Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Thursday, August 13, 2015

 

Book of 2 Chronicles

พระธรรม 2 พงศาวดาร

Can you summarize the Book of 2 Chronicles? What is the Book of 2 Chronicles all about?

คำอธิบายคำสำคัญ: คุณสามารถสรุปพระธรรม 2 พงศาวดารได้ไหม   พระธรรม 2 พงศาวดารทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: The Book of 2 Chronicles does not specifically name its author. The tradition is that 1 and 2 Chronicles were written by Ezra.
ผู้ประพันธ์: พระธรรม 2 พงศาวดารไม่ได้ระบุชื่อผู้เขียนโดยเฉพาะ ตามประเพณีพระธรรม 1 & 2 พงศาวดารเขียนโดยเอสรา


Date of Writing: The Book of 2 Chronicles was likely written between 450 and 425 B.C.
วันที่เขียน: พระธรรม 2 พงศาวดารอาจเขียนขึ้นระหว่างปี ก.ค.ศ 450 และ 425

Purpose of Writing: The Books of 1 & 2 Chronicles cover mostly the same information as 1 & 2 Samuel and 1 & 2 Kings.

จุดประสงค์ของการเขียน: พระธรรม 1 & 2 พงศาวดารส่วนใหญ่ครอบคลุมข้อมูลเดียวกับที่พระธรรม 1 & 2 ซามูเอล และพระธรรม 1 & 2 พงศ์กษัตริย์

The Books of 1 & 2 Chronicles focus more on the priestly aspect of the time period.

พระธรรม 1 & 2 พงศาวดารมุ่งเน้นมากด้านเกี่ยวกับปุโรหิตในช่วงเวลานั้น

The Book of 2 Chronicles is essentially an evaluation of the nation's religious history.
พระธรรม 2 พงศาวดารเป็นการประเมินผลสำคัญด้านประวัติศาสตร์ศาสนาของประเทศ


Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ

2 Chronicles 2 พงศาวดาร 2:1 1Now Solomon purposed to build a temple for the name of the LORD, and a royal palace for himself.

1ฝ่ายซาโลมอนทรงตั้งพระทัยที่จะสร้าง พระนิเวศเพื่อพระนามของพระเจ้า   และสร้างราชวังเพื่อราชอาณาจักรของพระองค์
2 Chronicles 2 พงศาวดาร 29:1-3 1Hezekiah began to reign when he was twenty-five years old, and he reigned twenty-nine years in Jerusalem. His mother's name was Abijah*n1.2 the daughter of Zechariah.

1เมื่อเฮเซคียาห์มีพระชนมายุยี่สิบห้าพรรษา   พระองค์ทรงเริ่มครอบครองและพระองค์ทรงครอบครอง ในกรุงเยรูซาเล็มยี่สิบเก้าปี   พระมารดาของพระองค์ทรงพระนาม ว่าอาบียาห์บุตรีของเศคาริยาห์

2And he did what was right in the eyes of the LORD, according to all that David his father had done.

2และพระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ชอบในสายพระเนตรพระเจ้า   ตามซึ่งดาวิดบรรพบุรุษของพระองค์ได้ทรงกระทำ

3In the first year of his reign, in the first month, he opened the doors of the house of the LORD and repaired them.

3ในปีแรกแห่งรัชกาลของพระองค์ในเดือนแรก   พระองค์ทรงเปิดประตูพระนิเวศของพระเจ้า   และได้ทรงทำการซ่อมแซมประตูนั้น
2 Chronicles  2 พงศาวดาร 36:14 14All the officers of the priests and the people likewise were exceedingly unfaithful, following all the abominations of the nations. And they polluted the house of the LORD that he had made holy in Jerusalem.

14บรรดาปุโรหิตผู้สำคัญและประชาชนก็เช่นเดียว กันไม่ซื่อสัตย์เสียทีเดียว   เขาติดตามสิ่งน่าเกลียดน่าชังของบรรดาประชาชาติ   และเขาทั้งหลายกระทำให้พระนิเวศของพระเจ้า ในเยรูซาเล็ม   ซึ่งพระองค์ทรงชำระให้บริสุทธิ์นั้นเป็นมลทินไป  
2 Chronicles  2 พงศาวดาร 36:23 23“Thus says Cyrus king of Persia, ‘The LORD, the God of heaven, has given me all the kingdoms of the earth, and he has charged me to build him a house at Jerusalem, which is in Judah. Whoever is among you of all his people, may the LORD his God be with him. Let him go up.’”

23“ไซรัสพระราชาแห่งเปอร์เซียตรัสดังนี้ว่า   'พระเยโฮวาห์พระเจ้าของฟ้าสวรรค์   ได้พระราชทานบรรดาราชอาณาจักรแห่งแผ่นดินโลกแก่เรา   และพระองค์ทรงกำชับให้เราสร้างพระนิเวศให้พระองค์ที่ เยรูซาเล็ม   ซึ่งอยู่ในยูดาห์ มีผู้ใดในท่ามกลางท่านทั้งหลาย ที่เป็นประชากรของพระองค์   ขอพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขาสถิตกับเขา   ขอให้เขาขึ้นไปเถิด' ”

Brief Summary: The Book of 2 Chronicles records the history of the Southern Kingdom of Judah, from the reign of Solomon to the conclusion of the Babylonian exile.

