Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, July 17, 2015

 

Question:  What is the abomination of desolation?

คำถาม : อะไรเป็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนอันเป็นต้นเหตุของวิบัติ 

Answer:  The phrase “abomination of desolation” refers to Matthew 24:15

คำตอบ:  วลี " สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนอันเป็นต้นเหตุของวิบัติ  " กล่าวใน มัทธิว 24:15  

This is referring to Daniel 9:27,

ดาเนียล 9:27 กล่าวอ้างดังนี้

27 And he shall make a strong covenant with many for one week, and for half of the week he shall put an end to sacrifice and offering. And on the wing of abominations shall come one who makes desolate, until the decreed end is poured out on the desolator.”

27 ท่านจะทำพันธสัญญาเข้มแข็งกับคนเป็นอัน มากอยู่หนึ่งสัปตะ  ท่านจะกระทำให้การถวายสัตวบูชา  และเครื่องบูชาอื่นๆ หยุดไปครึ่งสัปตะ ผู้ที่จะกระทำให้เกิดความวิบัตินั้น  จะมาบนปีกของสิ่งน่าสะอิดสะเอียน   จนความอวสานที่ได้กำหนดไว้จะถูก เทลงเหนือผู้กระทำให้เกิดความวิบัตินั้น”

In 167 B.C. a Greek ruler by the name of Antiochus Epiphanies set up an altar to Zeus over the altar of burnt offerings in the Jewish temple in Jerusalem.

ในปี 167 ก่อนคริสตกาล ผู้ปกครองกรีกชื่อว่า  แอนติโอคัส เอพิฟานี่ส์ ก่อตั้งแท่นบูชาต่อพระเซอุส เพื่อเผาเครื่องเผาบูชาในวิหารชาวยิวในกรุงเยรูซาเล็ม

He also sacrificed a pig on the altar in the Temple in Jerusalem.

นอกจากนี้เขายังถวายหมูบนแท่นบูชาในวิหารในกรุงเยรูซาเล็ม

This event is known as the abomination of desolation.
เหตุการณ์นี้เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนอันเป็นต้นเหตุของวิบัติ

In Matthew 24:15, Jesus was speaking some 200 years after the abomination of desolation described above had already occurred.

ใน มัทธิว 24:15 พระเยซูกำลังตรัสว่า ราว 200 ปีหลังจากสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของการเกิดวิบัติที่อธิบายข้างต้นได้ เกิดขึ้นแล้ว

15 “So when you see the abomination of desolation spoken of by the prophet Daniel, standing in the holy place (let the reader understand),

15 “เหตุฉะนั้นเมื่อท่านทั้งหลายเห็นสิ่งอันน่าสะอิดสะเอียน   ซึ่งกระทำให้เกิดความวิบัติ   ตามพระวจนะที่ตรัสโดยดาเนียลผู้เผยพระวจนะนั้นตั้งอยู่ในสถานบริสุทธิ์   (ให้ผู้อ่านเข้าใจเอาเถิด)

So, Jesus must have been prophesying that some time in the future another abomination of desolation would occur in a Jewish temple in Jerusalem.

ดังนั้น พระเยซูคงต้องได้ทำนายไว้ว่า  วันหน้าในอนาคต บางสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนอันเป็นต้นเหตุของวิบัติ  จะเกิดขึ้นในวิหารของชาวยิวในกรุงเยรูซาเล็ม

Most Bible prophecy interpreters believe that Jesus was referring to the Antichrist who will do something very similar to what Antiochus Epiphanies did.

คำทำนายในพระคัมภีร์ส่วนใหญ่  ผู้แปลคำทำนายเชื่อว่าพระเยซูทรงหมายถึงพวกปฏิปักษ์พระคริสต์ ผู้ที่จะทำบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกันมากกับสิ่งที่ อันติโอคัส เอพิฟานี่ส์ ได้กระทำ

This is confirmed by the fact that some of what Daniel prophesied in Daniel 9:27 did not occur in 167 B.C. with Antiochus Epiphanies.

นี่คือการยืนยันจากข้อเท็จจริงที่ว่าบางอย่างที่ดาเนียลพยากรณ์ไว้ ใน ดาเนียล 9:27 ไม่ได้เกิดขึ้นกับอันติโอคัส เอพิฟานี่ส์ ใน 167 ปีก่อนคริสตกาล

Antiochus did not confirm a covenant with Israel for seven years.

