Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, August 16, 2015

 

Book of Esther

พระธรรมเอสเธอร์


Can you summarize the Book of Esther? What is the Book of Esther all about?

คำอธิบายคำสำคัญ: คุณสามารถสรุปพระธรรมเอสเธอร์ได้ไหม พระธรรมเอสเธอร์ทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: The Book of Esther does not specifically name its author.

ผู้ประพันธ์: พระธรรมเอสเธอร์ไม่ได้ระบุชื่อผู้ประพันธ์โดยเฉพาะ

The most popular traditions are Mordecai (a major character in the Book of Esther), Ezra and Nehemiah (who would have been familiar with Persian customs).
ตามประเพณีที่นิยมมากที่สุดคือโมรเดคัย (บุคคลสำคัญในพระธรรมเอสเธอร์), เอสรา  และเนหะมีย์ (ผู้ที่คุ้นเคยกับประเพณีเปอร์เซีย)


Date of Writing: The Book of Esther was likely written between 460 and 350 B.C.

วันที่เขียน: พระธรรมเอสเธอร์อาจเขียนขึ้นระหว่างปีก.ค.ศ. 460 และ 350

Purpose of Writing: The purpose of the Book of Esther is to display the providence of God, especially in regard to His chosen people, Israel.

จุดประสงค์ของการเขียน: จุดประสงค์ของพระธรรมเอสเธอร์คือแสดงการทรงจัดเตรียมของพระเจ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับชนชาติอิสราเอลที่ทรงเลือก

The Book of Esther records the institution of the Feast of Purim and the obligation of its perpetual observation.

พระธรรมเอสเธอร์บันทึกการจัดงานรื่นเริงในเทศกาลพูริม และระเบียบพิธีปฎิบัติอย่างถาวร

The Book of Esther was read at the Feast of Purim to commemorate the great deliverance of the Jewish nation brought about by God through Esther.

พระธรรมเอสเธอร์ใช้อ่านในเทศกาลพูริม  เพื่อรำลึกถึงชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของชนชาวยิวที่พระเจ้าทรงนำผ่านทางพระราชินีเอสเธอร์

Jews today still read Esther during Purim.
ชาวยิวทุกวันนี้ยังคงอ่านพระธรรมเอสเธอร์ในช่วงเทศกาลพูริม 

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Esther เอสเธอร์ 2:15 15When the turn came for Esther the daughter of Abihail the uncle of Mordecai, who had taken her as his own daughter, to go in to the king, she asked for nothing except what Hegai the king's eunuch, who had charge of the women, advised. Now Esther was winning favor in the eyes of all who saw her.

15เมื่อถึงเวรของเอสเธอร์ บุตรสาวของอาบีฮาอิล   ลุงของโมรเดคัยผู้ซึ่งรับเธอไว้เป็นบุตรีจะ เข้าเฝ้าพระราชา   เธอมิได้ขอสิ่งใด   นอกจากสิ่งที่เฮกัยขันทีของพระราชาผู้ดูแลผู้หญิงแนะนำ   ฝ่ายเอสเธอร์เป็นที่ถูกตาทุกคนที่เห็นเธอ
Esther เอสเธอร์ 4:14 14For if you keep silent at this time, relief and deliverance will rise for the Jews from another place, but you and your father's house will perish. And who knows whether you have not come to the kingdom for such a time as this?”

14เพราะถ้าเธอเงียบอยู่ในเวลานี้ ความช่วยเหลือและการช่วยกู้จะมาถึงพวกยิวจากที่อื่น   แต่เธอและครัวเรือนบิดาของเธอจะพินาศ ที่จริงเธอมารับตำแหน่งราชินีก็เพื่อ ยามวิกฤตเช่นนี้ก็เป็นได้นะ ใครจะรู้”

Esther เอสเธอร์ 6:12 12Then Mordecai returned to the king's gate. But Haman hurried to his house, mourning and with his head covered.

12แล้วโมรเดคัยก็กลับมายังประตูพระราชวัง   แต่ฮามานรีบกลับไปบ้านของท่าน   คลุมศีรษะและคร่ำครวญ
Esther เอสเธอร์ 7:3 3Then Queen Esther answered, “If I have found favor in your sight, O king, and if it please the king, let my life be granted me for my wish, and my people for my request.

