliever?"
คำถาม: "คริสเตียนควรทำธุรกิจร่วมกับผู้ไม่เชื่อหรือไม่"

Answer: The question of whether a Christian should go into business with an unbeliever is a common one.

คำตอบ: คำถามที่ว่าคริสเตียนควรร่วมทำธุรกิจกับผู้ไม่เชื่อเป็นเรื่องธรรมดาถามกันบ่อย

The most often-quoted Scripture

ข้อคัมภีร์ที่คนส่วนใหญ่มักจะยกมาใช้เสมอ

2 Corinthians 2 โครินธ์ 6:14 14 Do not be unequally yoked with unbelievers. For what partnership has righteousness with lawlessness? Or what fellowship has light with darkness?

14 ท่านอย่าเข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อ   เพราะว่าความชอบธรรมจะมีหุ้นส่วนอะไรกับความอธรรม   และความสว่างจะเข้าสนิทกับความมืดได้อย่างไร

Many times, this verse is taken to be a prohibition against Christians marrying non-Christians.

หลายครั้งที่คนจะนำข้อนี้ไปเป็นข้อห้ามเกี่ยวกับการแต่งงานที่คริสเตียนแต่งงานกับคนที่ไม่ใช่คริสเตียน

Marriage would definitely apply here, but there is nothing in the context to limit it to marriage.

แน่นอนน่าจะใช้กับเรื่องแต่งงานที่นี่ แต่ไม่มีอะไรในบริบทนี้ที่จะ จำกัด เรื่องการแต่งงาน

All types of “unequal yokes” are forbidden—marriages, intimate friendships, and, in many instances, business partnerships.

"แอกไม่เท่ากัน" ทุกประเภท ถูกห้ามไว้---การแต่งงาน   มิตรภาพที่ใกล้ชิด  และ ในหลาย ๆ กรณีพันธมิตรทางธุรกิจ

The command implies that a great difference exists between a believer and an unbeliever.

คำสั่งแสดงให้เห็นว่ามีความแตกต่างกันมากอยู่ระหว่างผู้เชื่อและผู้ไม่เชื่อ

Generally speaking, the motivations, goals, and methods of a Christian are incompatible with those of an unbeliever.

โดยทั่วไปพูดถึงแรงจูงใจ  เป้าหมายและวิธีการของคริสเตียนที่ไม่สามารถเข้ากันกับวิธีของผู้ที่ไม่เชื่อ

Faith changes the character of a person.

ความเชื่อเปลี่ยนแปลงลักษณะของบุคคล

A Christian’s highest ambition in life is to glorify the Lord Jesus and please Him in all things; an unbeliever is, at best, indifferent to such goals.

ความใฝ่ฝันสูงสุดของคริสเตียนในชีวิตคือ  การถวายพระเกียรติแด่องค์พระเยซู   และทำให้พระองค์ทรงพอพระทัยในทุกสิ่ง   ผู้ไม่เชื่อ  ที่น่าเป็นได้มากที่สุดก็ไม่แตกต่างกันในเป้าหมายดังกล่าว

If a Christian’s methods and goals in business are identical to the methods and goals of an unbeliever, the Christian very likely needs to reevaluate and reconsider his/her priorities.

หากวิธีการของคริสเตียนและเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจเหมือนกันกับวิธีการและเป้าหมายของผู้ไม่เชื่อ   คริสเตียนมีแนวโน้มมากที่จำเป็นจะต้องประเมินและทบทวน / จัดลำดับความสำคัญของเขาและเธอใหม่อีกครั้ง

2 Corinthians 6:14 goes on to ask, “What fellowship can light have with darkness?”

2 โครินธ์ 6:14   มีคำถามต่อไปว่า " ความสามัคคีธรรมจะฉายแสงพร้อมกับความมืดได้ยังไง"

People are said to be “in fellowship” when they share something.

มีการกล่าวกันว่าผู้คน "ร่วมสามัคคีธรรม" เมื่อพวกเขาแบ่งปันสิ่งของร่วมกัน

Business partners are united in such a way that they must share things—what belongs to one also belongs to the other.

พันธมิตรทางธุรกิจผูกพันกันในลักษณะที่ว่า   พวกเขาจะต้องแบ่งปันสิ่งต่างๆร่วมกัน ---สิ่งที่เป็นของคนหนึ่งก็ยังเป็นของคนอื่นด้วย


This is precisely what is meant by “fellowship.”

กล่าวโดยย่อนี้คือสิ่งที่มีความหมายของ "สามัคคีธรรม".

