Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, August 15, 2015

 

Book of Nehemiah

พระธรรมเนหะมีย์


Can you summarize the Book of Nehemiah? What is the Book of Nehemiah all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรมของเนหะมีย์ได้ไหม พระธรรมเนหะมีย์  ทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: The Book of Nehemiah does not specifically name its author, but both Jewish and Christians traditions recognize Ezra as the author.

ผู้ประพันธ์: พระธรรม เนหะมีย์ไม่ระบุชื่อผู้ประพันธ์เป็นพิเศษ แต่ประเพณีทั้งของชาวยิวและของคริสเตียนยอมรับว่าเอสราเป็นผู้ประพันธ์

This is based on the fact that the Books of Ezra and Nehemiah were originally one.
นี้จะขึ้นอยู่กับความจริงที่ว่าพระธรรมเอสราและเนหะมีย์เดิมทีนั้นเป็นฉบับเดียวกัน


Date of Writing: The Book of Nehemiah was likely written between 445 and 420 B.C.
วันที่เขียน: พระธรรมเนหะมีย์อาจเขียนขึ้นในระหว่างปี ก.ค.ศ 445 และ 420


Purpose of Writing: The Book of Nehemiah, one of the history books of the Bible, continues the story of Israel’s return from the Babylonian captivity and the rebuilding of the temple in Jerusalem.
วัตถุประสงค์ของการเขียน: พระธรรมเนหะมีย์  หนึ่งในหมวดประวัติศาสตร์ของพระคัมภีร์  ยังคงเล่าเรื่องของอิสราเอลกลับจากการเป็นเชลยที่บาบิโลน  และการบูรณะพระวิหารในกรุงเยรูซาเล็ม


Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Nehemiah เนหะมีย์ 1:3 3And they said to me, “The remnant there in the province who had survived the exile is in great trouble and shame. The wall of Jerusalem is broken down, and its gates are destroyed by fire.”

3เขาทั้งหลายพูดกับข้าพเจ้าว่า   “ผู้ที่รอดตายซึ่งอยู่ในมณฑล   คือผู้ซึ่งรอดพ้นจากการถูกกวาดไปเป็นเชลย   มีความลำบากและความอับอายมาก   กำแพงเมืองเยรูซาเล็มก็พังลง   และประตูเมืองก็ถูกไฟทำลายเสีย”  
Nehemiah เนหะมีย์ 1:1111O Lord, let your ear be attentive to the prayer of your servant, and to the prayer of your servants who delight to fear your name, and give success to your servant today, and grant him mercy in the sight of this man.”

Now I was cupbearer to the king.

11ข้าแต่พระเจ้า   ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังคำอธิษฐานของผู้รับใช้ของพระองค์   และต่อคำอธิษฐานของบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์   ผู้ปีติยินดีที่ยำเกรงพระนามของพระองค์   ขอประทานความสำเร็จแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ในวันนี้   และขอทรงโปรดให้เป็นที่ชอบในสายตาของชายคนนี้”    ขณะนั้น ข้าพเจ้าเป็นพนักงานเชิญถ้วยเสวยของพระราชา
Nehemiah เนหะมีย์ 6:15-16 15So the wall was finished on the twenty-fifth day of the month Elul, in fifty-two days.

15กำแพงจึงสำเร็จในวันที่ยี่สิบห้าเดือนเอลูล   ในห้าสิบสองวัน

16And when all our enemies heard of it, all the nations around us were afraid and fell greatly in their own esteem, for they perceived that this work had been accomplished with the help of our God.

16และอยู่มา   เมื่อศัตรูทั้งสิ้นของเราทั้งหลายได้ยิน   ประชาชาติทั้งปวงรอบเราก็กลัวและเขาก็น้อยเนื้อต่ำใจ   เพราะเขาทั้งหลายหยั่งรู้ว่างานนี้ที่ได้สำเร็จไปก็ด้วย พระเจ้าของเราทรงช่วยเหลือ

Brief Summary: Nehemiah was a Hebrew in Persia when the word reached him that the Temple in Jerusalem was being reconstructed.

บทสรุปโดยย่อ: พระธรรมเนหะมีย์เป็นคนฮิบรูอยู่ในเปอร์เซียเมื่อเขาได้ยินว่าวิหารในกรุงเยรูซาเล็มกำลังจะถูกบูรณะขึ้นใหม่

He grew anxious knowing there was no wall to protect the city.

