Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, July 10, 2015

 

Question: "What is postmillennialism?"
คำถาม: "ยุคหลังพันปีคืออะไร"

Answer: Postmillennialism is an interpretation of Revelation chapter 20 which sees Christ's second coming as occurring after the “millennium,” a golden age or era of Christian prosperity and dominance.

คำตอบ: ยุคหลังพันปีคือการตีความหมายของ วิวรณ์ บทที่ 20 ที่มองเห็นการเสด็จมาเป็นครั้งที่สองของพระคริสต์ ว่าเกิดขึ้นหลังจาก " สหัสวรรษ " ยุคทองหรือยุคแห่งความเจริญรุ่งเรือง และการปกครองของศาสนาคริสต์

The term includes several similar views of the end times, and it stands in contrast to premillennialism (the view that Christ’s second coming will occur prior to His millennial kingdom and that the millennial kingdom is a literal 1000-year reign) and, to a lesser extent, amillennialism (no literal millennium).

ความหมายนี้รวมถึงหลายแนวคิดที่คล้ายกันเรื่องสิ้นสุดยุค  และมันตรงกันข้ามกับ ยุคก่อนพันปี( แนวคิดที่ว่าการเสด็จมาเป็นครั้งที่สองของพระคริสต์ จะเกิดขึ้นก่อนที่จะมี อาณาจักรพันปีของพระองค์ และว่าราชอาณาจักรพันปี เป็นการปกครองพันปีที่เกิดจริง) และน้อยมากที่มีแนวคิดว่าไม่มียุคพันปี (ไม่มี สหัสวรรษจริง)


Postmillennialism is the belief that Christ returns after a period of time, but not necessarily a literal 1000 years.

ยุคหลังพันปีเป็นความเชื่อว่าพระคริสต์จะเสด็จกลับมาหลังจากช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นพันปีจริง

Those who hold this view do not interpret unfulfilled prophecy using a normal, literal method.

บรรดาผู้ที่ถือแนวคิดนี้ ไม่ได้ตีความคำพยากรณ์ที่ยังไม่สำเร็จผล โดยใช้วิธีการตามปกติที่เป็นจริง

They believe that Revelation 20:4-6 should not be taken literally.

พวกเขาเชื่อว่า วิวรณ์ 20:4-6 ไม่ควรนับว่าเกิดขึ้นจริง

4 Then I saw thrones, and seated on them were those to whom the authority to judge was committed. Also I saw the souls of those who had been beheaded for the testimony of Jesus and for the word of God, and who had not worshiped the beast or its image and had not received its mark on their foreheads or their hands. They came to life and reigned with Christ for a thousand years.

4 ข้าพเจ้าได้เห็นบัลลังก์หลายบัลลังก์   และผู้ที่นั่งบนบัลลังก์นั้น   เป็นผู้ที่จะพิพากษา   และข้าพเจ้ายังได้เห็นดวงวิญญาณของคนทั้งปวงที่ถูกตัดศีรษะ   เพราะเป็นพยานของพระเยซูและเพราะพระวจนะของพระเจ้า   และผู้ที่ไม่ได้บูชาสัตว์ร้ายนั้นหรือรูปของมัน   และไม่ได้ติดเครื่องหมายของมันไว้ที่หน้าผากหรือที่มือของเขา   คนเหล่านั้นกลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่   และได้ครอบครองร่วมกับพระคริสต์เป็นเวลาพันปี

5 The rest of the dead did not come to life until the thousand years were ended. This is the first resurrection.

5 นอกจากคนเหล่านี้คนอื่นๆ   ที่ตายแล้วไม่ได้กลับมีชีวิตอีกจนกว่าจะครบกำหนดพันปี   นี่แหละคือการฟื้นจากความตายครั้งแรก

6 Blessed and holy is the one who shares in the first resurrection! Over such the second death has no power, but they will be priests of God and of Christ, and they will reign with him for a thousand years.

6 ผู้ใดที่ได้มีส่วนในการฟื้นจากความตายครั้งแรกก็เป็นสุขและบริสุทธิ์   ความตายครั้งที่สองจะไม่มีอำนาจเหนือคนเหล่านั้น   แต่เขาจะเป็นปุโรหิตของพระเจ้าและของพระคริสต์   และจะครอบครองร่วมกับพระองค์ตลอดเวลาพันปี  

They believe that “1000 years” simply means “a long period of time.”

พวกเขาเชื่อว่า "พันปี" นั้นหมายถึง " ระยะเวลายาวนาน "

Furthermore, the prefix “post-” in “postmillennialism” denotes the view that Christ will return after Christians (not Christ Himself) have established the kingdom on this earth.
นอกจากนี้ คำนำหน้า"หลัง " ใน "ยุคหลังพันปี" หมายถึง มุมมองที่ พระคริสต์จะเสด็จกลับมาหลังจากที่ คริสตชน (ไม่ใช่พระคริสต์เอง ) ได้สร้าง อาณาจักรบนโลกนี้
Those who hold to postmillennialism believe that this world will become better and better—all evidence to the contrary notwithstanding—with the entire world eventually becoming “Christianized.”