3พระราชินีเอสเธอร์ทูลตอบว่า   “ข้าแต่พระราชา   ถ้าหม่อมฉันเป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์   และถ้าเป็นที่พอพระทัยพระราชา   ขอพระราชทานชีวิตของหม่อมฉันและของชนชาติตามคำทูลขอของหม่อมฉัน


Brief Summary: The Book of Esther can be divided into three main sections. Chapters 1:1-2:18 – Esther replaces Vashti; 2:19-7:10 – Mordecai overcomes Haman; 8:1-10:3 – Israel survives Haman’s attempt to destroy them.

บทสรุปโดยย่อ: พระธรรมเอสเธอร์สามารถแบ่งออกเป็นตอนสำคัญได้ 3 ตอน บทที่ 1: 1-2: 18 – พระราชินีเอสเธอร์แทนที่พระนางวัชที บทที่ 2: 19-7: 10 – โมรเดคัยเอาชนะฮามานบทที่ 8: 1-10: 3 -ชนชาติอิสราเอลรอดชีวิตพ้นจากความพยายามของฮามานที่จะฆ่าพวกเขา

The noble Esther risked her own death as she realized what was at stake.

พระราชินีเอสเธอร์ยอมเสี่ยงชีวิตเพราะได้ทรงตระหนักถึงสิ่งที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย

She willingly did what could have been a deadly maneuver and took on the second in command of her husband‘s kingdom, Haman

พระนางทรงเต็มใจที่จะทำในสิ่งที่อาจเป็นภัยร้ายแรง   และจัดการคนสำคัญลำดับที่สองในราชอาณาจักรสามีของพระองค์ คือฮามาน

She proved a wise and most worthy opponent, all the while remaining humble and respectful of the position of her husband-king.
พระนางได้ทรงพิสูจน์ว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่ชาญฉลาดและมีคุณค่าที่สุด  ทรงอ่อนน้อมถ่อมตนและเคารพฐานันดรศักดิ์ของพระสวามีคือองค์กษัตริย์
Genesis ปฐมกาล 41:34-37 34Let Pharaoh proceed to appoint overseers over the land and take one-fifth of the produce of the land of Egypt during the seven plentiful years.

34ขอฟาโรห์ทำดังนี้คือจัดพนักงานไว้ทั่วแผ่นดิน   และเก็บผลหนึ่งในห้าส่วนแห่งประเทศอียิปต์ไว้ตลอดเจ็ดปีที่อุดมสมบูรณ์นั้น

35And let them gather all the food of these good years that are coming and store up grain under the authority of Pharaoh for food in the cities, and let them keep it.

35ให้คนเหล่านั้นเก็บอาหารในปีที่อุดมเหล่านั้นซึ่งจะมาถึงนั้นไว้   และสะสมข้าวด้วยอำนาจของฟาโรห์ไว้เป็นอาหารในหัวเมือง   และให้เขาตุนไว้

36That food shall be a reserve for the land against the seven years of famine that are to occur in the land of Egypt, so that the land may not perish through the famine.”

36อาหารนี้จะได้เป็นเสบียงสำรองในแผ่นดินระหว่างเจ็ดปี ที่กันดารอาหาร   ซึ่งจะเกิดขึ้นในประเทศอียิปต์   ดังนี้แผ่นดินจะไม่พินาศเสียไปเพราะกันดารอาหาร”

37This proposal pleased Pharaoh and all his servants.

37ฝ่ายฟาโรห์และข้าราชการทั้งปวงก็เห็นชอบในข้อเสนอนี้

Much like the story of Joseph in, both stories involve foreign monarchs who control the destiny of the Jews.

เหมือนเรื่องราวของโยเซฟมากเลย     ทั้งสองเรื่องเกี่ยวข้องกับกษัตริย์ต่างชาติผู้ที่ควบคุมชะตากรรมของชาวยิว

Both accounts show the heroism of Israelite individuals who provide the means for the salvation of their people and nation.                                                                          เรื่องราวทั้งสองแสดงความกล้าหาญของบุคลากรอิสราเอล    ผู้ที่เตรียมจัดหาทางรอดแก่ผู้คนและประเทศของพวกเขา

The hand of God is evident, in that what appears to be a bad situation is indeed very much under the control of the Almighty God who ultimately has the good of the people at heart.

พระหัตถ์ของพระเจ้าปรากฏชัดแจ้ง   ในสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายมากแท้จริงอยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า  ผู้ทรงมีพระทัยเมตตาต่อประชากรอย่างที่สุด

At the center of this story is the ongoing division between the Jews and the Amalakites, which was recorded to have begun in the Book of Exodus.

