Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Thursday, July 23, 2015

 

Book of Joshua

พระธรรมโยชูวา


Can you summarize the Book of Joshua? What is the Book of Joshua all about?

คำอธิบายสำคัญ: คุณสามารถสรุปพระธรรมโยชูวาได้ไหม พระธรรมโยชูวาทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องอะไร


Author: The Book of Joshua does not explicitly name its author.

ผู้ประพันธ์: พระธรรมโยชูวาไม่ระบุชื่อผู้ประพันธ์ชัดเจน

More than likely Joshua the son of Nun, the successor of Moses as leader over Israel, penned much of this book.

พระธรรมเล่มนี้เป็นไปได้มากว่าเขียนโดยโยชูวาบุตรนูน   ผู้สืบทายาทของโมเสสเป็นผู้นำอิสราเอล The latter part of the book was written by at least one other person after the death of Joshua.

ตอนหลังของพระธรรมเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นโดยอย่างน้อยคนอื่นอีกคนหลังจากโยชูวาตายไป

It is also possible that several sections were edited / compiled following Joshua's death.
นอกจากนี้ยังเป็นไปได้ว่าหลายตอนถูกแก้ไข / รวบรวมต่อไปหลังโยชูวาตายไปแล้ว


Date of Writing: The Book of Joshua was likely written between 1400 and 1370 B.C.
วันที่เขียน: พระธรรมโยชูวาน่าจะเขียนขึ้นระหว่าง 1,400 และ 1,370 ปีก่อนคริสตกาล


Purpose of Writing: The Book of Joshua provides an overview of the military campaigns to conquer the land area that God had promised.

จุดประสงค์ของการเขียน: พระธรรมโยชูวาได้ให้ภาพรวมของการรณรงค์กองทหารรบเพื่อพิชิตแผ่นดินที่พระเจ้าทรงสัญญา

Following the exodus from Egypt and the subsequent forty years of the wilderness wanderings, the newly-formed nation is now poised to enter the Promised Land, conquer the inhabitants, and occupy the territory.

หลังจากเดินทางอพยพออกจากอียิปต์และท่องวนไปเวียนมาอยู่สี่สิบปีในถิ่นทุรกันดาร ชนชาติใหม่ที่เกิดขึ้นขณะนี้ได้เข้าตั้งรกรากในดินแดนแห่งพระสัญญา   พิชิตพลเมืองที่เดิมอยู่ก่อนแล้วและเข้าครอบครองดินแดนนั้น

The overview that we have here gives abbreviated and selective details of many of the battles and the manner in which the land was not only conquered, but how it was divided into tribal areas.
ภาพรวมที่นี่ให้รายละเอียดการสู้รบหลายครั้งที่ทำให้สั้นลงและเลือกเฟ้นมา และวิธีการกระทำที่ไม่เพียงแต่ได้แผ่นดินมาครอบครอง  แต่วิธีที่ดินแดนนั้นถูกแบ่งออกเป็นเขตของเผ่าต่างๆ

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Joshuaโยชูวา 1:6-9 6Be strong and courageous, for you shall cause this people to inherit the land that I swore to their fathers to give them.

6จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด   เพราะเจ้าจะกระทำให้ชนชาตินี้รับแผ่นดินนั้นเป็นมรดก   ซึ่งเราปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของเขาทั้งหลายว่าจะยกให้เขา

7Only be strong and very courageous, being careful to do according to all the law that Moses my servant commanded you. Do not turn from it to the right hand or to the left, that you may have good success wherever you go.

7เพียงแต่จงเข้มแข็งและกล้าหาญยิ่งเถิด   ระวังที่จะกระทำตามธรรมบัญญัติทั้งหมด   ซึ่งโมเสสผู้รับใช้ของเราได้บัญชาเจ้าไว้นั้น   อย่าหลีกเลี่ยงจากธรรมบัญญัตินั้นไปทางขวามือหรือทางซ้าย   เพื่อว่าเจ้าจะไปในถิ่นฐานใดเจ้าจะได้รับความสำเร็จอย่างดี

8This Book of the Law shall not depart from your mouth, but you shall meditate on it day and night, so that you may be careful to do according to all that is written in it. For then you will make your way prosperous, and then you will have good success.

