Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Tuesday, July 7, 2015

 

Question:  Why did God create us?

คำถาม: ทำไมพระเจ้าทรงสร้างเรา

Answer: The short answer to the question, “Why did God create us?” is “for His pleasure.”

คำตอบ: คำตอบสั้นต่อคำถามที่ว่า "พระเจ้าทรง สร้างเราทำไม"  คือ "เพื่อเป็นที่ชอบพระทัยของพระองค์"

Revelation วิวรณ์4:11 11 “Worthy are you, our Lord and God, to receive glory and honor and power, for you created all things, and by your will they existed and were created.”

11 “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ ทั้งหลาย   พระองค์ทรงสมควรที่จะได้รับคำสรรเสริญ พระเกียรติและฤทธิ์เดช  

Colossians โคโลสี1:16 16 For by Him all things were created, in heaven and on earth, visible and invisible, whether thrones or dominions or rulers or authorities—all things were created through Him and for Him.

16 เพราะว่าในพระองค์สรรพสิ่งได้ถูกสร้างขึ้น   ทั้งในท้องฟ้าและที่แผ่นดินโลก   สิ่งซึ่งประจักษ์แก่ตาและซึ่งไม่ประจักษ์แก่ตา   ไม่ว่าจะเป็นเทวบัลลังก์   หรือเป็นเทพอาณาจักร   หรือเป็นเทพผู้ครองหรือศักดิเทพ   สรรพสิ่งทั้งสิ้นถูกสร้างขึ้น   โดยพระองค์และเพื่อพระองค์




Being created for God’s pleasure does not mean humanity was made to entertain God or provide Him with amusement.

การที่เราถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ชอบพระทัยของพระเจ้าไม่ได้หมายความว่า มนุษย์ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้ความบันเทิงแก่พระเจ้า หรือทำให้พระองค์ทรงสนุกสนาน

God is a creative Being, and it gives Him pleasure to create. God is a personal Being, and it gives Him pleasure to have other beings He can have a genuine relationship with.
พระเจ้าเป็นองค์พระผู้สร้าง และมันเป็นที่ชอบพระทัยพระองค์  พระเจ้าทรงเป็นองค์ผู้ทรงพระชนม์และทรงชอบพระทัยอยากให้มีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ด้วย พระองค์จะได้ทรงสัมพันธ์สนิทจริงๆ ด้วย
Being made in the image and likeness of God, human beings have the ability to know God and therefore love Him, worship Him, serve Him, and fellowship with Him.

การที่ทรงสร้างามแบบพระฉายของพระเจ้า    ทำให้มนุษย์สามารถรู้จักพระเจ้าและดังนั้นจึงสามารถรักพระองค์   นมัสการพระองค์  รับใช้พระองค์ และสามัคคีธรรมร่วมกับพระองค์

Genesis ปฐมกาล 1:27 27 So God created man in his own image, in the image of God He created him; male and female He created them

27 พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์   ตามพระฉายาของพระเจ้านั้น   พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น   และได้ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง  


God did not create human beings because He needed them.

พระเจ้าไม่ได้ทรงสร้าง มนุษย์เพราะพระองค์ทรงจำเป็นต้องมีพวกเขา

As God, He needs nothing.

ในฐานะที่ทรงเป็นพระเจ้า   พระองค์ไม่ทรงต้องการอะไร

In all eternity past, He felt no loneliness, so He was not looking for a “friend.”

ในอดีตนิรันดร์กาล พระองค์ไม่ทรงรู้สึกว่าเหงา   ดังนั้นจึงไม่ทรงต้องมองหา"เพื่อน”

He loves us, but this is not the same as needing us.

พระองค์ทรงรักเรา   แต่ตอนนี้ทรงไม่จำเป็นต้องการเราเช่นเดิม


If we had never existed, God would still be God—the unchanging One.

ถ้าไม่เคย มีตัวตนพวกเราอยู่ พระเจ้าก็ยังทรงเป็นพระเจ้า   พระองค์ผู้ที่ไม่เปลี่ยนแปลง

Malachi มาลาคี 3:6 6 “For I the LORD do not change; therefore you, O children of Jacob, are not consumed.