อันติโอคัส ไม่ได้ยืนยันพันธสัญญากับอิสราเอลเป็นเวลาเจ็ดปี

It is the Antichrist who, in the end times, will establish a covenant with Israel for seven years and then break it by doing something similar to the abomination of desolation in the Jewish temple in Jerusalem.
ในยุคสุดท้าย พวกปฏิปักษ์พระคริสต์จะตั้งพันธสัญญากับอิสราเอลเป็นเวลาเจ็ดปี แล้วทำลายสัญญานั้นด้วยการทำบางสิ่งที่คล้ายกับสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของการเกิดความวิบัติ ในวิหารของชาวยิวในกรุงเยรูซาเล็ม
Whatever the future abomination of desolation is, it will leave no doubt in anyone’s mind that the one perpetrating it is the person known as the Antichrist.

สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของการเกิดวิบัติในอนาคตจะเป็นอะไรก็ตาม    มันจะไม่ทิ้งข้อสงสัยไว้ในใจของใครสักคน ว่าบุคคลใดที่กระทำสิ่งชั่วร้าย   มันเป็นคนที่รู้จักกันว่าคือปฏิปักษ์พระคริสต์

Revelation 13:14 describes him making some kind of image which all are forced to worship.

วิวรณ์ 13:14 บรรยายว่ามันทำรูปเคารพบางอย่างที่ทุกคนถูกบังคับให้เคารพบูชา 

14 and by the signs that it is allowed to work in the presence of the beast it deceives those who dwell on earth, telling them to make an image for the beast that was wounded by the sword and yet lived.

14 มันล่อลวงคนทั้งหลายที่อยู่ในโลกด้วยหมายสำคัญนั้น   ซึ่งทรงยอมให้มันกระทำต่อหน้าสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้น   และมันสั่งให้คนทั้งหลายที่แผ่นดินโลก   สร้างรูปจำลองให้แก่สัตว์ร้ายที่ถูกฟันด้วยดาบ   แต่ยังไม่ตายนั้น

Turning the temple of the living God into a place of worship for the Antichrist is truly an “abomination.”

การพลิกวิหารของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ให้เป็นสถานที่บูชาของปฏิปักษ์พระคริสต์แท้จริงเป็น " สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน "

Those who are alive and remain during the tribulation should be watchful and recognize that this event is the beginning of 3 1/2 years of the worst of the tribulation period and that the return of the Lord Jesus is imminent.

บรรดาผู้ที่มีชีวิตอยู่และยังคงอยู่ในยุคแห่งความทุกข์ยากลำเค็ญควรจะเฝ้าระวังและระลึกว่าเหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญ ที่เลวร้ายที่สุด 3 ปีครึ่ง   และจำไว้ว่าการเสด็จกลับมาของพระเยซูเจ้าใกล้เป็นจริงแล้ว

Luke ลูกา 21:36 36 But stay awake at all times, praying that you may have strength to escape all these things that are going to take place, and to stand before the Son of Man.”

36 เหตุฉะนั้นจงเฝ้าอยู่ทุกเวลา   จงอธิษฐานเพื่อท่านทั้งหลายจะมีกำลังที่จะพ้นเหตุการณ์ทั้งปวงซึ่งจะบังเกิดมานั้น   และจะยืนอยู่ต่อหน้าบุตรมนุษย์ได้”  


www.gotquestions.org/Thai      

Bible Survey

การสำรวจพระคัมภีร์


What is a good summary of the Bible?

อะไรคือบทสรุปที่ดีของพระคัมภีร์

What does it mean to survey the Bible?

การสำรวจพระคัมภีร์หมายความว่าอะไร

A good summary / survey of the Bible is difficult to achieve.

บทสรุปที่ดี / การสำรวจพระคัมภีร์เป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จ

The Bible is comprised of 2 testaments, 66 different books, 1189 chapters, 31173 verses, and 773,692 words.

พระคัมภีร์ประกอบด้วยพันธสัญญา 2 ฉบับ  พระธรรมที่แตกต่างกัน 66 เล่ม มี 1,189 บทข้อพระคัมภีร์ 31,173 ข้อ และคำ 773,692 คำ

The different books of the Bible cover different topics and were addressed to different audiences.