8อย่าให้หนังสือธรรมบัญญัตินี้ห่างเหินไปจากปากของเจ้า   แต่เจ้าจงตรึกตรอง ตามนั้นทั้งกลางวันและกลางคืน   เพื่อเจ้าจะได้ระวังที่จะกระทำตามข้อความที่เขียนไว้นั้นทุกประ การ   แล้วเจ้าจะมีความจำเริญและเจ้าจะสำเร็จผลเป็นอย่างดี

9Have I not commanded you? Be strong and courageous. Do not be frightened, and do not be dismayed, for the LORD your God is with you wherever you go.”

9เราสั่งเจ้าไว้แล้วมิใช่หรือว่าจงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด   อย่าตกใจหรือคร้ามกลัวเลย   เพราะว่าเจ้าไปในถิ่นฐานใด   พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าทรงสถิตกับเจ้า”  
Joshua โยชูวา 24:14-15 14“Now therefore fear the LORD and serve him in sincerity and in faithfulness. Put away the gods that your fathers served beyond the River and in Egypt, and serve the LORD.

14“เหตุฉะนั้น   จงยำเกรงพระเจ้าและปรนนิบัติพระองค์ด้วยความจริงใจ   และด้วยความซื่อสัตย์   จงทิ้งพระเหล่านั้นซึ่งบรรพบุรุษของ ท่านได้เคยปรนนิบัติที่ฟากตะวันออกของแม่น้ำและในอียิปต์เสีย   และท่านทั้งหลายจงปรนนิบัติพระเจ้า

15And if it is evil in your eyes to serve the LORD, choose this day whom you will serve, whether the gods your fathers served in the region beyond the River, or the gods of the Amorites in whose land you dwell. But as for me and my house, we will serve the LORD.”

15และถ้าท่านไม่เต็มใจที่จะปรนนิบัติพระเจ้า ท่านทั้งหลายจงเลือก เสียในวันนี้ว่าท่านจะปรนนิบัติผู้ใด   จะปรนนิบัติพระซึ่งบรรพบุรุษ ของท่านปรนนิบัติอยู่ในท้องถิ่นฟากตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรติส   หรือของคนอาโมไรต์ในแผ่นดินซึ่งท่านอาศัยอยู่   แต่ส่วนข้าพเจ้าและครอบครัวของข้าพเจ้าเราจะปรนนิบัติพระเจ้า”  


Brief Summary: The Book of Joshua continues the story of the Israelites after the exodus from Egypt.

บทสรุปย่อ: พระธรรมโยชูวายังคงเล่าเรื่องราวของชาวอิสราเอลต่อไปหลังจากอพยพออกจากอียิปต์

The book chronicles the approximately 20 years of Joshua’s leadership of the people after Moses anointed him at the end of Deuteronomy.

พระธรรมเล่มนี้บันทึกประวัติศาสตร์ที่โยชูวาเป็นผู้นำประชาชนประมาณ 20 ปีหลังจากโมเสสได้เจิมแต่งตั้งเขาในตอนท้ายของพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ

The twenty-four chapter divisions of the Book of Joshua can be summarized as follows.
พระธรรมโยชูวายี่สิบสี่บทสามารถสรุปเรื่องราวได้ดังต่อไปนี้
Chapters 1-12: Entering and conquering the Promised Land.
บทที่ 1-12: การเข้าไปและครอบครองดินแดนแห่งพระสัญญา

Chapters 13-22: Instructions for distributing the portions of the Promised Land.
บทที่ 13-22: คำแนะนำสั่งสอนเรื่องการแบ่งสรรปันส่วนดินแดนแห่งพระสัญญา

Chapters 23-24: Joshua’s farewell address
บทที่ 23-24: บทกล่าวอำลาของโยชูวา


Foreshadowings: The story of Rahab the harlot and her great faith in the God of the Israelites gives her a place with those honored for their faith.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: เรื่องราวของนางราหับหญิงแพศยาและความเชื่อที่ยึดมั่นในพระเจ้าของอิสราเอล  ทำให้เธอเป็นผู้ที่ได้รับเกียรติยกย่องด้านความเชื่อ

Hebrews ฮีบรู 11:31 31By faith Rahab the prostitute did not perish with those who were disobedient, because she had given a friendly welcome to the spies.

