Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, June 3, 2015

 


Question:  Old Testament vs. New Testament - What are the differences?

คำถาม: พันธสัญญาเดิม กับ พันธสัญญาใหม่ - อะไรคือ ความแตกต่าง


Answer:  The Old Testament lays the foundation for the teachings and events found in the New Testament.

คำตอบ:พันธสัญญาเดิม วาง รากฐานสำหรับคำสอนและเหตุการณ์ต่างๆ ที่พบใน พันธสัญญาใหม่

The Bible is a progressive revelation.

พระคัมภีร์เป็นการเปิดเผยแบบก้าวหน้า

If you skip the first half of any good book and try to finish it, you will have a hard time understanding the characters, the plot, and the ending.

ถ้าคุณข้ามครึ่งแรกของหนังสือที่ดีเล่มใด ๆ และพยายามที่จะอ่านให้จบ   คุณจะพบความยากลำบากที่จะเข้าใจตัวบุคคล  เค้าโครงเรื่อง และ ตอนจบ

In the same way, the New Testament is only completely understood when it is seen as a fulfillment of the events, characters, laws, sacrificial system, covenants, and promises of the Old Testament.
ในทำนองเดียวกัน เราก็เข้าใจพันธสัญญาใหม่ทั้งหมด  เมื่อเราพบว่ามันมาเติมเต็มทำให้ เหตุการณ์ต่างๆ  บุคคลต่างๆ  บทบัญญัติ พิธีถวายเครื่องบูชา พันธสัญญา และสัญญา ต่างๆ ในพันธสัญญาเดิมสำเร็จครบบริบูรณ์

If we only had the New Testament, we would come to the gospels and not know why the Jews were looking for a Messiah (a Savior King).

ถ้าเรา มีแค่พันธสัญญาใหม่  เราจะมาถึงพระกิตติคุณ และไม่ ทราบว่าทำไมชาวยิวกำลังรอคอยพระเจ้า (กษัตริย์พระผู้ช่วยให้รอด )

Without the Old Testament, we would not understand why this Messiah was coming (see Isaiah 53), and we would not have been able to identify Jesus of Nazareth as the Messiah through the many detailed prophecies that were given concerning Him, e.g., His birthplace (Micah 5:2); His manner of death.

ถ้าไม่มีพันธสัญญาเดิม เราจะไม่ เข้าใจว่าทำไมพระเมสสิยาห์กำลังจะเสด็จมา (ดู อิสยาห์ 53 ) เราจะไม่ สามารถที่จะพิสูจน์ว่าพระเยซู แห่งนาซาเร็ธทรงเป็นพระเจ้า   โดยผ่านคำพยากรณ์ละเอียดมากมายที่ทรงประทานเกี่ยวกับพระองค์ ตัวอย่างเช่น สถานที่ประสูติของพระองค์ (มีคาห์5.2)

เหตุการณ์ตอนสิ้นพระชนม์

Psalm 22, especially verses. 1, 7-8, 14-18;

บทเพลงสดุดี 22 โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อ 1, 7-8, 14-18;

1 My God, My God, why have you forsaken Me?  Why are you so far from saving me, from the words of My groaning?

1 พระเจ้าข้า  พระเจ้าข้า   ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย    เหตุใด  พระองค์ทรงเมินเฉยที่จะช่วยข้าพระองค์ และต่อถ้อยคำคร่ำครวญของข้าพระองค์  

Psalm บทเพลงสดุดี 69:21 21 They gave Me poison for food, and for My thirst they gave me sour wine to drink.

21 เขาให้ดีหมีแก่ข้าพระองค์เป็นอาหาร   ให้น้ำส้มสายชูแก่ข้าพระองค์ดื่มแก้ กระหาย  

His resurrection

การฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์

Psalm บทเพลงสดุดี 6:10 10 For my father and my mother have forsaken me,

but the LORD will take me in.

10 แม้บิดาและมารดาของข้าพระองค์ทอดทิ้งข้าพระองค์    แต่พระเจ้าจะทรงยกข้าพระองค์ขึ้น  
  And many more details of His ministry

และมีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องพันธกิจของพระองค์มากมาย

Isaiah อิสยาห์ 9:2 2 The people who walked in darkness have seen a great light; those who dwelt in a land of deep darkness, on them has light shined.