พระธรรมต่างๆ แต่ละเล่มในพระคัมภีร์ครอบคลุมหัวเรื่องต่างๆ กันและได้เขียนถึงผู้อ่านแตกต่างกัน

The books of the Bible were written by approximately 40 different men over a period of approximately 1500 years.

พระธรรมในพระคัมภีร์ถูกเขียนขึ้นโดยคนแตกต่างกันประมาณ 40 คน  ในช่วงประมาณ 1,500 ปีที่ผ่านมา

A summary / survey of the entire Bible is therefore a major undertaking.
บทสรุป / การสำรวจพระคัมภีร์ทั้งหมดจึงเป็นการดำเนินงานใหญ่

At the same time, the Holy Spirit was the "inspiring" author of the Bible. God "breathed out" His Word and used the prophets and apostles to write His Word down.

ในเวลาเดียวกัน พระวิญญาณบริสุทธิ์กำลัง "ดลบันดาลใจ" ผู้เขียนพระคัมภีร์ พระเจ้าทรง "ระบายลมปราณออก" เป็นพระวจนะของพระองค์  และทรงใช้พวกศาสดาพยากรณ์และอัครสาวกเขียนบันทึกพระวจนะของพระองค์

2 Timothy 2ทิโมธี 3:16-17 16All Scripture is breathed out by God and profitable for teaching, for reproof, for correction, and for training in righteousness,

16พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และ เป็นประโยชน์ในการสอน   การตักเตือนว่ากล่าว   การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี   และการอบรมในทางธรรม

17that the man of God may be competent, equipped for every good work.

17เพื่อคนของพระเจ้าจะพรักพร้อมที่จะกระทำการดีทุกอย่าง

2 Peter 2 เปโตร 1:21 21For no prophecy was ever produced by the will of man, but men spoke from God as they were carried along by the Holy Spirit.

21เพราะว่าคำของผู้เผยพระวจนะนั้น   ไม่ได้มาจากความคิดในจิตใจของมนุษย์   แต่มนุษย์ได้กล่าวคำซึ่งมาจากพระเจ้า   ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงดลใจเขา

Further, all those who have placed their faith in Jesus Christ have the Holy Spirit indwelling them.

นอกจากนี้ ทุกคนที่ได้วางใจเชื่อในพระเยซูคริสต์มีพระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตในพวกเขา

Romans โรม 8:9 9You, however, are not in the flesh but in the Spirit, if in fact the Spirit of God dwells in you. Anyone who does not have the Spirit of Christ does not belong to him.

9ถ้าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงสถิตอยู่ในท่านทั้งหลายจริงๆแล้ว   ท่านก็มิได้อยู่ใต้เนื้อหนังแต่อยู่ใต้พระวิญญาณ   ผู้ใดไม่มีพระวิญญาณของพระคริสต์   ผู้นั้นก็ไม่เป็นของพระองค์

1 Corinthians 1โครินธ์ 12:13 13For in one Spirit we were all baptized into one body—Jews or Greeks, slaves or free—and all were made to drink of one Spirit.

13เพราะว่าถึงเราจะเป็นพวกยิว   หรือพวกกรีก   เป็นทาสหรือมิใช่ทาสก็ตาม   เราทั้งหลายได้รับบัพติศมาโดยพระวิญญาณองค์เดียวเข้าเป็นกายเดียวกัน   และพระวิญญาณองค์เดียวนั้นซาบซ่านอยู่  

The Holy Spirit desires to help us to understand the Bible.

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงปรารถนาที่จะช่วยให้เราเข้าใจพระคัมภีร์

1 Corinthians 1โครินธ์ 2:10-16 10these things God has revealed to us through the Spirit. For the Spirit searches everything, even the depths of God.

10พระเจ้าได้ทรงสำแดงสิ่งเหล่านั้นแก่เราทางพระวิญญาณ   เพราะว่าพระวิญญาณทรงหยั่งรู้ทุกสิ่งแม้เป็นความล้ำลึกของพระเจ้า

11For who knows a person's thoughts except the spirit of that person, which is in him? So also no one comprehends the thoughts of God except the Spirit of God.

