Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, July 11, 2015

 

Question:  What is the difference between the Rapture and the Second Coming?

คำถาม : อะไรคือความแตกต่างระหว่างการรับขึ้นไปสวรรค์ และการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง      


Answer:  The rapture and the second coming of Christ are often confused.

คำตอบ: การรับขึ้นไปสวรรค์ และการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูคริสต์มักจะสับสนกัน

Sometimes it is difficult to determine whether a scripture verse is referring to the rapture or the second coming.

บางครั้งก็ยากที่จะตัดสินว่าข้อพระคัมภีร์จะหมายถึงการรับขึ้นไปสวรรค์หรือการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง

However, in studying end-times Bible prophecy, it is very important to differentiate between the two.
อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาคำพยากรณ์เรื่องสิ้นยุคในพระคัมภีร์    นั่นก็สำคัญมากที่จะจำแนกความแตกต่างระหว่างทั้งสอง
The rapture is when Jesus Christ returns to remove the church (all believers in Christ) from the earth.

การรับขึ้นไปสวรรค์คือเมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมารับเอาคริสตจักรไป ( ผู้เชื่อทุกคนในพระคริสต์ ) จากแผ่นดิน

1 Thessalonians  1 เธสะโลนิกา 4:13-18 13 But we do not want you to be uninformed, brothers, about those who are asleep, that you may not grieve as others do who have no hope.

13 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   เราไม่อยากให้ท่านไม่ทราบความจริงเรื่องคนที่ล่วงหลับไปแล้ว   เพื่อท่านจะไม่เป็นทุกข์โศกเศร้า   อย่างคนอื่นๆที่ไม่มีความหวัง

14 For since we believe that Jesus died and rose again, even so, through Jesus, God will bring with Him those who have fallen asleep.

14 เพราะในเมื่อเราเชื่อว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์   และทรงคืนพระชนม์แล้ว   โดยพระเยซูนั้น   พระเจ้าจะทรงนำบรรดาคนที่ล่วงหลับไปแล้วนั้น   มากับพระองค์

15 For this we declare to you by a word from the Lord, that we who are alive, who are left until the coming of the Lord, will not precede those who have fallen asleep.

15 ในข้อนี้เราขอบอกให้ท่านทราบ   ตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า   เราผู้ยังเป็นอยู่และคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมา   จะล่วงหน้าไปก่อนคนเหล่านั้นที่ล่วงหลับไปแล้วก็หาไม่

16 For the Lord himself will descend from heaven with a cry of command, with the voice of an archangel, and with the sound of the trumpet of God. And the dead in Christ will rise first.

16 ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง   ด้วยสำเนียงเรียกของเทพบดีและด้วยเสียงแตรของพระเจ้า   และคนทั้งปวงในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน

17 Then we who are alive, who are left, will be caught up together with them in the clouds to meet the Lord in the air, and so we will always be with the Lord.

17 หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่   จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น   และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ   อย่างนั้นแหละ   เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์

18 Therefore encourage one another with these words.

18 เหตุฉะนั้นจงปลอบใจกันด้วยถ้อยคำเหล่านี้เถิด

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:50-54 50 I tell you this, brothers: flesh and blood cannot inherit the kingdom of God, nor does the perishable inherit the imperishable.

50 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   ข้าพเจ้าหมายความว่า   เนื้อและเลือดจะมีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้   และสิ่งซึ่งเน่าเปื่อยจะมีส่วนในสิ่งซึ่งไม่รู้จักเน่าเปื่อยก็ไม่ได้  

51 Behold! I tell you a mystery. We shall not all sleep, but we shall all be changed,

51 ดูก่อนท่านทั้งหลาย   ข้าพเจ้ามีความล้ำลึกที่จะบอกแก่ท่าน   คือว่าเราจะไม่ล่วงหลับหมดทุกคน   แต่เราจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่หมด

52 in a moment, in the twinkling of an eye, at the last trumpet. For the trumpet will sound, and the dead will be raised imperishable, and we shall be changed.

