Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Tuesday, August 18, 2015

 

Book of Job

พระธรรมโยบ


Can you summarize the Book of Job? What is the Book of Job all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรมโยบได้ไหม พระธรรมโยบทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร?


Author: The Book of Job does not specifically name its author. The most likely candidates are Job, Elihu, Moses and Solomon.
ผู้ปรพันธ์: พระธรรมโยบไม่ได้บอกชื่อผู้ประพันธ์โดยเฉพาะ  เป็นไปได้มากที่สุดที่ผู้ประพันธ์คือโยบ เอลิฮู โมเสสและซาโลมอน

Date of Writing: The date of the authorship of the Book of Job would be determined by the author of the Book of Job.

วันที่เขียน: วันที่เขียนพระธรรมโยบจะถูกกำหนดโดยผู้เขียนพระธรรมโยบ

If Moses was the author, the date would be around 1440 B.C.

หากโมเสสเป็นผู้ประพันธ์   วันที่เขียนน่าจะประมาณปี ก.ค.ศ 1,440

If Solomon was the author, the date would be around 950 B.C.

หากโซโลมอนเป็นผู้ประพันธ์ วันที่เขียนจะประมาณปี ก.ค.ศ  950

Because we don’t know the author, we can’t know the date of writing.
เพราะเราไม่ทราบชื่อผู้ประพันธ์ เราไม่สามารถรู้วันที่เขียนได้

Purpose of Writing: The Book of Job helps us to understand the following: Satan cannot bring financial and physical destruction upon us unless it is by God's permission. God has power over what Satan can and cannot do.                                            จุดประสงค์ของการเขียน: พระธรรมโยบช่วยให้เราเข้าใจต่อไปนี้: ซาตานไม่สามารถทำทำลายทรัพย์สินและร่างกายของเรานอกจากจะได้รับอนุญาตจากพระเจ้า พระเจ้าทรงมีอำนาจเหนือสิ่งที่ซาตานสามารถทำและไม่ทำได้

It is beyond our human ability to understand the "why's" behind all the suffering in the world.

มันเป็นเรื่องเกินความสามารถของมนุษย์เราที่จะเข้าใจว่า "ทำไม" เบื้องหลังการทนทุกข์ทรมานทั้งสิ้นในโลก

The wicked will receive their just dues.

คนชั่วจะได้รับสิ่งที่สมควรได้รับที่ยุติธรรม

We cannot always blame our suffering and sin on our lifestyles.

เราไม่สามารถตำหนิการใช้ชีวิตของเราที่รับทนทุกข์ทรมานและความบาปเสมอไป

Suffering may sometimes be allowed in our lives to purify, test, teach or strengthen the soul.

บางครั้งอาจเกิดความทุกข์ในชีวิตของเราเพื่อชำระเราให้บริสุทธิ์  เพื่อทดสอบ หรือสั่งสอน  หรือเสริมสร้างจิตวิญญาณเรา

God remains enough, deserves and requests our love and praise in all circumstances of life.
พระเจ้าทรงสมควรได้รับความรักและการสรรเสริญในทุกสถานการณ์ของชีวิต

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Job โยบ 1:1 1There was a man in the land of Uz whose name was Job, and that man was blameless and upright, one who feared God and turned away from evil.

1มีชายคนหนึ่งในแผ่นดินอูส ชื่อโยบ   ชายคนนั้นเป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม   เป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้าและหันเสียจากความชั่วร้าย
Job โยบ 1:21 21And he said, “Naked I came from my mother's womb, and naked shall I return. The LORD gave, and the LORD has taken away; blessed be the name of the LORD.”

21ท่านว่า   “ข้าพเจ้ามาจากครรภ์มารดาของข้าพเจ้าตัวเปล่า   และข้าพเจ้าจะกลับไปตัวเปล่า   พระเจ้าประทาน และพระเจ้าทรงเอาไปเสีย   สาธุการแด่พระนามพระเจ้า”  
Job โยบ 38:1-2 1Then the LORD answered Job out of the whirlwind and said:

1แล้วพระเจ้าทรงตอบโยบออกมาจากพายุว่า  

2“Who is this that darkens counsel by words without knowledge?

2“นี่ใครหนอที่ให้คำปรึกษา   มืดมนไปด้วยถ้อยคำอันปราศจากความรู้  
Job โยบ 42:5-6 5I had heard of you by the hearing of the ear, but now my eye sees you;

5ข้าพระองค์เคยได้ยินถึงพระองค์ด้วยหู   แต่บัดนี้ตาของข้าพระองค์เห็นพระองค์  

6therefore I despise myself, and repent in dust and ashes.”

