Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, July 15, 2015

 

Question: "What is replacement theology?"

คำถาม: "อะไรคือหลักศาสนาว่าด้วยการเข้าแทนที่"


Answer: Replacement theology essentially teaches that the church has replaced Israel in God’s plan.                     

คำตอบ:หลักศาสนาว่าด้วยการเข้าแทนที่ สอนตามปัจจัยพ้นฐานว่า คริสตจักรได้แทนที่อิสราเอลตามแผนการของพระเจ้า

Adherents of replacement theology believe the Jews are no longer God’s chosen people, and God does not have specific future plans for the nation of Israel.

เหล่าสาวกที่ยึดหลักศาสนาว่าด้วยการเข้าแทนที่ เชื่อว่า ชาวยิวจะไม่ได้เป็นประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรอีกต่อไป  และพระเจ้า ไม่ได้ทรงมี แผนการพิเศษในอนาคต สำหรับชาติอิสราเอล


All the different views of the relationship between the church and Israel can be divided into two camps: either the church is a continuation of Israel (replacement/covenant theology), or the church is completely different and distinct from Israel (dispensationalism/premillennialism).

แนวคิดที่แตกต่างกันทั้งหมดเรองความสัมพันธ์ระหว่าง คริสตจักรและอิสราเอล สามารถแบ่งออกเป็นสองฝ่าย: ฝ่ายหนึ่งว่าคริสตจักรยังเป็นการต่อเนื่องกับอิสราเอล ( การเข้าแทนที่ / หลักศาสนาด้านพันธสัญญา) หรืออีกฝ่ายว่าเป็นคริสตจักรที่แตกต่างกัน และแยกจากชนชาติอิสราเอลชัดเจนเลย (ด้านการจัดสรรแบ่งปัน/ก่อนยุคพันปี) Replacement theology teaches that the church is the replacement for Israel and that the many promises made to Israel in the Bible are fulfilled in the Christian church, not in Israel.

หลักศาสนาว่าด้วยการเข้าแทนที่ สอนว่าคริสตจักรเข้าแทนที่อิสราเอล  และว่า สัญญามากมาย ที่มีต่ออิสราเอลในพระคัมภีร์สำเร็จผลแล้วในคริสตจักรของคริสเตียน ไม่.ใช่ในอิสราเอล

So, the prophecies in Scripture concerning the blessing and restoration of Israel to the Promised Land are “spiritualized” or “allegorized” into promises of God's blessing for the church. Major problems exist with this view, such as the continuing existence of the Jewish people throughout the centuries and especially with the revival of the modern state of Israel.

ดังนั้น คำพยากรณ์ในพระคัมภีร์เกี่ยวกับพระพรและการฟื้นคืนใหม่ของ อิสราเอลที่ดินแดน แห่งพระสัญญาถูก "ทำให้เป็นเรื่องจิตวิญญาณ " หรือ " กล่าวเชิงเปรียบเทียบ" ในพระสัญญาแห่งพระพรของพระเจ้าสำหรับคริสตจักร  ปัญหาใหญ่เกิดขึ้นจากแนวความคิดนี้ เช่นการดำรงอยู่ต่อไปของชาวยิวตลอดหลายศตวรรษ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ การรื้อฟื้นชาติอิสราเอลยุคปัจจุบัน

If Israel has been condemned by God, and there is no future for the Jewish nation, how do we explain the supernatural survival of the Jewish people over the past 2000 years despite the many attempts to destroy them?

ถ้าอิสราเอลได้รับการประณามจาก พระเจ้า. และไม่มีอนาคตสำหรับชนชาติยิว เราจะอธิบายปรากฎกาณ์อัศจรรย์ที่ชาวยิวรอดพ้นภัย 2000 ปีที่ผ่านมาได้อย่างไร  ทั้งๆ ที่มี ความพยายามที่จะทำลายพวกเขา

How do we explain why and how Israel reappeared as a nation in the 20th century after not existing for 1900 years?

เราจะอธิบายเหตุผล และวิธีการที่ อิสราเอล กลับมาปรากฎ เป็นประเทศ ในศตวรรษที่ 20 หลังจากที่ไม่ได้เป็นประเทศนานตั้ง 1,900 ปีได้อย่างไร 

The view that Israel and the church are different is clearly taught in the New Testament.