With these principles in mind, it is best to avoid uniting with unbelievers in business.

ด้วยมีหลักการเหล่านี้ในใจ   ดีที่สุดคือจงหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมธุรกิจกันกับคนที่ไม่เชื่อ

If a Christian is truly seeking to honor the Lord through the business, conflict with the unbelieving business partner is unavoidable. 

ถ้าคริสเตียนจริงใจที่มองหาทางที่จะถวายเกียรติพระเจ้าในทางธุรกิจ    ความขัดแย้งกับพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้ที่ไม่เชื่อนั้นก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

Amos อาโมส 3:3 3 “Do two walk together, unless they have agreed to meet?

3 “สองคนจะเดินไปด้วยกันได้หรือ   นอกจากทั้งสองจะได้ตกลงกันไว้ก่อน  
Question:  Who am I in Christ?

คำถาม: ฉันเป็นใครในพระคริสต์


Answer:  คำตอบ: 2 Corinthians โครินธ์ 5:1717 Therefore, if anyone is in Christ, he is a new creation. The old has passed away; behold, the new has come.

17 เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์   ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว   สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป   นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น


There are two Greek words which are translated “new” in the Bible.

มีคำภาษากรีกสองคำที่แปลว่า "ใหม่" ในพระคัมภีร์

The first, neos, refers to something that has just been made, but there are already many others in existence just like it.

คำแรก นีออส หมายถึงสิ่งที่ถูกสร้าง แต่มีสิ่งอื่น ๆ ดำรงอยู่แล้วเช่นเดียวกับมัน

The word translated “new” in this verse is the word kainos, which means “something just made which is unlike anything else in existence.”

คำที่แปลว่า "ใหม่" ในข้อนี้เป็นคำว่า ไคนอส ซึ่งหมายความว่า "สิ่งที่เพิ่งสร้างขึ้นซึ่งเป็นเหมือนสิ่งอื่นที่ดำรงอยู่ก่อนแล้ว"


In Christ, we are made an entirely new creation, just as God created the heavens and the earth originally—He made them out of nothing, and so He does with us.

ในพระคริสต์เราถูกสร้างใหม่ทั้งหมด  เช่นเดียวกับที่พระเจ้าทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน โลกในตอนแรกเริ่ม-พระองค์ทรงสร้างสิ่งทั้งปวงจากความไม่มีอะไรและเช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงสร้างเรา

He does not merely clean up our old selves; He makes an entirely new self.

When we are in Christ.

พระองค์ไม่เพียงทรงชำระตัวเก่าเราให้สะอาด  ทรงสร้างเราขึ้นใหม่ทั้งหมด

เมื่อเราอยู่ในพระคริสต์

2 Peter 2 เปโตร 1:4 4 by which he has granted to us his precious and very great promises, so that through them you may become partakers of the divine nature, having escaped from the corruption that is in the world because of sinful desire.

4 พระองค์จึงได้ทรงประทานพระสัญญาอันประเสริฐและใหญ่ยิ่งแก่เรา   เพื่อว่าด้วยเหตุเหล่านี้   ท่านทั้งหลายจะพ้นจากความเสื่อมโทรม   ที่มีอยู่ในโลกนี้เพราะตัณหา   และจะได้รับส่วนในสภาพของพระองค์


God Himself, in the person of His Holy Spirit, takes up residence in our hearts.

พระเจ้าเอง  ในสภาพบุคคลคือพระวิญญาณบริสุทธิ์  ทรงประทับอยู่ในหัวใจของเรา

We are in Christ and He is in us.
เราอยู่ในพระคริสต์และพระองค์ทรงอยู่ในเรา
In Christ, we are regenerated, renewed, and born again, and this new creation is spiritually minded, whereas the old nature is carnally minded.

ในพระคริสต์ เราเป็นสายพันธุ์ใหม่  และเกิดใหม่อีกครั้งและการสร้างใหม่นี้เป็นฝ่ายจิตวิญญาณ  ในขณะที่ธรรมชาติเก่าเราอยู่ฝ่ายเนื้อหนัง

The new nature fellowships with God, obeys His will, and is devoted to His service.

ธรรมชาติใหม่สามัคคีธรรมกับพระเจ้า   เชื่อฟังน้ำพระทัยของพระองค์   และทุ่มเทชีวิตในงานรับใช้พันธกิจ

These are actions the old nature is incapable of doing or even desiring to do.