บทสรุปโดยย่อ: พระธรรม 2 พงศาวดารบันทึกประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักรทางตอนใต้ของยูดาห์   จากรัชสมัยของซาโลมอนไปสู่บทสรุปของการถูกกวาดต้อนเป็นเชลยในบาบิโลน

The decline of Judah is disappointing, but emphasis is given to the spiritual reformers who zealously seek to turn the people back to God.

การเสื่อมลงของยูดาห์เป็นที่น่าผิดหวัง แต่ได้เน้นไปที่ผู้ทำการปฏิรูปทางจิตวิญญาณที่ขยันขันแข็ง   ที่พยายามจะทำให้ผู้คนหันกลับมาหาพระเจ้า


Little is said about the bad kings or of the failures of good kings; only goodness is stressed.

ไม่ค่อยมีการกล่าวเรื่องกษัตริย์ที่ชั่วร้ายมากนักหรือความผิดพลาดของกษัตริย์ที่ดีๆ ; ความดีเท่านั้นที่เราเน้นย้ำ

Since 2 Chronicles takes a priestly perspective, the Northern Kingdom of Israel is rarely mentioned because of her false worship and refusal to acknowledge the Temple of Jerusalem.

เพราะว่า 2 พงศาวดารเป็นมุมมองเรื่องราวด้านปุโรหิต   ราชอาณาจักรอิสราเอลทาง ภาคเหนือไม่ค่อยกล่าวถึง   เพราะมีการนมัสการเท็จ   และการปฏิเสธไม่ยอมรับพระวิหารในกรุงเยรูซาเล็ม

2 Chronicles concludes with the final destruction of Jerusalem and the Temple.
2 พงศาวดารจบลงด้วยการทำลายกรุงเยรูซาเล็มและพระวิหารครั้งสุดท้าย


Foreshadowings: As with all references to kings and temples in the Old Testament, we see in them a reflection of the true King of Kings—Jesus Christ—and of the temple of the Holy Spirit—His people.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: เช่นเดียวกับการอ้างอิงถึงกษัตริย์และวิหารในพันธสัญญาเดิมสะท้อนให้เราเห็นภาพจอมกษัตริย์แท้จริงเหนือกษัตริย์ของพวกเขา--พระเยซูคริสต์—และพระวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์--ประชากรของพระองค์

Even the best of the kings of Israel had the faults of all sinful men and led the people imperfectly.

แม้แต่กษัตริย์ที่ดีที่สุดแห่งอิสราเอลมีความผิดเรื่องคนบาปทั้งหลายและนำประชาชนอย่างไม่ถูกต้อง

But when the King of Kings comes to live and reign on the earth in the millennium, he will establish Himself on the throne of all the earth as the rightful heir of David.

แต่เมื่อจอมกษัตริย์เหนือกษัตริย์เสด็จมาประทับอยู่และทรงครองโลกในสหัสวรรษ   พระองค์จะทรงสถาปนาพระองค์เองบนบัลลังก์แห่งแผ่นดิน   เป็นทายาทโดยชอบธรรมของดาวิด

Only then will we have a perfect King who will reign in righteousness and holiness, something the best of Israel’s kings could only dream of.
ดังนั้นแล้วเราจะมีกษัตริย์ที่สมบูรณ์แบบ   ผู้มีความชอบธรรมขึ้นครองราชย์และทรงบริสุทธิ์     บางสิ่งที่กษัตริย์ที่ดีที่สุดของอิสราเอลสามารถฝันถึง
Similarly, the great temple built by Solomon was not designed to last forever.

ในทำนองเดียวกัน  พระมหาวิหารที่สร้างขึ้นโดยซาโลมอน   ไม่ได้ออกแบบมาให้คงทนถาวรตลอดไป

Just 150 years later, it was in need of repair from decay and defacing by future generations who turned back to idolatry (2 Kings 12).

เพียง 150 ปีต่อมามันก็ต้องการการซ่อมแซมจากการเสื่อมสลายและเสียรูปไปโดยคนรุ่นใหม่ในอนาคต  ผู้ที่หันกลับไปบูชารูปเคารพ (2 พงศ์กษัตริย์ 12)

But the temple of the Holy Spirit—those who belong to Christ—will live forever.

แต่วิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์   คือคนเหล่านั้นที่อยู่ในพระคริสต์จะดำรงอยู่ตลอดไป

We who belong to Jesus are that temple, made not by hands but by the will of God.

