Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, July 25, 2015

 

Book of 1 Samuel

พระธรรม 1 ซามูเอล


Can you summarize the Book of 1 Samuel?

คุณสามารถสรุปพระธรรม1ซามูเอลได้ไหม

What is the Book of 1 Samuel all about?

พระธรรม 1 ซามูเอลทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องอะไร


Author: The author is anonymous.

ผู้ประพันธ์: ไม่ปรากฏนามผู้ประพันธ์

We know that Samuel wrote a book and it is very possible that he wrote part of this book as well.

เรารู้ว่าซามูเอลเขียนพระธรรมเล่มหนึ่งและเป็นไปได้มากที่เขาเขียนพระธรรมเล่มนี้บางส่วนด้วย

1 Samuel 1ซามูเอล 10:25 25Then Samuel told the people the rights and duties of the kingship, and he wrote them in a book and laid it up before the LORD. Then Samuel sent all the people away, each one to his home.

25แล้วซามูเอลจึงบอกกับประชาชนให้ทราบถึงสิทธิ และหน้าที่ของตำแหน่งพระราชา   และท่านบันทึกไว้ในหนังสือและวางถวายแด่พระเจ้าแล้ว ซามูเอลก็ให้ประชาชนกลับไปยังบ้านของตนทุกคน

Other possible contributors to 1 Samuel are the prophets/historians Nathan and Gad.

ผู้อื่นที่อาจมีส่วนร่วมเขียนพระธรรม 1 ซามูเอลเป็นผู้เผยพระวจนะ / นักประวัติศาสตร์ ชื่อนาธานและกาด

1 Chronicles 1พงศาวดาร 29:29 29Now the acts of King David, from first to last, are written in the Chronicles of Samuel the seer, and in the Chronicles of Nathan the prophet, and in the Chronicles of Gad the seer,

29ส่วนพระราชกิจของกษัตริย์ดาวิด ตั้งแต่ต้นจนที่สุด   ดูเถิดได้บันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารของซามูเอล ผู้ทำนาย และในหนังสือพงศาวดารของนาธันผู้เผยพระวจนะ   และในพระธรรมพงศาวดารของกาดผู้ทำนาย

Date of Writing: Originally, the books of 1 and 2 Samuel were one book.

วันที่เขียน : เดิมทีเดียวพระธรรม 1 และ 2 ซามูเอลเป็นพระธรรมเล่มเดียวกัน

The translators of the Septuagint separated them, and we have retained that separation ever since.

นักแปลพระคัมภีร์ฉบับเซ็ปตัวเจนท์ได้แยกออกเป็นสองฉบับ และเรายังคงถือฉบับที่แยกกันแล้วนับตั้งแต่นั้นมา

The events of 1 Samuel span approximately 100 years, from c. 1100 B.C. to c. 1000 B.C.

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน 1 ซามูเอลช่วงประมาณ 100 ปี จาก 1100 ปีก่อนคริสต์กาล ถึง 1000 ปีก่อนคริสต์กาล

The events of 2 Samuel cover another 40 years. The date of writing, then, would be sometime after 960 B.C.
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน 2 ซามูเอลกินเวลาอีก 40 ปี ถ้างั้นวันที่เขียนจะเป็นช่วงเวลาหนึ่งหลังจาก 960 ปีก่อนคริสตกาล

Purpose of Writing: First Samuel records the history of Israel in the land of Canaan as they move from the rule of judges to being a unified nation under kings.

จุดประสงค์ของการเขียน: ซามูเอลฉบับแรกบันทึกประวัติศาสตร์ของอิสราเอลในแผ่นดินคะนาอัน เมื่อตอนที่พวกเขาเปลี่ยนการปกครองโดยผู้วินิจฉัยมาเป็นประเทศหนึ่งที่อยู่ภายใต้กษัตริย์ปกครองแทน

Samuel emerges as the last judge, and he anoints the first two kings, Saul and David.
ซามูเอลปรากฏตัวโดยเป็นผู้วินิจฉัยคนสุดท้าย  และเขาเจิมแต่งตั้งกษัตริย์สององค์แรกคือซาอูลและดาวิด

Key Verses: 

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

1 Samuel 1 ซามูเอล 8:6-7 6But the thing displeased Samuel when they said, “Give us a king to judge us.” And Samuel prayed to the LORD.

6แต่เมื่อเขาพูดว่า   “ขอตั้งพระราชาให้วินิจฉัยเราทั้งหลาย”   ก็กระทำให้ซามูเอลไม่พอใจ   และซามูเอลได้ทูลอธิษฐานต่อพระเจ้า

7And the LORD said to Samuel, “Obey the voice of the people in all that they say to you, for they have not rejected you, but they have rejected me from being king over them.

7และพระเจ้าทรงตอบซามูเอลว่า   “จงฟังเสียงประชาชนในเรื่องที่เขาทั้งหลายขอต่อเจ้า   เพราะว่าเขามิได้ละทิ้งเจ้า   แต่เขาทั้งหลายได้ละทิ้งเราไม่ให้เราเป็นกษัตริย์เหนือเขา

1 Samuel 1 ซามูเอล 13:13-14 13And Samuel said to Saul, “You have done foolishly. You have not kept the command of the LORD your God, with which he commanded you. For then the LORD would have established your kingdom over Israel forever.