หัวใจของเรื่องนี้เป็นการแตกแยกระหว่างชาวยิวและชาวอามาเลขที่ยังคงมีต่อไป ซึ่งได้รับการบันทึกไว้ว่าได้เริ่มต้นในพระธรรมอพยพ

Haman’s goal is the final effort recorded in the Old Testament period of the complete eradication of the Jews.

เป้าหมายของฮามานเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายที่บันทึกไว้ในสมัยพันธสัญญาเดิม  เพื่อกำจัดชาวยิวให้ราบคาบ

His plans eventually end up with his own demise, and the elevation of his enemy Mordecai to his own position, as well as the salvation of the Jews.
แผนการของเขาในที่สุดก็จบลงด้วยมรณกรรมของตัวเอง และมีการยกฐานะศัตรูของเขาคือโมรเดคัย ไปดำรงตำแหน่งแทนที่ตัวเอง  และชาวยิวก็รอดพ้นภัยด้วย

Feasting is a major theme of this book, there are ten recorded banquets, and many of the events were planned, plotted, or exposed at these banquets.                                          การจัดเลี้ยงสังสรรเป็นสาระสำคัญของพระธรรมเล่มนี้     มีบันทึกการจัดกินเลี้ยง 10 ครั้งและหลายเหตุการณ์มีการวางแผนไว้  วางกลอุบายไว้ หรือโผล่ออกมาให้เห็นในงานกินเลี้ยงเหล่านี้

Although the name of God is never mentioned in this book, it is apparent that the Jews of Susa sought His intervention when they fasted and prayed for three days.

แม้ว่าในพระธรรมเล่มนี้ไม่เคยเอ่ยพระนามของพระเจ้า เห็นได้ชัดว่าชาวยิวแห่งซูซาพยายามหาเสาะหาพระองค์ให้ทรงเสด็จเข้ามา    เมื่อพวกเขาถือศีลอดอาหารและอธิษฐานเป็นเวลาสามวัน

Esther เอสเธอร์ 4:16 16“Go, gather all the Jews to be found in Susa, and hold a fast on my behalf, and do not eat or drink for three days, night or day. I and my young women will also fast as you do. Then I will go to the king, though it is against the law, and if I perish, I perish.”

16“ไปเถิด ให้รวบรวมพวกยิวทั้งสิ้นที่หาพบในสุสา   และถืออดอาหารเพื่อฉัน   อย่ารับประทาน   อย่าดื่มสามวันกลางคืนหรือกลางวัน   ฉันและสาวใช้ของฉันจะอดอาหารอย่างท่านด้วย   แล้วฉันจะเข้าเฝ้าพระราชาแม้ว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย   ถ้าฉันพินาศ ฉันก็พินาศ”

In spite of the fact that the law allowing their destruction was written according to the laws of the Medes and Persians, rendering it unchangeable, the way was cleared for their prayers to be answered.

แม้ความจริงที่ว่าบทบัญญัติอนุญาตให้บันทึกเรื่องการทำลายพวกเขาตามอย่างบทบัญญัติของคนมีเดียและเปอร์เซีย     กระทำให้มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้    เป็นทางที่เปิดให้คำอธิษฐานของพวกเขาต้องรับคำตอบ

Esther risked her life by going not once uninvited before the king but twice.

พระราชินีเอสเธอร์ทรงเสี่ยงชีวิตโดยเข้าเฝ้ากษัตริย์ทั้งที่มิได้รับเชิญ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแต่เป็นสองครั้ง

Esther เอสเธอร์ 4:1-2 1When Mordecai learned all that had been done, Mordecai tore his clothes and put on sackcloth and ashes, and went out into the midst of the city, and he cried out with a loud and bitter cry.

1เมื่อโมรเดคัยทราบทุกอย่างที่ได้กระทำไปแล้ว   ก็ฉีกเสื้อของตนสวมผ้ากระสอบและใส่ขี้เถ้า   และออกไปกลางนครคร่ำครวญด้วยเสียงดังอย่างขมขื่น

2He went up to the entrance of the king's gate, for no one was allowed to enter the king's gate clothed in sackcloth.

2ท่านขึ้นไปอยู่ที่ทางเข้าประตูของพระราชา   เพราะไม่มีผู้ใดที่สวมผ้ากระสอบเข้าประตูของพระราชาได้

Esther เอสเธอร์ 8:3 3Then Esther spoke again to the king. She fell at his feet and wept and pleaded with him to avert the evil plan of Haman the Agagite and the plot that he had devised against the Jews.

