Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 


 
 

Tuesday, June 23, 2015

 

1 Peter 1 เปโตร 2:2 Like newborn infants, long for the pure spiritual milk, that by it you may grow up to salvation

2เช่นเดียวกับทารกแรกเกิด   จงปรารถนาน้ำนมฝ่ายวิญญาณอันบริสุทธิ์   เพื่อโดยน้ำนมนั้นจะทำให้ท่านทั้งหลายเจริญขึ้นสู่ความรอด

This is the verse that I believe is the best verse to open with when it comes to my testimony.

นี่คือข้อพระคัมภีร์ที่ผมเชื่อว่าเป็นข้อที่ดีที่สุดที่จะเปิดอ่านเมื่อถึงเวลาที่ผมจะเป็นพยาน

My name is Keith, I want to start off saying that I was born and raised in Yuba City CA.

ชื่อของผมคือคีธ ผมต้องการที่จะเริ่มต้นบอกว่าผมเกิดและเติบโตในเมืองยูบาซิตี้  รัฐแคลิแคลิฟอร์เนีย

I was born to a very Christian family.

ผมเกิดมาในครอบครัวคริสเตียนแท้จริง

Not the family that went to church on Sunday’s and then never lived out their Christian faith. I was born to a Christian family that led mission trips every year.

ไม่ใช่ครอบครัวที่ได้ไปโบสถ์วันอาทิตย์และจากนั้นไม่เคยมีชีวิตแบบความเชื่อคริสเตียน   ผมเกิดมาในครอบครัวคริสเตียน   ที่เป็นผู้นำเรื่องการเดินทางปฏิบัติพันธกิจทุกปี

In fact the first mission trip I ever went on was before I can even remember, according to my parents I was three years old.

ในความเป็นจริง   การเดินทางปฏิบัติพันธกิจที่ผมได้เคยไป   เกิดครั้งแรกก่อนที่ผมจำความได้  ตามที่พ่อแม่ของผมบอก  ตอนนั้นผมอายุได้ 3 ขวบ

My parent took me to Mexico to participate in VBS for a local church. My entire life I went on short term mission trips and I loved them.

พ่อแม่ของผมพาผมไปที่เม็กซิโก  เพื่อเข้าร่วมใน VBS สำหรับคริสตจักรท้องถิ่น ทั้งชีวิตของผม  ผมได้เดินทางไปปฏิบัติพันธกิจช่วงสั้นๆ และผมชอบแบบนั้น

Throughout my childhood into my teenage years there was something lacking, something missing.

ตลอดวัยเด็กเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นของผม    มีบางสิ่งบางอย่างที่ขาดไป  บางสิ่งบางอย่างที่หายไป

What it was, was a personal relationship with Jesus.

สิ่งนั้นคือการสามัคคีธรรมส่วนตัวกับพระเยซู

If you would have asked me when I was a teenager when I got saved I would say I prayed the “sinners prayer” when I was 5 years old, but if you would have asked me what the gospel message was I doubt I would have mentioned John 3:16, probably would have said something along the lines of just being a Christian, doing good.

ถ้าหากคุณได้ถามผมเมื่อผมเป็นวัยรุ่น  เมื่อผมได้รับความรอด  ผมคงบอกว่าผมได้อธิษฐาน  "คำอธิษฐานของคนบาป" เมื่อผมอายุ 5 ขวบ แต่ถ้าคุณได้ถามผมว่า  เนื้อหาพระกิตติคุณตอนใดที่ผมสงสัย  ผมคงได้กล่าวถึง ยอห์น 3:16, คงอาจจะได้พูดอะไรบางอย่าง   ตามแนวทางการเป็นคริสเตียน  การกระทำดี

I did not get that being a Christian meant you have a relationship with God, and from that relationship you would do good works, I thought because I did good works I was a Christian.

ผมไม่ได้ว่าการเป็นคริสเตียนหมายความว่าคุณมีสามัคคีธรรมกับพระเจ้า   และจากการสามัคคีธรรมนั้นคุณจะกระทำการดี   ผมคิดว่าเพราะผมได้กระทำดี   ผมเป็นคริสเตียน

When I was in High School, I did not hang out with most Christian crowd, but I did not hang out with the most worldly crowd either.

เมื่อผมเรียนอยู่ในโรงเรียนมัธยม  ผมไม่ได้ออกไปเที่ยวเตร่กับพวกคริสเตียนส่วนใหญ่ แต่ผมก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวเตร่กับชาวโลกด้วยเช่นกัน

My goal was simply to have fun.