52 ในชั่วขณะเดียว   ในพริบตาเดียว   เมื่อเป่าแตรครั้งสุดท้าย   เพราะว่าจะมีเสียงแตร   และคนที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาปราศจากเน่าเปื่อย   แล้วเราทั้งหลายจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่

53 For this perishable body must put on the imperishable, and this mortal body must put on immortality.

53 เพราะว่า  สิ่งซึ่งเน่าเปื่อยนี้ต้องสวมซึ่งไม่เน่าเปื่อย   และสภาพมตะนี้ต้องสวมสภาพอมตะ

54 When the perishable puts on the imperishable, and the mortal puts on immortality, then shall come to pass the saying that is written:“Death is swallowed up in victory.”

54 เมื่อสิ่งซึ่งเน่าเปื่อยนี้   จะสวมซึ่งไม่เน่าเปื่อย   และสภาพมตะนี้จะสวมสภาพอมตะ   เมื่อนั้นตามซึ่งเขียนไว้ในพระคัมภีร์จะสำเร็จว่า   ความตายก็ถูกกลืนถึงปราชัยแล้ว  

Believers who have died will have their bodies resurrected and, along with believers who are still living, will meet the Lord in the air.

บรรดาผู้เชื่อที่ได้เสียชีวิตร่างกายของพวกเขาได้ถูกฟื้นขึ้นมาใหม่  จะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในอากาศพร้อมกับผู้เชื่อที่ยังคงมีชีวิตอยู่ 

This will all occur in a moment, in a twinkling of an eye.

ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นฉับพลัน  แค่เพียงกระพริบตา

The second coming is when Jesus returns to defeat the Antichrist, destroy evil, and establish His millennial kingdom.

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองคือ เมื่อพระเยซูทรงเสด็จกลับมาพิชิตผู้ต่อต้านพระคริสต์ ทรงทำลายมารร้าย และทรงสร้างอาณาจักร พันปีของพระองค์

The second coming is described in Revelation 19:11-16.
การเสด็จกลับมาครั้งที่สองได้บรรยายไว้ใน วิวรณ์ 19:11-16

11 Then I saw heaven opened, and behold, a white horse! The one sitting on it is called Faithful and True, and in righteousness he judges and makes war.

11 แล้วข้าพเจ้าก็ได้เห็นสวรรค์เปิดออก   และ   ดูเถิด   มีม้าขาวตัวหนึ่ง   พระองค์ผู้ทรงม้านั้นมีพระนามว่า   'สัตย์ซื่อและสัตย์จริง'   พระองค์พิพากษาและทรงกระทำสงครามด้วยความเป็นธรรม

12 His eyes are like a flame of fire, and on his head are many diadems, and he has a name written that no one knows but himself.

12 พระเนตรของพระองค์ดุจเปลวไฟ   และบนพระเศียรของพระองค์มีมงกุฎหลายอัน   และพระองค์ทรงมีพระนามจารึกไว้ซึ่งไม่มีผู้ใดรู้จักเลย   นอกจากพระองค์เอง

13 He is clothed in a robe dipped in blood, and the name by which he is called is The Word of God.

13 พระองค์ทรงฉลองพระองค์ที่จุ่มเลือด   และพระนามที่เรียกพระองค์นั้นคือ   'พระวาทะของพระเจ้า'

14 And the armies of heaven, arrayed in fine linen, white and pure, were following him on white horses.

14 เหล่าพลโยธาในสวรรค์สวมอาภรณ์ผ้าป่านเนื้อละเอียดขาวบริสุทธิ์   ได้นั่งบนหลังม้าขาวตามเสด็จพระองค์ไป

15 From His mouth comes a sharp sword with which to strike down the nations, and he will rule them with a rod of iron. He will tread the winepress of the fury of the wrath of God the Almighty.

15 มีพระแสงคมออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์   เพื่อพระองค์จะได้ทรงฟันฟาดบรรดานานาประชาชาติ   ด้วยพระแสงนั้น   และพระองค์จะทรงครอบครองเขาด้วยคทาเหล็ก   พระองค์จะทรงเหยียบบ่อย่ำองุ่นแห่งพระพิโรธอันเฉียบขาดของพระเจ้า   ผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด

16 On His robe and on His thigh He has a name written, King of kings and Lord of lords.

16 พระองค์ทรงมีพระนามจารึกที่ฉลองพระองค์   และที่ต้นพระอูรุของพระองค์ว่า   “จอมกษัตริย์และจอมเจ้านาย”  

The important differences between the rapture and second coming are as follows:
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างการเสด็จมารับขึ้นไป และการเสด็จกลับมาครั้งที่สองเป็นดังนี้

1) At the rapture, believers meet the Lord in the air (1 Thessalonians 4:17). At the second coming, believers return with the Lord to the earth (Revelation 19:14).
1) ในการเสด็จมารับขึ้นไปสวรรค์   ผู้เชื่อได้พบองค์พระเจ้าในอากาศ (1 เธสะโลนิกา 4:17 ) การเสด็จกลับมาครั้งที่สอง ผู้เชื่อกลับมาพร้อมกับองค์พระเจ้ามายังแผ่นดินโลก (วิวรณ์ 19:14 )
2) The second coming occurs after the great and terrible tribulation (Revelation chapters 6–19).