เราซึ่งเป็นของพระเยซูไม่ใช่วิหารนั้น   ที่สร้างด้วยมือ แต่โดยพระประสงค์ของพระเจ้า

John ยอห์น 1:12-13 12But to all who did receive him, who believed in his name, he gave the right to become children of God,

12แต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์   ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์   พระองค์ก็ทรงประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า

13who were born, not of blood nor of the will of the flesh nor of the will of man, but of God.

13ซึ่งในฐานะนั้นเป็นผู้ที่มิได้เกิดจากเลือดเนื้อ   หรือกาม   หรือความประสงค์ของมนุษย์   แต่เกิดจากพระเจ้า  

The Spirit who lives within us will never depart from us and will deliver us safely into the hands of God one day.

พระวิญญาณผู้ที่ประทับอยู่ภายในเราจะไม่ออกไปจากเรา   และจะทรงช่วยเราอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้าได้อย่างปลอดภัยวันหนึ่ง

Ephesians เอเฟซัส 1:13 13In Him you also, when you heard the word of truth, the gospel of your salvation, and believed in Him, were sealed with the promised Holy Spirit,

13ในพระองค์นั้น   ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน   เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ   คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่านและได้วางใจในพระองค์   ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญ ญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา

Ephesians เอเฟซัส 4:30 30And do not grieve the Holy Spirit of God, by whom you were sealed for the day of redemption.

30และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย   เพราะโดยพระวิญญาณนั้นท่านได้ถูกประทับตราหมายท่านไว้   เพื่อวันที่จะทรงไถ่ให้รอด

No earthly temple contains that promise.
ไม่มีวิหารใดในโลกที่มีสัญญานั้น


Practical Application: The reader of the Chronicles is invited to evaluate each generation from the past and discern why each was blessed for their obedience or punished for their wickedness.

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: ผู้อ่านพงศาวดารได้รับเชิญให้ประเมินคนแต่ละรุ่นจากที่ผ่านมาและมองเห็นว่าทำไมคนแต่ละรุ่นได้รับพระพร     เพราะพวกเขาเชื่อฟังหรือถูกลงโทษเพราะความชั่วที่พวกเขาทำ

But we are also to compare the plight of these generations to our own, both corporately and individually.

แต่เราต้องเปรียบเทียบชะตากรรมของคนรุ่นเหล่านี้ด้วยตัวเราเอง    ทั้งเป็นรายหมู่และรายบุคคล

If we or our nation or our church is experiencing hardships, it is to our benefit to compare our beliefs and how we act upon those beliefs with the experiences of the Israelites under the various kings.

ถ้าเราหรือประเทศของเราหรือคริสตจักรของเรากำลังประสบกับความยากลำบาก   มันต้องเป็นไปเพื่อเปรียบเทียบความเชื่อของเรา    และวิธีที่เราปฏิบัติตามความเชื่อ  โดยประสบการณ์ของชาวอิสราเอลที่อยู่ภายใต้การปกครองโดยกษัตริย์ต่างๆ กัน

God hates sin and will not tolerate it. But if the Chronicles teach us anything, it is that God desires to forgive and heal those who will humbly pray and repent.

พระเจ้าทรงเกลียดชังความบาปและจะไม่ยอมทนต่อบาป แต่ถ้าพงศาวดารสอนบางอย่างแก่เรา    มันก็เป็นเพราะพระเจ้าทรงปรารถนาที่จะให้อภัย    และรักษาผู้ที่ถ่อมลงอธิษฐานและสารภาพผิด

1 John 1 ยอห์น 1:9 9If we confess our sins, he is faithful and just to forgive us our sins and to cleanse us from all unrighteousness.

9ถ้าเราสารภาพบาปของเรา   พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม   ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา   และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น

If you could have anything you wished from God, what would you ask for? Fabulous wealth? Perfect health for you and your loved ones? The power over life and death?

หากคุณสามารถได้สิ่งที่คุณปรารถนาจากพระเจ้า   คุณจะขออะไร   ความมั่งคั่งเยี่ยมยอดหรือ สุขภาพที่สมบูรณ์สำหรับคุณและคนที่คุณรักหรือ    อำนาจเหนือชีวิตและความตายหรือ

Amazing to think about it, isn’t it?

น่าประหลาดที่จะคิดถึงเรื่องนี้ไม่ใช่หรือ

But more amazing is that God made such an offer to Solomon and he chose none of these things.

แต่ที่น่าประหลาดกว่านั้นก็คือสิ่งที่พระเจ้าทรงเสนอให้แก่โซโลมอน   และพระองค์ไม่ทรงเลือกสิ่งเหล่านี้

What he asked for was wisdom and knowledge to complete the task God had assigned to him and to do it well.

สิ่งที่พระองค์ทูลขอคือสติปัญญาและความรู้     เพื่อให้งานที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้พระองค์ทรงทำและจะทรงทำมันได้อย่างดี

The lesson for us is that God has given each of us a commission to fulfill and the greatest blessing we can seek from God is the ability to carry out His will for our lives.