การกระทำเหล่านี้เป็นธรรมชาติที่เก่าไม่สามารถกระทำหรือแม้กระทั่งปรารถนาที่จะทำ

The old nature is dead to the things of the spirit and cannot revive itself.

ธรรมชาติเก่าตายไปในสิ่งของฝ่ายจิตวิญญาณและไม่สามารถฟื้นฟูตัวเอง

Ephesians เอเฟซัส 2:1 1And you were dead in the trespasses and sins

1 ท่านตายแล้วโดยการละเมิด  และการบาป 

The old nature can only be made alive by a supernatural awakening, which happens when we come to Christ and are indwelt by Him.

ธรรมชาติเก่าสามารถถูกสร้างให้มีชีวิตอยู่โดยการปลุกขึ้นอย่างอัศจรรย์   ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเรามาหาพระคริสต์และพระองค์ทรงสถิตในเรา

Christ gives us a completely new and holy nature and an incorruptible life.

พระคริสต์ทรงประทานให้เรามีธรรมชาติใหม่ที่สมบูรณ์ใหม่และบริสุทธิ์และชีวิตที่ไม่เน่าเปื่อย

Our old life, previously dead to God because of sin, is buried, and we are raised to new life.

ชีวิตเก่าของเรา  ก่อนหน้านี้ตายกับพระเจ้าเพราะบาป   มันถูกฝังไว้ และเรารับการฟื้นคืนชีวิตใหม่

Romans โรม 6:4 4 We were buried therefore with him by baptism into death, in order that, just as Christ was raised from the dead by the glory of the Father, we too might walk in newness of life.

4 เหตุฉะนั้น   เราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว   โดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในการตายนั้น   เพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายโดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว   เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือนกัน  
If we belong to Christ, we are united to Him and no longer slaves to sin.

ถ้าเราอยู่ในพระคริสต์เราข้าสนิทกับพระองค์และไม่เป็นทาสบาปอีกต่อไป

Romans โรม 6:5-6 5 For if we have been united with Him in a death like his, we shall certainly be united with Him in a resurrection like His.

5 เพราะว่าถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่างพระองค์   เราก็จะเข้าสนิทกับพระองค์   ในการเป็นขึ้นมาอย่างพระองค์ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายด้วย

6 We know that our old self was crucified with Him in order that the body of sin might be brought to nothing, so that we would no longer be enslaved to sin.

6 เราทั้งหลายรู้แล้วว่า   ตัวเก่าของเรานั้นได้ถูกตรึงไว้กับพระองค์แล้ว   เพื่อตัวที่บาปนั้นจะถูกทำลายให้สิ้นไป   และเราจะไม่เป็นทาสของบาปอีกต่อไป

We are made alive with Him.

เราถูกสร้างให้มีชีวิตอยู่กับพระองค์

Ephesians เอเฟซัส 2:5 5 even when we were dead in our trespasses, made us alive together with Christ—by grace you have been saved—

5 ถึงแม้ว่าเมื่อเราตายไปแล้วในการบาป   พระองค์ยังทรงกระทำให้เรามีชีวิตอยู่กับพระคริสต์   (ซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณ)

We are conformed to His image.

เราถูกสร้างให้เหมือนกับพระฉายของพระองค์

Romans โรม 8:29 29 For those whom he foreknew he also predestined to be conformed to the image of his Son, in order that he might be the firstborn among many brothers.

29 เพราะว่าผู้หนึ่งผู้ใดที่พระองค์ได้ทรงทราบอยู่แล้ว   ผู้นั้นพระองค์ได้ทรงตั้งไว้ให้เป็นตามลักษณะพระฉาย   แห่งพระบุตรของพระองค์   เพื่อพระบุตรนั้นจะได้เป็นบุตรหัวปีท่ามกลางพวกพี่น้องเป็นอันมาก

We are free from condemnation and walking not according to the flesh, but according to the Spirit.

เรามีอิสระพ้นจากการกล่าวโทษและไม่เดินตามเนื้อหนัง แต่ตามพระวิญญาณ

Romans โรม 8:1 1 There is therefore now no condemnation for those who are in Christ Jesus.

1 เหตุฉะนั้นการลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลาย   ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์

We are part of the body of Christ with other believers.

เราเป็นส่วนหนึ่งของพระกายของพระคริสต์ร่วมกับผู้เชื่อคนอื่น ๆ

Romans โรม 12:5 5 so we, though many, are one body in Christ, and individually members one of another.

5 พวกเราผู้เป็นหลายคนยังเป็นกายอันเดียวในพระคริสต์และเป็นอวัยวะแก่กันและกันฉันนั้น

The believer now possesses a new heart.