2 ชนชาติที่ดำเนินในความมืด   จะได้เห็นความสว่างยิ่งใหญ่   บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดิน   แห่งเงามัจจุราช   สว่างจะได้ส่องมาบนเขา  


Without the Old Testament, we would not understand the Jewish customs that are mentioned in passing in the New Testament.

ปราศจากพันธสัญญาเดิม เราจะไม่ เข้าใจประเพณีของชาวยิว ที่ได้กล่าวถึงและส่งต่อไปในพันธสัญญาใหม่

We would not understand the perversions that the Pharisees had made to God's law as they added their traditions to it.

เรา จะไม่เข้าใจ พฤติกรรมออกนอกลู่นอกทางที่พวกฟาริสี ได้ทำต่อบทบัญญัติของพระเจ้า โดยที่พวกเขาเพิ่มเติมประเพณีของเขาเข้าไป

We would not understand why Jesus was so upset as He cleansed the temple courtyard.

เราก็ ไม่เข้าใจว่าทำไม พระเยซูเป็น อารมณ์เสีย เพื่อที่ เขา ทำความสะอาด ลาน วัด

We would not understand that we can make use of the same wisdom that Christ used in His many replies to His adversaries.
เราก็จะไม่ เข้าใจว่าเรา สามารถใช้ประโยชน์จากพระปัญญาเดียวกับที่พระคริสต์ทรงใช้ใน การโต้ตอบกับศัตรูของพระองค์


The New Testament Gospels and the Acts of the apostles record many of the fulfillments of prophecies that were recorded hundreds of years earlier in the Old Testament.

พระกิตติคุณในพันธสัญญาใหม่ และ กิจการของอัครทูตได้บันทึก คำพยากรณ์ในพันธสัญญาเดิม มากมายที่สำเร็จแล้วเมื่อหลายร้อยปีก่อน

In the circumstances of Jesus' birth, life, miracles, death, and resurrection as found in the Gospels, we find the fulfillment of the Old Testament prophecies that relate to the Messiah's first coming.

ในสถานการณ์ต่าง ๆการประสูติของพระเยซู พระประวัติ ปาฏิหาริย์ การสิ้นพระชนม์และ การฟื้นคืนพระชนม์  ที่พบในพระกิตติคุณทั้งสี่    เราพบคำทำนายในพระคัมภีร์เดิมที่สำเร็จแล้ว ที่เกี่ยวกับการเสด็จมาครั้งแรกของพระเมสสิยาห์

It is these details that validate Jesus' claim to be the promised Christ. And even the prophecies in the New Testament (many of which are in the book of Revelation) are built upon earlier prophecies found in Old Testament books.

รายละเอียดเหล่านี้ฟังดูมีเหตุผลที่พระเยซูทรงยืนยันว่าทรงเป็นพระคริสต์ตามพระสัญญา   แม้แต่พระสัญญาในพันธสัญญาใหม่ ( พระสัญญาหลายตอนปรากฎอยู่ใน หนังสือวิวรณ์ ) ก็อ้างอิงจากคำพยากรณ์ก่อนหน้านี้ที่พบในพันธสัญญาเดิม

These New Testament prophecies relate to events surrounding the second coming of Christ.

คำพยากรณ์เหล่านี้ในพันธสัญญาใหม่เกี่ยวเนื่องกับ เหตุการณ์ที่จะบังเกิดขึ้นในการเสด็จมาครั้งที่สอง ของพระคริสต์

Roughly two out of three verses in Revelation are based on or related to Old Testament verses.
ข้อพระคัมภีร์ประมาณคร่าวๆ ราวสองในสาม ในหนังสือวิวรณ์ มีพื้นฐาน หรือ เกี่ยวเนื่องกับข้อพระคัมภีร์ใน พันธสัญญาเดิม

Also, because the revelation in Scripture is progressive, the New Testament brings into focus teachings that were only alluded to in the Old Testament.

