Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, June 14, 2015

 

Question: "What is Covenant Theology and is it biblical?"
คำถาม: " อะไรคือเทววิทยาพันธสัญญา และเป็นไปตามพระคัมภีร์หรือไม่ "

Answer: Covenant Theology isn’t so much a ‘theology’ in the sense of a systematic set of doctrine as it is a framework for interpreting Scripture.

คำตอบ: เทววิทยาพันธสัญญาไม่เชิงป็น' เทววิทยา ' นักในความหมายของการจัดระบบหลักคำสอนตามที่ตีกรอบไว้สำหรับการตีความหมายพระคัมภีร์

It is usually contrasted with another interpretative framework for Scripture called ‘Dispensational Theology,’ or ‘Dispensationalism.’

ปกติมันแตกต่างสิ้นเชิงกับกรอบการตีความแบบอื่นในพระคัมภีร์ ที่เรียกว่า ' เทววิทยาการเผยแพร่ ' หรือ  “ทฤษฎีการเผยแพร่”

Dispensationalism is currently the most popular scriptural interpretative method in American evangelicalism, and has been so from the latter half of the 19th century on through to the 21st century.

ทฤษฎีการเผยแพร่ปัจจุบันนี้เป็นระบบการตีความหมายพระคัมภีร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในระบบการประกาศแบบอเมริกัน และได้เป็นเช่นนั้นมาตั้งแต่ครึ่งหลังของ ศตวรรษที่ 19 ไปจนถึงศตวรรษที่ 21

Covenant Theology, however, remains the majority report for Protestantism since the time of the Reformation, and it is the system favored by those of a more Reformed or Calvinistic persuasion.
แต่ เทววิทยาพันธสัญญา  ยังคงเป็นคำประกาศสำคัญยิ่งสำหรับ นิกายโปรเตสแตนต์ ตั้งแต่ยุคสมัยปฏิรูป  และมันเป็นระบบที่ชื่นชอบมากโดยเหล่านักปฏิรูป หรือรูปแบบความเชื่อชักชวนแบบแคลวิน


Where dispensationalism sees the Scriptures unfolding in a series of (typically) seven ‘dispensations’ (a ‘dispensation’ can be defined as the particular means God uses to deal with man and creation during a given period in redemptive history), Covenant Theology looks at the Scriptures through the grid of the covenant.

ขณะที่ทฤษฎีการเผยแพร่มองว่าพระคัมภีร์เปิดเผยเป็นชุดเป็นตอนๆ (ตามแบบฉบับ) 'การผยแพร่ ' เจ็ดแบบ (“ระบบการเผยแพร่” สามารถจำกัดความเป็นแบบเฉพาะที่พระเจ้าทรงใช้จัดการกับมนุษย์ และการทรงสร้าง ในระหว่างยุคการทรงไถ่ในประวัติศาสตร์) เทววิทยาพันธสัญญา มองพระคัมภีร์ผ่านกฎเกณฑ์ของพันธสัญญา

Covenant Theology defines two overriding covenants: the covenant of works and the covenant of grace.

เทววิทยาพันธสัญญาให้คำจำกัดความพันธสัญญาสองข้อที่สำคัญ : พันธสัญญาแห่งการประพฤติ และพันธสัญญาแห่งพระคุณ

A third covenant is sometimes mentioned; namely, the covenant of redemption, which logically precedes the other two covenants.

พันธสัญญาที่สามบางครั้งที่กล่าวถึง กล่าวคือ พันธสัญญาแห่งการทรงไถ่ ซึ่งมาก่อนพันธสัญญาสองแบบนั้นอย่างสมเหตุสมผล

We will discuss these covenants in turn.