ผู้ที่ยึดถือยุคหลังพันปีเชื่อว่า โลกนี้จะดีขึ้นและดีกว่า –ทุกหลักฐานที่ตรงกันข้ามไม่ยั่งยืน-- กับ คนทั้งโลกในที่สุดกลายเป็น "แบบคริสเตียน"

After this happens, Christ will return.

หลังจากที่ เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ พระคริสต์จะเสด็จกลับมา

However, this is not the view of the world in the end times that Scripture presents.

แต่ นี้ไม่ได้เป็นแนวคิดของโลกในเวลาสิ้นสุดที่พระคัมภีร์นำเสนอ

From the book of Revelation, it is easy to see that the world will be a terrible place during that future time.

จาก หนังสือวิวรณ์ จึงเป็นเรื่องง่าย ที่จะเห็นว่า โลก จะเป็นสถานที่ ที่น่ากลัว ในช่วงเวลาในอนาคต

Also, in 2 Timothy 3:1-7, Paul describes the last days as “terrible times.”
นอกจากนี้ใน 2 ทิโมธี 3:1-7  เปาโลอธิบายวันในยุคสุดท้ายว่า "ยุคที่น่ากลัว"

1 But understand this, that in the last days there will come times of difficulty.

1 แต่จงเข้าใจข้อนี้   คือว่าในสมัยจะสิ้นยุคนั้น   จะเกิดเหตุการณ์กลียุค

2 For people will be lovers of self, lovers of money, proud, arrogant, abusive, disobedient to their parents, ungrateful, unholy,

2 เพราะมนุษย์จะเห็นแก่ตัว   เห็นแก่เงิน   เย่อหยิ่ง   ยโส   ชอบด่าว่า   ไม่เชื่อฟังคำบิดามารดา   อกตัญญู   ไร้ศีลธรรม

3 heartless, unappeasable, slanderous, without self-control, brutal, not loving good,

3 ไร้มนุษยธรรม   ไม่ให้อภัยกัน   ใส่ร้ายกัน   ไม่ยับยั้งชั่งใจ   ดุร้าย   เกลียดชังความดี

4 treacherous, reckless, swollen with conceit, lovers of pleasure rather than lovers of God,

4 ทรยศ   มุทะลุ   หัวสูง   รักความสนุกยิ่งกว่ารักพระเจ้า

5 having the appearance of godliness, but denying its power. Avoid such people.

5 ถือศาสนาแต่เปลือกนอก   ส่วนแก่นแท้ของศาสนาเขาไม่ยอมรับ   คนเช่นนั้นท่านอย่าคบ

6 For among them are those who creep into households and capture weak women, burdened with sins and led astray by various passions,

6 เพราะในบรรดาคนเหล่านั้น   มีคนที่แอบไปตามบ้าน   แล้วลวงหญิงที่เบาปัญญาหนาด้วยบาป   และหลงใหลไปด้วยตัณหาต่างๆไปเป็นเชลย

7 always learning and never able to arrive at a knowledge of the truth.

7 หญิงพวกนี้จะฟังทุกคนที่พูด   แต่ไม่อาจที่จะเข้าถึงหลักแห่งความจริงได้เลย
Those who hold to postmillennialism use a non-literal method of interpreting unfulfilled prophecy, assigning their own meanings to words.

บรรดาผู้ที่ยึดคือยุคหลังพันปีใช้วิธีที่ไม่ใช่ตามที่เป็นจริงของการตีความคำพยากรณ์ที่ยังไม่สำเร็จผล การกำหนดความหมายพระคำนั้นกันเอง

The problem with this is that when someone starts assigning meanings to words other than their normal meaning, a person can decide that a word, phrase, or sentence means anything he wants it to mean.

ปัญหานี้ก็ คือว่าเมื่อคนเริ่มที่จะกำหนด ความหมายของพระคำอื่น ๆ นอกจากความหมายปกตินั้นคนสามารถ ตัดสินใจว่าคำ วลี หรือประโยค หมายถึงสิ่งใดที่เขาต้องการจะสื่อความหมาย

All objectivity concerning the meaning of words is lost.

วัตถุประสงค์ทั้งหมดเกี่ยวกับ ความหมายของพระคำก็สูญเสียไป

When words lose their meaning, communication ceases.