6 “เพราะว่าเราคือพระเจ้าไม่มีผันแปร   โอ  บุตรยาโคบเอ๋ย   เจ้าทั้งหลายจึงไม่ถูกเผาผลาญหมด

The “I AM” was never dissatisfied with His own eternal existence.

Exodus อพยพ 3:14 14 God said to Moses, “IAM WHO I AM.” And He said, “Say this to the people of Israel, ‘IAM has sent me to you.’”

14 พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสว่า   “ข้าพระองค์เป็นผู้ซึ่งข้าพระองค์เป็น”   แล้วพระองค์ตรัสว่า  “ไปบอกชนชาติอิสราเอลว่า   'พระองค์ผู้ทรงพระนามว่าข้าพระองค์เป็น   ทรงใช้ข้าพเจ้ามาหาท่านทั้งหลาย' ”


When He made the universe, He did what pleased Himself, and since God is perfect, His action was perfect. “It was very good”

เมื่อพระองค์ทรงสร้างจักรวาล   ทรงทำในสิ่งที่ทรงพอพระทัย  และเพราะพระเจ้าทรงสมบูรณ์แบบพระราชกิจของพระองค์ก็สมบูรณ์แบบ "มันเป็นสิ่งที่ดีมาก"

Genesis ปฐมกาล 1:31 31 And God saw everything that he had made, and behold, it was very good. And there was evening and there was morning, the sixth day.

31 พระเจ้าทอดพระเนตรสิ่งทั้งปวงที่พระองค์ทรงสร้างไว้   ทรงเห็นว่าดีนัก   มีเวลาเย็นและเวลาเช้า   เป็นวันที่หก
Also, God did not create “peers” or beings equal to Himself.

นอกจากนี้พระเจ้าไม่ได้ทรงสร้าง "เพื่อนเท่าเทียมกัน" หรือสิ่งมีชีวิตที่เท่าเทียมกันกับพระองค์

Logically, He could not do so.

เพราะทรงมีเหตุผล  พระองค์ไม่สามารถกระทำเช่นนั้น

If God were to create another being of equal power, intelligence, and perfection, then He would cease to be the one true God for the simple reason that there would be two gods—and that would be an impossibility.

ถ้าพระเจ้าต้องทรงสร้างสิ่งมีชีวิตที่มีพลัง   สติปัญญา และความสมบูรณ์แบบเท่าเทียมกับพระองค์แล้ว   พระองค์ก็จะทรงสิ้นสภาพพระเจ้าที่แท้จริง    ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าจะมีพระเจ้าสององค์ และสิ่งนี้จะเป็นไปไม่ได้

Deuteronomy เฉลยธรรมบัญญัติ 4:35 35 To you it was shown, that you might know that the LORD is God; there is no other besides Him.

35 ที่ได้ทรงสำแดงแก่ท่านทั้งหลาย นั้นก็เพื่อท่านจะได้ทราบว่า   พระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเจ้า   นอกจากพระองค์แล้ว  ไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีกเลย

Anything that God creates must of necessity be lesser than He.

สิ่งใดที่พระเจ้าทรงสร้างย่อมจำเป็นน้อยกว่าพระองค์

The thing made can never be greater than, or as great as, the One who made it.
สิ่งที่ทรงสร้างย่อมไม่สามารถจะสูงกว่าหรือเป็นใหญ่เท่กับพระผู้ทรงสร้างมัน

Recognizing the complete sovereignty and holiness of God, we are amazed that He would take man and crown Him “with glory and honor” and that He would condescend to call us “friends.”

โดยการยอมรับอำนาจอธิปไตยที่สมบูรณ์และความบริสุทธิ์ของพระเจ้า   เราประหลาดใจที่พระองค์ทรงใช้มนุษย์และทรงสวมมงกุฎแก่พระองค์ "ด้วยพระสิริและพระเกียรติ" และว่าพระองค์จะทรงลดพระเกียรติลงมาเรียกเราว่า "เพื่อน".