บทเรียนสำหรับเราคือว่าพระเจ้าได้ทรงมีพระบัญชาให้เราแต่ละคนทำให้สำเร็จและให้พระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราสามารถขอจากพระเจ้า   คือความสามารถทำให้พระประสงค์ของพระองค์สำเร็จในชีวิตเรา

For that, we need the “wisdom from above”to discern His will, as well as the understanding and intimate knowledge of Him in order to motivate us to Christlikeness in both deed and attitude

เพราะสิ่งนั้น  เราต้องการ "พระปัญญาจากเบื้องบน" ที่จะมองเห็นพระประสงค์ของพระองค์   เช่นเดียวกับความเข้าใจและความรู้ลึกในพระองค์   เพื่อที่จะกระตุ้นให้เราเป็นเหมือนพระคริสต์ทั้งในการประพฤติและทัศนคติ

James ยากอบ 3:13, 17 13Who is wise and understanding among you? By his good conduct let him show his works in the meekness of wisdom.

13ในพวกท่านผู้ใดเป็นคนฉลาดและมีปัญญา   ก็ให้ผู้นั้นแสดงการประพฤติของตนด้วยพฤติกรรมอันดี   มีใจอ่อนสุภาพประกอบด้วยปัญญา

17But the wisdom from above is first pure, then peaceable, gentle, open to reason, full of mercy and good fruits, impartial and sincere.

17แต่ปัญญาจากเบื้องบนนั้นบริสุทธิ์เป็นประการแรก   แล้วจึงเป็นความสงบสุข   สุภาพและว่าง่าย   เปี่ยมด้วยความเมตตาและผลที่ดี   ไม่ลำเอียง   ไม่หน้าซื่อใจคด


Book of Ecclesiastes

พระธรรมปัญญาจารย์


Can you summarize the Book of Ecclesiastes? What is the Book of Ecclesiastes all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรมปัญญาจารย์ได้ไหม พระธรรมปัญญาจารย์ทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: The Book of Ecclesiastes does not directly identify its author.

ผู้ประพันธ์: พระธรรมปัญญาจารย์ไม่ได้ระบุผู้ประพันธ์โดยตรง

There are quite a few verses that imply Solomon wrote this book.

มีข้อพระคัมภีร์ไม่กี่ข้อที่บอกเป็นนัยว่าโซโลมอนได้เขียนพระธรรมเล่มนี้

There are some clues in the context that may suggest a different person wrote the book after Solomon’s death, possibly several hundred years later.

มีบางอย่างในบริบทที่อาจเป็นปมชี้แนะว่าคนอื่นต่างหากที่เขียนพระธรรมนี้   อาจเป็นไปได้หลายร้อยปีต่อมาหลังจากโซโลมอนสิ้นพระชนม์  

Still, the conventional belief is that the author is indeed Solomon.
แต่กระนั้น  ยังคงมีความเชื่อแบบเดิมคือว่าผู้ประพันธ์คือโซโลมอนแน่นอน

Date of Writing: Solomon's reign as King of Israel lasted from around 970 B.C. to around 930 B.C.

วันที่เขียน: รัชสมัยของซาโลมอนที่ทรงเป็นกษัตริย์แห่งอิสราเอลตั้งแต่ประมาณปีก.ค.ศ  970 - 930

The Book of Ecclesiastes was likely written towards the end of his reign, approximately 935 B.C.

พระธรรมปัญญาจารย์อาจเขียนในช่วงปลายรัชสมัยของพระองค์ประมาณปี ก.ค.ศ. 935


Purpose of Writing: Ecclesiastes is a book of perspective.

จุดประสงค์ของการเขียน: พระธรรมปัญญาจารย์เป็นภาพรวมในอนาคตที่คาดการณ์ไว้

The narrative of “the Preacher”, or “the Teacher” reveals the depression that inevitably results from seeking happiness in worldly things.

เรื่องเล่าของ "ศาสดาผู้สอน" หรือ "ครู" เผยให้เห็นภาวะซึมเศร้าที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  อันเป็นผลมาจากการแสวงหาความสุขในสิ่งของฝ่ายโลก

This book gives Christians a chance to see the world through the eyes of a person who, though very wise, is trying to find meaning in temporary, human things.

พระธรรมเล่มนี้จะช่วยให้คริสเตียนมีโอกาสเห็นโลกผ่านสายตาของคน   ผู้ที่แม้จะฉลาดมาก   ก็กำลังพยายามจะค้นหาความหมายชั่วคราวในสิ่งของที่มนุษย์ต้องการ

Most every form of worldly pleasure is explored by the Preacher, and none of it gives him a sense of meaning.
ทุกรูปแบบส่วนใหญ่ของความสุขทางโลกที่ศาสดาผู้สอนเสาะหามาสั่งสอน   และไม่ทำให้เขาสัมผัสความหมายใดๆ
In the end, the Preacher comes to accept that faith in God is the only way to find personal meaning.