แนวคิดที่ว่าอิสราเอลและ คริสตจักรแตกต่างกัน สอนไว้ชัดเจนในพันธสัญญาใหม่Biblically speaking, the church is completely different and distinct from Israel, and the two are never to be confused or used interchangeably.

พูดตามหลักพระคัมภีร์ คริสตจักรแตกต่างกันสิ้นเชิง และแยกจากอิสราเอล  และทั้งสอง นี้ต้องไม่เป็นที่เข้าใจสับสน หรือใช้สลับแทนกัน

We are taught from Scripture that the church is an entirely new creation that came into being on the day of Pentecost and will continue until it is taken to heaven at the rapture.

เรา ได้รับการสอน จาก พระคัมภีร์ว่า คริสตจักรคือสิ่งใหม่ทั้งสิ้นที่ทรงสร้าง ที่เกิดปรากฎขึ้นในวันเพนเทคอส และจะดำรงต่อไปจนกว่าถึงเวลาที่เราถูกรับกลับไปสวรรค์ Ephesians เอเฟซัส1:9-119 making known to us the mystery of His will, according to His purpose, which He set forth in Christ

9 พระเจ้าได้ทรงโปรดให้เรารู้ความล้ำลึกในพระทัยของพระองค์   ตามพระเจตนารมณ์ของพระองค์   ซึ่งพระองค์ทรงดำริไว้ในพระคริสต์

10 as a plan for the fullness of time, to unite all things in Him, things in heaven and things on earth.

10 ประสงค์ว่า   เมื่อเวลากำหนดครบบริบูรณ์แล้ว   พระองค์จะทรงรวบรวมทุกสิ่ง   ทั้งที่อยู่ในสวรรค์   และในแผ่นดินโลกไว้ในพระคริสต์  

11 In Him we have obtained an inheritance, having been predestined according to the purpose of Him who works all things according to the counsel of His will,

11 ในพระองค์นั้น   ตามพระดำริของพระองค์ผู้ทรงกระทำทุกสิ่ง   ตามที่ได้ทรงตริตรองไว้สมกับพระทัยของพระองค์

1 Thessalonians 1เธสะโลนิกา 4:13-1713 But we do not want you to be uninformed, brothers, about those who are asleep, that you may not grieve as others do who have no hope.

13 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   เราไม่อยากให้ท่านไม่ทราบความจริงเรื่องคนที่ล่วงหลับไปแล้ว   เพื่อท่านจะไม่เป็นทุกข์โศกเศร้า   อย่างคนอื่นๆที่ไม่มีความหวัง

14 For since we believe that Jesus died and rose again, even so, through Jesus, God will bring with him those who have fallen asleep.

14 เพราะในเมื่อเราเชื่อว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์   และทรงคืนพระชนม์แล้ว   โดยพระเยซูนั้น   พระเจ้าจะทรงนำบรรดาคนที่ล่วงหลับไปแล้วนั้น   มากับพระองค์

15 For this we declare to you by a word from the Lord, that we who are alive, who are left until the coming of the Lord, will not precede those who have fallen asleep.

15 ในข้อนี้เราขอบอกให้ท่านทราบ   ตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า   เราผู้ยังเป็นอยู่และคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมา   จะล่วงหน้าไปก่อนคนเหล่านั้นที่ล่วงหลับไปแล้วก็หาไม่

16 For the Lord Himself will descend from heaven with a cry of command, with the voice of an archangel, and with the sound of the trumpet of God. And the dead in Christ will rise first.

16 ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง   ด้วยสำเนียงเรียกของเทพบดีและด้วยเสียงแตรของพระเจ้า   และคนทั้งปวงในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน

17 Then we who are alive, who are left, will be caught up together with them in the clouds to meet the Lord in the air, and so we will always be with the Lord.

17 หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่   จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น   และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ   อย่างนั้นแหละ   เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์

The church has no relationship to the curses and blessings for Israel.

คริสตจักรไม่เกี่ยวข้องกับ คำสาปแช่งและพระพรสำหรับ อิสราเอล

The covenants, promises, and warnings are valid only for Israel.

พันธสัญญา. พระสัญญาและ ตักเตือนยังเป็นจริงใช้ได้กับอิสราเอลเท่านั้น

Israel has been temporarily set aside in God's program during these past 2000 years of dispersion. อิสราเอล ได้ถูกแยกออกไปชั่วคราวตามแผนการณ์ของพระเจ้า ในอดีต 2000 ปี ของการแตกกระจัดกระจายไป

After the rapture, God will restore Israel as the primary focus of His plan.