เมื่อพระคำสูญเสียความหมายของ การสื่อสารก็สิ้นสุด

However, this is not how God has intended for language and communication to be. God communicates to us through His written word, with objective meanings to words, so that ideas and thoughts can be communicated.
แต่ นี้ไม่ได้เป็นวิธีที่พระเจ้าได้ทรงตั้งพระทัยให้ภาษาและการสื่อสารเป็น พระเจ้าทรงสื่อสารกับ เราผ่านพระคำที่ทรงเขียนไว้  โดยมีวัตถุประสงค์ความหมายต่อพระคำ เพื่อว่าความนึกคิด และความคิดสามารถสื่อสารกันได้
A normal, literal interpretation of Scripture rejects postmillennialism and holds to a normal interpretation of all Scripture, including unfulfilled prophecy.

การตีความปกติตามตัวอักษรในพระคัมภีร์ ปฏิเสธยุคหลังพันปีและถือการตีความพระคัมภีร์ตามปกติทั้งหมด  รวมทั้งคำพยากรณ์ที่ยังไม่สำเร็จผล


We have hundreds of examples in Scripture of prophecies being fulfilled.

เรามีตัวอย่างหลายร้อยของคำพยากรณ์ที่สำเร็จลงแล้วในพระคัมภีร์

Take, for example, the prophecies concerning Christ in the Old Testament.

ตัวอย่างเช่น ใช้คำพยากรณ์เกี่ยวกับพระคริสต์ในพันธสัญญาเดิม

Those prophecies were fulfilled literally. Consider the virgin birth of Christ.

คำทำนาย เหล่านั้นสำเร็จลงอย่างแท้จริง   คิดถึงเรื่องกำเนิดบริสุทธิ์ของพระเยซูคริสต์

Isaiah อิสยาห์ 7:14 14 Therefore the Lord himself will give you a sign. Behold, the virgin shall conceive and bear a son, and shall call his name Immanuel.

14 เพราะฉะนั้น  องค์พระผู้เป็นเจ้าจะประทานหมายสำคัญเอง   ดูเถิด  หญิงสาวคนหนึ่งจะตั้งครรภ์   และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง   และเขาจะเรียกนามของท่านว่า   อิมมานูเอล

Matthew มัทธิว 1:23 23 “Behold, the virgin shall conceive and bear a son,

and they shall call his name Immanuel”(which means, God with us).

23 ดูเถิด  หญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง   และเขาจะเรียกนามของท่านว่า   อิมมานูเอล   (แปลว่าพระเจ้าทรงอยู่กับเรา)

Consider His death for our sins.

คิดพิจารณาความตายของพระองค์เพราะบาปของเรา

Isaiah อิสยาห์ 53:4-9 4 Surely He has borne our griefs and carried our sorrows; yet we esteemed Him stricken, smitten by God, and afflicted.

4 แน่ทีเดียวท่านได้แบกความเจ็บไข้ของเราทั้งหลาย   และหอบความเจ็บปวดของเราไป  
  กระนั้นเราทั้งหลายก็ยังถือว่าท่านถูกตี   คือพระเจ้าทรงโบยตีและข่มใจ  

5 But He was wounded for our transgressions; He was crushed for our iniquities; upon Him was the chastisement that brought us peace, and with His stripes we are healed.

5 แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความทรยศของเราทั้งหลาย   ท่านฟกช้ำเพราะความบาปผิดของเรา  
  การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายสมบูรณ์นั้น   ตกแก่ท่าน   ที่ท่านต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี  

6 All we like sheep have gone astray; we have turned everyone to his own way; and the LORD has laid on Him the iniquity of us all.

6 เราทุกคนได้เจิ่นไปเหมือนแกะ   เราทุกคนต่างได้หันไปตามทางของตนเอง  และพระเจ้าทรงวางลงบนท่าน   ซึ่งความบาปผิดของเราทุกคน  

7 He was oppressed, and He was afflicted, yet He opened not His mouth; like a lamb that is led to the slaughter, and like a sheep that before its shearers is silent, so He opened not His mouth.

7 ท่านถูกบีบบังคับและท่านถูกข่มใจ   ถึงกระนั้นท่านก็ไม่ปริปาก   เหมือนลูกแกะที่ถูกนำไปฆ่า  
  และเหมือนแกะที่เป็นใบ้อยู่หน้าผู้ตัดขนของมันฉันใด   ท่านก็ไม่ปริปากของท่านเลยฉันนั้น  

8 By oppression and judgment He was taken away; and as for His generation, who considered

that He was cut off out of the land of the living, stricken for the transgression of my people?

8 ท่านถูกนำเอาไปด้วยการบีบบังคับและการตัดสิน   และเกี่ยวกับเชื้อสายของท่าน  ผู้ใดเล่าคิดว่า  
  ท่านต้องถูกตัดออกไปจากแดนคนเป็น   ต้องถูกตีเพราะการทรยศของชนชาติของเรา  

9 And they made his grave with the wicked and with a rich man in His death, although He had done no violence, and there was no deceit in His mouth.