เขารู้สึกกังวลมากที่ทราบว่าไม่มีกำแพงเพื่อป้องกันเมือง

Nehemiah invited God to use him to save the city.

เนหะมีย์ได้กราบทูลพระเจ้าให้ทรงใช้เขาเพื่อช่วยปกป้องเมือง

God answered his prayer by softening the heart of the Persian king, Artaxerxes, who gave not only his blessing, but also supplies to be used in the project.

พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของเขาโดยทำให้พระทัยกษัตริย์เปอร์เซียคืออาร์ทาเซอร์ซิส อ่อนลง ผู้ซึ่งไม่เพียงให้พระพร     แต่ยังมอบวัสดุอุปกรณ์เพื่อจะใช้ในโครงการ

Nehemiah is given permission by the king to return to Jerusalem, where he is made governor.
เนหะมีย์ได้รับอนุญาตจากกษัตริย์ที่จะกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม  ที่ซึ่งเขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด

In spite of opposition and accusations the wall was built and the enemies silenced.

ทั้งๆที่มีความขัดแย้งและข้อกล่าวหา   กำแพงก็ได้ถูกสร้างขึ้นและศัตรูก็เงียบไป

The people, inspired by Nehemiah, give tithes of much money, supplies and manpower to complete the wall in a remarkable 52 days, despite much opposition.

โดยแรงบันดาลใจจากเนหะมีย์  ประชาชนได้ถวายสิบลดจากเงินมากมาย   วัสดุอุปกรณ์และกำลังคน   เพื่อที่จะทำให้ผนังเสร็จสมบูรณ์ภายใน 52 วันให้ได้  แม้จะมีความขัดแย้งมาก

This united effort is short-lived, however, because Jerusalem falls back into apostasy when Nehemiah leaves for a while.

อย่างไรก็ตาม ความพยายามที่ผนึกกำลังนี้อยู่ช่วงสั้น ๆ เพราะว่าเยรูซาเล็มตกอยู่ในภาวะไร้ความเชื่อศรัทธาเมื่อเนหะมีย์จากไปชั่วขณะ

After 12 years he returned to find the walls strong but the people weak.

หลังจาก 12 ปีเขากลับไปอีก และพบว่ากำแพงนั้นแข็งแกร่ง แต่ผู้คนอ่อนแอ

He set about the task of teaching the people morality and he didn't mince words. "I argued with those people, put curses on them, hit some of them and pulled out their hair"

เขาเริ่มงานสั่งสอนจริยธรรมแก่ผู้คน   และเขาไม่ได้พูดเลี่ยงเพื่อลดความรุนแรง "ผมเถียงกับคนเหล่านั้น  สาปแช่งพวกเขา    ตีพวกเขาบ้างและดึงผมของพวกเขาออกมา"

Nehemiah เนหะมีย์ 13:25 25And I confronted them and cursed them and beat some of them and pulled out their hair. And I made them take oath in the name of God, saying, “You shall not give your daughters to their sons, or take their daughters for your sons or for yourselves.

25ข้าพเจ้าได้โต้แย้งกับเขา   และแช่งเขา และตีเขาบางคนและดึงผมของเขาออก   และข้าพเจ้ากระทำให้เขาปฏิญาณในพระนามของพระเจ้า   ด้วยข้าพเจ้ากล่าวว่า   “เจ้าทั้งหลายอย่ายกบุตรหญิงของเจ้าให้แก่บุตรชายของเขา   หรือรับบุตรหญิงของเขาให้แก่บุตรชายของเจ้าหรือตัวเจ้าเอง

He reestablishes true worship through prayer and by encouraging the people to revival by reading and adhering the Word of God.
เขากอบกู้การนมัสการที่ถูกต้องใหม่   โดยการอธิษฐานและหนุนใจให้ผู้คนเพื่อฟื้นฟูใหม่ โดยการอ่านและการยึดมั่นในพระวจนะของพระเจ้า

Foreshadowings: Nehemiah was a man of prayer and he prayed passionately for his people (Nehemiah 1).

