Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, July 8, 2015

 

Question:  What does the Bible say about cremation?

คำถาม: พระคัมภีร์พูดอะไรเกี่ยวกับการเผาศพ

Should Christians be cremated?

ศพคริสเตียนควรจะถูกเผาหรือไม่

Answer:  The Bible does not give any specific teaching about cremation.

คำตอบ: พระคัมภีร์ไม่ได้ ให้คำสอนเฉพาะเจาะจงใด ๆ เกี่ยวกับการเผาศพ

There are occurrences in the Old Testament of people being burned to death.

มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพันธสัญญาเดิมสองครั้งเรื่องประชาชนถูกเผาจนตาย

1 Kings 1พงศ์กษัตริย์ 16:18 18 And when Zimri saw that the city was taken, he went into the citadel of the king's house and burned the king's house over him with fire and died,

18 และอยู่มาเมื่อศิมรีทรงเห็นว่าเมืองนั้นแตกแล้ว   ก็เสด็จเข้าไปในป้อมของพระราชวัง และทรงเผาพระราชวังเสีย   และทรงสิ้นพระชนม์ในกองไฟด้วย

2 Kings 2พงศ์กษัตริย์ 21:6 6 And he burned his son as an offering and used fortune-telling and omens and dealt with mediums and with wizards. He did much evil in the sight of the LORD, provoking him to anger.

6 และพระองค์ได้ทรงเผาโอรสของพระองค์เป็นเครื่องบูชา   ถือฤกษ์ยามเวทมนตร์   คนทรง   และแม่มด   พระองค์ทรงกระทำความชั่วร้ายเป็นอันมากในสายพระเนตรพระเจ้า   กระทำให้พระองค์ทรงพระพิโรธ

And of human bones being burned.

และกระดูกมนุษย์ถูกเผาไหม้

2 Kings 2พงศ์กษัตริย์ 23:16-20 16 And as Josiah turned, he saw the tombs there on the mount. And he sent and took the bones out of the tombs and burned them on the altar and defiled it, according to the word of the LORD that the man of God proclaimed, who had predicted these things.

16 และเมื่อโยสิยาห์ทรงหันพระพักตร์พระองค์ ทอดพระเนตรอุโมงค์ฝังศพอยู่บนภูเขา   และพระองค์ทรงใช้ให้ไปเอากระดูกออกมาเสียจากอุโมงค์   และเผาเสียบนแท่นบูชาและทรงกระทำให้เสียความศักดิ์สิทธิ์   ตามพระวจนะของพระเจ้าซึ่งคนแห่งพระเจ้าได้ ป่าวร้องทำนายไว้   ผู้ซึ่งป่าวร้องทำนายถึงสิ่งเหล่านี้

17 Then he said, “What is that monument that I see?” And the men of the city told him, “It is the tomb of the man of God who came from Judah and predicted these things that you have done against the altar at Bethel.”

17 แล้วพระองค์ตรัสว่า   “อนุสาวรีย์ที่เรามองเห็นข้างโน้นคืออะไร”   คนเมืองนั้นก็ทูลพระองค์ว่า   “เป็นอุโมงค์ฝังศพของคนแห่งพระเจ้า   ผู้มาจากยูดาห์และได้ป่าวร้องถึงสิ่งเหล่านี้   ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำต่อแท่นบูชาที่เบธเอล

18 And he said, “Let him be; let no man move his bones.” So they let his bones alone, with the bones of the prophet who came out of Samaria.

18 และพระองค์ตรัสว่า   “ให้เขาอยู่ที่นั่นแหละอย่าให้ผู้ใดย้ายกระดูกของเขา”   เขาทั้งหลายจึงทิ้งไว้อย่างนั้นพร้อมกับกระดูกของผู้ เผยพระวจนะผู้ออกมาจากสะมาเรีย

19 And Josiah removed all the shrines also of the high places that were in the cities of Samaria, which kings of Israel had made, provoking the LORD to anger. He did to them according to all that he had done at Bethel.