11อันความคิดของมนุษย์นั้น   ไม่มีผู้ใดหยั่งรู้ได้   เว้นแต่จิตวิญญาณของมนุษย์ผู้นั้นเองฉันใด   พระดำริของพระเจ้าก็ไม่มีใครหยั่งรู้ได้   เว้นแต่พระวิญญาณของพระเจ้าฉันนั้น

12Now we have received not the spirit of the world, but the Spirit who is from God, that we might understand the things freely given us by God.

12เราทั้งหลายไม่ได้รับวิญญาณของโลก   แต่ได้รับพระวิญญาณซึ่งมาจากพระเจ้า   เพื่อเราทั้งหลายจะได้รู้ถึงสิ่งต่างๆ   ที่พระเจ้าได้ทรงโปรดประทานแก่เรา

13And we impart this in words not taught by human wisdom but taught by the Spirit, interpreting spiritual truths to those who are spiritual.

13เรากล่าวถึงเรื่องสิ่งเหล่านี้   ด้วยถ้อยคำซึ่งมิใช่ปัญญาของมนุษย์สอนไว้   แต่ด้วยถ้อยคำซึ่งพระวิญญาณได้ทรงสั่งสอน   คือเราได้อธิบายความหมายของเรื่องฝ่ายวิญญาณ   ให้คนที่มีพระวิญญาณฟัง  

14The natural person does not accept the things of the Spirit of God, for they are folly to him, and he is not able to understand them because they are spiritually discerned.

14แต่มนุษย์ธรรมดาจะรับสิ่งเหล่านั้น   ซึ่งเป็นของพระวิญญาณแห่งพระเจ้าไม่ได้   เพราะเขาเห็นว่าเป็นสิ่งโง่เขลา   และเขาไม่สามารถเข้าใจได้   เพราะว่าจะเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ก็ต้องสังเกตด้วยวิญญาณ

15The spiritual person judges all things, but is himself to be judged by no one.

15แต่มนุษย์ฝ่ายวิญญาณวิจัยสิ่งสารพัดได้   แต่ไม่มีผู้ใดจะวิจัยใจคนนั้นได้

16“For who has understood the mind of the Lord so as to instruct him?” But we have the mind of Christ.

16เพราะว่า ใครเล่ารู้จักพระทัยของพระเจ้าเพื่อจะแนะนำสั่งสอนพระองค์ได้ แต่เราก็มีพระทัยของพระคริสต์
The purpose of our Bible summary / survey section is to give a basic background of each book of the Bible.

จุดประสงค์ของบทสรุปพระคัมภีร์ของเรา / ภาคการสำรวจ    คือการให้ภูมิหลังพื้นฐานของพระธรรมแต่ละเล่มในพระคัมภีร์

For each book of the Bible, the author, date of writing, purpose of writing, key verses, and a brief summary will be given.

สำหรับพระธรรมแต่ละเล่มในพระคัมภีร์ได้แสดง  ผู้ประพันธ์  วันที่เขียน   จุดประสงค์ของการเขียน  ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ  และบทสรุปสั้น ๆ

We sincerely hope that our Bible summary / survey section will help you to understand the Bible better, and will encourage you to study the Bible in a more in-depth manner.

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทสรุปพระคัมภีร์ของเรา / ภาคการสำรวจจะช่วยให้คุณเข้าใจพระคัมภีร์ดีขึ้น   และจะส่งเสริมให้คุณศึกษาพระคัมภีร์ในลักษณะเชิงลึกยิ่งขึ้น

www.gotquestions.org/Thai Old Testament Survey

วลีหลัก: การสำรวจพันธสัญญาเดิม


Can you give me a summary of the Old Testament?

คำอธิบายที่สำคัญ: คุณสามารถให้บทสรุปพันธสัญญาเดิมแก่ฉันได้ไหม

What is a good way to survey the books of the Old Testament?

วิธีที่ดีในการสำรวจพระธรรมหลายฉบับในพันธสัญญาเดิมคืออะไร

The Old Testament is divided into five sections: the Pentateuch (Genesis through Deuteronomy), the historical books (Joshua through Esther), the poetic books (Job through Song of Solomon), the Major Prophets (Isaiah through Daniel), and the Minor Prophets (Hosea through Malachi).