13และซามูเอลกล่าวแก่ซาอูลว่า   “ท่านได้กระทำการที่โง่เขลาเสียแล้ว   ท่านมิได้รักษาพระบัญชาแห่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน   ซึ่งพระองค์ทรงบัญชาท่านไว้   เพราะพระเจ้าจะได้ทรงสถาปนาราชอาณาจักรของท่านเหนืออิสราเอลเป็นนิตย์แล้ว

14But now your kingdom shall not continue. The LORD has sought out a man after his own heart, and the LORD has commanded him to be prince over his people, because you have not kept what the LORD commanded you.”

14แต่บัดนี้ราชอาณาจักรของท่านจะไม่ยั่งยืน   พระเจ้าทรงหาชายอีกคนหนึ่งตามชอบพระทัย พระองค์แล้ว   และพระเจ้าทรงแต่งตั้งชายผู้นั้นให้เป็นเจ้านายเหนือ ชนชาติของพระองค์   เพราะท่านมิได้รักษาสิ่งซึ่งพระเจ้าทรงบัญชาท่านไว้”

1 Samuel 1ซามูเอล 15:22-23 22And Samuel said, “Has the LORD as great delight in burnt offerings and sacrifices, as in obeying the voice of the LORD?  Behold, to obey is better than sacrifice, and to listen than the fat of rams.

22และซามูเอลกล่าวว่า   “พระเจ้าทรงพอพระทัยในเครื่องเผาบูชาและเครื่องสัตวบูชามาก   เท่ากับการที่จะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์หรือ   ดูเถิด ที่จะเชื่อฟังก็ดีกว่าเครื่องสัตวบูชา   และซึ่งจะสดับฟังก็ดีกว่าไขมันของบรรดาแกะผู้  

23For rebellion is as the sin of divination, and presumption is as iniquity and idolatry.  Because you have rejected the word of the LORD, He has also rejected you from being king.”

23เพราะการกบฏก็เป็นเหมือนบาป   แห่งการถือฤกษ์ถือยาม   และความดื้อดึงก็เป็นเหมือนบาปชั่วและการไหว้รูปเคารพ   เพราะเหตุที่ท่านทอดทิ้งพระวจนะของพระเจ้า   พระองค์จึงทรงถอดท่านออกจากตำแหน่งกษัตริย์” 


Brief Summary: The book of 1 Samuel can be neatly divided into two sections: the life of Samuel (chapters 1-12) and the life of Saul (chapters 13-31).
บทสรุปโดยย่อ: พระธรรม 1 ซามูเอลสามารถแบ่งออกเป็นสองตอนได้อย่างเป็นระเบียบ: ชีวิตของซามูเอล (บทที่ 1-12) และชีวิตของซาอูล (บทที่ 13-31)
The book starts with the miraculous birth of Samuel in answer to his mother’s earnest prayer.

พระธรรมเล่มนี้เริ่มต้นโดยซามูเอลกำเนิดมาอย่างอัศจรรย์ ซึ่งเป็นคำตอบต่อคำอธิษฐานอย่างจริงจังของมารดาของเขา

As a child, Samuel lived and served in the temple. God singled him out as a prophet, and the child’s first prophecy was one of judgment on the corrupt priests.

สมัยเป็นเด็ก ซามูเอลอาศัยอยู่และทำหน้าที่รับใช้ในพระวิหาร พระเจ้าทรงแยกเขาออกมาเป็นผู้เผยพระวจนะ  และคำเผยพระวจนะครั้งแรกของเด็กหนุ่ม เป็นหนึ่งในคำพิพากษาพวกปุโรหิตที่ประพฤติเสื่อมเสีย

1 Samuel 1ซามูเอล 3:19-21 19And Samuel grew, and the LORD was with him and let none of his words fall to the ground.

19และซามูเอลก็เติบโตขึ้น   และพระเจ้าทรงสถิตกับท่านมิให้วาจาของท่านตกไป เปล่าแต่สักคำเดียว

20And all Israel from Dan to Beersheba knew that Samuel was established as a prophet of the LORD.

20และชนอิสราเอลทั้งปวง   ตั้งแต่ดานถึงเบเออร์เชบาก็ทราบว่า   ซามูเอลได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า

21And the LORD appeared again at Shiloh, for the LORD revealed himself to Samuel at Shiloh by the word of the LORD.

21และพระเจ้าทรงปรากฏอีกที่ชิโลห์   เพราะพระเจ้าทรงสำแดงพระองค์แก่ซามูเอลที่ชิโลห์   โดยพระดำรัสของพระเจ้า   และถ้อยคำของซามูเอลมาถึงคนอิสราเอลทั้งปวง
The Israelites go to war with their perennial enemies, the Philistines.

ชนชาติอิสราเอลทำสงครามกับศัตรูตลอดกาลของพวกเขา คือพวกฟิลิสเตีย

The Philistines capture the Ark of the Covenant and are in temporary possession of it, but when the Lord sends judgment, the Philistines return the ark. Samuel calls Israel to repentance and then to victory over the Philistines.