6ฉะนั้นข้าพระองค์จึงเกลียดตนเอง   และกลับใจอยู่ในผงคลีและขี้เถ้า”  


Brief Summary: The book opens with a scene in heaven where Satan comes to accuse Job before God.

บทสรุปโดยย่อ: หนังสือเล่มนี้เปิดฉากขึ้นในสวรรค์   ที่ซึ่งซาตานลงมากล่าวโทษโยบต่อพระพักตร์พระเจ้า

He insists Job only serves God because God protects him and seeks God’s permission to test Job’s faith and loyalty.

มันยืนยันว่าโยบรับใช้พระเจ้าเพียงเพราะพระเจ้าทรงปกป้องเขา    และมันพยายามขออนุญาตพระเจ้าเพื่อที่จะทดสอบความเชื่อและความจงรักภักดีของโยบ

God grants His permission, only within certain boundaries.

พระเจ้าทรงอนุญาต  เพียงแต่ให้อยู่ภายในขอบเขตที่แน่นอน

Why do the righteous suffer?

ทำไมคนชอบธรรมต้องทนทุกข์ทรมาน

This is the question raised after Job loses his family, his wealth, and his health.

นี่คือคำถามที่เกิดขึ้นหลังจากที่โยบสูญเสียครอบครัวของเขา  ความมั่งคั่งของเขา และสุขภาพของเขา

Job's three friends Eliphaz, Bildad and Zophar, come to “comfort” him and to discuss his crushing series of tragedies.

เพื่อนทั้งสามของโยบคือ  เอลีฟัส, บิลดาดและโซฟาร์  "ปลอบโยน" เขาและเพื่อหารือเกี่ยวกับความทุกข์ที่เขาเศร้าโศกมาตลอด

They insist his suffering is punishment for sin in his life.

พวกเขายืนยันว่าการที่เขาต้องทนทุกข์ทรมานคือการลงโทษชีวิตของเขาที่ทำบาป

Job, though, remains devoted to God through all of this and contends that his life has not been one of sin.

แต่โยบยังคงทุ่มเทถวายตัวต่อพระเจ้าตลอดที่เกิดเหตุการณ์ทั้งหมดนี้     และเชื่อว่าไม่ได้เป็นเพราะเรื่องทำบาปในชีวิต

A fourth man, Elihu, tells Job he needs to humble himself and submit to God's use of trials to purify his life.

คนที่สี่  เอลีฮูบอกโยบว่าเขาต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ยอมรับการทดลองของพระเจ้าในการชำระชีวิตของเขาให้บริสุทธิ์

Finally, Job questions God Himself and learns valuable lessons about the sovereignty of God and his need to totally trust in the Lord.

สุดท้ายโยบทูลถามพระเจ้าเอง  และเรียนรู้บทเรียนที่มีคุณค่าเกี่ยวกับอำนาจสูงสุดของพระเจ้า   และความจำเป็นที่เขาจะต้องไว้วางใจในพระเจ้าทุกกรณี

Job is then restored to health, happiness and prosperity beyond his earlier state.
แล้วสุขภาพของโยบฟื้นคืนดีกลับอีก  ความสุขและความเจริญรุ่งเรืองดีกว่าก่อนหน้านี้

Foreshadowing: As Job was pondering the cause of his misery, three questions came to his mind, all of which are answered only in our Lord Jesus Christ.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: ขณะที่โยบกำลังไตร่ตรองหาสาเหตุของความทุกข์ยากของเขา   ใจของเขานึกถึงคำถามสามข้อ ทั้งหมดที่องค์พระเยซูคริสต์เท่านั้นที่จะทรงตอบ

These questions occur in chapter 14.

ในบทที่ 14เราพบคำถามเหล่านี้

Job โยบ 14:4 4Who can bring a clean thing out of an unclean?  There is not one.

4ใครจะเอาสิ่งสะอาด ออกมาจากสิ่งไม่สะอาดได้ ไม่มีใครสักคน  
Job’s question comes from a heart that recognizes it cannot possibly please God or become justified in His sight.

คำถามของโยบออกมาจากใจที่นึกได้ว่าอาจมีอะไรไม่เป็นที่โปรดปรานต่อพระเจ้า  หรือชอบธรรมในสายพระเนตรพระองค์

God is holy; we are not.

พระเจ้าทรงบริสุทธิ์   แต่เราไม่ใช่

Therefore a great gulf exists between man and God, caused by sin.