หลังจากที่พระเจ้าจะทรงรับเรากลับไปสวรรค์  อิสราเอลเป็นเป้าหมายพวกแรก ตามแผนการณ์ของพระองค์

The first event at this time is the tribulation (Revelation chapters 6-19).

เหตุการณ์แรกในช่วงเวลานี้คือช่วงมหากลียุค (วิวรณ์ บทที่ 6-19)

The world will be judged for rejecting Christ, while Israel is prepared through the trials of the great tribulation for the second coming of the Messiah.

โลกจะถูกพิพากษาเพราะเหตุที่ปฏิเสธพระคริสต์  ในขณะที่ อิสราเอล เตรียมเข้าสู่การทดลอง จากความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่ เพื่อรอรับการเสด็จกลับมาครั้ง ที่สองของ พระคริสต์

Then, when Christ does return to the earth, at the end of the tribulation, Israel will be ready to receive Him.

จากนั้นเมื่อพระคริสต์เสด็จกลับมายังแผ่นดินโลก ในตอนสิ้นยุคแห่งความทุกข์เวทนา อิสราเอลจะพร้อมที่จะต้อนรับพระองค์

The remnant of Israel which survives the tribulation will be saved, and the Lord will establish His kingdom on this earth with Jerusalem as its capital.

พวกอิสราเอล ที่เหลือรอดชีวิตอยู่หลังผ่านพ้นยุคแห่งความทุกข์ทรมานก็จะรอดได้ และ พระเจ้าจะทรง สถาปนาอาณาจักรของพระองค์ในโลกนี้โดยมีกรุงเยรูซาเล็ม เป็นเมืองหลวง

With Christ reigning as King, Israel will be the leading nation, and representatives from all nations will come to Jerusalem to honor and worship the King—Jesus Christ.

พระคริสต์จะทรงปกครองในฐานะกษัตริย์  อิสราเอลจะเป็นประเทศชั้นนำ และผู้แทนต่างๆ จาก ทุกประเทศ  จะมายังกรุงเยรูซาเล็ม ถวายพระเกียรติและยกย่องบูชาองค์กษัตริคือพระเยซูคริสต์

The church will return with Christ and will reign with Him for a literal thousand years. คริสตจักรจะกลับมาพร้อมกับพระคริสต์ และจะปกครองร่วมกับ พระองค์เป็นเวลาพันปีจริง

Both the Old Testament and the New Testament support a premillennial/dispensational understanding of God's plan for Israel.

ทั้ง พันธสัญญาเดิม และ พันธสัญญาใหม่ สนับสนุนความเข้าใจเรื่อง แผนการณ์ของพระเจ้า สำหรับอิสราเอล ยุคก่อนพันปี / ด้านการจัดสรรแบ่งปัน

Even so, the strongest support for premillennialism is found in the clear teaching of Revelation 20:1-7

แม้ดังนั้น  การสนับสนุน ที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับยุคก่อนพันปี พบได้ในคำสอน ที่ชัดเจน ใน วิวรณ์ 20:1-71 Then I saw an angel coming down from heaven, holding in his hand the key to the bottomless pit and a great chain.

1 แล้วข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์องค์หนึ่งลงมาจากสวรรค์   ท่านถือลูกกุญแจของบาดาลนั้น   และถือโซ่ใหญ่

2 And he seized the dragon, that ancient serpent, who is the devil and Satan, and bound him for a thousand years,                                                                                                                                                                                      

และท่านได้จับพญานาคซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์ผู้ซึ่งเป็นพญามารและซาตานและมัดมันไว้พันปี

3 and threw him into the pit, and shut it and sealed it over him, so that he might not deceive the nations any longer, until the thousand years were ended. After that he must be released for a little while.

3 แล้วทิ้งมันลงไปในบาดาลนั้น   แล้วได้ลั่นกุญแจประทับตรา   เพื่อไม่ให้มันล่อลวงบรรดาประชาชนได้อีกต่อไป   จนครบกำหนดพันปีแล้วจึงจะต้องปล่อยมันออกไปชั่วขณะหนึ่ง  

4 Then I saw thrones, and seated on them were those to whom the authority to judge was committed. Also I saw the souls of those who had been beheaded for the testimony of Jesus and for the word of God, and who had not worshiped the beast or its image and had not received its mark on their foreheads or their hands. They came to life and reigned with Christ for a thousand years.