พวกฟิลิสเตียยึดเอาหีบพันธสัญญาและครอบครองไว้ได้ชั่วคราว แต่เมื่อพระเจ้าทรงส่งการพิพากษามา พวกฟิลิสเตียก็ต้องส่งคืนหีบกลับ  ซามูเอลเรียกร้องให้ชนชาติอิสราเอลกลับใจใหม่แล้วก็ได้ชัยชนะเหนือพวกฟิลิสเตีย
1 Samuel 1 ซามูเอล 7:3-6 3And Samuel said to all the house of Israel, “If you are returning to the LORD with all your heart, then put away the foreign gods and the Ashtaroth from among you and direct your heart to the LORD and serve him only, and he will deliver you out of the hand of the Philistines.”

3แล้วซามูเอลพูดกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งสิ้นว่า   “ถ้าท่านทั้งหลายจะกลับมาหาพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจของท่าน   จงทิ้งพระต่างด้าวและพระอัชทาโรทเสียจากท่ามกลางท่านทั้งหลาย   และปักใจของท่านตรงต่อพระเจ้าและปรนนิบัติแต่พระองค์ เท่านั้น   พระองค์จะทรงช่วยกู้ท่านให้พ้นจากมือของคนฟีลิสเตีย”

4So the people of Israel put away the Baals and the Ashtaroth, and they served the LORD only.

4คนอิสราเอลจึงทิ้งพระบาอัลและพระอัชทาโรท   และเขาทั้งหลายปรนนิบัติแต่พระเจ้าเท่านั้น  

5Then Samuel said, “Gather all Israel at Mizpah, and I will pray to the LORD for you.”

5แล้วซามูเอลกล่าวว่า   “จงประชุมคนอิสราเอลทั้งสิ้นที่เมือง มิสปาห์และข้าพเจ้าจะอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อท่าน”

6So they gathered at Mizpah and drew water and poured it out before the LORD and fasted on that day and said there, “We have sinned against the LORD.” And Samuel judged the people of Israel at Mizpah.

6เขาทั้งหลายจึงประชุมกันที่มิสปาห์   และตักน้ำมาเทออกถวายแด่พระเจ้า   และอดอาหารในวันนั้น และกล่าวที่นั่นว่า   “เราทั้งหลายได้กระทำบาปต่อพระเจ้า”   และซามูเอลก็วินิจฉัยคนอิสราเอลที่เมืองมิสปาห์
The people of Israel, wanting to be like other nations, desire a king. Samuel is displeased by their demands, but the Lord tells him that it is not Samuel’s leadership they are rejecting, but His own.

ชนชาติอิสราเอล ต้องการที่จะเป็นเหมือนประเทศอื่น ๆ  ต้องการมีกษัตริย์ปกครอง ซามูเอลไม่พอใจในคำเรียกร้องของพวกเขา แต่พระเจ้าทรงบอกเขาว่าไม่ใช่ว่าพวกเขาปฏิเสธการเป็นผู้นำของซามูเอล  แต่พวกเขาปฏิเสธพระองค์ต่างหาก

After warning the people of what having a king would mean, Samuel anoints a Benjamite named Saul, who is crowned in Mizpah.

หลังจากซามูเอลตักเตือนประชาชนว่าการมีกษัตริย์ปกครองจะเป็นยังไง   ซามูเอลเจิมตั้งชายชาวเบนยามินชื่อว่าซาอูล   ให้เป็นผู้รับมงกุฏขึ้นเป็นกษัตริย์ที่เมืองมิสปาห์

1 Samuel 1ซามูเอล 10:17-25 17Now Samuel called the people together to the LORD at Mizpah.

17ฝ่ายซามูเอลจึงเรียกประชาชน มาประชุมต่อพระเจ้าที่มิสปาห์

18And he said to the people of Israel, “Thus says the LORD, the God of Israel, ‘I brought up Israel out of Egypt, and I delivered you from the hand of the Egyptians and from the hand of all the kingdoms that were oppressing you.’

18และท่านกล่าวแก่คนอิสราเอลว่า   “พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า   'เราได้นำอิสราเอลออกจากอียิปต์   และเราได้ช่วยกู้เจ้าทั้งหลายจากมือของชาวอียิปต์   และจากมือของราชอาณาจักรทั้งหลายที่บีบบังคับเจ้า'

19But today you have rejected your God, who saves you from all your calamities and your distresses, and you have said to him, ‘Set a king over us.’ Now therefore present yourselves before the LORD by your tribes and by your thousands.”

19แต่วันนี้ท่านละทิ้งพระเจ้าของท่าน   ผู้ซึ่งช่วยท่านให้พ้นจากความยากลำบากและความทุกข์ร้อน   และท่านทั้งหลายกล่าวว่า   'เราไม่ยอม  แต่ขอตั้งกษัตริย์ไว้เหนือเรา'   เพราะฉะนั้นบัดนี้ท่านทั้งหลายจงเข้าเฝ้า พระเจ้าตามเผ่าของท่านและตามตระกูลของท่าน”  

20Then Samuel brought all the tribes of Israel near, and the tribe of Benjamin was taken by lot.

20แล้วซามูเอลก็นำเผ่าอิสราเอลทุกเผ่าเข้ามาใกล้   และจับฉลากได้เผ่าเบนยามิน

21He brought the tribe of Benjamin nearby its clans, and the clan of the Matrites was taken by lot; and Saul the son of Kish was taken by lot. But when they sought him, he could not be found.

21ท่านก็นำเผ่าเบนยามินเข้ามาใกล้ตามตระกูล   จับฉลากได้ตระกูลมัตรี   และจับฉลากได้ซาอูลบุตรคีช   แต่เมื่อเขาหาซาอูลก็หาไม่พบ

22So they inquired again of the LORD, “Is there a man still to come?” and the LORD said, “Behold, he has hidden himself among the baggage.”