31เพราะความเชื่อ ราหับหญิงแพศยาจึงมิได้พินาศไปพร้อมกับคนเหล่านั้นที่มิได้เชื่อ   เพราะนางได้ต้อนรับคนสอดแนมเป็นอย่างดี  

Hers is a story of God’s grace to sinners and salvation by faith alone.

เรื่องราวของเธอเกี่ยวกับพระคุณของพระเจ้าเพื่อคนบาป  และการได้รับความรอดโดยความเชื่อเท่านั้น

Most importantly, by God’s grace she was in the Messianic line.

สิ่งสำคัญที่สุดคือเป็นพระคุณของพระเจ้าที่เธออยู่ในเชื้อสายของพระเมสสิยาห์

Matthew มัทธิว 1:5 5and Salmon the father of Boaz by Rahab, and Boaz the father of Obed by Ruth, and Obed the father of Jesse,

5สัลโมนมีบุตรชื่อโบอาสเกิดจากนางราหับ   โบอาสมีบุตรชื่อโอเบดเกิดจากนางรูธ   โอเบดมีบุตรชื่อเจสซี 

One of the ceremonial rituals of Joshua 5 find its perfect fulfillment in the New Testament.

พิธีกรรมอย่างหนึ่งในพระธรรมโยชูวาบทที่ 5 สำเร็จครบบริบูรณ์ในพันธสัญญาใหม่

Describing God’s commandment that those who were born in the wilderness were to be circumcised when they came into the Promised Land.

อธิบายพระบัญชาของพระเจ้าว่า  บรรดาคนที่เกิดในถิ่นทุรกันดารจะต้องเข้าสุหนัตเมื่อพวกเขาเข้าสู่ดินแดนแห่งพระสัญญา

Joshua โยชูวา 5:1-9 1As soon as all the kings of the Amorites who were beyond the Jordan to the west, and all the kings of the Canaanites who were by the sea, heard that the LORD had dried up the waters of the Jordan for the people of Israel until they had crossed over, their hearts melted and there was no longer any spirit in them because of the people of Israel.

1เมื่อกษัตริย์ของคนอาโมไรต์ซึ่งอยู่ฟากจอร์แดนข้างตะวันตก   และบรรดากษัตริย์ของคนคานาอันซึ่งอยู่ใกล้ทะเล   ได้ยินว่าพระเจ้าทรงบันดาลให้น้ำในจอร์แดนแห้งไป เพื่อคนอิสราเอลให้เขาข้ามฟากไปได้หมดแล้ว   จิตใจของเขาก็กลัวไม่มีกำลังใจในตัวอีกต่อไปเหตุเพราะคนอิสราเอล  

2At that time the LORD said to Joshua, “Make flint knives and circumcise the sons of Israel a second time.”

2คราวนั้นพระเจ้าตรัสกับโยชูวาว่า   “จงทำมีดด้วยหินคมและให้คนอิสราเอลเข้าสุหนัตเป็นครั้งที่สอง”

3So Joshua made flint knives and circumcised the sons of Israel at Gibeath-haaraloth.

3โยชูวาจึงทำมีดหินและให้คนอิสราเอลเข้าสุหนัต ที่กิเบอัธหะอาราโลท

4And this is the reason why Joshua circumcised them: all the males of the people who came out of Egypt, all the men of war, had died in the wilderness on the way after they had come out of Egypt.

4นี่แหละเป็นเหตุซึ่งโยชูวาให้เขาเข้าสุหนัต   ในบรรดาประชาชนผู้ออกมาจากอียิปต์   พวกผู้ชายคือทหารทั้งหมดสิ้นชีวิตเสียตามทางในถิ่นทุรกันดาร หลังจากที่ออกจากอียิปต์

5Though all the people who came out had been circumcised, yet all the people who were born on the way in the wilderness after they had come out of Egypt had not been circumcised.

5แม้ว่าประชาชนผู้ออกมาเหล่านั้นได้เข้าสุหนัตหมดทุกคนแล้ว   แต่ประชาชนที่เกิดมาใหม่ตามทางที่ในถิ่นทุรกันดาร หลังจากที่ออกมาจากอียิปต์นั้นยังไม่ได้เข้าสุหนัต

6For the people of Israel walked forty years in the wilderness, until all the nation, the men of war who came out of Egypt, perished, because they did not obey the voice of the LORD; the LORD swore to them that he would not let them see the land that the LORD had sworn to their fathers to give to us, a land flowing with milk and honey.