ดังนั้น  จึงมีเหวใหญ่ขวางกั้นระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า   สาเหตุจากความผิดบาป

But the answer to Job’s anguished question is found in Jesus Christ.

แต่คำตอบสำหรับคำถามที่ปวดร้าวของโยบพบในพระเยซูคริสต์

He has paid the penalty for our sin and has exchanged it for His righteousness, thereby making us acceptable in God’s sight                                                                             rirrพระองค์ได้ทรงชำระโทษบาปของเรา และได้ทรงแลกด้วยพระชนม์ชีพเพราะความชอบธรรมของพระองค์    ดังนั้นจึงทำให้เราถูกนับว่าชอบธรรมในสายพระเนตรพระเจ้า

Hebrews ฮีบรู 10:14 14For by a single offering he has perfected for all time those who are being sanctified.

14โดยการถวายบูชาเพียงครั้งเดียว   พระองค์ก็ได้ทรงกระทำให้คนทั้งหลายที่ได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์แล้วนั้นถึงความสมบูรณ์เป็นนิตย์

Colossians โคโลสี 1:21-23 21And you, who once were alienated and hostile in mind, doing evil deeds,

21และพวกท่าน   ซึ่งเมื่อก่อนนี้ไม่ถูกกันกับพระเจ้า   และเป็นศัตรูในใจด้วยการชั่วต่างๆ

22He has now reconciled in His body of flesh by his death, in order to present you holy and blameless and above reproach before him,

22บัดนี้พระองค์ทรงโปรดให้คืนดีกับพระองค์   โดยความตายแห่งพระกายเนื้อหนังของพระองค์   เพื่อจะได้ถวายท่านแด่พระเจ้าให้เป็นผู้บริสุทธิ์ไร้มลทิน   และปราศจากตำหนิ

23if indeed you continue in the faith, stable and steadfast, not shifting from the hope of the gospel that you heard, which has been proclaimed in all creation under heaven, and of which I, Paul, became a minister.

23แต่ท่านต้องดำรงและตั้งมั่นอยู่ในความเชื่อ   และไม่โยกย้ายไปจากความหวังใจในข่าวประเสริฐซึ่งท่านได้ยินแล้ว   และได้ประกาศแล้วแก่มนุษย์ทุกคนที่อยู่ใต้ฟ้า   ซึ่งข้าพเจ้าเปาโลเป็นผู้รับใช้ในการประกาศข่าวประเสริฐนั้น

2 Corinthians 2โครินธ์ 5:17 17Therefore, if anyone is in Christ, he is a new creation. The old has passed away; behold, the new has come.

17เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์   ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว   สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป   นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น
Job โยบ 14:14 14If a man dies, shall he live again?  All the days of my service I would wait, till my renewal should come.

14ถ้ามนุษย์ตายแล้วเขาจะมีชีวิตอีกหรือ   ข้าพระองค์จะคอยอยู่ตลอดวันประจำการของข้าพระองค์   จนกว่าการปลดปล่อยของข้าพระองค์จะมาถึง  
Job’s second question is another question about eternity and life and death that is answered only in Christ.

คำถามที่สองของโยบเป็นอีกคำถามเกี่ยวกับชีวิตนิรันดร์   และชีวิตและความตายที่พระคริสต์เท่านั้นทรงมีคำตอบ

With Christ, the answer to ‘where is he?’ is eternal life in heaven.

ถ้ามีพระคริสต์  คำตอบที่ว่า 'เขาไปไหน?' คือมีชีวิตนิรันดร์ในสวรรค์

Without Christ, the answer is an eternity in “outer darkness” where there is “weeping and gnashing of teeth.”

ถ้าไม่มีพระคริสต์ คำตอบคือนิรันดร์กาลใน "ความมืดภายนอก" ที่ซึ่งมี "การร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน"

Matthew มัทธิว 25:30 30And cast the worthless servant into the outer darkness. In that place there will be weeping and gnashing of teeth.’

30เอาอ้ายข้าชาติชั่วช้าไปทิ้งเสียที่มืดภายนอก   ซึ่งที่นั่นจะมีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

Job’s third question, found in verse 14, is “If a man dies, will he live again?”

คำถามที่สามของโยบที่พบในข้อที่ 14 คือ "หากคนตายไป  เขาจะมีชีวิตอยู่อีกไหม"

Once again, the answer is found in Christ.

อีกครั้งที่เราพบคำตอบในพระคริสต์

We do indeed live again if we are in Him.