4 ข้าพเจ้าได้เห็นบัลลังก์หลายบัลลังก์   และผู้ที่นั่งบนบัลลังก์นั้น   เป็นผู้ที่จะพิพากษา   และข้าพเจ้ายังได้เห็นดวงวิญญาณของคนทั้งปวงที่ถูกตัดศีรษะ   เพราะเป็นพยานของพระเยซูและเพราะพระวจนะของพระเจ้า   และผู้ที่ไม่ได้บูชาสัตว์ร้ายนั้นหรือรูปของมัน   และไม่ได้ติดเครื่องหมายของมันไว้ที่หน้าผากหรือที่มือของเขา   คนเหล่านั้นกลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่   และได้ครอบครองร่วมกับพระคริสต์เป็นเวลาพันปี 5 The rest of the dead did not come to life until the thousand years were ended. This is the first resurrection.

5 นอกจากคนเหล่านี้คนอื่นๆ   ที่ตายแล้วไม่ได้กลับมีชีวิตอีกจนกว่าจะครบกำหนดพันปี   นี่แหละคือการฟื้นจากความตายครั้งแรก

6 Blessed and holy is the one who shares in the first resurrection! Over such the second death has no power, but they will be priests of God and of Christ, and they will reign with him for a thousand years.

6 ผู้ใดที่ได้มีส่วนในการฟื้นจากความตายครั้งแรกก็เป็นสุขและบริสุทธิ์   ความตายครั้งที่สองจะไม่มีอำนาจเหนือคนเหล่านั้น   แต่เขาจะเป็นปุโรหิตของพระเจ้าและของพระคริสต์ cและจะครอบครองร่วมกับพระองค์ตลอดเวลาพันปี  

7 And when the thousand years are ended, Satan will be released from his prison

7 ครั้นพันปีล่วงไปแล้ว   ก็จะปล่อยซาตานออกจากคุกที่ขังมันไว้

  Here it says six times that Christ's kingdom will last 1000 years.

ที่ตรงนี้ได้บอกถึงหกครั้งว่าอาณาจักร ของพระคริสต์ จะยืนยาว 1,000 ปี

After the tribulation the Lord will return and establish His kingdom with the nation of Israel,

หลังจากยุคแห่งความยากลำบาก พระเจ้าจะเสด็จกลับมา และทรงสถาปนาอาณาจักร ของพระองค์กับประเทศอิสราเอล

Christ will reign over the whole earth, and Israel will be the leader of the nations.

พระคริสต์จะทรงครอบครองทั่วทั้งโลก และอิสราเอล จะเป็นผู้นำของประเทศต่างๆThe church will reign with Him for a literal thousand years.

คริสตจักรจะได้ปกครองร่วมกับ พระองค์เป็นเวลาพันปีจริง

The church has not replaced Israel in God's plan.

คริสตจักรไม่ได้เข้าแทนที่ อิสราเอลตามแผนการของพระเจ้า

While God may be focusing His attention primarily on the church in this dispensation of grace, God has not forgotten Israel and will one day restore Israel to His intended role as the nation He has chosen (Romans 11).

ในขณะที่ พระเจ้า อาจจะทรงมุ่งเน้นความสนใจเบื้องต้น ของพระองค์ไปที่ คริสตจักรโดยพระคุณที่ทรงแพร่ออกไป พระเจ้าก็ยังทรงไม่ลืม อิสราเอล และวันหนึ่ง จะทรงเรียกอิสราเอลกลับคืนประเทศ  ภารกิจที่ทรง ตั้งพระทัยให้เป็นประเทศที่ได้ทรง เลือกสรร(โรม 11)

www.gotquestions.org/Thai      


Question:  Is the human soul mortal or immortal?

คำถาม:จิตใจมนุษย์ต้องตาย หรืออมตะ

Answer:  Without a doubt the human soul is immortal.

คำตอบ: ไม่ต้องสงสัยเลย  จิตใจมนุษย์ เป็นอมตะ

This is clearly seen in many Scriptures in both the Old and New Testaments:

ปรากฏอย่างชัดเจนในข้อพระคัมภีร์มากมายทั้งพันธสัญญาใหม่และพันธสัญญาเดิม

Psalm บทเพลงสดุดี 22:26 26 The afflicted shall eat and be satisfied; those who seek Him shall praise the LORD!  May your hearts live forever!

