Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, August 19, 2015

 

Book of Psalms

พระธรรมเพลงสดุดี


Can you summarize the Book of Psalms? What is the Book of Psalms all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรมเพลงสดุดีได้ไหม  พระธรรมเพลงสดุดีทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: The brief descriptions that introduce the psalms have David listed as author in 73 instances.

ผู้ประพันธ์: คำบรรยายแบบย่อที่แนะนำให้รู้จักว่า  มีชื่อดาวิดเป็นผู้ประพันธ์เพลงสดุดี 73 บท

David's personality and identity are clearly stamped on many of these psalms.

เราได้เห็นบุคลิกภาพและเอกลักษณ์ของดาวิดชัดเจนในเพลงสดุดีเหล่านี้หลายเล่ม

While it is clear that David wrote many of the individual psalms, he is definitely not the author of the entire collection.

เป็นที่ปรากฏชัดว่าดาวิดได้เขียนเพลงสดุดีรำพันเรื่องส่วนตัวกับพระเจ้าหลายบท แน่นอนไม่ใช่พระองค์ผู้เดียวที่เขียนทั้งหมด

Two of the psalms (72) and (127) are attributed to Solomon, David's son and successor.

พระธรรมเพลงสดุดีสองบท (ที่72) และ (ที่127) น่าจะเขียนโดยซาโลมอน  ราชโอรสและผู้สืบทายาทของดาวิด

Psalm 90 is a prayer assigned to Moses.

เพลงสดุดีบทที่  90 คือบทอธิษฐานที่เป็นผลจากการประพันธ์โดยโมเสส

Another group of 12 psalms (50) and (73—83) is ascribed to the family of Asaph.

อีกกลุ่มเพลงสดุดีบทอื่น ๆ ( ที่50) และ ( ที่73-83) ครอบครัวของอาสาฟเป็นผู้เขียน

The sons of Korah wrote 11 psalms (42, 44-49, 84-85,87-88).

บุตรชายของโคราห์ได้เขียนเพลงสดุดี 11 บท (ที่42, ที่ 44-49, ที่ 84-85, ที่87-88)

Psalm 88 is attributed to Heman, while (89) is assigned to Ethan the Ezrahite.

พระธรรมเพลงสดุดีบทที่  88 ผู้เขียนคือเฮมานในขณะบทที่ 89 อีธานชาวเอสราไฮท์เป็นผู้เขียน

With the exception of Solomon and Moses, all these additional authors were priests or Levites who were responsible for providing music for sanctuary worship during David's reign.

ยกเว้นโซโลมอนและโมเสส   ผู้ประพันธ์อื่นๆทั้งหมดนี้เป็นปุโรหิตหรือคนเลวีผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อการจัดเพลงเพื่อนมัสการสถานศักดิ์สิทธิ์ในช่วงรัชสมัยของดาวิด

Fifty of the psalms designate no specific person as author.
เพลงสดุดีห้าสิบบทไม่ระบุผู้ประพันธ์คนใดโดยเฉพาะ

Date of Writing: A careful examination of the authorship question, as well as the subject matter covered by the psalms themselves, reveals that they span a period of many centuries.

วันที่เขียน:  มีการตรวจสอบละเอียดคำถามเรื่องผู้ประพันธ์   เช่นเดียวกับเนื้อเรื่องที่ครอบคลุมในเพลงสดุดี แสดงให้เห็นว่ามันกินเวลายาวนานนับหลายศตวรรษ

The oldest psalm in the collection is probably the prayer of Moses (90), a reflection on the frailty of man as compared to the eternity of God.

พระธรรมเพลงสดุดีที่เก่าแก่ที่สุดในชุดน่าจะเป็นคำอธิษฐานของโมเสส ( ที่90) สะท้อนความอ่อนแอของมนุษย์เมื่อเทียบกับพระเจ้าองค์นิรันดร์

The latest psalm is probably (137), a song of lament clearly written during the days when the Hebrews were being held captive by the Babylonians, from about 586 to 538 B.C.
พระธรรมเพลงสดุดีล่าสุดน่าจะเป็น (บทที่137) เป็นเพลงคร่ำครวญเสียใจอย่างชัดเจนเขียนไว้ในช่วงเวลาที่พวกฮีบรูถูกชาวบาบิโลนจับไปเป็นเชลยประมาณปี ก.ค.ศ. 586-538

It is clear that the 150 individual psalms were written by many different people across a period of a thousand years in Israel's history.