9 และเขาจัดหลุมศพของท่านไว้กับคนอธรรม   ในความตายของท่าน เขาจัดไว้กับเศรษฐี  
  แม้ว่าท่านมิได้กระทำการทารุณประการใดเลย   และไม่มีการหลอกลวงในปากของท่าน  

1 Peter 1 เปโตร 2:24 24 He himself bore our sins in His body on the tree, that we might die to sin and live to righteousness. By His wounds you have been healed.

24 พระองค์เองได้ทรงรับแบกบาปของเราไว้ในพระกายของพระองค์   ที่ต้นไม้นั้น   เพื่อว่าเราทั้งหลายจะได้ตายจากบาปได้   และดำเนินชีวิตตามคลองธรรม   ด้วยบาดแผลของพระองค์   ท่านทั้งหลายจึงได้รับการรักษาให้หาย

These prophecies were fulfilled literally, and that is reason enough to assume that God will continue in the future to literally fulfill His Word.

คำพยากรณ์เหล่านี้ได้สำเร็จลงอย่างแท้จริง และนั่นเป็นเหตุผลเพียงพอ ที่จะสรุปว่า พระเจ้าจะ ทรงกระทำให้พระวจนะของพระองค์สำเร็จลงอย่างแท้จริงในอนาคต

Postmillennialism fails in that it interprets Bible prophecy subjectively and holds that the millennial kingdom will be established by the church, not by Christ Himself.

ยุคหลังพันปีล้มเหลว ในแง่ที่มันตีความคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์โดยคิดนึกเอาในใจเอง และยึดความเชื่อว่าอาณาจักร พันปีจะได้รับการสถาปนาขึ้นโดย คริสตจักร ไม่ใช่โดย พระคริสต์ เอง

www.gotquestions.org/Thai     



Question:  Who are the 144,000?

คำถาม : ใครเป็นพวก 144,000 คน

Answer:  The book of Revelation has always presented the interpreter with challenges.

คำตอบ: หนังสือวิวรณ์ได้นำเสนอผู้แปลความหมายพร้อมกับสิ่งท้าทายหลายอย่าง

The book is steeped in vivid imagery and symbolism which people have interpreted differently depending on their preconceptions of the book as a whole.

หนังสือนี้เข้าอยู่ในห้วงจินตนาการเจิดจ้า  และการใช้สัญลักษณ์ ที่ผู้คนได้แปลความหมายแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความคิดที่เกิดขึ้นก่อนรู้จักสิ่งนั้นในหนังสือครบถ้วน

There are four main interpretive approaches to the book of Revelation:

มีวิธีเข้าถึงการแปลความหมายที่สำคัญ 4 วิธีในหนังสือวิวรณ์คือ

1) preterist (which sees all or most of the events in Revelation as having already occurred by the end of the 1st century);

1) นักย้อนอดีต (ซึ่งเห็นการทรงเปิดเผยเหตุการณ์ทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นแล้วในตอนปลายศตวรรษที่ 1 )

2) historicist (which sees Revelation as a survey of church history from apostolic times to the present);

2) นักประวัติศาสตร์ (ซึ่งเห็นการทรงเปิดเผยเป็นการสำรวจประวัติศาสตร์คริสตจักรตั้งแต่สมัยอัครสาวกจนถึงปัจจุบัน)

3) idealist (which sees Revelation as a depiction of the struggle between good and evil);

3) นักคิดวาดฝัน (ซึ่งเห็นการทรงเปิดเผยในรูปการบรรยายให้เห็นภาพการต่อสู้ ระหว่างความดี และความชั่วร้าย)

4) futurist (which sees Revelation as prophecy of events to come).

4) นักทำนายอนาคต (ซึ่งเห็นการทรงเปิดเผยในรูปคำพยากรณ์ของเหตุการณ์ที่กำลังจะมาถึง)

Of the four, only the futurist approach interprets Revelation in the same grammatical-historical method as the rest of Scripture. It is also a better fit with Revelation’s own claim to be prophecy
ในวิธีการ 4 แบบนี้  เฉพาะแบบนักทำนายอนาคต ตีความการทรงเปิดเผย ในแบบประวัติศาสตร์ตามหลักไวยากรณ์เหมือนกับพระคัมภีร์ส่วนที่เหลือ  การอวดอ้างว่าการทรงเปิดเผยเป็นการพยากรณ์ยังเหมาะสมกว่าด้วย

Revelation วิวรณ์ 1:3  22:7 10 18 19

3 Blessed is the one who reads aloud the words of this prophecy, and blessed are those who hear, and who keep what is written in it, for the time is near.