ผู้เชื่อตอนนี้มีหัวใจใหม่

Ezekiel เอเสเคียล 11:19 19 And I will give them one heart, and a new spirit I will put within them. I will remove the heart of stone from their flesh and give them a heart of flesh,

19 และเราจะให้จิตใจเดียวแก่เขา   และเราจะบรรจุจิตวิญญาณใหม่ไว้ในเขา   เราจะนำใจหินออกไปเสียจากเนื้อของเขา   และให้ใจเนื้อแก่เขา

Ephesians เอเฟซัส 1:3 3 Blessed be the God and Father of our Lord Jesus Christ, who has blessed us in Christ with every spiritual blessing in the heavenly places,

3 สาธุการแด่พระเจ้าพระบิดาแห่งพระเยซูคริสตเจ้าของเรา   ผู้ทรงโปรดประทานพระพรฝ่ายวิญญาณแก่เรานานาประการ   ในสวรรค์สถานโดยพระคริสต์
We might wonder why we so often do not live in the manner described, even though we have given our lives to Christ and are sure of our salvation.

เราอาจจะสงสัยว่าทำไมเราจึงมักจะไม่ได้อยู่ในลักษณะที่อธิบายไว้   แม้ว่าเราจะได้ถวายชีวิตของเราต่อพระคริสต์และมีความมั่นใจในความรอดของเรา

This is because our new natures are residing in our old fleshly bodies, and these two are at war with one another.

นี้เป็นเพราะธรรมชาติใหม่ของเราอาศัยกำลังอยู่ในร่างกายฝ่ายเนื้อหนังเก่าของเรา  และทั้งสองอย่างนี้ต่อสู้ทำสงครามซึ่งกันและกัน

The old nature is dead, but the new nature still has to battle the old “tent” in which it dwells.

ธรรมชาติเก่าตายไป แต่ธรรมชาติใหม่ยังคงมีการสู้กับ "ทีพักอาศัย" เก่าที่มันอาศัยอยู่


Evil and sin are still present, but the believer now sees them in a new perspective and they no longer control him as they once did.

บาปและความชั่วร้ายยังคงอยู่ แต่ผู้เชื่อตอนนี้เห็นพวกมันในมุมมองใหม่   และพวกมันไม่สามารถควบคุมผู้เชื่อได้เหมือนที่พวกมันเคยทำมาแล้ว

In Christ, we can now choose to resist sin, whereas the old nature could not.

ในพระคริสต์ตอนนี้เราตัดสินใจเลือกที่จะต่อต้านบาปได้  ในขณะที่ธรรมชาติเก่าทำไม่ได้

Now we have the choice to either feed the new nature through the Word, prayer, and obedience, or to feed the flesh by neglecting those things.
ตอนนี้เรามีทางเลือกที่จะบำรุงธรรมชาติใหม่โดยพระคำ  การอธิษฐานและการเชื่อฟัง หรือบำรุงเนื้อหนังโดยละเลยสิ่งเหล่านั้น
When we are in Christ,

เมื่อเราอยู่ในพระคริสต์

Romans โรม 8:37 37 No, in all these things we are more than conquerors through Him who loved us.

37 แต่ว่าในเหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านี้   เรามีชัยเหลือล้นโดยพระองค์ผู้ได้ทรงรักเราทั้งหลาย

We can rejoice in our Savior, who makes all things possible.

เราสามารถชื่นชมยินดีในพระผู้ช่วย  ผู้ทรงทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้

Philippians ฟีลิปปี 4:13 13 I can do all things through Him who strengthens me.

13 ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้   โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลัง

In Christ we are loved, forgiven, and secure.

ในพระคริสต์เราได้รับความรัก การให้อภัยและมีความปลอดภัย

In Christ we are adopted, justified, redeemed, reconciled, and chosen.

ในพระคริสต์เราถูกรับเป็นบุตร ทรงนับว่าชอบธรรม  รับการไถ่  การกลับคืนดีและได้รับการทรงเลือก

In Christ we are victorious, filled with joy and peace, and granted true meaning in life.

ในพระคริสต์ชีวิตเรามีชัยชนะ  เต็มไปด้วยความสุขและสันติสุขและชีวิตมีความหมายแท้จริง

What a wonderful Savior is Christ!

ช่างยอดเยี่ยมเสียจริงที่พระผู้ช่วยให้รอดคือพระคริสต์

www.gotquestions.org/Thai

Business with an Unbeliever and In Christ

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top