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: เนหะมีย์เป็นนักอธิษฐานและเขาอธิษฐานจากใจจริงๆเพื่อผู้คน (เนหะมีห์บทที่ 1)

His zealous intercession for God’s people foreshadows our great Intercessor, Jesus Christ, who prayed fervently for His people in His high-priestly prayer in John 17.

คำขอร้องวิงวอนด้วยใจกระตือรือร้นของเขาสำหรับคนของพระเจ้าเป็นลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้าถึงพระเยซูคริสต์ผู้ทรงอธิษฐานทูลขอแทนเรา   ทรงอธิษฐานขมักเขม้นเพื่อประชากรของพระองค์  ในการอธิษฐานตามแบบปุโรหิตในยอห์น 17

Both Nehemiah and Jesus had a burning love for God’s people which they poured out in prayer to God, interceding for them before the throne.
ทั้งเนหะมีย์และพระเยซูทรงมีใจรักเร่าร้อนสำหรับคนของพระเจ้า      ที่พวกเขาพากันอธิษฐานต่อพระเจ้า    อธิษฐานทูลขอแทนพวกเขาต่อหน้าพระที่นั่ง


Practical Application: Nehemiah led the Israelites into a respect and love for the text of Scripture.

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: เนหะมีย์ได้นำชาวอิสราเอลให้นับถือและรักเนื้อหาพระคัมภีร์

Nehemiah, because of his love for God and his desire to see God honored and glorified, led the Israelites towards the faith and obedience God had desired for them for so long.

เนหะมีย์   เพราะความรักของเขาที่มีต่อพระเจ้า  และความปรารถนาของเขาที่จะได้เห็นพระเจ้าทรงได้รับพระเกียรติและสรรเสริญ   เขานำชาวอิสราเอลให้มีความเชื่อและการเชื่อฟังพระเจ้า   ตามที่ทรงประสงค์เป็นเวลานาน                                                                In the same way, Christians are to love and revere the truths of Scripture, commit them to memory, meditate on them day and night, and turn to them for the fulfillment of every spiritual need.

ในทำนองเดียวกัน คริสเตียนต้องรักและเคารพความจริงของพระคัมภีร์    ที่พวกเขานำไปจดจำ   นั่งภาวนาพระคำทั้งกลางวันและกลางคืน   และทำให้พวกเขามีใจปรารถนาทางจิตวิญญาณ

2 Timothy 2 ทิโมธี 3:16 16All Scripture is breathed out by God and profitable for teaching, for reproof, for correction, and for training in righteousness,

16พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และ เป็นประโยชน์ในการสอน   การตักเตือนว่ากล่าว   การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี   และการอบรมในทางธรรม

If we expect to experience the spiritual revival of the Israelites, we must begin with God’s Word.

ถ้าเราคาดหวังที่จะได้สัมผัสการฟื้นจิตวิญญาณของชาวอิสราเอล   เราจะต้องเริ่มต้นด้วยพระวจนะของพระเจ้า

Nehemiah เนหะมีย์ 8:1-8 1And all the people gathered as one man into the square before the Water Gate. And they told Ezra the scribe to bring the Book of the Law of Moses that the LORD had commanded Israel.

1ประชาชนทั้งปวงได้ชุมนุม พร้อมหน้ากันที่ลานเมืองหน้าประตูน้ำ   และเขาบอกเอสราธรรมาจารย์   ให้นำพระธรรมธรรมบัญญัติของโมเสส ซึ่งพระเจ้าทรงบัญชาแก่อิสราเอลนั้นมา

2So Ezra the priest brought the Law before the assembly, both men and women and all who could understand what they heard, on the first day of the seventh month.

2เอสราปุโรหิตได้นำธรรมบัญญัติมาหน้าชุมนุมชน   ทั้งชายและหญิงและบรรดาผู้ที่ฟังเข้าใจได้ ณ วันต้น ของเดือนที่เจ็ด

3And he read from it facing the square before the Water Gate from early morning until midday, in the presence of the men and the women and those who could understand. And the ears of all the people were attentive to the Book of the Law.

3และท่านหันหน้าไปทางลานเมืองหน้าประตูน้ำ   อ่านตั้งแต่เช้าตรู่จนเที่ยงวัน   ต่อหน้าผู้ชายผู้หญิงกับบรรดาผู้ที่ฟังเข้าใจได้   และประชาชนก็ตะแคงหูฟังพระธรรม

4And Ezra the scribe stood on a wooden platform that they had made for the purpose. And beside him stood Mattithiah, Shema, Anaiah, Uriah, Hilkiah, and Maaseiah on his right hand, and Pedaiah, Mishael, Malchijah, Hashum, Hashbaddanah, Zechariah, and Meshullam on his left hand.