ในท้ายที่สุด  ศาสดาผู้สอนมายอมรับว่า ความเชื่อในพระเจ้าเป็นทางเดียวที่คนเราจะพบความหมายได้

He decides to accept the fact that life is brief and ultimately worthless without God.

เขาตัดสินใจยอมรับสัจธรรมว่า  ชีวิตคนเราสั้น  และที่สุดแล้วไร้ค่าถ้าปราศจากพระเจ้า

The Preacher advises the reader to focus on an eternal God instead of temporary pleasure.
ศาสดาผู้สอนให้คำแนะนำแก่ผู้อ่าน   ให้มุ่งเน้นไปที่พระเจ้าองค์นิรันดร์  แทนที่หาความสุขชั่วคราว
Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 1:2 2Vanity of vanities, says the Preacher, vanity of vanities! All is vanity.

2ปัญญาจารย์กล่าวว่า   อนิจจัง อนิจจัง  อนิจจัง  อนิจจัง  สารพัดอนิจจัง   
Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 1:18 18For in much wisdom is much vexation, and he who increases knowledge increases sorrow.

18เพราะในสติปัญญามากๆก็มีความทุกข์ระทมมาก  และบุคคลที่เพิ่มความรู้ก็เพิ่มความ
เศร้าโศก
Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 2:11 11Then I considered all that my hands had done and the toil I had expended in doing it, and behold, all was vanity and a striving after wind, and there was nothing to be gained under the sun.

11แล้วข้าพเจ้าหันมาดูบรรดาสิ่งที่มือข้าพเจ้ากระทำ   และความเหน็ดเหนื่อยที่ข้าพเจ้าทุ่มเทลงไปและ   ดูเถิด   ทุกอย่างก็อนิจจัง คือกินลมกินแล้ง   และไม่มีประโยชน์อะไรภายใต้ดวงอาทิตย์  
Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 12:1 1Remember also your Creator in the days of your youth, before the evil days come and the years draw near of which you will say, “I have no pleasure in them”;

1ในปฐมวัยของเจ้า   เจ้าจงระลึกถึงพระผู้เนรมิตสร้างของเจ้า   ก่อนที่ยามทุกข์ร้อนจะมาถึงและปีเดือนใกล้เข้ามา   เมื่อเจ้าจะกล่าวว่า   “ข้าไม่มีความเพลิดเพลินในปีเดือนนั้นเลย”
Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 12:13 13The end of the matter; all has been heard. Fear God and keep his commandments, for this is the whole duty of man.

13จบเรื่องแล้วได้ฟังกันทั้งสิ้นแล้ว   จงยำเกรงพระเจ้า และรักษาพระบัญญัติของพระองค์   เพราะนี่แหละเป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง

Brief Summary: Two phrases are repeated often in Ecclesiastes. The word translated as “vanity” or “meaningless” appears often, and is used to emphasize the temporary nature of worldly things.

บทสรุปโดยย่อ: คำกล่าวสองอย่างที่มักกล่าวซ้ำๆ ในปัญญาจารย์      คำนั้นแปลว่า "ความว่างเปล่า" หรือ "ไร้ความหมาย" มักพบได้บ่อยครั้ง    และถูกนำมาใช้เพื่อเน้นลักษณะชั่วคราวของสิ่งของฝ่ายโลก

In the end, even the most impressive human achievements will be left behind.

ในบั้นปลาย   แม้ความสำเร็จของมนุษย์ที่น่าประทับใจที่สุดก็จะถูกละทิ้งไว้ข้างหลัง

The phrase “under the sun” occurs 28 times, and refers to the mortal world.

วลีที่ว่า "ภายใต้ดวงอาทิตย์" เกิดขึ้น 28 ครั้งและหมายถึงจริยธรรมในโลก

When the Preacher refers to “all things under the sun,” he is talking about earthly, temporary, human things.
เมื่อศาสดาผู้สอนกล่าวถึง "ทุกสิ่งภายใต้ดวงอาทิตย์" เขากำลังพูดเกี่ยวกับสิ่งของชั่วคราวฝ่ายโลกของมนุษย์

The first seven chapters of the book of Ecclesiastes describe all of the worldly things “under the sun” that the Preacher tries to find fulfillment in.

พระธรรมปัญญาจารย์เจ็ดบทแรกอธิบายสิ่งของฝ่ายโลกทุกอย่าง "ภายใต้ดวงอาทิตย์" ที่ศาสดาผู้สอนพยายามที่จะหาทางบรรลุผล

He tries scientific discovery

เขาพิเคราะห์ด้านการค้นพบทางวิทยาศาสตร์

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 1:10-11 10Is there a thing of which it is said, “See, this is new”?

It has been already in the ages before us.

10มีสักสิ่งหนึ่งหรือที่เขาจะพูดได้ว่า  “ดูซี สิ่งนี้ใหม่”  สิ่งนั้นมีอยู่แล้ว  ในสมัยก่อนเราทั้งหลาย  

11There is no remembrance of former things, nor will there be any remembrance of later things yet to be among those who come after.