นอกจากนี้  เนื่องจากการเปิดเผยในพระคัมภีร์เป็นแบบก้าวหน้า    พันธสัญญาใหม่มุ่งเน้นคำสอน ที่ไม่ได้พาดพิงถึงในพันธสัญญาเดิม

The book of Hebrews describes how Jesus is the true High Priest and how His one sacrifice replaces all of the previous sacrifices, which were mere portrayals.

หนังสือฮีบรูได้อธิบายว่าพระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตที่เที่ยงแท้อย่างไร และ การสละพระชนม์ของพระองค์แทนที่การถวายบูชาแบบก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเพียงการบรรยายให้เห็นภาพ

The Old Testament gives the Law, which has two parts: the commandments and the blessing/curse that comes from obedience or disobedience to those commands.

พันธสัญญาเดิมให้กฎหมาย ซึ่งแบ่งออกเป็นสองตอน  พระบัญญัติและพระพร / คำแช่งสาป

อันเนื่องมาจากการเชื่อฟังหรือไม่เชื่อฟังพระบัญญัตินั้น

The New Testament clarifies that God gave those commandments to show men their need of salvation; they were never intended to be a means of salvation.

พันธสัญญาใหม่ ชี้แจงชัดแจน ว่า พระเจ้าได้ทรงประทาน พระบัญญัติ เหล่านั้นเพื่อ แสดงให้มนุษย์เห็นความจำเป็นที่ต้องรับความรอด   พระบัญญัติเหล่านี้ไม่ใช่กำหนดให้เป็นแนวทางแห่งความรอด

Romans โรม3:19. 19 Now we know that whatever the law says it speaks to those who are under the law, so that every mouth may be stopped, and the whole world may be held accountable to God.

19 เรารู้แล้วว่า   ธรรมบัญญัติทุกข้อที่ได้กล่าวนั้น   ก็ได้กล่าวแก่คนเหล่านั้นที่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ   เพื่อปิดปากทุกคน   และเพื่อให้มนุษย์ทุกคนในโลกอยู่ใต้การพิพากษาของพระเจ้า

The Old Testament describes the sacrificial system God gave the Israelites to temporarily cover their sins.

พันธสัญญาเดิมอธิบายพิธีการถวายเครื่องบูชาที่พระเจ้าทรงตั้งไว้ชั่วคราวเพื่อชาวอิสราเอลจะชำระบาปของพวกเขา

The New Testament clarifies that this system alluded to the sacrifice of Christ through whom alone salvation is found

พันธสัญญาใหม่ชี้แจงชัดเจนว่าพิธีนี้พาดพิงถึงการสละพระชนม์ของพระคริสต์  ซึ่งเป็นทางเดียวที่พบความรอด

Acts กิจการ4:12 12 And there is salvation in no one else, for there is no other name under heaven given among men by which we must be saved.”

12 ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย   ด้วยว่านามอื่นซึ่งให้เราทั้งหลายรอดได้   ไม่ทรงโปรดให้มีในท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า”   

Hebrews ฮีบรู 10:4-10 4 For it is impossible for the blood of bulls and goats to take away sins.

4 เพราะเลือดโคผู้และเลือดแพะไม่สามารถชำระบาปให้หมดสิ้นไปได้  

5 Consequently, when Christ came into the world, he said, “Sacrifices and offerings you have not desired, but a body have you prepared for me;

5 ดังนั้น   เมื่อพระคริสต์เสด็จเข้ามาในโลกแล้ว   พระองค์ได้ตรัสว่า   “เครื่องสัตวบูชา  และเครื่องบูชาอื่นๆ   พระองค์ไม่ทรงประสงค์   แต่พระองค์ได้ทรงจัดเตรียมกายสำหรับ
ข้าพระองค์  

6 in burnt offerings and sin offerings You have taken no pleasure.