3 ขอความสุขจงมีแก่บรรดาผู้อ่านและผู้ฟังคำพยากรณ์เหล่านี้   และถือรักษาข้อความที่เขียนไว้ในคำพยากรณ์นี้   เพราะว่าเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว

7 “And behold, I am coming soon. Blessed is the one who keeps the words of the prophecy of this book.”

7 และดูเถิด   ข้าพระองค์จะมาในเร็วๆนี้”   ผู้ใดที่ถือรักษาคำพยากรณ์ในหนังสือนี้ก็เป็นสุข  

10 And he said to me, “Do not seal up the words of the prophecy of this book, for the time is near.

10 และท่านบอกข้าพเจ้าว่า   “อย่าประทับตราไว้ปิดคำพยากรณ์ในหนังสือนี้   เพราะว่าใกล้จะถึงเวลานั้นแล้ว

18 I warn everyone who hears the words of the prophecy of this book: if anyone adds to them, God will add to him the plagues described in this book,

18 ข้าพเจ้าเตือนทุกคนที่ได้ยินคำพยากรณ์ในหนังสือนี้ว่า   ถ้าผู้ใดจะเพิ่มเติมคำเข้าไปในหนังสือนี้   พระเจ้าก็จะทรงเพิ่มภัยพิบัติที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้แก่ผู้นั้น

19 and if anyone takes away from the words of the book of this prophecy, God will take away his share in the tree of life and in the holy city, which are described in this book.

19 และถ้าผู้ใดตัดข้อความออกจากหนังสือพยากรณ์นี้  พระเจ้าก็จะทรงเอาส่วนแบ่งของผู้นั้น  ที่มีอยู่ในต้นไม้แห่งชีวิตและที่มีอยู่ในวิสุทธินครนั้น  ซึ่งบรรยายไว้ในหนังสือเล่มนี้ไปเสีย  

So the answer to the question “who are the 144,000?” will depend on which interpretive approach you take to the book of Revelation.

ดังนั้นคำตอบที่ถามว่า " ใครคือ 144,000 คน " จะขึ้นอยู่กับวิธีการแปลความหมายแบบที่คุณใช้กับหนังสือวิวรณ์

With the exception of the futurist approach, all of the other approaches interpret the 144,000 symbolically, as representative of the church and the number 144,000 being symbolic of the totality—i.e., the complete number—of the church.

ยกเว้นแบบนักทำนายอนาคต    วิธีการแบบอื่นแปลความหมาย 144,000 เชิง สัญลักษณ์  แทนที่โดยคริสตจักร และจำนวน 144,000 เป็นสัญลักษณ์แทนจำนวนคริสตจักรทั้งหมด -เช่น จำนวนทั้งหมด-- ของคริสตจักร

Yet when taken at face value: “Then I heard the number of those who were sealed: 144,000 from all the tribes of Israel” (Revelation 7:4), nothing in the passage leads to interpreting the 144,000 as anything but a literal number of Jews—12,000 taken from every tribe of the “sons of Israel.”

แต่ เมื่อนำมาพิจารณาดูที่มูลค่า : "แล้วข้าพเจ้าได้ยินว่าจำนวนผู้รับการประทับตราคือ 144,000 คน จากทุกเผ่าของอิสราเอล" (วิวรณ์ 7:4 ) ไม่มีอะไรในเนื้อหาพระคัมภีร์ที่นำไปสู่ การตีความ 144,000 เป็นอะไรได้นอกจากจำนวนที่แท้จริงของชาวยิว - 12,000 คน นำมาจากทุก ๆชนเผ่าของ "บุตรชายแห่งอิสราเอล"

The New Testament offers no clear cut text replacing Israel with the church.
พันธสัญญาใหม่ ไม่แสดงเนื้อหาที่ชัดเจนที่จะใช้คริสตจักรมาแทนที่คนอิสราเอล
These Jews are “sealed,” which means they have the special protection of God from all of the divine judgments and from the Antichrist to perform their mission during the tribulation period (see Revelation 6:17, in which people will wonder who can stand from the wrath to come).

ชาวยิวเหล่านี้ " ถูกประทับตรา  " ซึ่งหมายความว่าพวกเขาได้รับการปกป้องพิเศษจากพระเจ้าให้พ้นจากการพิพากษาของสวรรค์ และจากปฏิปักษ์พระคริสต์ที่ได้ทำพันธกิจในยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญ (ดู วิวรณ์ 6:17 ที่ซึ่งผู้คนจะแปลกใจว่าใครสามารถรอดพ้นจากพระพิโรธที่จะมาถึง)

17for the great day of their wrath has come, and who can stand?”