3แล้วพระนางเอสเธอร์กราบทูลพระราชาอีก   พระนางกราบลงที่พระบาทของพระองค์   และวิงวอนพระองค์ด้วยน้ำพระเนตร   ขอให้แผนการร้ายของฮามาน   คนอากัก   และการปองร้ายซึ่งท่านได้คิดขึ้นต่อพวกยิวนั้นพ้นไปเสีย

She was not content with the destruction of Haman; she was intent on saving her people.

พระนางไม่ทรงพอพระทัยแผนการทำลายของฮามาน; พระนางทรงตั้งพระทัยที่จะช่วยให้ชนชาติของพระนางรอดชีวิต

The institution of the Feast of Purim is written and preserved for all to see and is still observed today.

การจัดงานเลี้ยงเทศกาลพูริมบันทึกไว้ให้ทุกคนรักษาไว้  ให้เป็นพิธีและปฏิบัติจนทุกวันนี้

God's chosen people, without any direct mention of His name, were granted a stay of execution through the wisdom and humility of Esther.
ชนชาติที่พระเจ้าทรงลือกสรรไว้    แม้ปราศจากการกล่าวถึงพระนามพระองค์โดยตรง     ก็ได้รับการช่วยให้พ้นจากการประหาร    ผ่านทางสติปัญญาและความอ่อนน้อมถ่อมตนของพระราชินีเอสเธอร์


Foreshadowing: In Esther, we are given a behind-the-scenes look at the ongoing struggle of Satan against the purposes of God and most especially against His promised Messiah.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: ในพระธรรมเอสเธอร์  เราจะได้เห็นเบื้องหลังฉากการดิ้นรนของซาตานที่ขัดขวางพระประสงค์ของพระเจ้าต่อไปไม่หยุด   และโดยเฉพาะขัดขวางพระเมสสิยาห์ตามพระสัญญา

The entrance of Christ into the human race was predicated upon the existence of the Jewish race.

การเสด็จเข้ามาของพระเยซูคริสต์ผ่านเชื้อสายมนุษย์  ได้รับการทำนายล่วงหน้าถึงการดำรงอยู่ของเชื้อสายยิว

Just as Haman plotted against the Jews in order to destroy them, so has Satan has set himself against Christ and God’s people.

ตามที่ฮามานวางกลอุบายชั่วต่อชาวยิวในเพื่อที่จะทำลายพวกเขา     ก็เหมือนกับซาตานได้ยกตัวเองต่อสู้พระคริสต์และประชากรของพระองค์

Just as Haman is defeated on the gallows he built for Mordecai, so does Christ use the very weapon that his enemy devised to destroy Him and His spiritual seed.

ตามที่ฮามานถูกประหารบนตะแลงแกงที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อฆ่าโมรเดคัย    เช่นเดียวกับที่พระคริสต์ทรงใช้อาวุธสำคัญ   เมื่อศัตรูวางแผนที่จะฆ่าพระองค์และเมล็ดพันธุ์ฝ่ายวิญญาณของพระองค์

For the cross, by which Satan planned to destroy the Messiah, was the very means through which Christ triumphed by the cross. 

เพราะว่าไม้กางเขน  ที่ซาตานวางแผนที่จะฆ่าพระเมสสิยาห์  คือหนทางที่พระคริสต์ทรงมีชัยชนะโดยกางเขน

Colossians โคโลสี 2:14-15 14by canceling the record of debt that stood against us with its legal demands. This he set aside, nailing it to the cross.

14พระองค์ทรงฉีกกรมธรรม์ซึ่งได้ผูกมัดเราด้วยบัญญัติต่างๆ   ซึ่งขัดขวางเรา   และได้ทรงหยิบเอาไปเสียให้พ้นโดยทรงตรึงไว้ที่กางเขน

15He disarmed the rulers and authorities and put them to open shame, by triumphing over them in him.

15พระองค์ทรงปลดเทพผู้ครองและศักดิเทพเสีย   พระองค์ได้ทรงประจานเขา   และชนะเขาโดยกางเขนนั้น

Just as Haman was hanged on the gallows he built for Mordecai, so the devil was crushed by the cross he erected to destroy Christ.
ตามที่ฮามานถูกแขวนคอบนตะแลงแกงที่เขาสร้างขึ้นมาสำหรับโมรเดคัย    ดังนั้นแหละมารถูกบดขยี้โดยกางเขนที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อฆ่าพระคริสต์

Practical Application: The Book of Esther shows the choice we make between seeing the hand of God in our circumstances in life and seeing things as merely coincidence.