22เขาจึงทูลถามพระเจ้าต่อไปว่า   “ชายคนนั้นมาที่นี่หรือยัง”   และพระเจ้าตรัสว่า   “ดูเถิด   เขาซ่อนตัวอยู่ที่กองสัมภาระ”

23Then they ran and took him from there. And when he stood among the people, he was taller than any of the people from his shoulders upward.

23เขาทั้งหลายจึงวิ่งไปพาเขามาจากที่นั่น   และเมื่อเขายืนอยู่ท่ามกลางประชาชน   เขาก็สูงกว่าประชาชนทุกคนจากบ่าขึ้นไป

24And Samuel said to all the people, “Do you see him whom the LORD has chosen? There is none like him among all the people.” And all the people shouted, “Long live the king!”

24ซามูเอลจึงกล่าวแก่ประชาชนทั้งปวงว่า   “ท่านเห็นผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกไว้แล้วหรือ   ในท่ามกลางประชาชนไม่มีใครเหมือนท่าน”   และประชาชนจึงร้องเสียงดังว่า   “ขอพระราชาทรงพระเจริญ”  

25Then Samuel told the people the rights and duties of the kingship, and he wrote them in a book and laid it up before the LORD. Then Samuel sent all the people away, each one to his home.

25แล้วซามูเอลจึงบอกกับประชาชนให้ทราบถึงสิทธิ และหน้าที่ของตำแหน่งพระราชา   และท่านบันทึกไว้ในหนังสือและวางถวายแด่พระเจ้าแล้ว ซามูเอลก็ให้ประชาชนกลับไปยังบ้านของตนทุกคน

Saul enjoys initial success, defeating the Ammonites in battle (chapter 11).

ซาอูลพอใจในความสำเร็จครั้งแรกที่ชัยชนะในการทำสงครามกับพวกอัมโมน (บทที่ 11)

But then he makes a series of missteps: he presumptuously offers a sacrifice (chapter 13), he makes a foolish vow at the expense of his son Jonathan (chapter 14), and he disobeys the Lord’s direct command (chapter 15).

แต่แล้วพระอง์ทรงทำผิดพลาดนับครั้งไม่ถ้วน     ทรงถวายเครื่องบูชาตามอำเภอใจเอง (บทที่ 13) ทรงกล่าวคำสาบานโง่ ๆ ทำให้สูญเสียโอรสของพระองค์คือโยนาธาน (บทที่ 14) และทรงไม่เชื่อฟังพระบัญชาโดยตรงของพระเจ้า (บทที่ 15)

As a result of Saul’s rebellion, God chooses another to take Saul’s place.

ผลจากการขัดคำสั่งของซาอูล  พระเจ้าทรงเลือกคนอื่นมาแทนที่ซาอูล

Meanwhile, God removes His blessing from Saul, and an evil spirit begins goading Saul toward madness.

ในระหว่างที่พระเจ้าทรงถอนคืนคำอวยพรจากซาอูล  และวิญญาณชั่วเริ่มต้นยั่วยุให้ซาอูลบ้าคลั่ง

1 Samuel 1ซามูเอล 16:14 14Now the Spirit of the LORD departed from Saul, and an evil* spirit from the LORD tormented him.

14ฝ่ายพระวิญญาณของพระเจ้าก็พรากจากซาอูล   และวิญญาณชั่วจากพระเจ้าก็ทรมานซาอูล

Samuel travels to Bethlehem to anoint a youth named David as the next king (chapter 16).

ซามูเอลเดินทางไปที่เบธเลเฮมเพื่อเจิมเด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อดาวิดให้เป็นกษัตริย์องค์ต่อไป (บทที่ 16)

Later, David has his famous confrontation with Goliath the Philistine and becomes a national hero (chapter 17).

ต่อมาดาวิดได้เผชิญหน้ากับโกลิอัทชาวฟิลิสเตียจนทำให้เขามีชื่อเสียงและกลายเป็นวีรบุรุษของชาติ (บทที่ 17)

David serves in Saul’s court, marries Saul’s daughter, and is befriended by Saul’s son. Saul himself grows jealous of David’s success and popularity, and he attempts to kill David.

ดาวิดทำหน้าที่รับใช้ในวังของซาอูล   ได้แต่งงานกับพระธิดาของซาอูลและเป็นเพื่อนกับพระโอรสของซาอูล ซาอูลเองยิ่งเพิ่มความอิจฉาในความสำเร็จและความนิยมของดาวิดและทรงพยายามที่จะฆ่าดาวิด

David flees, and so begins an extraordinary period of adventure, intrigue, and romance.

ดาวิดหลบหนีไปและนั่นเป็นการเริ่มต้นช่วงเวลาพิเศษแห่งการผจญภัย, การวางกลอุบายและความรัก

With supernatural aid, David narrowly but consistently eludes the bloodthirsty Saul (chapters 19-26).                                                                                                            ด้วยความช่วยเหลืออย่างอัศจรรย์ยิ่ง  ดาวิดรอดพ้นมือซาอูลผู้กระหายเลือดอย่างหวุดหวิด ได้เสมอเรื่อยมา (บทที่ 19-26)

Through it all, David maintains his integrity and his friendship with Jonathan.
โดยผ่านสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ดาวิดยังคงสัตย์ซื่อและรักษามิตรภาพของเขากับโจนาธาน
Near the end of the book, Samuel has died, and Saul is a lost man.