17เพราะว่าวันสำคัญแห่งพระพิโรธของพระองค์มาถึงแล้ว   และผู้ใดจะทนอยู่ได้เล่า”

The tribulation period is a future seven-year period of time in which God will enact divine judgment against those who reject Him and will complete His plan of salvation for the nation of Israel.

ยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญกินเวลานานเจ็ดปีในอนาคต ในการที่พระเจ้าจะทรงจัดการพิพากษาต่อผู้ที่ปฏิเสธพระองค์  และแผนการแห่งความรอดของพระองค์เพื่อชนชาติอิสราเอลจะสำเร็จบริบูรณ์

All of this is according to God’s revelation to the prophet Daniel (Daniel 9:24-27).

ทั้งหมดนี้เป็นไปตามการทรงเปิดเผยของพระเจ้าที่ทรงสำแดงแก่ดาเนียล (ดาเนียล 9:24-27)

24“Seventy weeks are decreed about your people and your holy city, to finish the transgression, to put an end to sin, and to atone for iniquity, to bring in everlasting righteousness, to seal both vision and prophet, and to anoint a most holy place.*n24.7 

24“มีเจ็ดสิบสัปตะแห่งปีกำหนดไว้สำหรับชนชาติของ ท่านและนครบริสุทธิ์ของท่าน   เพื่อให้เสร็จสิ้นการทรยศ ให้บาปจบสิ้น และให้ลบมลทิน   เพื่อนำความชอบธรรมนิรันดร์เข้ามา   เพื่อประทับตราทั้งนิมิตและคำของผู้เผยพระวจนะไว้   และเพื่อจะเจิมสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

25Know therefore and understand that from the going out of the word to restore and build Jerusalem to the coming of an anointed one, a prince, there shall be seven weeks. Then for sixty-two weeks it shall be built again with squares and moat, but in a troubled time.

25เพราะฉะนั้นจงทราบและเข้าใจว่า   นับตั้งแต่การที่ถ้อยคำนั้นออกไป   ให้สร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่จน ถึงสมัยผู้ถูกเจิมไว้ ผู้เป็นประมุขก็เป็นเวลาเจ็ดสัปตะ   และเยรูซาเล็มจะถูกสร้างขึ้นพร้อมด้วยลานเมืองและคู เป็นเวลาหกสิบสองสัปตะแต่ในยุคลำบาก

26And after the sixty-two weeks, an anointed one shall be cut off and shall have nothing. And the people of the prince who is to come shall destroy the city and the sanctuary. Its end shall come with a flood, and to the end there shall be war. Desolations are decreed.

26หลังจากหกสิบสองสัปตะแล้ว   ท่านผู้หนึ่งที่ถูกเจิมไว้จะต้องถูกตัดออกและจะไม่มีอะไรสำหรับท่าน   และประชาชนของประมุขผู้หนึ่งที่จะมานั้น   จะทำลายกรุง และสถานศักดิ์สิทธิ์เสีย   ที่สุดปลายของมันจะมาถึงด้วยน้ำท่วม   จนกระทั่งที่สุดจะมีสงคราม มความวิบัติกำหนดไว้

27And he shall make a strong covenant with many for one week, and for half of the week he shall put an end to sacrifice and offering. And on the wing of abominations shall come one who makes desolate, until the decreed end is poured out on the desolator.”

27ท่านจะทำพันธสัญญาเข้มแข็งกับคนเป็นอัน มากอยู่หนึ่งสัปตะ   ท่านจะกระทำให้การถวายสัตวบูชา และเครื่องบูชาอื่นๆ   หยุดไปครึ่งสัปตะ   ผู้ที่จะกระทำให้เกิดความวิบัตินั้น   จะมาบนปีกของสิ่งน่าสะอิดสะเอียน      จนความอวสานที่ได้กำหนดไว้จะถูก เทลงเหนือผู้กระทำให้เกิดความวิบัตินั้น”


The 144,000 Jews are a sort of “first fruits” of a redeemed Israel which has been previously prophesied and their mission is to evangelize the post-rapture world and proclaim the gospel during the period.

ชาวยิว144,000 คน เป็นคนประเภท  " ผลแรก " ของชนชาติอิสราเอลที่ทรงไถ่แล้ว ซึ่งได้ถูกพยากรณ์ไว้ก่อนล่วงหน้า  และพันธกิจของพวกเขา คือต้องประกาศการถูกรับขึ้นไปสวรรค์หลังมหากลียุค  และประกาศพระกิตติคุณในยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญ

Revelation วิวรณ์ 14:4 4It is these who have not defiled themselves with women, for they are virgins. It is these who follow the Lamb wherever he goes. These have been redeemed from mankind as first fruits for God and the Lamb,

4คนเหล่านี้เป็นคนที่มิได้มีมลทินกับผู้หญิง   เพราะว่าเขาเป็นพวกพรหมจารี   พระเมษโปดกเสด็จไปที่ใด   คนเหล่านี้ก็ตามเสด็จไปด้วย   พวกเขาเป็นผู้ที่ทรงไถ่จากมวลมนุษย์   เพื่อเป็นผลแรกถวายแด่พระเจ้าและแด่พระเมษโปดก 

Zechariah เศคาริยาห์ 12:10 10“And I will pour out on the house of David and the inhabitants of Jerusalem a spirit of grace and pleas for mercy, so that, when they look on me, on him whom they have pierced, they shall mourn for him, as one mourns for an only child, and weep bitterly over him, as one weeps over a firstborn.