Psalm บทเพลงสดุดี 8:5 5 Yet you have made Him a little lower than the heavenly beings and crowned Him with glory and honor.

5 เพราะพระองค์ทรงสร้างเขาให้ต่ำกว่า   พระเจ้าแต่หน่อยเดียว   และสวมศักดิ์ศรีกับเกียรติให้แก่เขา  

John ยอห์น 15:14-15 14 You are my friends if you do what I command you.

14 ถ้าท่านทั้งหลายประพฤติตามที่เราสั่งท่าน   ท่านก็จะเป็นมิตรสหายของเรา

15 No longer do I call you servants, for the servant does not know what his master is doing; but I have called you friends, for all that I have heard from My Father I have made known to you.

15 ข้าพระองค์จะไม่เรียกท่านทั้งหลายว่าบ่าวอีก   เพราะบ่าวไม่ทราบว่านายทำอะไร   แต่เราเรียกท่านว่ามิตรสหาย   เพราะว่าทุกสิ่งที่เราได้ยินจากพระบิดาของข้าพระองค์   ข้าพระองค์ได้สำแดงแก่ท่านแล้ว

Why did God create us?

พระเจ้าได้ทรงสร้างเราทำไม

God created us for His pleasure and so that we, as His creation, would have the pleasure of knowing Him.

พระเจ้าทรงสร้างเราตามชอบพระทัยพระองค์ และดังนั้นในฐานะที่เราที่เป็นผลการทรงสร้างของพระองค์    เราจะมีความสุขที่ได้รู้จั

www.gotquestions.org/Thai   

Question:  How are human souls created?

คำถาม: จิตใจของมนุษย์ถูกสร้างขึ้นอย่างไร

Answer: There are two biblically plausible views on how the human soul is created.

คำตอบ: มีมุมมองสองด้านตามพระคัมภีร์ที่ว่าจิตใจของมนุษย์ถูกสร้างขึ้นอย่างไร

Traducianism is the theory that a soul is generated by the physical parents along with the physical body.

Traducianism เป็นทฤษฎีที่ว่าจิตใจถูกสร้างขึ้นโดยพ่อแม่ฝ่ายร่างกายพร้อมกับอวัยวะฝ่ายร่างกาย

Support for Traducianism is as follows:

การสนับสนุนทฤษฎี traducianism เป็นดังนี้

Genesis ปฐมกาล 2:7 7 then the LORD God formed the man of dust from the ground and breathed into his nostrils the breath of life, and the man became a living creature.

7 พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดิน  ระบายลมปราณเข้าทางจมูก   มนุษย์จึงเป็นผู้มีชีวิต  

Scripture nowhere records God performing this action again.

Adam had a son in his own likeness

อาดัมบุตรชายที่ลักษณะเหือนเขาเลย

Genesis ปฐมกาล 5:3 3 When Adam had lived 130 years, he fathered a son in his own likeness, after his image, and named him Seth.

3 เมื่ออาดัมอยู่มาได้ร้อยสามสิบปี   จึงมีบุตรชายคนหนึ่งตามอย่างตามฉายาของเขาชื่อเสท



Adam’s descendants seem to be “living souls” without God breathing into them.

ลูกหลานของอาดัมดูเหมือนมี “จิตใจที่มีชีวิต” โดยพระเจ้าไม่ได้ทรงเป่าลมหายใจเข้าไป

Genesis ปฐมกาล 2:2-3 2 And on the seventh day God finished His work that He had done, and He rested on the seventh day from all his work that He had done.

2 วันที่เจ็ด  พระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์ที่ทรงกระทำมานั้น   ในวันที่เจ็ดนั้นก็ทรงพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์ที่ได้ ทรงกระทำ

3 So God blessed the seventh day and made it holy, because on it God rested from all His work that He had done in creation.