11ไม่มีการจดจำถึงสมัยก่อนและไม่มีการจดจำ   สิ่งหลังๆที่จะเกิดมาในท่ามกลางบรรดาผู้ที่มาภายหลัง

He tries wisdom and philosophy

เขาพิเคราะห์ด้านสติปัญญาและหลักปรัชญา

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 1:13-18 13And I applied my heart to seek and to search out by wisdom all that is done under heaven. It is an unhappy business that God has given to the children of man to be busy with.

13และข้าพเจ้าตั้งใจเสาะและแสวงหาโดยสติปัญญา   สิ่งที่กระทำกันภายใต้ฟ้าสวรรค์   เป็นเรื่องยากลำบากซึ่งพระเจ้าประทานให้มนุษย์ทำกันอยู่นั้น

14I have seen everything that is done under the sun, and behold, all is vanity and a striving after wind.

14ข้าพเจ้าเคยเห็นการทั้งปวงซึ่งเขากระทำกัน ภายใต้ดวงอาทิตย์ และดูเถิด สารพัดก็อนิจจัง   คือกินลมกินแล้ง  

15What is crooked cannot be made straight, and what is lacking cannot be counted.

15อะไรที่คดจะทำให้ตรงไม่ได้   และอะไรที่ขาดอยู่จะนับให้ครบไม่ได้  

16I said in my heart, “I have acquired great wisdom, surpassing all who were over Jerusalem before me, and my heart has had great experience of wisdom and knowledge.”

16ข้าพเจ้ารำพึงว่า   “ข้าพเจ้ามีสติปัญญามากยิ่ง   มากกว่าใครๆที่ครองอยู่เหนือกรุงเยรูซาเล็มมาก่อนข้าพเจ้า   ใจข้าพเจ้าก็เจนจัดในสติปัญญาและความรู้ อย่างยิ่ง”

17And I applied my heart to know wisdom and to know madness and folly. I perceived that this also is but a striving after wind.

17ข้าพเจ้าก็ตั้งใจรู้สติปัญญา รู้ความบ้าบอ และความเขลา   ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่าเรื่องนี้ก็เป็นแต่กินลมกินแล้งด้วย  

18For in much wisdom is much vexation, and he who increases knowledge increases sorrow.

18เพราะในสติปัญญามากๆ ก็มีความทุกข์ระทมมาก และบุคคลที่เพิ่มความรู้ก็เพิ่มความเศร้าโศก

He tries mirth

เขาพิเคราะห์ด้านความสนุกสนานบันเทิง

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 2:1 1I said in my heart, “Come now, I will test you with pleasure; enjoy yourself.” But behold, this also was vanity.

1ข้าพเจ้ารำพึงว่า   “มาเถอะมาลองสนุกสนานกันดู   เอ้า จงสนุกสบายใจไป”   แต่ดูเถิด เรื่องนี้ก็อนิจจังเช่นกัน

He tries alcohol

เขาพิเคราะห์ด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 2:3 3I searched with my heart how to cheer my body with wine—my heart still guiding me with wisdom—and how to lay hold on folly, till I might see what was good for the children of man to do under heaven during the few days of their life.

3ข้าพเจ้าคิดดูว่าจะทำอย่างไร   กายจึงจะคึกคักด้วยเหล้าองุ่น   และใจยังคงแนะนำข้าพเจ้า ด้วยสติปัญญาและจะยึดความเขลาไว้อย่างไร   จนข้าพเจ้าจะเห็นได้ว่า   อะไรจะดีสำหรับให้บรรดาบุตรของมนุษย์ กระทำภายใต้ท้องฟ้าตลอดชีวิตของเขา

He tries architecture

เขาพิเคราะห์ด้านสถาปัตยกรรม

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 2:4 4I made great works. I built houses and planted vineyards for myself.

4ข้าพเจ้ากระทำการใหญ่โต   ข้าพเจ้าได้สร้างเรือนหลายหลัง   และทำสวนองุ่นหลายแปลง

He tries property

เขาพิเคราะห์ด้านทรัพย์สมบัติ

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 2:7 7I bought male and female slaves, and had slaves who were born in my house. I had also great possessions of herds and flocks, more than any who had been before me in Jerusalem.

7ข้าพเจ้าซื้อทาสชายหญิงไว้มีทาสเกิดขึ้นในบ้าน   ข้าพเจ้ามีฝูงโคฝูงแพะแกะเป็น สมบัติมากกว่าของบรรดาคนที่อยู่ใน กรุงเยรูซาเล็มก่อนข้าพเจ้า

And he tries luxury

และเขาพิเคราะห์ด้านความหรูหรา

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 2:8 8I also gathered for myself silver and gold and the treasure of kings and provinces. I got singers, both men and women, and many concubines, the delight of the children of man.