พันธสัญญาเดิมแบ่งออกเป็นห้าหมวด (ปฐมกาลถึงเฉลยธรรมบัญญัติ) หมวดประวัติศาสตร์ (โยชูวาถึงเอสเธอร์) หมวดบทกวีนิพนธ์ (โยบถึงบทเพลงโซโลมอน)หมวดผู้เผยพระวจนะใหญ่ (อิสยาห์ถึงดาเนียล) และหมวดผู้เผยพระวจนะน้อย (โฮเซยาถึงมาลาคี)

The Old Testament was written from approximately 1400 B.C. to approximately 400 B.C. The Old Testament was written primarily in Hebrew, with a few small sections written in Aramaic (essentially a variation of Hebrew).
พันธสัญญาเดิมถูกเขียนขึ้นจากประมาณปี 1,400 ก่อนคริสตกาล จนถึงประมาณปี  400 ก่อนคริสตกาล พันธสัญญาเดิมเขียนเป็นภาษาฮิบรูเป็นหลัก  บางส่วนเท่านั้นที่เขียนเป็นภาษาอราเมค (ที่รับอิทธิพลจากภาษาฮิบรู)




The Old Testament deals primarily with the relationship between God and the nation of Israel.

พันธสัญญาเดิมส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าและชาติอิสราเอล

The Pentateuch deals with the creation of Israel and God establishing a covenant relationship with Israel.

หมวดเบญจบรรณเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างชนชาติอิสราเอล และพระเจ้าทรงกระทำพันธสัญญากับอิสราเอล

The historical books record Israel's history, its victories and successes along with its defeats and failures.

หมวดประวัติศาสตร์บันทึกประวัติศาสตร์ของอิสราเอล   ชัยชนะและความสำเร็จพร้อมกับความพ่ายแพ้และความล้มเหลวของอิสราเอล

The poetic books give us a more intimate look at God's relationship with Israel and His passion for Israel to worship and obey Him.

หมวดบทกวีนิพนธ์บรรยายให้เราเห็นความสัมพันธ์ของพระเจ้ากับอิสราเอลใกล้ชิดมากขึ้น  และพระเมตตาคุณของพระองค์ที่มีต่ออิสราเอลให้พวกเขานมัสการและเชื่อฟังพระองค์

The prophetic books are God's call to Israel to repent from its idolatry and unfaithfulness and to return to a relationship of obedience and spiritual fidelity.
หมวดผู้เผยพระวจนะเป็นการทรงเรียกของพระเจ้าให้อิสราเอลกลับใจจากรูปเครพและความไม่สัตย์ซื่อ  และให้หันกลับไปมีความสัมพันธ์โดยการเชื่อฟังและมีจิตใจที่จงรักภักดี

Perhaps a better title would be the First Testament.

บางทีให้ชื่อว่าพันธสัญญาแรกอาจจะเป็นชื่อที่ดีกว่า


The word "old" tends to give the idea of "outdated" or "not-relevant."

คำว่า "เดิม" มีแนวโน้มที่จะให้ความคิดของ "ล้าสมัย" หรือ "ไม่เกี่ยวข้อง."

That could not be further from the truth.

นั่นไม่ควรจะห่างไกลจากความจริง

A survey of the Old Testament is a worthwhile and spiritually-enriching endeavor.

การสำรวจพันธสัญญาเดิมเป็นความพยายามที่คุ้มค่าและสร้างจิตวิญญาณที่สมบูรณ์

We sincerely hope you find our Old Testament Survey beneficial in your walk with Christ.

เราหวังว่าคุณจะพบว่าการสำรวจพันธสัญญาเดิมของเรา  เป็นประโยชน์ในการที่คุณจะเดินไปกับพระคริสต์

www.gotquestions.org/Thai New Testament Survey

การสำรวจพันธสัญญาใหม่


Can you give me a summary of the New Testament?

คำอธิบายที่สำคัญ: คุณสามารถให้ข้อสรุปพันธสัญญาใหม่แก่ฉันได้ไหม

What is a good way to survey the books of the New Testament?

วิธีที่ดีในการสำรวจพระธรรมหลายฉบับในพันธสัญญาใหม่คืออะไร?

The New Testament is divided into five sections: the Gospels (Matthew through John), history (the book of Acts), the Pauline Epistles (Romans through Philemon), the General Epistles (Hebrews through Jude), and prophecy (the book of Revelation).