19 โยสิยาห์ทรงกำจัดนิเวศทั้งสิ้นของปูชนียสถานสูง ที่อยู่ในหัวเมืองสะมาเรีย   ซึ่งบรรดาพระราชาแห่งอิสราเอลได้ทรงสร้างไว้   กระทำให้พระเจ้าทรงกริ้ว   พระองค์ทรงกระทำต่อที่เหล่านั้นตามทุกอย่างที่พระองค์ทรง กระทำที่เบธเอล

20 And he sacrificed all the priests of the high places who were there, on the altars, and burned human bones on them. Then he returned to Jerusalem.

20 และพระองค์ทรงประหารปุโรหิตทั้งปวงแห่งปูชนียสถานสูง   ซึ่งอยู่ที่นั่นเสียบนแท่นบูชาและเผากระดูกคนเสียบนนั้น   แล้วพระองค์ก็เสด็จกลับกรุงเยรูซาเล็ม

But these are not examples of cremation.

แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ตัวอย่างของการเผาศพ

It is interesting to note that in 2 Kings 23:16-20, burning human bones on an altar desecrated the altar.

น่าสนใจที่จะสังเกตว่าใน 2 กษัตริย์ 23:16-20  การเผาไหม้กระดูกมนุษย์บนแท่นบูชาทำให้แท่นบูชาเสื่อมเสีย

At the same time, the Old Testament law nowhere commands that a deceased human body not be burned, nor does it attach any curse or judgment on someone who is cremated.

ในขณะเดียวกัน ไม่มีคำสั่งใดๆ ในพันธสัญญาเดิมว่าร่างกายมนุษย์ที่เสียชีวิตต้องไม่ถูกเผา หรือไม่มีคำสาปแช่ง ใด ๆ ตามมา หรือ การพิพากษาโทษแก่คนใดที่ศพเขาถูกเผา

Cremation was practiced in biblical times, but it was not commonly practiced by the Israelites or by New Testament believers.

การเผาศพกระทำกันในสมัยพระคัมภีร์ แต่คนอิสราเอลก็ไม่ได้กระทำกันโดยทั่วไป หรือในหมู่ผู้เชื่อ ในพันธสัญญาใหม่

In the cultures of Bible times, burial in a tomb, cave, or in the ground was the common way to dispose of a human body

ประเพณีวัฒนธรรมในสมัยพระคัมภีร์ การฝังศพในอุโมงค์ ในถ้ำ หรือฝังศพลงดิน เป็นวิธีการทั่วไปที่จะกำจัดศพของมนุษย์

Genesis ปฐมกาล 23:19 19 After this, Abraham buried Sarah his wife in the cave of the field of Machpelah east of Mamre (that is, Hebron) in the land of Canaan.

19 ต่อมาอับราฮัมก็ฝังศพซาราห์ ภรรยาของตนในถ้ำที่นามัคเป-ลาห์หน้ามัมเร   (คือเฮโบรน)  ในแคว้นคานาอัน

Genesis ปฐมกาล 35:19 19 So Rachel died, and she was buried on the way to Ephrath (that is, Bethlehem),

19 นางราเชลก็สิ้นชีวิต   เขาฝังศพไว้ริมทางที่จะไปบ้านเอฟราธาห์ (คือเบธเลเฮม)

2 Chronicles 2พงศาวดาร 16:14 14 They buried him in the tomb that he had cut for himself in the city of David. They laid him on a bier that had been filled with various kinds of spices prepared by the perfumer's art, and they made a very great fire in his honor.

14 เขาทั้งหลายฝังพระศพไว้ในอุโมงค์ของพระองค์   ซึ่งพระองค์ได้สกัดออกเพื่อพระองค์ในนครดาวิด   เขาวางพระศพของพระองค์ไว้บนแท่นซึ่งมีเครื่องหอมต่างๆ   เต็มไปหมด   ซึ่งช่างปรุงเครื่องหอมได้ปรุงไว้   และเขาทั้งหลายก็ก่อเพลิงใหญ่โตถวายพระเกียรติพระองค์ 

Matthew มัทธิว 27:60-66 60 and laid it in his own new tomb, which he had cut in the rock. And he rolled a great stone to the entrance of the tomb and went away.