26 คนเสงี่ยมเจียมตัวจะได้กินอิ่ม   บรรดาผู้ที่แสวงหาพระองค์จะสรรเสริญพระเจ้า  
ขอจิตใจของท่านทั้งหลายมีชีวิตอยู่เป็นนิตย์  

Psalm บทเพลงสดุดี 23:6 6 Surely goodness and mercy shall follow me all the days of my life, and I shall dwell in the house of the LORD forever.

6 แน่ทีเดียวที่ความดีและความรักมั่นคง   จะติดตามข้าพเจ้าไป  
ตลอดวันคืนชีวิตของข้าพเจ้า  และข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าสืบไปเป็นนิตย์

Psalm บทเพลงสดุดี 49:7-9 7 Truly no man can ransom another, or give to God the price of his life

7 แน่ทีเดียวไม่มีคนใดไถ่พี่น้องของตนได้  หรือถวายค่าชีวิตของเขาแด่พระเจ้า  

8 for the ransom of their life is costly and can never suffice,

8 เพราะค่าไถ่ชีวิตของเขานั้นแพงและไม่เคยพอเลย  

9 that he should live on forever and never see the pit.

9 ที่เขาจะมีชีวิตเรื่อยไปเป็นนิตย์   และไม่ต้องเห็นปากแดนผู้ตาย  

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 12:7 7 and the dust returns to the earth as it was, and the spirit returns to God who gave it.

7 และผงคลีกลับไปเป็นดินอย่างเดิม   และจิตวิญญาณกลับไปสู่พระเจ้าผู้ประทานให้มานั้น

Daniel ดาเนียล 12:2-3 2 And many of those who sleep in the dust of the earth shall awake, some to everlasting life, and some to shame and everlasting contempt.

2 และคนเป็นอันมากในพวกที่หลับ ในผงคลีแห่งแผ่นดินโลกจะตื่นขึ้น   บ้างก็จะเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์   บ้างก็เข้าสู่ความอับอายและความขายหน้านิรันดร์

3 And those who are wise shall shine like the brightness of the sky above; and those who turn many to righteousness, like the stars forever and ever.

3 และบรรดาคนที่ฉลาดจะส่องแสงเหมือนแสงฟ้า   และบรรดาผู้ที่ได้ให้คนเป็นอันมากมาสู่ความ ชอบธรรมจะส่องแสงเหมือนอย่างดาวเป็นนิตย์นิรันดร์

Matthew มัทธิว 25:46 46 And these will go away into eternal punishment, but the righteous into eternal life.”

46 และพวกเหล่านี้จะต้องออกไปรับโทษอยู่เป็นนิตย์   แต่ผู้ชอบธรรมจะเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์”

With the same Greek word used to refer to both “punishment” and “life,” it is clear that both the wicked and the righteous have an eternal/immortal soul.
ด้วยคำภาษากรีกเดียวกับที่ใช้ในการอ้างถึง ทั้ง "การลงโทษ " และ " ชีวิต " มันเป็นที่ชัดเจนว่า ทั้งคนชั่วและคนชอบธรรม มีจิตใจเป็นอมตะนิรันดร์


The unmistakable teaching of the Bible is that all people, whether they are saved or lost, will exist eternally, in either heaven or hell.

คำสอนที่ไม่ผิดพลาดของพระคัมภีร์ คือว่าทุกคน  ไม่ว่าพวกเขาจะรอดแล้ว หรือหลงหาย จะดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ ทั้งใน สวรรค์ หรือ นรก

True life or spiritual life does not cease when our fleshly bodies pass away in death.

ชีวิตจริงหรือชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณไม่สินสุดลง เมื่อร่างกายฝ่ายเนื้อหนังของเราตายไป

Our souls will live forever, either in the presence of God in heaven if we are saved, or in punishment in hell if we reject God’s gift of salvation.

จิตใจของเราจะอยู่ตลอดไป  ทั้งต่อพระพักตร์ของพระเจ้าในสวรรค์ ถ้าเรารอดแล้ว หรือในการลงโทษในนรกถ้าเราปฏิเสธของประทานแห่งความรอดจากพระเจ้า

In fact, the promise of the Bible is that not only will our souls live forever, but also that our bodies will be resurrected.