6 เครื่องเผาบูชาและเครื่องบูชาลบบาปนั้น  พระองค์ไม่ทรงพอพระทัย  

7 Then I said, ‘Behold, I have come to do your will, O God, as it is written of me in the scroll of the book.’”

7 แล้วข้าพระองค์ทูลว่า  'ข้าแต่พระเจ้า   ข้าพระองค์มาแล้วพระเจ้าข้า  
จะกระทำตามน้ำพระทัยพระองค์'   ตามที่มีเรื่องข้าพระองค์เขียนไว้ในหนังสือม้วน”  

8 When he said above, “You have neither desired nor taken pleasure in sacrifices and offerings and burnt offerings and sin offerings” (these are offered according to the law),

8 เมื่อพระองค์ตรัสดังนี้แล้วว่า   “เครื่องสัตวบูชาและเครื่องบูชาอื่นๆ   และเครื่องเผาบูชา   และเครื่องบูชาลบบาป  (ที่เขาได้บูชาตามพระบัญญัตินั้น)   พระองค์ไม่ทรงประสงค์และไม่ทรงพอพระทัย”

9 then He added, “Behold, I have come to do Your will.” He abolishes the first in order to establish the second.

9 แล้วพระองค์จึงตรัสว่า   “ข้าพระองค์มาแล้วพระเจ้าข้า  เพื่อจะกระทำตามน้ำพระทัยพระองค์”     พระองค์ทรงยกเลิกระบบเดิมนั้นเสีย   เพื่อจะทรงตั้งระบบใหม่

10 And by that will we have been sanctified through the offering of the body of Jesus Christ once for all.

10 และโดยน้ำพระทัยนั้นเองที่เราทั้งหลายได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์   โดยการถวายพระกายของพระเยซูคริสต์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น  

The Old Testament saw paradise lost; the New Testament shows how paradise was regained for mankind through the second Adam (Christ) and how it will one day be restored.

พันธสัญญาเดิมเราเห็นฟ้า สวรรค์หายไป   พันธสัญญาใหม่ แสดงให้เห็นว่า สวรรค์ กลับ คืนมาใหม่ สำหรับมนุษยชาติ ผ่านทางอาดัมคนที่สอง ( พระเยซู) และวิธีที่เราจะถูกเรียกคืนกลับมาวันหนึ่งข้างหน้า

The Old Testament declares that man was separated from God through sin (Genesis chapter 3), and the New Testament declares that man can now be restored in his relationship to God (Romans chapters 3–6). The Old Testament predicted the Messiah's life.

พันธสัญญาเดิม บอกว่า มนุษย์ ถูกแยกออกจาก พระเจ้าเพราะความบาป (ปฐมกาล บทที่3 ) และ พันธสัญญาใหม่ บอก ว่า ขณะนี้มนุษย์ได้ถูกเรียกคืนกลับมาติดสนิทกับพระเจ้า ( โรม บทที่ 3-6 ) พันธสัญญาเดิมพยากรณ์พระประวัติของพระเมสสิยาห์

The Gospels primarily record Jesus' life, and the Epistles interpret His life and how we are to respond to all He has done.
พระกิตติคุณบันทึกพระประวัติของพระเยซูเป็นหลัก และเอเฟซัสตีความพระประวัติของพระองค์ และวิธีที่เราจะ ตอบสนองต่อสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ

Without the Old Testament we would not understand the promises God will yet fulfill to the Jewish nation.

ปราศจากพันธสัญญาเดิม เราจะไม่เข้าใจว่าพระสัญญาของพระเจ้าจะสำเร็จบริบูรณ์ในชนชาติยิว

As a result, we would not properly see that the tribulation period is a seven-year period in which He will specifically be working with the Jewish nation who rejected His first coming but who will receive Him at His second coming.

ผลก็คือ เราจะไม่เห็นอย่างแน่ชัดว่ายุคแห่งความยากลำบากกินเวลานานเจ็ดปี ที่ซึ่งพระองค์จะทรงทำงานร่วมกับชนชาติยิว ผู้ที่ปฏิเสธการเสด็จมาครั้งแรกของพระองค์ แต่จะเป็นผู้ที่จะได้ต้อนรับการเสด็จมาครั้งที่สองของ พระองค์

We would not understand how Christ's future 1000-year reign fits in with His promises to the Jews, or how Gentiles will fit in.