60 แล้วเชิญพระศพไปประดิษฐานไว้ที่อุโมงค์ใหม่ของตน   ซึ่งเขาได้สกัดไว้ในศิลา   กลิ้งหินใหญ่ปิดปากอุโมงค์ไว้แล้วก็ไป

61 Mary Magdalene and the other Mary were there, sitting opposite the tomb.

61 ฝ่ายมารีย์ชาวมักดาลากับมารีย์อีกคนหนึ่งนั้น   ก็นั่งอยู่ที่นั่นตรงหน้าอุโมงค์

62 Next day, that is, after the day of Preparation, the chief priests and the Pharisees gathered before Pilate

62 ในวันรุ่งขึ้น   คือวันถัดจากวันตระเตรียม   พวกมหาปุโรหิตและพวกฟาริสีพากันไปหาปีลาต

63 and said, “Sir, we remember how that impostor said, while he was still alive, ‘After three days I will rise.’

63 เรียนว่า   “เจ้าคุณขอรับ   ข้าพเจ้าทั้งหลายจำได้ว่า   คนล่อลวงผู้นั้นเมื่อยังมีชีวิตอยู่ได้พูดว่า   'ล่วงไปสามวันแล้วเราจะเป็นขึ้นมาใหม่'

64 Therefore order the tomb to be made secure until the third day, lest his disciples go and steal him away and tell the people, ‘He has risen from the dead,’ and the last fraud will be worse than the first.”

64 เหตุฉะนั้นขอเจ้าคุณได้มีบัญชาสั่งเฝ้าอุโมงค์ให้แข็งแรง   จนถึงวันที่สาม   เกลือกว่าสาวกของเขาจะมาลักเอาศพไป   แล้วจะประกาศแก่ประชาชนว่า   เขาเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว   และการหลอกลวงครั้งนี้จะร้ายแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนอีก”

65 Pilate said to them, “You have a guard of soldiers. Go, make it as secure as you can.”

65 ปีลาตจึงบอกเขาว่า   “พวกท่านจงเอายามไปเถิด   จงไปเฝ้าให้แข็งแรงเท่าที่ทำได้”

66 So they went and made the tomb secure by sealing the stone and setting a guard.

66 เขาจึงไปทำอุโมงค์ให้มั่นคง   ประทับตราไว้ที่หิน   และวางยามประจำอยู่

While burial was the common practice, the Bible nowhere commands burial as the only allowed method of disposing of a body.

ในขณะที่การฝังศพเป็นการกระทำปกติ  ไม่มีที่ไหนเลยในพระคัมภีร์ที่เป็นคำสั่งว่า ยินยอมให้ใช้วิธีการฝังศพเพื่อกำจัดร่างกายที่ตายไป

Is cremation something a Christian can consider?

คริสเตียนสามารถพิจารณาเรื่องการเผาศพได้หรือไม่

Again, there is no explicit scriptural command against cremation.

อีกครั้ง ไม่มีคำสั่งที่ชัดเจนในพระคัมภีร์ที่ห้ามเรื่องการเผาศพ

Some believers object to the practice of cremation on the basis it does not recognize that one day God will resurrect our bodies and re-unite them with our soul/spirit

ผู้เชื่อบางคนคัดค้านปฏิบัติเรื่องการเผาศพ บนพื้นฐานที่ว่ามันไม่ได้รับรองว่าวันหนึ่ง พระเจ้าจะทรงฟื้นร่างกายที่ตายแล้วของเราและ พาจิตวิญญาณของเราไปรวมตัวกันอีกครั้ง

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:35-58 35 But someone will ask, “How are the dead raised? With what kind of body do they come?”