เป้าหมายของผมเพียงแค่ขอมีความสนุกสนาน

To enjoy life, to skate through high school. I did the least I could to get a passing grade, which was very little.

เพื่อสนุกในชีวิต    ขอให้สอบผ่านการเรียนชั้นมัธยม  ผมไม่ค่อยพยามสักเท่าไหร่ ขอแค่เกรดที่ผมสามารถสอบผ่านซึ่งเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก

I did not fall into drugs, alcohol or have premarital sex.

ผมไม่ได้ติดยาเสพติด  แอลกอฮอล์  หรือมีเพศสัมพันธ์ก่อนสมรส

In fact, to this day, I have never been drunk, never had a cigarette let alone illegal drugs, and did not have sex till I was married.

แท้จริงทุกวันนี้  ผมไม่เคยเมา   ไม่เคยสูบบุหรี่   ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย   และไม่ได้มีเพศสัมพันธ์จนกระทั่งผมได้แต่งงาน

I knew those things were wrong, and honestly drugs and alcohol were not tempting for me at all.

ผมรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นที่ไม่ถูกต้อง     และด้วยสัตย์จริงเรื่องยาเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้เย้ายวนใจให้ผมทำชั่วเลย

When I say I just wanted to have fun, I mean I was the kid that just wanted to go out and paintball, shoot pool, jump off roofs into pools and on trampolines, which I did a lot of.

เมื่อผมพูดว่าผมแค่อยากจะมีความสนุกสนาน   ผมหมายความว่าผมเป็นเด็กที่อยากจะออกไปข้างนอก และเล่มเกมยิงกันด้วยกระสุนแป้งสี  เล่นยิงบิลเลียด  เล่นกระโดดลงมาจากหลังคาลงไปในสระว่ายน้ำและเตียงผ้าใบ ซึ่งผมเล่นบ่อยมาก

Having this kind fun once I got my driver’s license got to be my life. I was always out with friends just hanging out.

ผมชอบเล่นสนุกอย่างนี้  ครั้งหนึ่งผมได้ใบอนุญาตขับรถในชีวิตของผม  ผมก็มักจะออกไปเที่ยวเตร่สนุกสนานกับเพื่อน

Like I said, I was not going out doing many sinful things just enjoying life.

หมือนที่ผมบอก   ผมไม่ได้ออกไปทำสิ่งผิดบาป  เพียงแค่หาความสนุกกับชีวิต

When I was 16 and only had my license for 6 months in the spirit of enjoying life, got challenged by a friend to a friendly race in our cars.

เมื่อตอนที่ผมอายุ 16 ปี และได้ใบอนุญาตขับรถยนต์มาแค่ 6 เดือน   ด้วยมีจิตใจชอบสนุกสนานกับชีวิต     ผมได้รับคำท้าจากเพื่อนเพื่อที่จะแข่งรถแบบเพื่อนฝูงกัน

Sounded fun to me so I accepted this challenge.

ผมฟังดูน่าสนุก  ดังนั้นผมตกลงยอมรับคำท้านี้

We went way out on a back road which I thought was the middle of nowhere. We pulled up next to each other, him on the right side of the road, me on the wrong. Three, two, one we took off. I hit about 90 miles an hour and saw a car heading my way.

เราออกไปทางถนนด้านหลัง    ซึ่งผมคิดว่าไม่รบกวนใครที่ไหนเลย  เราขับรถมาเคียงข้างกัน เขาอยู่ด้านขวาของถนน     ส่วนผมอยู่ด้านผิดทาง  สาม สอง หนึ่ง แล้วเราเอาบึ่งรถออกไปแข่งกัน  ผมเหยียบเร่งประมาณ 90 ไมล์ต่อชั่วโมง  และเห็นรถคันหนึ่งมุ่งหน้ามาทางเลนถนนของผม

Not sure what to do having him next to me and a car in front of me so I served off the road.

ไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับรถเพื่อนที่อยู่ข้างผม  และรถอยู่ที่ข้างหน้าของผม  ดังนั้นผมหักหลบออกนอกถนนไป

I am not sure what happened next only other then my car shot across the road and flipped three times and rolled twice. I was perfectly fine which was clearly a miracle from God.