เราจะหารือเกี่ยวกับพันธสัญญาเหล่านี้ตามลำดับ

The important thing to keep in mind is that all of the various covenants described in Scripture (e.g., the covenants made with Noah, Abraham, Moses, David and the New Covenant) are out workings of either the covenant of works or the covenant of grace.
สิ่งสำคัญที่ต้องจดจำไว้ คือว่าพันธสัญญาต่างๆ ทั้งหมดที่บรรยายใน พระคัมภีร์ (เช่น พันธสัญญาที่ทำกับโนอาห์ อับราฮัม โมเสส  ดาวิด และพันธสัญญาใหม่ ) มาจากผลงานของพันธสัญญาแห่งการประพฤติ หรือพันธสัญญาแห่งพระคุณ
Let’s begin to examine the various covenants detailed in Covenant Theology beginning with the covenant of redemption, which logically precedes the other two covenants.

ให้เราเริ่มต้นตรวจสอบพันธสัญญาต่างๆที่มีรายละเอียดในเทววิทยาพันธสัญญา  เริ่มต้นด้วย พันธสัญญาแห่งการไถ่ซึ่งมาก่อนพันธสัญญาทั้งสองแบบอย่างสมเหตุสมผล

According to Covenant Theology, the covenant of redemption is a covenant made among the three Persons of the trinity to elect, atone for, and save a select group of individuals unto salvation and eternal life.

ตามหลักเทววิทยาพันธสัญญา  พันธสัญญาการไถ่เป็น พันธสัญญาที่กระทำร่วมกันสามพระภาคแห่งตรีเอกานุภาพต่อคนที่ทรงเลือกสรร  ทรงชดใช้บาปแทน และทรงไถ่กลุ่มบุคคลที่เลือกสรรแต่ละคนไปสู่ความรอด และมีชีวิตนิรันดร์

As one popular pastor-theologian has said, in the covenant of redemption, “the Father chooses a bride for His Son.”

อย่างที่นักเทววิทยาพระสอนศาสนาที่มีชื่อเสียงได้กล่าวไว้ในพันธสัญญาแห่งการไถ่ " พระบิดาทรงเลือกเจ้าสาวสำหรับพระบุตรของพระองค์

While the covenant of redemption is not explicitly stated in Scripture, Scripture does explicitly state the eternal nature of the plan of salvation

ในขณะที่พันธสัญญาแห่งการไถ่ไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในพระคัมภีร์  พระคัมภีร์ไม่ได้บอกชัดเจนลักษณะแผนการแห่งความรอดนิรันดร์

Ephesians เอเฟซัส1:3-14 3 Blessed be the God and Father of our Lord Jesus Christ, who has blessed us in Christ with every spiritual blessing in the heavenly places,

3 สาธุการแด่พระเจ้าพระบิดาแห่งพระเยซูคริสตเจ้าของเรา   ผู้ทรงโปรดประทานพระพรฝ่ายวิญญาณแก่เรานานาประการ   ในสวรรคสถานโดยพระคริสต์

4 even as He chose us in Him before the foundation of the world, that we should be holy and blameless before Him. In love

4 ในพระเยซูคริสต์นั้น   พระองค์ได้ทรงเลือกเราไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะทรงเริ่มสร้างโลก   เพื่อเราจะบริสุทธิ์และปราศจากตำหนิในสายพระเนตรของพระองค์

5 He predestined us for adoption through Jesus Christ, according to the purpose of his will,

5 พระองค์ทรงกำหนดเราไว้ด้วยความรักก่อนตามที่ชอบพระทัยพระองค์   ให้เป็นบุตรโดยพระเยซูคริสต์

6 to the praise of His glorious grace, with which He has blessed us in the Beloved.

6 เพื่อจะให้เป็นที่สรรเสริญพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระองค์   ซึ่งทรงโปรดประทานแก่เราในพระเยซูคริสต์   ผู้ทรงเป็นที่รักของพระองค์

7 In Him we have redemption through His blood, the forgiveness of our trespasses, according to the riches of His grace,

7 ในพระเยซูนั้น เราได้รับการไถ่บาปโดยพระโลหิตของพระองค์   คือได้รับการอภัยโทษบาป   ของเราโดยพระกรุณาอันอุดมของพระองค์

8 which He lavished upon us, in all wisdom and insight

8 ซึ่งได้ทรงประทานแก่เราอย่างเหลือล้น   ให้มีปัญญาสุขุมและมีความเข้าใจ

9 making known to us the mystery of His will, according to His purpose, which He set forth in Christ

9 พระเจ้าได้ทรงโปรดให้เรารู้ความล้ำลึกในพระทัยของพระองค์   ตามพระเจตนารมณ์ของพระองค์   ซึ่งพระองค์ทรงดำริไว้ในพระคริสต์

10 as a plan for the fullness of time, to unite all things in him, things in heaven and things on earth.