35 แต่บางคนจะถามว่า   “คนตายจะเป็นขึ้นมาอย่างไรได้   เมื่อเขาเป็นขึ้นมาจะมีรูปกายเป็นอย่างไร”

36 You foolish person! What you sow does not come to life unless it dies.

36 โอคนเขลา   เมล็ดที่ท่านหว่านลงนั้น   ถ้าไม่ตายเสียก่อนแล้วจะงอกขึ้นใหม่ไม่ได้

37 And what you sow is not the body that is to be, but a bare kernel, perhaps of wheat or of some other grain.

37 เมล็ดข้าวที่ท่านหว่านนั้น   จะเป็นข้าวสาลีหรือพืชอื่นๆก็ดี   ท่านมิได้หว่านสิ่งที่เป็นรูปร่างของต้นที่จะงอกขึ้นมา   แต่ได้หว่านเมล็ดเท่านั้น

38 But God gives it a body as he has chosen, and to each kind of seed its own body.

38 พระเจ้าทรงประทานรูปร่างต้นของเมล็ดนั้นตามที่พระองค์ทรงเห็นชอบ   และทรงประทานรูปร่างแก่เมล็ดพืชทุกพรรณตามชนิดของมัน

39 For not all flesh is the same, but there is one kind for humans, another for animals, another for birds, and another for fish.

39 เพราะว่าเนื้อนั้นไม่เหมือนกันหมดทุกอย่าง   เนื้อมนุษย์ก็อย่างหนึ่ง   เนื้อสัตว์จตุบาทก็อย่างหนึ่ง   เนื้อนกก็อย่างหนึ่ง   เนื้อปลาก็อย่างหนึ่ง

40 There are heavenly bodies and earthly bodies, but the glory of the heavenly is of one kind, and the glory of the earthly is of another.

40 ร่างกายสำหรับสวรรค์ก็มี   และร่างกายสำหรับโลกก็มี   แต่ว่าศักดิ์ศรีของร่างกายสำหรับสวรรค์ก็อย่างหนึ่ง   และศักดิ์ศรีของร่างกายสำหรับโลกก็อย่างหนึ่ง

41 There is one glory of the sun, and another glory of the moon, and another glory of the stars; for star differs from star in glory.

41 ศักดิ์ศรีของดวงอาทิตย์ก็อย่างหนึ่ง   ศักดิ์ศรีของดวงจันทร์ก็อย่างหนึ่ง   ศักดิ์ศรีของดวงดาวก็อย่างหนึ่ง   แท้ที่จริงศักดิ์ศรีของดาวดวงหนึ่งก็ต่างกันกับศักดิ์ศรีของดาวดวงอื่นๆ  

42 So is it with the resurrection of the dead. What is sown is perishable; what is raised is imperishable.

42 การซึ่งจะเป็นขึ้นมาจากความตายนั้นก็เหมือนกัน   สิ่งที่หว่านลงนั้นเป็นของที่จะเน่าเปื่อย   สิ่งที่เป็นขึ้นมาใหม่นั้นก็จะไม่รู้จักเน่าเปื่อย

43 It is sown in dishonor; it is raised in glory. It is sown in weakness; it is raised in power.

43 สิ่งที่หว่านลงนั้นไร้เกียรติ   สิ่งที่เป็นขึ้นมาใหม่ก็จะมีศักดิ์ศรี   สิ่งที่หว่านลงนั้นอ่อนกำลัง   สิ่งที่เป็นขึ้นมาใหม่ก็จะทรงอานุภาพ

44 It is sown a natural body; it is raised a spiritual body. If there is a natural body, there is also a spiritual body.

44 สิ่งที่หว่านลงนั้นเป็นร่างกาย   สิ่งที่เป็นขึ้นมาก็จะเป็นกายวิญญาณ   ถ้าร่างกายมี   กายวิญญาณก็มีด้วย