ผมไม่แน่ใจว่าอะไรได้เกิดขึ้นต่อไป   เพียงแค่รถของผมตกไปข้ามถนนและพลิกตลบสามครั้ง  และไหลถลาไปอีกสองครั้ง   ผมก็รอดตายสบายดี   ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นปาฏิหาริย์จากพระเจ้า

The fire fighters who came to the scene told my mom that when they saw the car they thought they were going to pull dead bodies out, and yet me and a passenger who was in the car were both fine.

พวกนักดับเพลิงที่มาถึงที่เกิดเหตุบอกแม่ของผมว่า  เมื่อพวกเขาเห็นรถนั้น  พวกเขาคิดว่ากำลังจะไปดึงศพออกมา   แต่ได้พบผมและผู้โดยสารอีกคนในรถซึ่งปลอดภัยดีทั้งสองคน

Form that I got put on probation for 9 months, but even from that I did not fully give my life to God.

ผมต้องกรอกแบบฟอร์มรับโทษภาคทัณฑ์ 9 เดือน  แต่แม้จากนั้นมาผมก็ไม่ได้มอบถวายชีวิตของผมกับพระเจ้อย่างเต็มที่

It did make me realize that I cannot make dumb choices.

มันยิ่งทำให้ผมรู้ว่าผมไม่สามารถตัดสินใจเลือกแบบตาบอด

Basically I was at a point where I did not go out and do horrible things, but I was not taking up my cross daily

โดยแท้จริง ผมอยู่ที่จุดที่ผมไม่ได้ออกไปข้างนอกและทำสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัว   แต่ผมไม่ได้แบกกางเขนของผมทุกวัน

Luke ลูกา /9:23. 23And he said to all, “If anyone would come after me, let him deny himself and take up his cross daily and follow me.

23พระองค์จึงตรัสแก่คนทั้งหลายว่า   “ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามา   ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง   และรับกางเขนของตนแบกทุกวัน   และตามเรามา”

In fact I probably did not even know that verse existed let alone what it meant.

ในความเป็นจริง  ผมอาจจะไม่รู้จักข้อพระคัมภีร์ที่พบคำว่า  จงยอมให้  ว่าหมายความอย่างไร

When I turned the age of 18 the youth pastor that our church got was suddenly gone, imagine a youth group without a youth pastor.

เมื่อผมมีอายุ 18 ปี ศิษยาภิบาลเยาวชนที่โบสถ์ของเราได้ก็จากไปทันทีทันใด  ลองคิดถึงกลุ่มเยาวชนที่ไม่มีศิษยาภิบาลดูแลซิ                                                                               Our senior pastor approached my dad and asked him if he would do it. He said yes. At the time I was working full time at Sam’s Club getting ready to be married, and he was a full time teacher.

ศิษยาภิบาลอาวุโสของเราเข้าไปหาพ่อของผม    และถามว่าพ่อของผมจะทำได้ไหม  พ่อกล่าวว่าได้เลย ในขณะที่ผมกำลังทำงานเต็มเวลาที่แซมคลับ  เตรียมพร้อมที่จะแต่งงาน   และท่านเป็นครูสอนเต็มเวลา

He said since we both have full time jobs do you want to split up the responsibility, he did the high school and I did the junior high.

เขากล่าวว่า  เพราะเราทั้งสองมีงานเต็มเวลา    คุณต้องการที่จะแบ่งความรับผิดชอบของเราไหม  เขาทำที่โรงเรียนมัธยมและผมทำกลุ่มเยาวชนรุ่นใหญ่

I loved being the junior high youth pastor, I still love doing the junior high group.

ผมชอบงานเป็นศิษยาภิบาลเยาวชนรุ่นใหญ่  ผมยังคงรักที่จะทำกลุ่มเยาวชนรุ่นมัธยม

It was great it really gave me a passion to work in the ministry.

มันงานที่เยี่ยมจริงๆ   ทำให้ผมมีความรักในการทำงานรับใช้

My church still needed a full time youth pastor and my dad suggested me, but the church leadership said they really wanted someone with Bible College.

โบสถ์ของผมยังคงต้องการศิษยาภิบาลเยาวชนเต็มเวลา และพ่อของผมได้แนะนำผม  แต่ผู้นำคริสตจักรกล่าวว่าจริงๆ พวกเขาต้องการใครบางคนที่จบวิทยาลัยพระคริสตธรรม

My dad told me that so I said better go to Bible College.

พ่อของผมได้บอกผม  ดังนั้นผมตอบว่าไปเรียนวิทยาลัยพระคริสตธรรมดีกว่า

In the process of this I got married, my wife and I were doing the youth together and decided together we would go to Bible College.