ใกล้ถึงตอนจบของพระธรรมเล่มนี้  ซามูเอลได้ตายไปและซาอูลกลายเป็นคนหลงหายไป

On the eve of a battle with Philistia, Saul seeks for answers.

พอถึงคราต่อสู้กับพวกฟิลิสิเตีย ซาอูลพยายามหาคำตอบ

Having rejected God, he finds no help from heaven, and he seeks counsel from a medium instead.

เพราะทรงปฏิเสธพระเจ้า  พระองค์ทรงพบว่าไม่มีความช่วยเหลือจากสวรรค์  และทรงพยายามปรึกษาพวกคนทรงผีแทน

During the seance, Samuel’s spirit rises from the dead to give one last prophecy: Saul would die in battle the next day.

ในระหว่างการเข้าทรงนั้น    วิญญาณชั่วของซามูเอลที่ขึ้นมาจากแดนตายได้ให้คำทำนายครั้งสุดท้ายว่า: ซาอูลจะต้องตายในการต่อสู้ในวันถัดไป

The prophecy is fulfilled; Saul’s three sons, including Jonathan, fall in battle, and Saul commits suicide.
คำทำนายเป็นจริง; ราชโอรสทั้งสามของซาอูลรวมทั้งโจนาธานรบแพ้ในการต่อสู้และซาอูลทรงปลงพระชนม์ตนเอง

Foreshadowings: The prayer of Hannah in 1 Samuel 2 makes several prophetic references to Christ. 

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: คำอธิษฐานของนางฮันนาห์ใน 1 ซามูเอลบทที่ 2 ได้อ้างอิงคำทำนายหลายอย่างถึงพระคริสต์

1 Samuel 1ซามูเอล 2:1-10 1And Hannah prayed and said, “My heart exults in the LORD; my strength is exalted in the LORD. My mouth derides my enemies, because I rejoice in Your salvation.

1นางฮันนาห์ได้อธิษฐานและกล่าวว่า   “จิตใจของข้าพเจ้าชื่นชมในพระเจ้า   ในพระเจ้ากำลังของข้าพเจ้าก็เข้มแข็ง   ปากของข้าพเจ้าก็อ้ากว้างเข้าใส่ศัตรูของข้าพเจ้า   เพราะข้าพเจ้าเปรมปรีดิ์ในความรอดของพระองค์  

2“There is none holy like the LORD;  there is none besides you; there is no rock like our God.

2“ไม่มีผู้ใดบริสุทธิ์ดังพระเจ้า   ไม่มีผู้ใดนอกเหนือพระเจ้า   ไม่มีศิลาใดเหมือนพระเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย  

3Talk no more so very proudly, let not arrogance come from your mouth; for the LORD is a God of knowledge, and by him actions are weighed.

3อย่าพูดโอหังอีกต่อไปเลย   อย่าให้ความจองหองออกมาจากปากของเจ้าเลย   เพราะพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของความรู้   การกระทำทั้งหลายพระองค์ทรงเป็นผู้ชั่งตรวจ  

4The bows of the mighty are broken, but the feeble bind on strength.

4คันธนูของผู้มีกำลังก็หัก   แต่ผู้ที่ซวนเซก็ได้กำลังมาคาดเอว  

5Those who were full have hired themselves out for bread, but those who were hungry have ceased to hunger.  The barren has borne seven, but she who has many children is forlorn.

5บรรดาคนที่เคยกินอิ่มก็ต้องออกรับจ้างหากิน   แต่คนที่เคยหิวก็หยุดหิว   คนที่เป็นหมันมีบุตรเจ็ดคน   แต่นางที่มีบุตรมากก็เหี่ยวแห้งไป  

6The LORD kills and brings to life; He brings down to Sheol and raises up.

6พระเจ้าทรงประหารและทรงให้มีชีวิต    พระองค์ทรงนำลงไปถึงแดนคนตายและก็นำขึ้นมา  

7The LORD makes poor and makes rich; He brings low and He exalts.

7พระเจ้าทรงกระทำให้ยากจนและทรงกระทำให้มั่งคั่ง   พระองค์ทรงกระทำให้ต่ำลงและพระองค์ทรงยกขึ้น  

8He raises up the poor from the dust; He lifts the needy from the ash heap to make them sit with princes and inherit a seat of honor.  For the pillars of the earth are the LORD's, and on them he has set the world.

8พระองค์ทรงยกคนยากจนขึ้นจากผงคลี   พระองค์ทรงยกคนขัดสนขึ้นจากกองขยะ   กระทำให้เขานั่งร่วมกับเจ้านาย   และได้ที่นั่งอันมีเกียรติเป็นมรดก    เพราะว่าเสาแห่งพิภพเป็นของพระเจ้า   พระองค์ทรงวางพิภพไว้บนนั้น  

9“He will guard the feet of his faithful ones, but the wicked shall be cut off in darkness,

for not by might shall a man prevail.

9“พระองค์จะทรงดูแลย่างเท้าของธรรมิกชนของพระองค์   แต่คนอธรรมจะต้องนิ่งอยู่ในความมืด    เพราะว่ามนุษย์จะชนะด้วยกำลังของตนก็หาไม่  

10The adversaries of the LORD shall be broken to pieces; against them He will thunder in heaven.  The LORD will judge the ends of the earth; He will give strength to His king and exalt the power of His anointed.”