45 Thus it is written, “The first man Adam became a living being”; the last Adam became a life-giving spirit.

45 มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า   มนุษย์คนเดิมคืออาดัม  จึงเป็นผู้ที่มีชีวิตอยู่   แต่อาดัมผู้ซึ่งมาภายหลังนั้นเป็นวิญญาณผู้ประสาทชีวิต

46 But it is not the spiritual that is first but the natural, and then the spiritual.

46 แต่ร่างกายซึ่งเกิดก่อนนั้นหาใช่เป็นกายวิญญาณไม่   แต่เป็นร่างกายแล้วภายหลังจึงเกิดมีกายวิญญาณขึ้น

47 The first man was from the earth, a man of dust; the second man is from heaven.

47 มนุษย์เดิมนั้นกำเนิดจากดินและเป็นมนุษย์ดิน   มนุษย์ที่สองเสด็จมาจากสวรรค์

48 As was the man of dust, so also are those who are of the dust, and as is the man of heaven, so also are those who are of heaven.

48 มนุษย์ดินผู้นั้นเป็นอย่างไร   มนุษย์ดินทุกคนก็เป็นอย่างนั้น   มนุษย์สวรรค์ผู้นั้นเป็นอย่างไร   มนุษย์สวรรค์ทุกคนก็เป็นอย่างนั้น

49 Just as we have borne the image of the man of dust, we shall also bear the image of the man of heaven.

49 และเมื่อเราเกิดมามีลักษณะสมกับมนุษย์ดินแล้ว   เราก็จะมีลักษณะสมกับมนุษย์สวรรค์ด้วย

50 I tell you this, brothers: flesh and blood cannot inherit the kingdom of God, nor does the perishable inherit the imperishable.

50 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   ข้าพเจ้าหมายความว่า   เนื้อและเลือดจะมีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้   และสิ่งซึ่งเน่าเปื่อยจะมีส่วนในสิ่งซึ่งไม่รู้จักเน่าเปื่อยก็ไม่ได้  

51 Behold! I tell you a mystery. We shall not all sleep, but we shall all be changed,

51 ดูก่อนท่านทั้งหลาย   ข้าพเจ้ามีความล้ำลึกที่จะบอกแก่ท่าน   คือว่าเราจะไม่ล่วงหลับหมดทุกคน   แต่เราจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่หมด

52 in a moment, in the twinkling of an eye, at the last trumpet. For the trumpet will sound, and the dead will be raised imperishable, and we shall be changed.

52 ในชั่วขณะเดียว   ในพริบตาเดียว   เมื่อเป่าแตรครั้งสุดท้าย   เพราะว่าจะมีเสียงแตร   และคนที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาปราศจากเน่าเปื่อย   แล้วเราทั้งหลายจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่

53 For this perishable body must put on the imperishable, and this mortal body must put on immortality.

53 เพราะว่า สิ่งซึ่งเน่าเปื่อยนี้ต้องสวมซึ่งไม่เน่าเปื่อย   และสภาพมตะนี้ต้องสวมสภาพอมตะ

54 When the perishable puts on the imperishable, and the mortal puts on immortality, then shall come to pass the saying that is written:“Death is swallowed up in victory.”

54 เมื่อสิ่งซึ่งเน่าเปื่อยนี้   จะสวมซึ่งไม่เน่าเปื่อย   และสภาพมตะนี้จะสวมสภาพอมตะ   เมื่อนั้นตามซึ่งเขียนไว้ในพระคัมภีร์จะสำเร็จว่า   ความตายก็ถูกกลืนถึงปราชัยแล้ว  

55 “O death, where is your victory?

O death, where is your sting?”