3 พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรแก่วันที่เจ็ด   ทรงตั้งไว้เป็นวันบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์   เพราะในวันนั้นพระองค์ทรงหยุดพักจากการงานทั้งปวงที่พระองค์ทรงกระทำในการเนรมิตสร้าง

This seems to indicate that God ceased His creative work.

นี้ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงหยุดการทรงเนรมิตของพระองค์

Adam's sin affects all men—both physically and spiritually—this makes sense if the body and soul both come from the parents.

บาปของอดัมมีผลต่อทุกคน—ทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณ—นี้สมเหตุสมผลถ้าหากร่างกายและจิตใจทั้งสองอย่างเกิดมาจากพ่อแม่

The weakness of Traducianism is that it is unclear how an immaterial soul can be generated through an entirely physical process.

จุดอ่อนของทฤษฎี Traducianism ก็คือว่ามันไม่ชัดเจนที่ว่า   จิตใจไม่มีตัวตนสามารถสร้างขึ้นโดยกระบวนการทางกายภาพทั้งหมดได้อย่างไร

Traducianism can only be true if the body and soul are inextricably connected.

Traducianism สามารถเป็นจริงถ้าเพียงร่างกายและจิตใจเชื่อมต่อกันแบบแยกไม่ออก


Creationism is the view that God creates a new soul when a human being is conceived.

การทรงเนรมิตเป็นอีกมุมมองที่ว่าพระเจ้าทรงสร้างจิตใจใหม่เมื่อตอนมนุษย์ตั้งครรภ์

Creationism was held by many early church fathers and also has scriptural support.

ทฤษฎีการเนรมิตถูกยึดถือมาโดยบรรพบุรุษคริสตจักรยุคแรกหลายคนและยังมีกข้อพระคัมภีร์สนับสนุน

First, Scripture differentiates the origin of the soul from the origin of the body

ประการแรก พระคัมภีร์แยกแยะที่มาของจิตใจจากต้นกำเนิดของร่างกาย

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 12:7 7 and the dust returns to the earth as it was, and the spirit returns to God who gave it.

7 และผงคลีกลับไปเป็นดินอย่างเดิม   และจิตวิญญาณกลับไปสู่พระเจ้าผู้ประทานให้มานั้น

Isaiah อิสยาห์ 42:5 5 Thus says God, the LORD, who created the heavens and stretched them out, who spread out the earth and what comes from it, who gives breath to the people on it, and spirit to those who walk in it:

5 พระเจ้า  คือ  พระเยโฮวาห์   ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และทรงขึงมัน   ผู้ทรงแผ่แผ่นดินโลกและสิ่งที่บังเกิดจากโลกออกไป   ผู้ประทานลมหายใจแก่ประชาชนที่บนโลก    และจิตวิญญาณแก่ผู้ดำเนินอยู่บนโลก  ตรัสดังนี้ว่า  

Zechariah เศคาริยาห์ 12:1 1 In the eighth month, in the second year of Darius, the word of the LORD came to the prophet Zechariah, the son of Berechiah, son of Iddo, saying,

1 ในเดือนที่แปด  ปีที่สองแห่งรัชกาลดาริอัส   พระวจนะของพระเจ้ามายังเศคาริยาห์   บุตรเบเรคิยาห์ผู้เป็นบุตรอิดโด  ผู้เผยพระวจนะว่า

Hebrews ฮีบรู 12:9 9 Besides this, we have had earthly fathers who disciplined us and we respected them. Shall we not much more be subject to the Father of spirits and live?

9 อีกประการหนึ่ง   เราทั้งหลายมีบิดาเป็นมนุษย์ที่ได้ตีสอนเรา   และเราก็นับถือบิดานั้น   ยิ่งกว่านั้นอีก   เราควรจะอยู่ใต้บังคับของพระบิดาแห่งวิญญาณจิต   และมีชีวิตจำเริญมิใช่หรือ


Second, if God creates each individual soul at the moment it is needed, the separation of soul and body is held firm.

ประการที่สองถ้าพระเจ้าทรงสร้างจิตใจแต่ละคนในยามจำเป็น   ก็จะมีคนยึดมั่นเรื่องการแยกจำแนกจิตใจและร่างกาย



The weakness of Creationism is that it has God continually creating new human souls, while Scripture indicates He finished His work.