มาถึงตอนนี้ผมได้แต่งงาน   ภรรยาของผมและผมกำลังทำงานกลุ่มเยาวชนร่วมกัน  และตัดสินใจร่วมกันว่าเราจะไปเรียนที่วิทยาลัยพระคริสตธรรม

When we left for Bible College I was 21, and my wife was 20. At this point I still did not understand having a personal relationship with God.

ขณะที่เราจะไปเรียนที่วิทยาลัยพระคริสตธรรม ผมอายุ21 ปี  ภรรยาอายุ 20 ปี  ตรงจุดนี้ผมไม่เข้าใจเรื่องการติดสนิทกับพระเจ้าเป็นส่วนตัว

I was, the best way to describe it, a goat in sheep’s clothing.

วิธีดีที่สุดที่จะอธิบายคือผมเป็นแพะที่สวมขนแกะ

I was not causing issues in church, in fact I was serving in the church, but I did not get that I needed to focus on my relationship with God.

ผมไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาหลายอย่างในโบสถ์  ที่จริงผมก็ทำหน้าที่รับใช้ในโบสถ์  แต่ผมไม่เข้าใจว่าผมจำเป็นต้องมุ่งเน้นเรื่องการสามัคคีธรรมของผมกับพระเจ้า

Matthew มัทธิว 7:21-23 21“Not everyone who says to me, ‘Lord, Lord,’ will enter the kingdom of heaven, but the one who does the will of my Father who is in heaven.

21 “มิใช่ทุกคนที่เรียกเราว่า   'พระองค์เจ้าข้า   พระองค์เจ้าข้า'   จะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์   แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเรา   ผู้ทรงสถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้

22On that day many will say to me, ‘Lord, Lord, did we not prophesy in your name, and cast out demons in your name, and do many mighty works in your name?’

22เมื่อถึงวันนั้นจะมีคนเป็นอันมากร้องแก่เราว่า   'พระองค์เจ้าข้า   พระองค์เจ้าข้า   ข้าพระองค์กล่าวพระวจนะในพระนามของพระองค์   และได้ขับผีออกในพระนามของพระองค์   และได้กระทำการมหัศจรรย์เป็นอันมากในพระนามของพระองค์   มิใช่หรือ'

23And then will I declare to them, ‘I never knew you; depart from me, you workers of lawlessness.’

23เมื่อนั้นเราจะได้กล่าวแก่เขาว่า   'เราไม่เคยรู้จักเจ้าเลย   เจ้าผู้กระทำความชั่ว   จงไปเสียให้พ้นหน้าเรา'

This was me. It was in Bible College that I learned about having a personal relationship with God.

นี่คือผม ที่วิทยาลัยพระคริสตธรรม ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการมีสามัคคีธรรมกับพระเจ้าเป็น

ส่วนตัว

Going back to the opening verse

ย้อนกลับไปที่ข้อพระคัมภีร์ที่อ่านตอนต้นคำพยาน

1 Peter 1 เปโตร 2:2 Like newborn infants, long for the pure spiritual milk, that by it you may grow up to salvation

2เช่นเดียวกับทารกแรกเกิด   จงปรารถนาน้ำนมฝ่ายวิญญาณอันบริสุทธิ์   เพื่อโดยน้ำนมนั้นจะทำให้ท่านทั้งหลายเจริญขึ้นสู่ความรอด

This became real to me. I had never heard of having a devotional with God every day.

เป็นเรื่องจริงเกิดกับผม  ผมไม่เคยได้ยินเรื่องการเฝ้าเดี่ยวกับพระเจ้าทุกวัน

I thought the Bible was read at church was good enough.

ผมคิดว่าพระคัมภีร์ที่เราได้อ่านที่โบสถ์นั้นเพียงพอแล้ว

I did not know I needed to read on my own to allow God to speak to me through it.

ผมไม่ทราบว่าผมจำต้องอ่านด้วยตัวเอง  เพื่อยอมให้พระเจ้าตรัสกับผมผ่านการอ่านนั้น

Now I know that, since I learned that, it has changed my life. It has given me a passion to teach others His word.

ตอนนี้ผมรู้ว่า   ตั้งแต่ผมได้เรียนรู้อย่างนั้น   ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของผม   มันทำให้ผมปรารถนาที่จะสอนคำตรัสของพระองค์แก่คนอื่น ๆ

Once I got back from Bible College I got hired as an intern for what was at first for the summer, then for at a least a year, and now has been over 6 years.