8ข้าพเจ้าสะสมเงินทองไว้ด้วย   และส่ำสมทรัพย์สมบัติอันควรคู่กับกษัตริย์และควร คู่กับเมืองทั้งหลาย   ข้าพเจ้ามีนักร้องชายหญิงสำหรับตัวและเมียน้อย   ซึ่งเป็นสิ่งชอบใจผู้ชาย  

The Preacher turned his mind towards different philosophies to find meaning, such as materialism.

ศาสดาผู้สอนหันมาพิเคราะห์ดูปรัชญาต่างๆ    เพื่อค้นหาความหมายเช่นลัทธิวัตถุนิยม

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 2:19-20 19and who knows whether he will be wise or a fool? Yet he will be master of all for which I toiled and used my wisdom under the sun. This also is vanity.

19แล้วใครจะไปทราบว่าเขาคนนั้นจะเป็นคน มีสติปัญญาหรือคนเขลา   กระนั้นเขาก็ครอบครองบรรดาการงานของข้าพเจ้า   ที่ข้าพเจ้าได้ตรากตรำมาและที่ข้าพเจ้าใช้สติ ปัญญากระทำภายใต้ดวงอาทิตย์   นี่ก็อนิจจังด้วย

20So I turned about and gave my heart up to despair over all the toil of my labors under the sun,

20ข้าพเจ้าจึงกลับอัดอั้นตันใจนักถึง เรื่องการงานของข้าพเจ้า   ซึ่งข้าพเจ้าตรากตรำมาภายใต้ดวงอาทิตย์

And even moral codes (including chapters 8-9).

และแม้แต่กฏข้อบังคับของหลักศีลธรรม (รวมทั้งบทที่ 8-9)

He found that everything was meaningless, a temporary diversion that, without God, had no purpose or longevity.
เขาพบว่าทุกอย่างไม่มีความหมาย    การผันแปรชั่วคราวที่ว่า   ไม่มีพระเจ้า  ไม่มีเป้าหมายหรือไม่คงทนยั่งยืน
Chapters 8-12 of Ecclesiastes describe the Preacher’s suggestions and comments on how a life should be lived.

บทที่ 8-12 พระธรรมปัญญาจารย์บรรยายคำสั่งสอนของศาสดาผู้สอน  และแสดงความคิดเห็นว่าควรจะมีชีวิตอยู่อย่างไร

He comes to the conclusion that without God, there is no truth or meaning to life.

เขามาถึงบทสรุปว่า  ไม่มีพระเจ้า   ไม่มีสัจธรรมหรือความหมายในชีวิต

He has seen many evils and realized that even the best of man’s achievements are worth nothing in the long run.

เขาได้เห็นมารร้ายมากมายและตระหนักว่าแม้แต่ความสำเร็จที่สุดยอดของมนุษย์  ก็เป็นอะไรที่ไม่มีค่าในที่สุด

So he advises the reader to acknowledge God from youth and to follow His will.

ดังนั้นเขาจึงให้คำแนะนำแก่ผู้อ่านที่จะยอมรับพระเจ้าตั้งแต่เยาวชนและเพื่อทำตามพระประสงค์ของพระองค์

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 12:1, 13-14 1Remember also your Creator in the days of your youth, before the evil days come and the years draw near of which you will say, “I have no pleasure in them”;

1ในปฐมวัยของเจ้า   เจ้าจงระลึกถึงพระผู้เนรมิตสร้างของเจ้า   ก่อนที่ยามทุกข์ร้อนจะมาถึงและปีเดือนใกล้เข้ามา   เมื่อเจ้าจะกล่าวว่า   “ข้าไม่มีความเพลิดเพลินในปีเดือนนั้นเลย”

13The end of the matter; all has been heard. Fear God and keep his commandments, for this is the whole duty of man. 

13จบเรื่องแล้ว ได้ฟังกันทั้งสิ้นแล้ว   จงยำเกรงพระเจ้า และรักษาพระบัญญัติของพระองค์   เพราะนี่แหละเป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง

14For God will bring every deed into judgment, with every secret thing, whether good or evil.

14ด้วยว่าพระเจ้าจะทรงเอาการงานทุกประการเข้าสู่การพิพากษา    พร้อมด้วยสิ่งเร้นลับทุกอย่างไม่ว่าดีหรือชั่ว

Foreshadowings: For all of the vanities described in the Book of Ecclesiastes, the answer is Christ.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: สำหรับความหยิ่งยะโสที่บรรยายไว้ในพระธรรมปัญญาจารย์แต่คำตอบคือพระเยซูคริสต์

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 3:17 17I said in my heart, God will judge the righteous and the wicked, for there is a time for every matter and for every work.

17ข้าพเจ้ารำพึงในใจของข้าพเจ้าว่า   พระเจ้าจะทรงพิพากษาคนชอบธรรมและคนอธรรม   เพราะมีกาลกำหนดไว้สำหรับทุกเรื่อง   และสำหรับการงานทุกอย่าง

According to this, God judges the righteous and the wicked, and the righteous are only those who are in Christ.