10ศัตรูของพระเจ้าจะแตกเป็นชิ้นๆ   พระองค์จะทรงเอาฟ้าร้องในสวรรค์ต่อสู้เขา   พระเจ้าจะทรงพิพากษาที่สุดปลายพิภพ   พระองค์จะทรงประทานกำลังแก่พระราชาของพระองค์ และจะทรงเสริมอำนาจของผู้ที่พระองค์ทรงเจิมไว้”  

She extols God as her Rock (verse 2), and we know from the gospel accounts that Jesus is the Rock upon whom we should build our spiritual houses.

นางสรรเสริญพระเจ้าเป็นพระศิลาของนาง (ข้อ 2) และเรารู้จากเรื่องราวในพระกิตติคุณว่าพระเยซูทรงเป็นศิลาผู้ที่เราควรสร้างที่พักวิญญาณจิตของเราไว้ที่พระองค์

Paul refers to Jesus as the “rock of offense” to the Jews.

เปาโลกล่าวถึงพระเยซูว่าทรงเป็น "พระศิลาแห่งการปกป้องคุ้มครอง" แก่ชาวยิว

Romans โรม 9:33 33as it is written,  “Behold, I am laying in Zion a stone of stumbling, and a rock of offense; and whoever believes in Him will not be put to shame.”

33ดังที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า จงดูเถิด เราได้วางศิลาก้อนหนึ่งไว้ในศิโยน   ซึ่งจะทำให้สะดุดและหินก้อนหนึ่งซึ่งจะทำให้ล้ม แต่ผู้ที่เชื่อในพระองค์จะไม่ได้รับความอับอาย

Christ is called the “spiritual Rock” who provided spiritual drink to the Israelites in the wilderness just as He provides “living water” to our souls.

พระคริสต์ทรงได้รับพระนามว่า "พระศิลาอันทรงชีวิต" ผู้ทรงประทานน้ำทิพย์แก่ชาวอิสราเอลในถิ่นทุรกันดาร   เช่นเดียวกับที่ทรงจัดเตรียม "น้ำแห่งชีวิต" เพื่อจิตวิญญาณของเรา

1 Corinthians 1โครินธ์ 10:4 4and all drank the same spiritual drink. For they drank from the spiritual Rock that followed them, and the Rock was Christ.

4และได้ดื่มน้ำทิพย์ทุกคน เพราะว่าเขาได้ดื่มน้ำซึ่งไหลออกมาจากพระศิลาที่ติดตามเขามา   พระศิลานั้นคือพระคริสต์

John ยอห์น 4:10 10Jesus answered her, “If you knew the gift of God, and who it is that is saying to you, ‘Give me a drink,’ you would have asked him, and he would have given you living water.”

10พระเยซูตรัสตอบนางว่า “ถ้าเจ้าได้รู้จักของที่พระเจ้าประทาน และรู้จักผู้ที่พูดกับเจ้าว่า   'ขอน้ำให้เราดื่มบ้าง' เจ้าก็คงจะได้ขอจากท่านผู้นั้น และท่านผู้นั้นก็คงจะให้น้ำธำรงชีวิตแก่เจ้า”

Hannah’s prayer also makes reference to the Lord who will judge the ends of the earth (1 Samuel 2:10), while Matthew 25 refers to Jesus as the Son of Man who will come in glory to judge everyone.

นอกจากนี้คำอธิษฐานของนางฮันนาห์ยังอ้างอิงถึงพระเจ้าผู้ที่จะทรงพิพากษาวันสิ้นโลก (1 ซามูเอล 2:10) ในขณะที่มัทธิวบทที่ 25 กล่าวถึงพระเยซูที่ทรงเป็นบุตรมนุษย์ผู้ที่จะเสด็จมาในพระสิริเพื่อพิพากษาทุกคน

Matthew มัทธิว 25:31-32 31“When the Son of Man comes in His glory, and all the angels with Him, then He will sit on his glorious throne.

31“เมื่อบุตรมนุษย์ทรงพระสิริเสด็จมากับทั้งหมู่ทูตสวรรค์   เมื่อนั้นพระองค์จะประทับบนพระที่นั่งอันรุ่งเรืองของพระองค์

32Before Him will be gathered all the nations, and He will separate people one from another as a shepherd separates the sheep from the goats.

32บรรดาประชาชาติต่างๆ   จะประชุมพร้อมกันต่อพระพักตร์พระองค์   และพระองค์จะทรงแยกมนุษย์ทั้งหลายออกเป็นสองพวก   เหมือนอย่างผู้เลี้ยงแกะจะแยกแกะออกจากแพะ


Practical Application: The tragic story of Saul is a study in wasted opportunity.

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: เรื่องโศกเศร้าของซาอูลคือการศึกษาเรื่องโอกาสที่สูญเสียไป

Here was a man who had it all—honor, authority, riches, good looks, and more.