ทันทีที่ผมจบจากวิทยาลัยพระคริสตธรรม  ผมได้รับการว่าจ้างเป็นผู้ฝึกงานรับใช้ครั้งแรกสำหรับฤดูร้อน   แล้วอย่างน้อยหนึ่งปี  และตอนนี้ผมรับใช้มาแล้วมากกว่า 6 ปี

Nothing I can say will ever effect anyone as much as what God has already said in His Bible.

ผมสามารถพูดได้ว่าไม่มีอะไรที่จะส่งผลกระทบต่อทุกคนมากเท่าสิ่งที่พระเจ้าได้ตรัสไว้แล้วในพระคัมภีร์ของพระองค์

His word is what changes lives, not dynamic sermons.

พระคำของพระองค์เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตได้  ไม่ใช่คำเทศนาแบบมีพลังขับเคลื่อน

As a youth pastor that is what I practice, we read the Bible together, we go through a book verse by verse.

ในฐานะที่เป็นศิษยาภิบาลเยาวชน  นี่คือสิ่งที่ผมปฏิบัติ   เราอ่านพระคัมภีร์ด้วยกัน  เราต้องเข้าใจข้อพระคัมภีร์ทีละข้อ

2 Timothy 2 ทิโมธี 3:16–4:2 16All Scripture is breathed out by God and profitable for teaching, for reproof, for correction, and for training in righteousness,

16พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และ เป็นประโยชน์ในการสอน   การตักเตือนว่ากล่าว   การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี   และการอบรมในทางธรรม

17that the man of God may be competent, equipped for every good work.

17เพื่อคนของพระเจ้าจะพรักพร้อมที่จะกระทำการดีทุกอย่าง

1I charge you in the presence of God and of Christ Jesus, who is to judge the living and the dead, and by his appearing and his kingdom:

1ข้าพเจ้ากำชับท่านต่อพระพักตร์พระเจ้า   และพระเยซูคริสต์ผู้จะทรงพิพากษาคนเป็นและคนตาย   โดยอ้างถึงการที่พระองค์จะเสด็จมาปรากฏและแผ่นดินของพระเจ้าว่า

2preach the word; be ready in season and out of season; reprove, rebuke, and exhort, with complete patience and teaching.

2ให้ประกาศพระวจนะ   ให้ขะมักเขม้นที่จะทำการทั้งในขณะที่มีโอกาสและไม่มีโอกาส   ให้ชักชวนด้วยเหตุผล   เตือนสติและตักเตือนให้อดทนอยู่เสมอในการสั่งสอน

God’s Word is what changed my life and is what will change mankind. It is through His word I learned who God is and of course I have a long way to go but I am being transformed day by day, taking up my cross, denying my flesh.

พระวจนะของพระเจ้าคือสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของผม  และเป็นสิ่งที่จะเปลี่ยนมนุษยชาติ  โดยพระคำของพระองค์ที่ผมได้เรียนรู้ว่าพระเจ้าคือผู้ใด และแน่นอนยังมีอีกไกลที่ผมต้องเดินต่อไป แต่ผมกำลังถูกสร้างใหม่ในแต่ละวัน   ผมแบกกางเขนของผม   ปฏิเสธเนื้อหนังของตนเอง

If any verse summarizes where I am now it would be this:

ถ้ามีพระคัมภีร์ข้อใดสรุปที่ผมอยู่ตอนนี้ มันจะเป็นข้อนี้:

Philippians ฟีลิปปี 3:12–14 12Not that I have already obtained this or am already perfect, but I press on to make it my own, because Christ Jesus has made me his own.

12มิใช่ว่าข้าพเจ้าได้แล้วหรือสำเร็จแล้ว   แต่ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไป   เพื่อข้าพเจ้าจะได้ฉวยเอาไว้เป็นของตน   อย่างที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงฉวยข้าพเจ้าไว้เป็นของพระองค์แล้ว

13Brothers, I do not consider that I have made it my own. But one thing I do: forgetting what lies behind and straining forward to what lies ahead,

13ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   ข้าพเจ้าไม่ถือว่าข้าพเจ้าได้ฉวยไว้ได้แล้ว   แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง   คือลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้วเสีย   และโน้มตัวออกไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า

14I press on toward the goal for the prize of the upward call of God in Christ Jesus.

14ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัย   เพื่อจะได้รับรางวัล   ซึ่งในพระเยซูคริสต์พระเจ้าได้ทรงเรียกจากเบื้องบนให้เราไปรับ

 

Keith's Testimony

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top