10“และเราจะเทวิญญาณแห่งความเมตตาเอ็นดูและการวิงวอนบนราชวงศ์ดาวิดและชาวเยรูซาเล็ม   ดังนั้นเมื่อเขาทั้งหลายมองดูเรา   ผู้ซึ่งเขาเองได้แทงเขาจะไว้ทุกข์เพื่อท่าน   เหมือนคนไว้ทุกข์เพื่อบุตรคนเดียวของตน   และร้องไห้อย่างขมขื่นเพื่อท่าน   เหมือนอย่างคนร้องไห้เพื่อบุตรหัวปีของตน

Romans โรม 11:25-27 25Lest you be wise in your own conceits, I want you to understand this mystery, brothers: a partial hardening has come upon Israel, until the fullness of the Gentiles has come in.

25พี่น้องทั้งหลาย   ข้าพเจ้าเกรงว่าท่านจะอวดรู้   จึงอยากให้ท่านเข้าใจข้อความอันล้ำลึกนี้   คือเรื่องที่บางคนในพวกอิสราเอลมีใจแข็งกระด้างไป   จนทำให้พวกต่างชาติได้เข้ามาครบจำนวน

26And in this way all Israel will be saved, as it is written, “The Deliverer will come from Zion, He will banish ungodliness from Jacob”;

26และเมื่อเป็นดังนั้น   พวกอิสราเอลทั้งปวงก็จะได้รับความรอด   ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า   พระผู้ช่วยให้รอดจะเสด็จมาจากเมืองศิโยน    และจะทรงกำจัดอธรรมให้สูญสิ้นไปจากยาโคบ  

27“and this will be my covenant with them when I take away their sins.”

27และนี่แหละจะเป็นพันธสัญญาของเรากับเขาทั้งหลาย  


As a result of their ministry, millions—“a great multitude that no one could count, from every nation, tribe, people and language” (Revelation 7:9)—will come to faith in Christ.
ผลจากการรับใช้พันธกิจของพวกเขา   คนนับล้าน---- " ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนจากทุกชาติ ทุกเผ่า ทุกหมู่ชน และทุกภาษา " ( วิวรณ์ 7:9 )  จะมารับเชื่อในพระเยซูคริสต์
Much of the confusion regarding the 144,000 is a result of the false doctrine of the Jehovah's Witnesses.

ความสับสนวุ่นวายมากเรื่องของ144,000 คน เป็นผลมาจากหลักคำสอนเท็จของพยานพระยะโฮวา

The Jehovah’s Witnesses claim that 144,000 is a limit to the number of people who will reign with Christ in heaven and spend eternity with God.

พยานพระยะโฮวา อ้างว่า 144,000 คน เป็นจำนวนจำกัดของผู้ที่จะร่วมครองราชกับพระคริสต์ในสวรรค์ และมีชีวิตนิรันดร์กับพระเจ้า

The 144,000 have what the Jehovah’s Witnesses call the heavenly hope.

144,000 คน มีสิ่งที่ พยานพระยะโฮวา เรียกว่าความหวังในสวรรค์

Those who are not among the 144,000 will enjoy what they call the earthly hope—a paradise on earth ruled by Christ and the 144,000.

ผู้ที่ไม่อยู่ในกลุ่ม 144,000 คน จะได้เพลิดเพลินกับสิ่งที่พวกเขา เรียกว่าความหวังในแผ่นดินโลก--สวรรค์ในโลก ที่ปกครองโดย พระคริสต์ และ 144,000 คน

Clearly, we can see that Jehovah’s Witness teaching sets up a caste society in the afterlife with a ruling class (the 144,000) and those who are ruled.

อย่างชัดเจน เราจะเห็นว่า คำสอนของพยานพระยะโฮวา  ได้ก่อตั้งสังคมชั้นวรรณะในชีวิตหลังความตายที่มีชนชั้นปกครอง(144,000 คน) และบรรดาผู้ที่ถูกปกครอง

The Bible teaches no such “dual class” doctrine.