2) การเสด็จกลับมาครั้งที่สองเกิดขึ้นหลังจากเกิดความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่ (วิวรณ์ บทที่ 6-19)

The rapture occurs before the tribulation

การเสด็จมารับขึ้นไปสวรรค์เกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความทุกข์เวทนา

1 Thessalonians 1 เธสะโลนิกา 5:9 9 For God has not destined us for wrath, but to obtain salvation through our Lord Jesus Christ,

9 เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงกำหนดเราไว้สำหรับพระอาชญา   แต่สำหรับให้เข้าสู่ความรอด   โดยพระเยซูคริสตเจ้าของเรา

Revelation วิวรณ์ 3:10 10 Because you have kept my word about patient endurance, I will keep you from the hour of trial that is coming on the whole world, to try those who dwell on the earth.

10 เพราะเหตุที่เจ้าได้ประพฤติตามคำของเรา   คือให้มีความอดทน   เราจะป้องกันเจ้าให้พ้นจากช่วงเวลาแห่งการทดลองใจ   ซึ่งจะมีทั่วทั้งโลก   เพื่อจะลองใจคนทั้งปวงที่อยู่ในโลก
3) The rapture is the removal of believers from the earth as an act of deliverance (1 Thessalonians 4:13-17, 5:9)

Matthew มัทธิว 24:40-41 40 Then two men will be in the field; one will be taken and one left.

40 เมื่อนั้นชายสองคนอยู่ที่ทุ่งนา   จะทรงรับคนหนึ่ง   ทรงละคนหนึ่ง

41 Two women will be grinding at the mill; one will be taken and one left.

41 หญิงสองคนโม่แป้งอยู่ที่โรงโม่   จะทรงรับคนหนึ่ง   ทรงละคนหนึ่ง
4) The rapture will be secret and instant (1 Corinthians 15:50-54)

4) การเสด็จมารับขึ้นไปสวรรค์เป็นความลับไม่มีใครรู้และเกิดขึ้นฉับพลัน (1 โครินธ์ 15:50-54)

The second coming will be visible to all

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองจะสามารถมองเห็นได้ด้วยสายตา

Revelation วิวรณ์ 1:7 7 Behold, He is coming with the clouds, and every eye will see Him, even those who pierced Him, and all tribes of the earth will wail on account of Him. Even so. Amen.

7 ดูเถิด  พระองค์จะเสด็จมาพร้อมกับหมู่เมฆ   และนัยน์ตาทุกดวง   และคนเหล่านั้นที่ได้แทงพระองค์จะเห็นพระองค์   และมนุษย์ทุกชาติทั่วโลกจะร่ำไห้เพราะพระองค์   จะเป็นไปอย่างนั้น   อาเมน  

Matthew มัทธิว24:29-30 29 “Immediately after the tribulation of those days the sun will be darkened, and the moon will not give its light, and the stars will fall from heaven, and the powers of the heavens will be shaken.

29“แต่พอสิ้นความทุกข์ลำบากแห่งวันเหล่านั้นแล้ว   ดวงอาทิตย์จะมืดไป   และดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง   ดวงดาวทั้งปวงจะตกจากฟ้า   และบรรดาสิ่งที่มีอำนาจในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้าน

30 Then will appear in heaven the sign of the Son of Man, and then all the tribes of the earth will mourn, and they will see the Son of Man coming on the clouds of heaven with power and great glory.

30 เมื่อนั้นนิมิตแห่งบุตรมนุษย์   จะปรากฏขึ้นในท้องฟ้า   มนุษย์ทุกชาติทั่วโลกจะตีอกร้องไห้ แล้วจะเห็น บุตรมนุษย์เสด็จมาบนเมฆในท้องฟ้า   ทรงฤทธานุภาพและพระสิริเป็นอันมา
5) The second coming of Christ will not occur until after certain other end-times events take place (2 Thessalonians 2:4; Matthew 24:15-30; Revelation chapters 6–18).

5) การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสต์จะไม่เกิดขึ้นจนกระทั่งหลังเกิดเหตุการณ์ยุคสิ้นสุด

(2 เธสะโลนิกา 02:04 ; มัทธิว 24:15-30 ; วิวรณ์ บทที่ 6-18 )

The rapture is imminent; it could take place at any moment (Titus 2:131 Thessalonians 4:13-18; 1 Corinthians 15:50-54).
การเสด็จมารับขึ้นไปสวรรค์ใกล้มาถึงแล้ว    มันอาจจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้  ( ทิตัส 2:13 ; 1 เธสะโลนิกา 4:13-18 ; 1 โครินธ์ 15:50-54 )
Why is it important to keep the rapture and the second coming distinct?
ทำไมจึงสำคัญที่แยกความแตกต่างระหว่างการเสด็จมารับขึ้นไปและการเสด็จมาครั้งที่สอง

1) If the rapture and the second coming are the same event, believers will have to go through the tribulation (1 Thessalonians 5:9; Revelation 3:10)

ถ้าการเสด็จมารับขึ้นไปสวรรค์และการเสด็จกลับมาครั้งที่สองเป็นเหตุการณ์เดียวกัน ผู้เชื่อจะต้องผ่านยุคแห่งความทุกข์ยากลำบาก (1 เธสะโลนิกา 5:9; วิวรณ์ 3:10)

If the rapture and the second coming are the same event, the return of Christ is not   

Imminent, there are many things which must occur before He can return (Matthew 24:4-30).

ถ้าหากการเสด็จมารับขึ้นไปสวรรค์และการเสด็จกลับมาครั้งที่สองเป็นเหตุการณ์เดียวกัน  การเสด็จกลับมาของพระคริสต์จะยังไม่เกิดขึ้น -   มีหลายสิ่งที่จะต้อง เกิดขึ้นก่อนที่พระองค์สามารถเสด็จกลับมา (มัทธิว 24:4-30)

3) In describing the tribulation period, Revelation chapters 6–19 nowhere mentions the church.

        3) ในการอธิบายช่วงเวลาแห่งความทุกข์เวทนา , วิวรณ์ บทที่ 6-19 ไม่มีที่ไหนที่กล่าวถึง      คริสตจักร

During the tribulation—also called “the time of trouble for Jacob” (Jeremiah 30:7)—God will again turn His primary attention to Israel (Romans 11:17-31).
ระหว่างยุคความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่--ยังเรียกว่า " เวลาแห่งความทุกข์เวทนาสำหรับยาโคบ "

(เยเรมีย์ 30:7 ) พระเจ้าจะทรงหันความสนใจเบื้องต้นของพระองค์ไปยังอิสราเอลอีกครั้ง (โรม 11:17-31 )
The rapture and second coming are similar but separate events.

การเสด็จมารับไปสวรรค์และการเสด็จกลับมาครั้งที่สองเป็นเหตุการณ์ที่คล้ายกัน แต่เหตุการณ์แยกจากกัน

Both involve Jesus returning.

ทั้งสองเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับพระเยซูเสด็จกลับมา

Both are end-times events.

ทั้งสองเป็นเหตุการณ์ในยุคสิ้นสุด

However, it is crucially important to recognize the differences.

อย่างไรก็ตาม มันก็สำคัญอย่างที่สุด ที่ยอมรับความแตกต่าง

In summary, the rapture is the return of Christ in the clouds to remove all believers from the earth before the time of God’s wrath.

โดยสรุป การเสด็จมารับไปสวรรค์ เป็นการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ในกลุ่มเมฆ เพื่อรับเอา ผู้เชื่อทุกคนจากโลกก่อนถึงเวลาลงโทษของพระเจ้า

The second coming is the return of Christ to the earth to bring the tribulation to an end and to defeat the Antichrist and his evil world empire.

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองคือการที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมายังโลก  เพื่อนำความทุกข์ยากลำเค็ญไปถึงยุคสิ้นสุด และเอาชนะพวกผู้ต่อต้านพระคริสต์และอาณาจักรแห่งความชั่วของโลก

www.gotquestions.org/Thai      

 

Rapture and Second coming

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top