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: พระธรรมเอสเธอร์แสดงให้เห็นทางเลือกของเรา  ระหว่างพระหัตถ์ของพระเจ้าในสถานการณ์ในชีวิตเรา  และการมองว่าสิ่งต่างๆ เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ

God is the sovereign Ruler of the universe and we can be assured that His plans will not be moved by the actions of mere evil men.

พระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์ผู้ครอบครองจักรวาล   และเราได้รับคำสัญญาว่าแผนการณ์ของพระองค์จะไม่ถูกพวกคนชั่วกระทำการลบล้างไป

Although His name is not mentioned in the book, His providential care for his people, both individuals and the nation, is evident throughout.

แม้ว่าพระนามของพระองค์ไม่ได้กล่าวถึงในพระธรรมเล่มนี้  การทรงดูแลจัดเตรียมของพระองค์เพื่อคนของพระองค์   ทั้งประชาชนและประเทศชาติ   มีหลักฐานชัดเจนตลอด

For instance, we cannot fail to see the Almighty exerting influence over King Xerxes’s timely insomnia.

ยกตัวอย่างเช่น   เราไม่ผิดหวังที่จะรู้ว่าพระผู้ทรงฤทธิ์ทรงสำแดงอำนาจเหนืออาการนอนไม่หลับของกษัตริย์เซอร์เซสทันเวลา

Through the example of Mordecai and Esther, the silent love language our Father often uses to communicate directly to our spirits is shown in this book.
โดยผ่านตัวอย่างของโมรเดคัยและเอสเธอร์  ในพระธรรมเล่มนี้เราเห็นภาษารักเงียบที่พระบิดาของเรามักทรงใช้ในการติดต่อโดยตรงกับจิตวิญญาณของเรา
Esther proved to have a godly and teachable spirit that also showed great strength and willing obedience.

พระราชินีเอสเธอร์ทรงพิสูจน์ให้เห็นทรงมีว่าวิญญาณชอบธรรมและฟังคำสอน  ทั้งแสดงให้เห็นความเข้มแข็งและการเชื่อฟังด้วยความเต็มใจ

Esther’s humility was markedly different from those around her, and this caused her to be elevated into the position of Queen.

ความอ่อนน้อมถ่อมตนของพระราชินีเอสเธอร์ก็โดดเด่นแตกต่างจากคนรอบข้าง และเป็นเหตุให้พระนางได้รับการยกฐานะขึ้นดำรงตำแหน่งพระราชินี

She shows us that remaining respectful and humble, even in difficult if not humanly impossible circumstances, often sets us up to be the vessel of untold blessing for both ourselves and others.

พระนางทรงแสดงให้เราเห็นท่าทีเคารพนับถือและอ่อนน้อมถ่อมตน  แม้ในยามยากหากไม่ใช่สถานการณ์เป็นไปไม่ได้อย่างปุถุชนธรรมดา  บ่อยครั้งเราถูกตั้งเป็นภาชนะแห่งพระพรที่ไม่รู้ตัวสำหรับตนเองและคนอื่น ๆ

We would do well to emulate her godly attitudes in all areas of life, but especially in trials.

ในทุ กพื้นที่ของชีวิตเราจะประพฤติดีที่จะเลียนแบบท่าทียกย่องนับถือพระเจ้าของพระนาง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาถูกทดลอง

Not once is there a complaint or bad attitude exposed in the writing.

ไม่มีสักครั้งที่มีการร้องเรียนหรือท่าทีแย่มากที่เผยให้เห็นในการเขียนเรื่องนี้

Many times we read she won the "favor" of those around her.

หลายครั้งที่เราอ่านพบว่าพระนางทรงเป็นที่รักใคร่ "โปรดปราน" ของคนรอบข้างเสมอ

Such favor is what ultimately saved her people.

ความชื่นชอบดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยให้ชนชาติของพระนางรอดชีวิต

We can be granted such favor as we accept even unfair persecution and follow Esther’s example of maintaining a positive attitude, coupled with humility and the determination to lean on God.

เราอาจได้รับความโปรดปรานเช่นนั้น เมื่อเรายอมต่อการข่มเหงที่ไม่เป็นธรรมและทำตามตัวอย่างของพระราชินีเอสเธอร์โดยมีท่าทีในแง่บวก    ควบคู่ไปกับความอ่อนน้อมถ่อมตนและความมุ่งมั่นที่จะพึ่งพาพระเจ้า

Who knows but that God put us in such a position, for just such a time as this?

ใครจะรู้ได้ยกเว้นแต่ว่าพระเจ้าทรงวางเราอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว  สำหรับช่วงเวลาเช่นนี้


www.gotquestions.org/Thai

Esther

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top