ทรงเป็นผู้ที่มีครบทุกอย่าง---เกียรติยศ  สิทธิอำนาจ  ความมั่งคั่ง  ทรงสง่างามและอื่น ๆ

Yet he died in despair, terrified of his enemies and knowing he had failed his nation, his family, and his God.
แต่กระนั้นทรงสิ้นพระชนม์อย่างสิ้นหวัง   ทรงหวาดกลัวพวกศัตรู และทรงรู้ว่าได้ทำให้ประเทศชาติล่มจม  ครอบครัวของพระองค์สูญสิ้น และทรงหลงไปจากพระเจ้า

Saul made the mistake of thinking he could please God through disobedience.

ซาอูลทรงทำผิดพลาดที่คิดว่าจะทรงทำให้พระเจ้าทรงโปรดโดยการไม่เชื่อฟัง

Like many today, he believed that a sensible motive will compensate for bad behavior.

เช่นเดียวกับหลายคนในปัจจุบัน  ที่เชื่อว่าแรงจูงใจที่เหมาะสมจะชดเชยสำหรับพฤติกรรมที่ไม่ดี

Perhaps his power went to his head, and he began to think he was above the rules.

บางทีอาจจะทรงฮึกเหิมอำนาจของตนมากเกินไป   และทรงเริ่มคิดว่าจะทรงอยู่เหนือกฎระเบียบ

Somehow he developed a low opinion of God’s commands and a high opinion of himself.

อย่างใดก็ตามทรงเริ่มมีความคิดต่ำเมินพระบัญชาของพระเจ้าและยกย่องความคิดของตัวเอง

Even when confronted with his wrongdoing, he attempted to vindicate himself, and that’s when God rejected him.

แม้ในขณะที่ต้องเผชิญกับการกระทำผิดต่างๆ  ทรงพยายามที่จะพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ผิดและนั่นคือถึงเวลาที่พระเจ้าทรงปฏิเสธพระองค์

1 Samuel 1ซามูเอล 15:16-28 16Then Samuel said to Saul, “Stop! I will tell you what the LORD said to me this night.” And he said to him, “Speak.”

16แล้วซามูเอลจึงเรียนซาอูล “พอที   ข้าพเจ้าจะขอเรียนท่าน ว่าพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าอย่างไรคืนนี้”   และซาอูลก็เรียนท่านว่า   “จงกล่าวไปเถิด”  

17And Samuel said, “Though you are little in your own eyes, are you not the head of the tribes of Israel? The LORD anointed you king over Israel.

17และซามูเอลเรียนว่า   “แม้ท่านเป็นแต่ผู้เล็กน้อยในสายตาของท่าน   ท่านมิได้รับแต่งตั้งให้เป็นประมุขของบรรดาเผ่า อิสราเอลดอกหรือ   พระเจ้าทรงเจิมท่านไว้เป็นพระราชาเหนืออิสราเอล

18And the LORD sent you on a mission and said, ‘Go, devote to destruction the sinners, the Amalekites, and fight against them until they are consumed.’

18และพระเจ้าทรงใช้ให้ท่านออกไปประกอบกิจ ตรัสว่า   'จงไปทำลายคนอามาเลขคนบาปหนาเสียให้สิ้นเชิง   และต่อสู้กับเขาจนกว่าเขาจะถูกผลาญเสียหมด'

19Why then did you not obey the voice of the LORD? Why did you pounce on the spoil and do what was evil in the sight of the LORD?”

19เหตุใดท่านจึงไม่เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า   แต่ไปเฉี่ยวทรัพย์สิ่งของต่างๆ   และกระทำสิ่งชั่วร้ายในสายพระเนตรพระเจ้า”

20And Saul said to Samuel, “I have obeyed the voice of the LORD. I have gone on the mission on which the LORD sent me. I have brought Agag the king of Amalek, and I have devoted the Amalekites to destruction.

20และซาอูลเรียนซามูเอลว่า   “ข้าพเจ้าได้ฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าแล้ว   ข้าพเจ้าได้ไปประกอบกิจตามที่พระเจ้าทรงใช้ข้าพเจ้าไป   ข้าพเจ้าได้คุมตัวอากักพระราชาแห่งคนอามาเลขมา   และข้าพเจ้าก็ได้ทำลายคนอามาเลขเสียอย่างสิ้นเชิง

21But the people took of the spoil, sheep and oxen, the best of the things devoted to destruction, to sacrifice to the LORD your God in Gilgal.”

21แต่พวกพลได้เก็บส่วนของทรัพย์เชลยรวมทั้งแกะและโคส่วน ที่ดีที่สุดจากของซึ่งกำหนดให้ทำลายนั้น   เพื่อนำมาเป็นเครื่องสัตวบูชา   แด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านที่ในเมืองกิลกาล”

22And Samuel said, “Has the LORD as great delight in burnt offerings and sacrifices,

as in obeying the voice of the LORD?  Behold, to obey is better than sacrifice,

and to listen than the fat of rams.

22และซามูเอลกล่าวว่า   “พระเจ้าทรงพอพระทัยในเครื่องเผาบูชาและเครื่องสัตวบูชามาก   เท่ากับการที่จะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์หรือ   ดูเถิด ที่จะเชื่อฟังก็ดีกว่าเครื่องสัตวบูชา   และซึ่งจะสดับฟังก็ดีกว่าไขมันของบรรดาแกะผู้  

23For rebellion is as the sin of divination, and presumption is as iniquity and idolatry.  Because you have rejected the word of the LORD, He has also rejected you from being king.”