ตามอย่างนี้  พระเจ้าทรงพิพากษาคนชอบธรรมและคนชั่ว    และคนชอบธรรมคือผู้ที่ศรัทธาในพระคริสต์เท่านั้น

2 Corinthians 2โครินธ์ 5:21 21For our sake He made Him to be sin who knew no sin, so that in Him we might become the righteousness of God.

21เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป   เพราะเห็นแก่เรา   เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์

God has placed the desire for eternity in our hearts.

พระเจ้าได้ทรงสนองความปรารถนาชีวิตนิรันดร์ในจิตใจเรา

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 3:11 11He has made everything beautiful in its time. Also, he has put eternity into man's heart, yet so that he cannot find out what God has done from the beginning to the end.

11พระองค์ทรงกระทำให้สรรพสิ่งงดงามตามฤดูกาลของมัน   พระองค์ทรงบรรจุนิรันดร์กาลไว้ในจิตใจของมนุษย์   แต่มนุษย์ยังมองไม่เห็นว่า   พระเจ้าทรงกระทำอะไรไว้ตั้งแต่ปฐมกาลจนที่สุดปลาย

God has provided the Way to eternal life through Christ.

พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมทางนั้นผ่านทางพระคริสต์ไปสู่ชีวิตนิรันดร์

John ยอห์น 3:16 16“For God so loved the world, that He gave His only Son, that whoever believes in Him should not perish but have eternal life.

16เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก   จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์   เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ   แต่มีชีวิตนิรันดร์

We are reminded that striving after the world’s wealth is not only vanity because it does not satisfy, but even if we could attain it, without Christ we would lose our souls and what profit is there in that?

เราได้รับคำเตือนสอนว่าการดิ้นรนแสวงหาความมั่งคั่งฝ่ายโลก   ไม่ได้เป็นเพียงความว่างเปล่าที่ไร้คุณค่า   เพราะมันไม่ได้ตอบสนองความพอใจ  แต่แม้ว่าเราจะสามารถได้รับมา  ถ้าปราศจากพระคริสต์เราจะสูญเสียจิตวิญญาณไป  แล้วจะมีประโยชน์อะไร

Ecclesiastes ปัญญาจารย์ 5:10 10He who loves money will not be satisfied with money, nor he who loves wealth with his income; this also is vanity.

10คนรักเงินย่อมไม่อิ่มเงิน  และคนรักสมบัติไม่รู้จักอิ่มกำไร  นี่ก็อนิจจังด้วย  

Mark มาระโก 8:36 36For what does it profit a man to gain the whole world and forfeit his life?

36เพราะถ้าผู้ใดจะได้สิ่งของสิ้นทั้งโลก  แต่ต้องเสียชีวิตของตน  ผู้นั้นจะได้ประโยชน์อะไร

Ultimately, every disappointment and vanity described in Ecclesiastes has its remedy in Christ, the wisdom of God and the only true meaning to be found in life.
ในที่สุด   ทุกความผิดหวังและความว่างเปล่าที่บรรยายไว้ในปัญญาจารย์มีทางเยียวยารักษาโดยพระคริสต์   พระปัญญาของพระเจ้าและความหมายแท้จริงเท่านั้นพบได้ในชีวิต

Practical Application: Ecclesiastes offers the Christian an opportunity to understand the emptiness and despair that those who do not know God grapple with.

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: พระธรรมปัญญาจารย์ให้โอกาสคริสเตียนที่จะเข้าใจความว่างเปล่า  และความสิ้นหวัง     ซึ่งคนที่ไม่รู้จักพระเจ้าจะต้องต่อสู้ดิ้นรน

Those who do not have a saving faith in Christ are faced with a life that will ultimately end and become irrelevant.

ผู้ที่ไม่มีความเชื่อว่าจะรอดได้ในพระคริสต์  ต้องเผชิญกับชีวิตซึ่งในท้ายที่สุดจะดับลงและกลายเป็นไม่สำคัญอะไร

If there is no salvation, and no God, then not only is there no point to life, but no purpose or direction to it either.

หากไม่มีความรอดและปราศจากพระเจ้า    ไม่เพียงแต่ชีวิตจะไม่มีความหมาย  แต่ไม่มีเป้าหมายหรือทิศทางใดๆ เลย

The world “under the sun,” apart from God, is frustrating, cruel, unfair, brief, and “utterly meaningless.”

ชาวโลก "ภายใต้ดวงอาทิตย์" ที่แยกจากพระเจ้า   กำลังปวดหัวกลุ้มใจ   โหดร้าย   ไม่ยุติธรรม  คิดสั้น และ "ไร้ความหมายที่สุด"

But with Christ, life is but a shadow of the glories to come in a heaven that is only accessible through Him.

แต่โดยพระคริสต์    ชีวิตอยู่ในเงาแห่งพระสิริที่จะมาในสวรรค์   ที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านทางพระองค์


www.gotquestions.org/Thai

2 Chronicles and Ecclesiastes

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top