แน่นอนเรามีชีวิตอีกครั้งถ้าเราอยู่ในพระองค์

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:54-55 5When the perishable puts on the imperishable, and the mortal puts on immortality, then shall come to pass the saying that is written:

“Death is swallowed up in victory.”

54เมื่อสิ่งซึ่งเน่าเปื่อยนี้จะสวมซึ่งไม่เน่าเปื่อย   และสภาพมตะนี้จะสวมสภาพอมตะ   เมื่อนั้นตามซึ่งเขียนไว้ในพระคัมภีร์จะสำเร็จว่า   ความตายก็ถูกกลืนถึงปราชัยแล้ว  

55“O death, where is your victory?  O death, where is your sting?”

55โอมัจจุราชเอ๋ย ชัยชนะของเจ้าอยู่ที่ไหน โอมัจจุราชเอ๋ย เหล็กไนของเจ้าอยู่ที่ไหน  
Practical Application: The Book of Job reminds us that there is a "cosmic conflict" going on the behind the scenes that we usually know nothing about.

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: พระธรรมโยบเตือนเราว่ามี "ความขัดแย้งเกี่ยวกับจักรวาล" ที่กำลังเกิดขึ้นเบื้องหลังเรื่องที่เรามักจะไม่รู้

Often we wonder why God allows something, and we question or doubt God's goodness, without seeing the full picture.

บ่อยครั้งที่เราสงสัยว่าทำไมพระเจ้าทรงยอมให้เกิดบางสิ่ง   และเราตั้งคำถามหรือสงสัยความดีของพระเจ้าโดยไม่เห็นภาพเต็ม

The Book of Job teaches us to trust God under all circumstances.

พระธรรมโยบสอนให้เราวางใจพระเจ้าในทุกสถานการณ์

We must trust God, not only WHEN we do not understand, but BECAUSE we do not understand.

เราต้องวางใจในพระเจ้า  ไม่เพียงแต่เมื่อเราไม่เข้าใจ แต่เพราะเราไม่เข้าใจ

Psalm เพลงสดุดี 18:30 30This God—His way is perfect; the word of the LORD proves true; He is a shield for all those who take refuge in Him.

30สำหรับพระเจ้าพระองค์นี้   พระมรรคาของพระองค์บริบูรณ์   พระสัญญาของพระเจ้า   พิสูจน์แล้วเป็นความจริง   พระองค์ทรงเป็นโล่ของบรรดาผู้ที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์  
If God’s ways are “perfect,” then we can trust that whatever He does—and whatever He allows—is also perfect.

ถ้าวิถีทางของพระเจ้า "สมบูรณ์แบบ" แล้วเราสามารถวางใจในสิ่งใดก็ตามที่พระองค์ทรงทำ   และสิ่งใดก็ตามที่พระองค์ทรงอนุญาต--จะสมบูรณ์แบบเสมอ

This may not seem possible to us, but our minds are not God’s mind.

นี้ไม่อาจดูเหมือนเป็นไปได้สำหรับเรา แต่นั่นคือความคิดในใจของเรา ไม่ใช่พระทัยของพระเจ้า

It is true that we can’t expect to understand His mind perfectly, as He reminds us.

มันเป็นความจริงที่ว่า  เราไม่คาดหวังว่าจะเข้าใจพระทัยพระองค์ได้อย่างครบบริบูรณ์ ดังที่พระองค์ทรงเตือนสอนเรา

Isaiah อิสยาห์ 55:8-9 8For my thoughts are not your thoughts, neither are your ways my ways, declares the LORD.

8เพราะความคิดของเราไม่เป็นความคิดของเจ้า   ทั้งทางของเจ้าไม่เป็นวิถีของเรา”  
พระเจ้าตรัสดังนี้  

9For as the heavens are higher than the earth, so are my ways higher than your ways and my thoughts than your thoughts.

9“เพราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกฉันใด   วิถีของเราสูงกว่าทางของเจ้า   และความคิดของเราก็สูงกว่าความคิดของเจ้าฉันนั้น”  
Nevertheless, our responsibility to God is to obey Him, to trust Him and to submit to His will, whether we understand it or not.

ถึงกระนั้นก็ตาม ความรับผิดชอบของเราต่อพระเจ้าคือ   ต้องเชื่อฟังพระองค์  ไว้วางใจพระองค์  และยอมจำนนต่อพระประสงค์พระองค์  ไม่ว่าเราจะเข้าใจหรือไม่

www.gotquestions.org/Thai

Job

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top