10 ประสงค์ว่า   เมื่อเวลากำหนดครบบริบูรณ์แล้ว   พระองค์จะทรงรวบรวมทุกสิ่ง   ทั้งที่อยู่ในสวรรค์   และในแผ่นดินโลกไว้ในพระคริสต์  

11 In Him we have obtained an inheritance, having been predestined according to the purpose of him who works all things according to the counsel of his will,

11 ในพระองค์นั้น   ตามพระดำริของพระองค์ผู้ทรงกระทำทุกสิ่ง   ตามที่ได้ทรงตริตรองไว้สมกับพระทัยของพระองค์

12 so that we who were the first to hope in Christ might be to the praise of His glory.

12 เราทั้งหลายผู้ได้หวังใจในพระคริสต์ก่อน   ได้รับกำหนดและรับการแต่งตั้งให้เป็นที่ถวายสรรเสริญแด่พระสิริของพระองค์

13 In Him you also, when you heard the word of truth, the gospel of your salvation, and believed in him, were sealed with the promised Holy Spirit,

13 ในพระองค์นั้น   ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน   เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ   คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่าน   และได้วางใจในพระองค์   ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา

14 who is the guarantee of our inheritance until we acquire possession of it, to the praise of his glory.

14 เป็นมัดจำของการรับมรดกของเรา   จนกว่าเราจะได้รับเป็นกรรมสิทธิ์   เป็นที่ถวายสรรเสริญแด่พระสิริของพระองค์

Ephesians เอเฟซัส3:11 11 This was according to the eternal purpose that he has realized in Christ Jesus our Lord,

11 ทั้งนี้ก็เป็นไปตามพระประสงค์นิรันดร์ของพระองค์   ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำให้สำเร็จแล้วในพระเยซูคริสตเจ้าของเรา

2 Thessalonians 2 เธสะโลนิกา2:13  13 But we ought always to give thanks to God for you, brothers beloved by the Lord, because God chose you as the first fruits to be saved, through sanctification by the Spirit and belief in the truth.

13 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   ผู้เป็นที่รักขององค์พระผู้เป็นเจ้า   เราจำต้องขอบพระคุณพระเจ้าเพราะท่านอยู่เสมอ   เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงเลือกท่านไว้ตั้งแต่เดิมให้ถึงที่รอด   โดยพระวิญญาณทรงชำระท่านให้บริสุทธิ์   และโดยท่านได้เชื่อความจริง

2 Timothy  2 ทิโมธี1:9 9 who saved us and called us to a holy calling, not because of our works but because of His own purpose and grace, which He gave us in Christ Jesus before the ages began,

9 ผู้ทรงช่วยเราให้รอด   และทรงให้เรามาเป็นผู้รับใช้ของพระองค์   ไม่ใช่เพราะเห็นแก่การดีที่เราได้กระทำ   แต่เพราะเห็นแก่พระประสงค์ของพระองค์เอง   และพระคุณซึ่งทรงประทานแก่เรา   ในพระเยซูคริสต์ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มานั้น

James ยากอบ 2:5 5 Listen, my beloved brothers, has not God chosen those who are poor in the world to be rich in faith and heirs of the kingdom, which He has promised to those who love Him?

5 พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า   จงฟังเถิด   พระเจ้าได้ทรงเลือกคนยากจนในโลกนี้ให้เป็นคนมั่งมีในความเชื่อ   และให้เป็นผู้รับมรดกแผ่นดินซึ่งพระองค์ทรงสัญญาไว้   แก่ผู้ที่รักพระองค์มิใช่หรือ

www.gotquestions.org/Thai       

 

Covenant Theology

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top