6เพราะว่าคนอิสราเอลเดินทางสี่สิบปีอยู่ ในถิ่นทุรกันดารจนประชาชาติทั้งสิ้น   คือทหารที่ออกมาจากอียิปต์สิ้นชีวิตเสียหมด   เพราะเขามิได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า   ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงปฏิญาณกับเขาว่า   พระองค์จะไม่ทรงยอมให้เขาเห็นแผ่นดิน   ซึ่งพระเจ้าได้ปฏิญาณแก่บรรพบุรุษว่าจะประทานแก่เราทั้งหลาย   เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์

7So it was their children, whom he raised up in their place that Joshua circumcised. For they were uncircumcised, because they had not been circumcised on the way.

7แต่บุตรของเขาซึ่งพระองค์ทรงให้แทนเขานั้น   โยชูวาก็ได้ให้เข้าสุหนัตเพราะว่าเขายังไม่เข้าสุหนัต   เพราะว่าเขาไม่เคยได้รับเมื่อมาตามทาง  

8When the circumcising of the whole nation was finished, they remained in their places in the camp until they were healed.

8เมื่อได้ให้ประชาชาติเข้าสุหนัตเสร็จหมดแล้ว   เขาก็พักอยู่ในค่ายจนกว่าจะหายเป็นปกติ

9And the LORD said to Joshua, “Today I have rolled away the reproach of Egypt from you.” And so the name of that place is called Gilgal to this day.

9พระเจ้าตรัสกับโยชูวาว่า   “วันนี้เราได้กลิ้งความอดสูเพราะอียิปต์ไปให้พ้นเจ้าแล้ว”   จึงเรียกชื่อตำบลนั้นว่ากิลกาลจนทุกวันนี้  

By so doing, God “rolled away the reproach of Egypt” from them, meaning that He cleansed them from the sins of their former life.

โดยการทำเช่นนั้น พระเจ้าทรง "ล้างความอับอายที่ตกเป็นทาสอียิปต์" ให้แก่พวกเขาแล้ว  หมายความว่าทรงชำระพวกเขาจากอดีตความผิดบาปในชีวิตของพวกเขา


Colossians 2 describes believers as having been circumcised in their hearts by Christ Himself, by whom we have put off the sinful nature of our former lives without Christ.
โคโลสีบทที่ 2 อธิบายว่าผู้เชื่อได้เข้าสุหนัตแห่งพระคริสต์ในหัวใจของพวกเขาเอง  โดยพระองค์เราถูกขจัดธรรมชาติบาปในชีวิตอดีตของเราขณะที่เรายังไม่มีพระคริสต์ตอนนั้น
Colossians โคโลสี 2:10-12 10and you have been filled in Him, who is the head of all rule and authority.

10และท่านได้บรรลุถึงความครบบริบูรณ์ในพระองค์   ผู้เป็นศีรษะแห่งปวงเทพผู้ครองและศักดิเทพ

11In Him also you were circumcised with a circumcision made without hands, by putting off the body of the flesh, by the circumcision of Christ,

11ในพระองค์นั้น ท่านได้รับพิธีเข้าสุหนัตที่มือมนุษย์มิได้กระทำ โดยที่ท่านได้สละกายเนื้อหนังเสียในการเข้าสุหนัตแห่งพระคริสต์

12having been buried with Him in baptism, in which you were also raised with Him through faith in the powerful working of God, who raised Him from the dead.

12และได้ถูกฝังไว้กับพระองค์ในพิธีบัพติศมาแล้ว   และในพิธีนั้นท่านได้ฟื้นขึ้นมาจากตายกับพระองค์ด้วย   โดยเชื่อในการกระทำของพระเจ้าผู้ได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมา

God established cities of refuge so that those who accidentally killed someone could live there without fear of retribution.