พระคัมภีร์ไม่ได้สอนความเชื่อแบบ "สองระดับชนชั้น "

It is true that according to Revelation 20:4 there will be people ruling in the millennium with Christ.

มันเป็นจริงตามข้อพระคัมภีร์ วิวรณ์ 20:4 จะมีผู้คนปกครองในสหัสวรรษร่วมกับพระคริสต์

4Then I saw thrones, and seated on them were those to whom the authority to judge was committed. Also I saw the souls of those who had been beheaded for the testimony of Jesus and for the word of God, and who had not worshiped the beast or its image and had not received its mark on their foreheads or their hands. They came to life and reigned with Christ for a thousand years.

4ข้าพเจ้าได้เห็นบัลลังก์หลายบัลลังก์   และผู้ที่นั่งบนบัลลังก์นั้น   เป็นผู้ที่จะพิพากษา   และข้าพเจ้ายังได้เห็นดวงวิญญาณของคนทั้งปวงที่ถูกตัดศีรษะ   เพราะเป็นพยานของพระเยซูและเพราะพระวจนะของพระเจ้า   และผู้ที่ไม่ได้บูชาสัตว์ร้ายนั้นหรือรูปของมัน   และไม่ได้ติดเครื่องหมายของมันไว้ที่หน้าผากหรือที่มือของเขา   คนเหล่านั้นกลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่   และได้ครอบครองร่วมกับพระคริสต์เป็นเวลาพันปี

These people will be comprised of the church (believers in Jesus Christ), Old Testament saints (believers who died before Christ’s first advent), and tribulation saints (those who accept Christ during the tribulation).

คนเหล่านี้ จะประกอบด้วย คริสตจักร( ผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ ) , ผู้ชอบธรรมในพันธสัญญาเดิม ( ผู้เชื่อที่เสียชีวิตก่อนกำเนิดของพระเยซูคริสต์ ) และผู้ชอบธรรมในยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญ (คนที่ ต้อนรับพระคริสต์ในระหว่างยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญ)

Yet the Bible places no numerical limit on this group of people.

แต่พระคัมภีร์ไม่มีขีดจำกัดด้านตัวเลขในกลุ่มบุคคลเหล่านี้

Furthermore, the millennium is different from the eternal state, which will take place at the completion of the millennial period.

ยิ่งกว่านั้น  ยุคสหัสวรรษนั้นแตกต่างจากวิสุทธินคร  ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อครบยุคสหัสวรรษสมบูรณ์

At that time, God will dwell with us in the New Jerusalem.

ในเวลานั้น พระเจ้าจะทรงประทับอยู่กับพวกเรา ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่

He will be our God and we will be His people.

พระองค์จะทรงเป็นพระเจ้าของเราและเราจะเป็นประชากรของพระองค์

Revelation วิวรณ์ 21:3 3 And I heard a loud voice from the throne saying, “Behold, the dwelling place of God is with man. He will dwell with them, and they will be his people, and God himself will be with them as their God.

3 ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังมาจากพระที่นั่งว่า   “ดูเถิด  พลับพลาของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์แล้ว   พระองค์จะทรงสถิตกับเขา   เขาจะเป็นชนชาติของพระองค์   และพระเจ้าเองจะประทับอยู่กับเขา


The inheritance promised to us in Christ and sealed by the Holy Spirit will become ours, and we will all be co-heirs with Christ.

มรดกที่พระเจ้าทรงสัญญาให้แก่เราจะถูกประทับตราโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์  จะกลายเป็นของเรา   และเรา ทุกคนจะร่วม เป็นทายาท กับพระคริสต์

Ephesians เอเฟซัส 1:13-14 13In Him you also, when you heard the word of truth, the gospel of your salvation, and believed in Him, were sealed with the promised Holy Spirit,

13Thai1971: ในพระองค์นั้น   ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน   เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ   คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่าน   และได้วางใจในพระองค์   ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา

14who is the guarantee of our inheritance until we acquire possession of it,* to the praise of His glory.

14เป็นมัดจำของการรับมรดกของเรา   จนกว่าเราจะได้รับเป็นกรรมสิทธิ์   เป็นที่ถวายสรรเสริญแด่พระสิริของพระองค์

Romans โรม 8:17 17 and if children, then heirs—heirs of God and fellow heirs with Christ, provided we suffer with him in order that we may also be glorified with him.

17 และถ้าเราทั้งหลายเป็นบุตรแล้ว   เราก็เป็นทายาท   คือเป็นทายาทของพระเจ้า   และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์   เมื่อเราทั้งหลายทนทุกข์ทรมานด้วยกันกับพระองค์นั้น   ก็เพื่อเราทั้งหลายจะได้ศักดิ์ศรีด้วยกันกับพระองค์ด้วย  


www.gotquestions.org/Thai      


 

Postmillenialism and 144,000

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top