แท้จริง พระสัญญาของพระคัมภีร์  คือว่าไม่ เพียง แต่จิตใจของเราอยู่ตลอดนิรันดร์ แต่ว่าร่างกายของเราจะได้รับการ ฟื้นขึ้นมาใหม่

This hope of a bodily resurrection is at the very heart of the Christian faith

ความหวังในการฟื้นร่างกายขึ้นใหม่นี้เป็นหัวใจของศาสนาคริสต์

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:12-19 12 Now if Christ is proclaimed as raised from the dead, how can some of you say that there is no resurrection of the dead?

12 ถ้าเราเทศนาว่าพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาแล้ว   เหตุใดพวกท่านบางคนยังกล่าวว่า   การฟื้นขึ้นมาจากตายไม่มี

13 But if there is no resurrection of the dead, then not even Christ has been raised.

13 ถ้าการฟื้นขึ้นมาจากตายไม่มี   พระคริสต์ก็หาได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาไม่

14 And if Christ has not been raised, then our preaching is in vain and your faith is in vain.

14 ถ้าพระคริสต์มิได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมา   การเทศนาของเรานั้นก็ไม่มีหลัก   ทั้งความเชื่อของท่านทั้งหลายก็ไม่มีหลักด้วย

15 We are even found to be misrepresenting God, because we testified about God that he raised Christ, whom he did not raise if it is true that the dead are not raised.

15 และก็จะปรากฏว่าเราอ้างพยานเท็จในเรื่องพระเจ้า   เพราะเราอ้างพยานว่าพระองค์ได้ทรงชุบพระคริสต์ให้เป็นขึ้นมา   แต่ถ้าคนตายไม่ถูกทรงชุบให้เป็นขึ้นมาแล้ว   พระองค์ก็ไม่ได้ทรงชุบพระคริสต์ให้เป็นขึ้นมา

16 For if the dead are not raised, not even Christ has been raised.

16 เพราะว่าถ้าการชุบให้เป็นขึ้นมาไม่มี   พระคริสต์ก็ไม่ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมา

17 And if Christ has not been raised, your faith is futile and you are still in your sins.

17 และถ้าพระคริสต์ไม่ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมา   ความเชื่อของท่านก็ไร้ประโยชน์   ท่านก็ยังตกอยู่ในบาปของตน

18 Then those also who have fallen asleep in Christ have perished.

18 และคนทั้งหลายที่ล่วงหลับในพระคริสต์ก็พินาศไปด้วย

19 If in this life only we have hoped in Christ, we are of all people most to be pitied.

19 ถ้าในชีวิตนี้   พวกเราซึ่งอยู่ในพระคริสต์มีแต่ความหวังเท่านั้น   เราก็เป็นพวกที่น่าสังเวชที่สุดในบรรดาคนทั้งปวง  

While all souls are immortal, it is important to remember that we are not eternal in the same way that God is.

ในขณะที่ทุกคนมีจิตใจที่เป็นอมตะ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้ว่า เราไม่ด้ำรงอยู่นิจนิรันดร์เหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงเป็น

God is the only truly eternal being in that He alone is without a beginning or end.

พระเจ้าทรงเป็นองค์อมตะนิรันดร์อย่างแท้จริง   ทรงเป็นองค์เดียวที่โดยไม่ต้องจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุด

God has always existed and will always continue to exist.

พระเจ้าได้ทรง ดำรงอยู่ เสมอและจะยังคงดำรงอยู่ต่อไป

All other creatures, whether they are human or angelic, are finite in that they had a beginning.

สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น มนุษย์หรือทูตสวรรค์  มีข้อจำกัดที่ว่าพวกเขามีจุดเริ่มต้น

While our souls will live forever once we come into being, the Bible does not support the concept that our souls have always existed.

ในขณะที่จิตใจของเราจะอยู่ตลอดไปทันทีทีเราถือกำเนิดมา   ไม่มีข้อพระคัมภีร์ใดสนับสนุน แนวคิดที่ว่า จิตใจของเราดำรงอยู่ เสมอ

Our souls are immortal, as that is how God created them, but they did have a beginning; there was a time they did not exist.

จิตใจของเราเป็นอมตะ เป็นที่เป็นวิธีที่พระเจ้าทรงสร้างมันมา  แต่มันก็มีจุดเริ่มต้น มันมีช่วงเวลาที่ จิตใจไม่ดำรงอยู่แล้ว


www.gotquestions.org/Thai     

 

Replacement Theology and Souls Immortal

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top