55 โอ   มัจจุราชเอ๋ย   ชัยชนะของเจ้าอยู่ที่ไหน   โอ   มัจจุราชเอ๋ย   เหล็กไนของเจ้า

อยู่ที่ไหน  

56 The sting of death is sin, and the power of sin is the law.

56 เหล็กไนของความตายนั้นคือบาป   และฤทธิ์ของบาปคือธรรมบัญญัติ

57 But thanks be to God, who gives us the victory through our Lord Jesus Christ.

57 สาธุการแด่พระเจ้า ผูทรงประทานชัยชนะแก่เราทั้งหลาย   โดยพระเยซูคริสตเจ้าของเรา  

58 Therefore, my beloved brothers, be steadfast, immovable, always abounding in the work of the Lord, knowing that in the Lord your labor is not in vain.

58 เหตุฉะนั้นพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า   ท่านจงตั้งมั่นอยู่   อย่าหวั่นไหว   จงปฏิบัติงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้บริบูรณ์ทุกเวลา   ท่านทั้งหลายพึงรู้ว่า   โดยองค์พระผู้เป็นเจ้า   การของท่านจะไร้ประโยชน์ก็หามิได้

1 Thessalonians 1 เธสะโลนิกา 4:14 14 For since we believe that Jesus died and rose again, even so, through Jesus, God will bring with him those who have fallen asleep.

14 เพราะในเมื่อเราเชื่อว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์   และทรงคืนพระชนม์แล้ว   โดยพระเยซูนั้น   พระเจ้าจะทรงนำบรรดาคนที่ล่วงหลับไปแล้วนั้น   มากับพระองค์


However, the fact that a body has been cremated does not make it any more difficult for God to resurrect that body.

อย่างไรก็ตาม ความจริงที่ว่าร่างกายได้รับการเผาไม่ได้ทำให้มันยากขึ้นสำหรับ พระเจ้าที่จะทรงฟื้นร่างกายที่ตายไปนั้น

The bodies of Christians who died a thousand years ago have, by now, completely turned into dust.

ศพของคริสตชนที่เสียชีวิตเป็นพัน ๆ ปีที่ผ่านมาได้ตอนนี้กลายเป็นผงคลีดินไปหมดสิ้นแล้ว

This will in no way prevent God from being able to resurrect their bodies.

สิ่งนี้ไม่เป็นอุปสรรคที่จะป้องกันไม่ให้ พระเจ้าทรงสามารถรื้อฟื้นร่างกายของพวกเขา

He created them in the first place; He will have no difficulty re-creating them.

พระองค์ทรงสร้างไว้ตั้งแต่แรกเริ่มนั้น  ไม่มีปัญหาที่พระองค์จะทรงสร้างพวกเขาอีกครั้ง

Cremation does nothing but “expedite” the process of turning a body into dust.

การเผาศพ จะไม่มีอะไร แต่เป็นกระบวนการของการเปลี่ยนร่างกายเป็นผงคลีดิน“โดยเร็วขึ้น”

God is equally able to raise a person’s remains that have been cremated as He is the remains of a person who was not cremated.

พระเจ้าทรงสามารถที่จะยกส่วนที่เหลือของบุคคลที่ถูกเผาเช่นเดียวกับที่ทรงยกคนที่เหลืออยู่ที่ไม่ได้ถูกเผาอย่างเท่าเทียมกัน

The question of burial or cremation is within the realm of Christian freedom.

คำถามเรื่องการฝังศพ หรือการเผาศพอยู่ในขอบเขตเสรีภาพของคริสเตียน

A person or a family considering this issue should pray for wisdom and follow the conviction that results.

บุคคลหรือ ครอบครัวผู้พิจารณาประเด็นนี้ ควรอธิษฐานขอสติปัญญา และปฏิบัติตามผลแห่งความเชื่อนั้น

James ยากอบ 1:5 5 If any of you lacks wisdom, let him ask God, who gives generously to all without reproach, and it will be given him.

5 ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาดสติปัญญา   ก็ให้ผู้นั้นทูลขอจากพระเจ้า   ผู้ทรงโปรดประทานให้แก่คนทั้งปวงด้วยพระกรุณาและมิได้ทรงตำหนิ 

www.gotquestions.org/Thai     

 

Cremation

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top