เราจะไม่เข้าใจ การปกครอง รัชสมัย 1,000 ปีของพระคริสต์ในอนาคต สอดคล้องกับพระสัญญาของพระองค์ที่มีต่อชาวยิวหรือจะสอดคล้องกับคนต่างชาติอย่างไร

Nor would we see how the end of the Bible ties up the loose ends that were unraveled in the beginning of the Bible, restoring the paradise that God originally created this world to be.
และเราจะไม่เห็นว่าตอนสุดท้ายของพระคัมภีร์ผูกปลาย หลวมที่ถูกแก้หลุดในตอนเริ่มต้นของพระคัมภีร์อย่างไร     พระเจ้าจะทรงฟื้นคืนสวรรค์ที่เมื่อเริ่มต้นพระองค์ได้ทรง สร้างโลกนี้ให้เป็นดังนั้น


In summary, the Old Testament lays the foundation for, and was meant to prepare the Israelites for, the coming of the Messiah who would sacrifice Himself for the sins of the whole world.

โดยสรุป พันธสัญญาเดิมได้วางพื้นฐานไว้ให้ และหมายถึงเพื่อชนชาติอิสราเอล เรื่องการเสด็จกลับมาของพระเมสสิยาห์ ผู้ทรงพลีพระชนม์เพื่อบาปของมนุษยโลก

John ยอห์น 2:2 He is the propitiation for our sins, and not for ours only but also for the sins of the whole world.

2 และพระองค์ทรงเป็นผู้ลบล้างพระอาชญาที่ตกกับเราทั้งหลาย   เพราะบาปของเรา   และไม่ใช่แต่บาปของเราพวกเดียว   แต่ของมนุษย์ทั้งปวงในโลกด้วย

The New Testament shares the life of Jesus Christ and then looks back on what He did and how we are to respond to His gift of eternal life and live our lives in gratitude for all He has done for us (Romans 12).

พันธสัญญาใหม่แบ่งปันเรื่องพระประวัติของพระเยซูคริสต์  แล้วมองย้อนกลับไปในสิ่งที่ทรงกระทำและวิธีรที่เราจะตอบสนองต่อของประทานชีวิตนิรันดร์   และดำรงชีวิตของเราด้วยความสำนึกพระคุณสำหรับทุกพระองค์ทรงกระทำเพื่อเรา (โรม 12)

Both testaments reveal the same holy, merciful, and righteous God who must condemn sin but who desires to bring to Himself a fallen human race of sinners through the forgiveness only possible through Christ's atoning sacrifice.

พันธสัญญาใหม่ได้เปิดเผยพระเจ้าผู้ทรงศักดิ์สิทธิ์ เมตตากรุณา และทรงชอบธรรม ผู้ต้องทรงตำหนิบาป แต่เป็นผู้ทรงยอมเสด็จเข้ามาท่ามกลางมนุษย์ที่บาป  โดยการทรงยกโทษบาปผ่านทางการถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาลบบาป

In both testaments, God reveals Himself to us and how we are to come to Him through Jesus Christ.

ในพันธสัญญาทั้งสองฉบับ พระเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์เองแก่เรา    และวิธีที่เราต้องมาหาพระองค์โดยทางพระเยซูคริสต์

In both testaments, we find all we need for eternal life and godly living.

หลักฐานพยานทั้งสอง เราพบทุกสิ่งที่เราต้องการสำหรับชีวิตนิรันดร์และการใช้ชีวิตที่ยำเกรงพระเจ้า

2 Timothy 2 ทิโมธี 3:15-17 15 and how from childhood you have been acquainted with the sacred writings, which are able to make you wise for salvation through faith in Christ Jesus.

15 และตั้งแต่เด็กมาแล้ว   ที่ท่านได้รู้พระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์   ซึ่งสามารถสอนท่านให้ถึงความรอดได้โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์

16 All Scripture is breathed out by God and profitable for teaching, for reproof, for correction, and for training in righteousness,

16 พระคัมภีร์   ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า  และเป็นประโยชน์ในการสอน   การตักเตือนว่ากล่าว   การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี   และการอบรมในทางธรรม

17 that the man of God may be competent, equipped for every good work.

17 เพื่อคนของพระเจ้าจะพรักพร้อมที่จะกระทำการดีทุกอย่าง

www.gotquestions.org/Thai     


 

Old and New Testaments

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top