จุดอ่อนของมุมมองเรื่องการเนรมิตคือว่า  พระเจ้ายังคงสร้างจิตใจใหม่ของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง  ในขณะที่พระคัมภีร์ระบุว่าพระองค์ทรงบรรลุพระราชกิจของพระองค์แล้ว

Genesis ปฐมกาล 2:2-3 2 And on the seventh day God finished His work that he had done, and he rested on the seventh day from all His work that He had done.

2 วันที่เจ็ด  พระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์ที่ทรงกระทำมานั้น   ในวันที่เจ็ดนั้นก็ทรงพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์ที่ได้ ทรงกระทำ

3 So God blessed the seventh day and made it holy, because on it God rested from all his work that He had done in creation.

3 พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรแก่วันที่เจ็ด   ทรงตั้งไว้เป็นวันบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์   เพราะในวันนั้นพระองค์ทรงหยุดพักจากการงานทั้งปวงที่พระองค์ทรงกระทำในการเนรมิตสร้าง

This indicates that God ceased creating.

นี้แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงหยุดการทรงเนมิตสร้าง

Also, since the entire human existence—body, soul, and spirit—are infected by sin and God creates a new soul for every human being, how is that soul then infected with sin?

นอกจากนี้  เพราะสภาพร่างกายมนุษย์ดำรงอยู่-- ทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ—ได้รับเชื้อจาก ความบาป   และพระเจ้าทรงสร้างจิตใจใหม่แก่มนุษย์ทุกคน แล้วจิตใจนั้นติดเชื้อบาปได้อย่างไร

A third view, but one that lacks biblical support, is the concept that God created all human souls at the same time, and “attaches” a soul to a human being at the moment of conception.

มุมมองที่สาม แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดการสนับสนุนจากข้อพระคัมภีร์   คือแนวคิดที่พระเจ้าทรงสร้าง จิตใจมนุษย์ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน   และจิตใจ "ยึดติด" กับมนุษย์ในช่วงเวลาของการตั้งครรภ์


This view holds that there is sort of a “warehouse of souls” in heaven where God stores souls that await a human body to be attached to.

มุมมองนี้ถือว่า มีแบบของ " คลังจิตใจ " ในสวรรค์ ที่พระเจ้าทรงเก็บรักษาจิตใจไว้รอคอยร่างกายมนุษย์ที่จะมาแนบสนิท

Again, this view has no biblical support, and is usually held by those of a “new age” or reincarnation mindset.

อีกครั้ง มุมมองนี้ไม่มีข้อสนับสนุนจากพระคัมภีร์ และมักจะยึดถือโดยผู้ที่เป็นคน " ยุคใหม่ " หรือคนที่มีความคิดเรื่องกลับชาติมาเกิด

Whether the Traducianism view or the Creationism view is correct, both agree that the soul does not exist prior to conception.

ไม่ว่ามุมมอง Traducianismหรือ มุมมองเรื่องการเนรมิตถูกต้อง  ทั้งสองมุมองยอมรับว่า จิตไม่ไดเกิดก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์กำเนิด

This seems to be the clear teaching of the Bible.

นี้น่าจะเป็นที่คำสอนที่ชดเจนของพระคัมภีร์

Whether God creates a new human soul at the moment of conception, or whether God designed the human reproductive process to also reproduce a soul, God is ultimately responsible for the creation of each and every human soul.

ไม่ว่าพระเจ้าทรงสร้างจิตใจมนุษย์ใหม่ในช่วงเวลาของการตั้งครรภ์  หรือไม่ว่าพระเจ้าทรงออกแบบ กระบวนการสืบพันธุ์ของมนุษย์ที่จะให้เกิดจิตใจใหม่   พระเจ้าทรงรับผิดชอบสำหรับการสร้างของแต่ละคนและจิตใจมนุษย์ทุกคน

www.gotquestions.org/Thai

Why Create and Souls Created

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top