พระเจ้าได้ทรงจัดตั้งเมืองลี้ภัยเพื่อว่าบรรดาผู้ที่ฆ่าคนโดยไม่ได้ตั้งใจจะสามารถอาศัยอยู่ที่นั่นโดยไม่ต้องกลัวการลงโทษตอบแทน

Christ is our refuge to whom we “have fled to take hold of the hope offered to us”

พระคริสต์ทรงเป็นที่ลี้ภัย ทรงเป็นผู้ที่เรา "ได้หลบหนีมาเพื่อที่จะยึดถือความหวังที่ทรงประทานแก่เรา"

Hebrews ฮีบรู 6:18 18so that by two unchangeable things, in which it is impossible for God to lie, we who have fled for refuge might have strong encouragement to hold fast to the hope set before us.

18เพื่อว่าโดยสองประการที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ (พระเจ้าจะไม่ตรัสมุสา) เราผู้ที่ได้หนีไปยึดความหวังซึ่งมีอยู่ตรงหน้า เราจึงจะได้รับการชูใจอย่างมากมาย
The Book of Joshua has an overriding theological theme of rest.

พระธรรมโยชูวามีหลักคำสอนศาสนาที่สำคัญกว่าสิ่งใดเรื่องการพักสงบ

The Israelites, after wandering in the wilderness for 40 years, finally entered the rest God had prepared for them in the land of Canaan.

หลังจากที่อิสราเอลได้วนเวียนในป่าทุรกันดารเป็นเวลา 40 ปี   ในที่สุดก็ได้เข้ามาพักสงบที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับพวกเขาในแผ่นดินคะนาอัน

The writer of Hebrews uses this incident as a warning to us not to let unbelief keep us from entering into God’s rest in Christ.

ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นการเตือนเราว่า  อย่ายอมให้ความสงสัยเคลือบแคลงใจขวางกั้นมิให้เราเข้ามาพักสงบในพระเจ้าโดยทางพระคริสต์

Hebrews ฮีบรู 3:7-12 7Therefore, as the Holy Spirit says,“Today, if you hear His voice,

7เหตุฉะนั้น   ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสว่า   วันนี้ถ้าท่านทั้งหลายฟังพระสุรเสียงของพระองค์  

8do not harden your hearts as in the rebellion, on the day of testing in the wilderness,

8อย่าให้จิตใจของท่านดื้อรั้นอย่างในครั้งกบฏนั้น   เหมือนอย่างในวันที่ทดลองในถิ่นทุรกันดาร  

9where your fathers put me to the test and saw my works

9ซึ่งบรรพบุรุษของท่านทดลองเราโดยเอาเราเข้าพิสูจน์    ถึงแม้ว่าเขาเห็นการกระทำของเราตลอดสี่สิบปี  

10for forty years.  Therefore I was provoked with that generation, and said, ‘They always go astray in their heart; they have not known my ways.’

10เพราะเหตุนั้นเราจึงพิโรธคนเหล่านั้นและว่า “ใจของเขาหลงผิดอยู่เสมอ   เขาไม่รู้จักทางของเรา”  

11As I swore in my wrath,‘They shall not enter my rest.’”

11ตามที่เราปฏิญาณด้วยความพิโรธว่า   “เขาจะไม่ได้เข้าสู่การพำนักซึ่งเราจัดให้”  

12Take care, brothers, lest there be in any of you an evil, unbelieving heart, leading you to fall away from the living God.

12ดูก่อนท่านพี่น้องทั้งหลาย   จงระวังให้ดี   เพื่อจะไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดในพวกท่านมีใจชั่วและไม่เชื่อ   คือใจซึ่งพาท่านหลงไปจากพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์


Practical Application: One of the key verses of the Book of Joshua is 

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญข้อหนึ่งของพระธรรมโยชูวาคือ

Joshua โยชูวา 1:8-9 8This Book of the Law shall not depart from your mouth, but you shall meditate on it day and night, so that you may be careful to do according to all that is written in it. For then you will make your way prosperous, and then you will have good success.

8อย่าให้หนังสือธรรมบัญญัตินี้ห่างเหินไปจากปากของเจ้า   แต่เจ้าจงตรึกตรองตามนั้นทั้งกลางวันและกลางคืน   เพื่อเจ้าจะได้ระวังที่จะกระทำตามข้อความที่เขียนไว้นั้น ทุกประ การ   แล้วเจ้าจะมีความจำเริญ และเจ้าจะสำเร็จผลเป็นอย่างดี

9Have I not commanded you? Be strong and courageous. Do not be frightened, and do not be dismayed, for the LORD your God is with you wherever you go.”