พันธสัญญาใหม่แบ่งออกเป็นห้าหมวด: หมวดพระกิตติคุณ (มัทธิว ถึงยอห์น) หมวดประวัติศาสตร์ (พระธรรมกิจการ) หมวดจดหมายของเปาโล (โรมถึงฟิเลโมน) หมวดจดหมายทั่วไป (ฮีบรูถึงยูดา) และหมวดคำพยากรณ์ (พระธรรมวิวรณ์ )

The New Testament was written from approximately A.D. 45 to approximately A.D. 95. The New Testament was written in Koine Greek (common Greek, the everyday form of the Greek language in the first century A.D.)
พันธสัญญาใหม่เขียนขึ้นจากประมาณ ค.ศ. 45 ถึงประมาณค.ศ. 95  พันธสัญญาใหม่เขียนขึ้นเป็นภาษากรีกโคอีน (ภาษากรีกทั่วไป รูปแบบภาษากรีกที่ใช้ทุกวันในศตวรรษแรก)

The Gospels give us four different, yet not conflicting, accounts of the birth, life, ministry, death, and resurrection of Jesus Christ.

หมวดพระกิตติคุณแบ่งออกเป็นสี่เล่มแตกต่างกัน   แต่ไม่ได้ขัดแย้งกัน   เรื่องราวการบังเกิด  ชีวิต, พันธกิจรับใช้  การสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์

The Gospels demonstrate how Jesus was the promised Messiah of the Old Testament and lay the foundation for the teaching of the rest of the New Testament.

หมวดพระกิตติคุณแสดงให้เห็นว่าพระเยซูทรงเป็นพระเมสสิยาห์ตามพระสัญญาในพันธสัญญาเดิม    และเป็นพื้นฐานสำหรับคำสอนของพระธรรมอื่นที่เหลือในพันธสัญญาใหม่

The book of Acts records the deeds of Jesus' apostles, the men Jesus sent out into the world to proclaim the Gospel of salvation.

พระธรรมกิจการบันทึกการรับใช้ของอัครสาวกของพระเยซู     คนงานที่พระเยซูทรงส่งออกไปทั่วโลกเพื่อประกาศข่าวประเสริฐแห่งความรอด

Acts tells us of the beginning of the church and its rapid growth in the first century A.D.

พระธรรมกิจการบอกให้เราทราบการเริ่มต้นของคริสตจักรและการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในศตวรรษแรก

The Pauline Epistles, written by the Apostle Paul, are letters to specific churches - giving official Christian doctrine and the practice that should follow that doctrine.

หมวดจดหมายของเปาโลเขียนโดยอัครสาวกเปาโล   เป็นจดหมายฝากถึงคริสตจักรที่เฉพาะเจาะจง – ให้หลักศาสนาคริสต์อย่างเป็นทางการ  และการประพฤติที่ควรปฏิบัติตามหลักคำสอนที่ว่า

The General Epistles compliment the Pauline Epistles with additional teaching and application.

หมวดจดหมายทั่วไปยกย่องชมเชยจดหมายฝากของเปาโล พร้อมกับคำสอนเพิ่มเติมและการนำไปประยุกต์ใช้

The book of Revelation prophesies the events that will occur in the end times.
พระธรรมวิวรณ์พยากรณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จะสิ้นยุค
A survey of the New Testament is a powerful and rewarding study

การสำรวจพันธสัญญาใหม่เป็นการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าแก่การเรียนรู้


The New Testament tells us of Jesus' death on the cross on our behalf - and what our response should be to His death.

พันธสัญญาใหม่บอกเราเรื่องการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนกางเขนเพื่อเรา – และสิ่งที่เราควรตอบสนองต่อการสิ้นพระชนม์ของพระองค์


The New Testament focuses on giving solid Christian teaching along with the practical results that should follow that teaching.

พันธสัญญาใหม่มุ่งเน้นให้คำสอนคริสเตียนที่แข็งแรง  พร้อมกับผลการประพฤคิที่ควรทำตามคำสอน

We sincerely hope you find our New Testament Survey beneficial in your walk with Christ.

เราหวังว่าคุณจะพบว่าการสำรวจพันธสัญญาใหม่ของเรา  เป็นประโยชน์ในการที่คุณจะเดินไปกับพระคริสต์

www.gotquestions.org/Thai

Abomination of Desolation Bible , OT and NT Survey

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top