23เพราะการกบฏก็เป็นเหมือนบาป   แห่งการถือฤกษ์ถือยาม   และความดื้อดึงก็เป็นเหมือนบาปชั่วและการไหว้รูปเคารพ   เพราะเหตุที่ท่านทอดทิ้งพระวจนะของพระเจ้า   พระองค์จึงทรงถอดท่านออกจากตำแหน่งกษัตริย์”  

24Saul said to Samuel, “I have sinned, for I have transgressed the commandment of the LORD and your words, because I feared the people and obeyed their voice.

24และซาอูลเรียนซามูเอลว่า   “ข้าพเจ้าได้กระทำบาปแล้ว   เพราะข้าพเจ้าได้ฝ่าฝืนพระธรรม บัญญัติของพระเจ้าและคำของท่าน   เพราะข้าพเจ้าเกรงกลัวประชาชน และยอมฟังเสียงของเขาทั้งหลาย

25Now therefore, please pardon my sin and return with me that I may worship the LORD.”

25เพราะฉะนั้นขอท่านโปรดอภัยบาปของข้าพเจ้าและขอกลับไปกับข้าพเจ้าเพื่อข้าพเจ้าจะได้นมัสการพระเจ้า”

26And Samuel said to Saul, “I will not return with you. For you have rejected the word of the LORD, and the LORD has rejected you from being king over Israel.”

26และซามูเอลเรียนซาอูลว่า “ข้าพเจ้าจะไม่กลับไปกับท่าน เพราะท่านทอดทิ้งพระวจนะของพระเจ้า และพระเจ้าทรงถอดท่านจากเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล”

27As Samuel turned to go away, Saul seized the skirt of his robe, and it tore.

27พอซามูเอลหันจะไป ซาอูลก็ได้ยึดชายเสื้อของ ท่านไว้และเสื้อนั้นก็ขาด

28And Samuel said to him, “The LORD has torn the kingdom of Israel from you this day and has given it to a neighbor of yours, who is better than you.

28และซามูเอลเรียนท่านว่า “ในวันนี้พระเจ้าได้ทรงฉีกราช อาณาจักรอิสราเอลเสียจากท่านแล้ว และทรงมอบให้แก่ผู้อื่นที่ดีกว่าท่าน
Saul’s problem is one we all face—a problem of the heart.

ปัญหาของซาอูลเป็นปัญหาที่เราทุกคนเผชิญ--ปัญหาด้านจิตใจ

Obedience to God’s will is necessary for success, and if we in pride rebel against Him, we set ourselves up for loss.
เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเชื่อฟังพระประสงค์ของพระเจ้าเพื่อจะได้พบความสำเร็จ   และถ้าเรามีความลำพองใจ   เท่ากับเรากบฏต่อพระองค์  เราทำตัวเองเพื่อพบกับการสูญเสีย
David, on the other hand, did not seem like much at first. Even Samuel was tempted to overlook him.

ตรงกันข้ามเลย  ดาวิดไม่ได้ดูโดดเด่นมากในตอนแรก แม้แต่ในใจซามูเอลก็มองข้ามเขาไป

1 Samuel 1ซามูเอล 16:6-7 6When they came, he looked on Eliab and thought, “Surely the LORD's anointed is before him.”

6อยู่มาเมื่อเขาทั้งหลายมาแล้ว   ท่านก็มองเห็นเอลีอับจึงคิดว่า   “ผู้ที่พระองค์ทรงให้เจิมไว้ก็อยู่ต่อพระพักตร์ พระเจ้าแน่แล้ว”

7But the LORD said to Samuel, “Do not look on his appearance or on the height of his stature, because I have rejected him. For the LORD sees not as man sees: man looks on the outward appearance, but the LORD looks on the heart.”

7แต่พระเจ้าตรัสกับซามูเอลว่า   “อย่ามองดูที่รูปร่างภายนอกหรือที่ความสูงแห่งร่างกาย ของเขา   ด้วยเราไม่ยอมรับเขา   เพราะพระเจ้าทอดพระเนตรไม่เหมือนกับที่มนุษย์ดู   มนุษย์ดูที่รูปร่างภายนอกแต่พระเจ้าทอดพระเนตรจิตใจ”

But God sees the heart and saw in David a man after His own heart.

แต่พระเจ้าทรงเห็นหัวใจและเห็นในดาวิดคนหลังจากที่หัวใจของเขาเอง

1 Samuel 1ซามูเอล 13:14 14But now your kingdom shall not continue. The LORD has sought out a man after his own heart, and the LORD has commanded him to be prince over his people, because you have not kept what the LORD commanded you.”

14แต่บัดนี้ราชอาณาจักรของท่านจะไม่ยั่งยืน   พระเจ้าทรงหาชายอีกคนหนึ่งตามชอบพระทัย พระองค์แล้ว   และพระเจ้าทรงแต่งตั้งชายผู้นั้นให้เป็นเจ้านายเหนือ ชนชาติของพระองค์   เพราะท่านมิได้รักษาสิ่งซึ่งพระเจ้าทรงบัญชาท่านไว้”

The humility and integrity of David, coupled with his boldness for the Lord and his commitment to prayer, set a good example for all of us.

ความอ่อนน้อมถ่อมตนและความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าของดาวิดควบคู่กับความกล้าหาญของเขา   และความบากบั่นในการอธิษฐาน นับเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเราทุกคน

www.gotquestions.org/Thai

1 Samuel

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top