9เราสั่งเจ้าไว้แล้วมิใช่หรือว่าจงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด   อย่าตกใจหรือคร้ามกลัวเลย   เพราะว่าเจ้าไปในถิ่นฐานใด   พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าทรงสถิตกับเจ้า”  

The Old Testament is replete with stories of how the people “forgot” God and His Word and suffered terrible consequences.

พันธสัญญาเดิมเต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวของเหล่าคนที่ "ลืม" พระเจ้าและพระวจนะของพระองค์และทนทุกข์จากผลที่ตามมาอย่างน่ากลัว

For the Christian, the Word of God is our lifeblood.

สำหรับคริสเตียน  พระวจนะของพระเจ้าเป็นสายโลหิตแห่งชีวิต

If we neglect it, our lives will suffer accordingly.

หากเราละเลยสิ่งนี้  ชีวิตของเราจะประสบความลำบากตามมา

But if we take to heart the principle of verse 1:8, we will be complete and able to be of use in God’s kingdom and we will find that God’s promises in Joshua 1:8-9 will be ours as well.

แต่ถ้าเราเอาใจใส่ใจหลักการของข้อพระคัมภีร์โยชูวา 1: 8 เราจะเป็นคนสมบูรณ์แบบและสามารถใช้การได้ในราชอาณาจักรของพระเจ้า  และเราจะพบว่าพระสัญญาของพระเจ้าในโยชูวา 1: 8-9 จะเป็นของเราด้วยเช่นกัน
2 Timothy 2ทิโมธี 3:16-17 16All Scripture is breathed out by God and profitable for teaching, for reproof, for correction, and for training in righteousness,

16พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และ เป็นประโยชน์ในการสอน   การตักเตือนว่ากล่าว   การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี   และการอบรมในทางธรรม

17that the man of God may be competent, equipped for every good work.

17 เพื่อคนของพระเจ้าจะพรักพร้อมที่จะกระทำการดีทุกอย่าง
Joshua is a prime example of the benefits of a worthy mentor.

โยชูวาเป็นตัวอย่างสำคัญที่มีสิทธิพิเศษเป็นพี่เลี้ยงที่สมควรยกย่อง

For years he remained close to Moses.

เป็นเวลาหลายปีที่เขายังคงอยู่ใกล้ชิดกับโมเสส

He watched Moses as he followed God in an almost flawless manner.

เขาเฝ้ามองโมเสสในขณะที่เขาติดตามพระเจ้าในลักษณะที่ดีสมบูรณ์แบบ

He learned to pray in a personal way from Moses.

เขาได้เรียนรู้จากโมเสสที่จะอธิษฐานเป็นส่วนตัว

He learned how to obey through the example of Moses.

เขาได้เรียนรู้วิธีเชื่อฟังผ่านตัวอย่างของโมเสส

Joshua apparently also learned from the negative example that cost Moses the joy of actually entering the Promised Land.

นอกจากนี้เห็นได้ชัดว่าโยชูวาได้เรียนรู้ตัวอย่างเชิงลบ  ที่ทำให้โมเสสสูญเสียโอกาสที่น่ายินดีในการเข้าสู่ดินแดนแห่งพระสัญญา

If you are alive, you are a mentor.

หากคุณยังมีชีวิตอยู่  คุณจะเป็นพี่เลี้ยง

Someone, somewhere, is watching you. Some younger person or someone that you are influencing is seeing how you live and how you react.

บางคนที่ไหนสักแห่งจะเฝ้าดูคุณ บางคนที่อายุน้อยกว่าหรือบางคนที่คุณกำลังมีอิทธิพลต่อเขา กำลังมองว่าคุณใช้ชีวิตอย่างไรและคุณตอบสนองด้วยวิธีการใด

Someone is learning from you.

บางคนกำลังเรียนรู้จากคุณ

Someone will follow your example.

บางคนจะทำตามตัวอย่างของคุณ

Mentoring is far more than the words that are spoken by the mentor.

การทำหน้าที่พี่เลี้ยงสำคัญมากยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ของพี่เลี้ยง

His or her entire life is on display.

ชีวิตทั้งหมดของเขาหรือเธอจะสำแดงออกมาเอง

www.gotquesstions.org/Thai

Joshua

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top