4เอสราธรรมาจารย์ยืนอยู่บนแท่นไม้   ซึ่งเขาทำไว้เพื่อการนี้   ข้างๆท่านมีมัททีธิยาห์ เชมา อานายาห์ อุรีอาห์   ฮิลคียาห์และมาอาเสอาห์ยืนอยู่ข้างขวามือของท่าน   กับมีเปดายาห์   มิชาเอล มัลคิยาห์ ฮาชูม ฮัชบัดดานาห์   เศคาริยาห์และเมชุลลามอยู่ข้างซ้ายมือของท่าน

5And Ezra opened the book in the sight of all the people, for he was above all the people, and as he opened it all the people stood.

5และเอสราได้เปิดพระธรรมต่อหน้าประชาชนทั้งปวง เพราะท่านอยู่สูงกว่าประชาชน   เมื่อท่านเปิดพระธรรมประชาชนก็ยืนขึ้น

6And Ezra blessed the LORD, the great God, and all the people answered, “Amen, Amen,” lifting up their hands. And they bowed their heads and worshiped the LORD with their faces to the ground.

6เอสราสรรเสริญพระเยโฮวาห์   พระเจ้าใหญ่ยิ่ง และประชาชนทั้งปวง   ตอบว่า “อาเมน อาเมน”   พร้อมกับยกมือขึ้นและเขาทั้งหลายโน้มตัวลงนมัสการพระเจ้า   ซบหน้าลงถึงดิน

7Also Jeshua, Bani, Sherebiah, Jamin, Akkub, Shabbethai, Hodiah, Maaseiah, Kelita, Azariah, Jozabad, Hanan, Pelaiah, the Levites, helped the people to understand the Law, while the people remained in their places.

7อนึ่งเยชูอา  บานี  เชเรบิยาห์  ยามีน  อักขูบ  ชับเบธัย  โฮดียาห์   มาอาเสอาห์   เคลิทา  อาซาริยาห์  โยซาบาด  ฮานัน  เปไลยาห์  พวกคนเลวี   ได้ช่วยประชาชนให้เข้าใจธรรมบัญญัติ   ฝ่ายประชาชนก็ยังอยู่ในที่ของตน

8They read from the book, from the Law of God, clearly, and they gave the sense, so that the people understood the reading.

8และเขาทั้งหลายอ่านจากพระธรรม   จากธรรมบัญญัติของพระเจ้าเป็นตอนๆ   และเขาก็แปลความ   ประชาชนจึงเข้าใจข้อความที่อ่านนั้น  

Each of us ought to have genuine compassion for others who have spiritual or physical hurts.

เราแต่ละคนควรจะมีความเห็นอกเห็นใจแท้จริงต่อคนอื่น ๆ ที่จิตวิญญาณปวดร้าวหรือเจ็บป่วยทางร่างกาย

To feel compassion, yet, do nothing to help, is unfounded Biblically.

แค่รู้สึกเห็นอกเห็นใจ  แต่ก็ไม่ลงมือทำอะไรเพื่อช่วย  แบบนี้ไม่มีมูลความจริงตามหลักพระคัมภีร์

At times we may have to give up our own comfort in order to minister properly to others.

ในบางครั้ง เราอาจจะต้องเสียสละสะดวกสบายของเราเองเพื่อรับบริการรับใช้อย่างเหมาะสมแก่ผู้อื่น

We must totally believe in a cause before we will give our time or money to it with the right heart.

ที่สุดแล้วเราต้องเชื่อในสาเหตุที่มา   ก่อนที่เราจะใช้เวลาหรือเงินทองไปด้วยจิตใจที่ไตร่ตรองแล้วว่าเหมาะสม

When we allow God to minister through us, even unbelievers will know it is God's work.

เมื่อเราอนุญาตให้พระเจ้าทรงทำพันธกิจผ่านเรา   แม้ผู้ไม่เชื่อก็จะรู้ว่ามันเป็นงานของพระเจ้า

www.gotquestions.org/Thai

Nehemiah

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top