เป็นที่ชัดเจนว่าพระธรรมเพลงสดุดีรำพันเรื่องส่วนตัวกับพระเจ้า 150 บท ที่ถูกเขียนขึ้นโดยคนที่แตกต่างกันมากมาย ชั่วระยะเวลาพันปีในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล

They must have been compiled and put together in their present form by some unknown editor shortly after the captivity ended about 537 B.C.
พวกเขาต้องได้รับรวบรวมและนำมาใส่ในรูปแบบปัจจุบัน  โดยผู้รวบรวมที่ปรากฏชื่อไม่นานหลังจากสิ้นสุดการถูกจับเป็นเชลยประมาณปี ก.ค.ศ. 537

Purpose of Writing: The Book of Psalms is the longest book in the Bible, with 150 individual psalms.

จุดประสงค์ของการเขียน: พระธรรมเพลงสดุดีเป็นหนังสือที่ยาวที่สุดในพระคัมภีร์  ประกอบด้วยเพลงสดุดีรำพันเรื่องส่วนตัวกับพระเจ้า 150 บท

It is also one of the most diverse, since the psalms deal with such subjects as God and His creation, war, worship, wisdom, sin and evil, judgment, justice, and the coming of the Messiah.

นอกจากนี้ยังเป็นพระธรรมหนึ่งที่มีความหลากหลายมากที่สุด    เพราะพระธรรมเพลงสดุดีเกี่ยวกับเรื่องพระเจ้าและการทรงสร้างของพระองค์   สงคราม  การนมัสการ ภูมิปัญญา  ความบาปและความชั่วร้าย   การพิพากษา   ความยุติธรรม  และการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Psalms เพลงสดุดี 19:1 1The heavens declare the glory of God, and the sky above proclaims His handiwork.

1ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า   และภาคพื้นฟ้าสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์  
Psalms เพลงสดุดี 22:16-19 16For dogs encompass me; a company of evildoers encircles me; they have pierced my hands and feet

16พระเจ้าข้า บรรดาสุนัขล้อมรอบข้าพระองค์ไว้   คนทำชั่วหมู่หนึ่งล้อมข้าพระองค์  
เขาแทงมือแทงเท้าข้าพระองค์  

17I can count all my bones—they stare and gloat over me;

17ข้าพระองค์นับกระดูกของข้าพระองค์ได้เป็นชิ้นๆ   เขาจ้องมองและยิ้มเยาะข้าพระองค์  

18they divide my garments among them, and for my clothing they cast lots.

18เสื้อผ้าของข้าพระองค์เขาแบ่งปันกัน   ส่วนเสื้อของข้าพระองค์นั้นเขาก็จับฉลาก กัน  

19But you, O LORD, do not be far off!  O you my help, come quickly to my aid!

19ข้าแต่พระเจ้า   ขอพระองค์อย่าทรงห่างไกลเลย   ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงอุปถัมภ์   ขอทรงเร่งรีบมาช่วยข้าพระองค์ด้วยเถิด  
Psalms เพลงสดุดี 23:1 1The LORD is my shepherd; I shall not want.

1พระเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน
Psalms เพลงสดุดี 29:1-2 1Ascribe to the LORD, O heavenly beings, ascribe to the LORD glory and strength.

1ข้าแต่เทวชีพทั้งหลาย   จงถวายแด่พระเยโฮวาห์เถิด จงถวายพระสิริและพระกำลังแด่พระเจ้า  

2Ascribe to the LORD the glory due His name; worship the LORD in the splendor of holiness.

2จงถวายพระสิริซึ่งควรแก่พระนามของพระองค์แด่พระเจ้า   จงประดับกายด้วยเครื่องบริสุทธิ์นมัสการพระเจ้า  
Psalms เพลงสดุดี 51:10 10Create in me a clean heart, O God, and renew a right spirit within me.

10ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสร้างใจสะอาดภายในข้าพระองค์   และฟื้นน้ำใจที่หนักแน่นขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์  
Psalms เพลงสดุดี 119:1-2 1Blessed are those whose way is blameless, who walk in the law of the LORD!

1บรรดาผู้ที่ดีรอบคอบในทางของเขาก็เป็นสุข   คือผู้ที่ดำเนินตามพระธรรมของพระเจ้า  


Brief Summary: The Book of Psalms is a collection of prayers, poems, and hymns that focus the worshiper's thoughts on God in praise and adoration.

บทสรุปโดยย่อ: พระธรรมเพลงสดุดีประกอบด้วยบทอธิษฐาน  บทกวี  และบทเพลงสรรเสริญที่เน้นความคิดของผู้นมัสการพระเจ้า  เป็นคำสรรเสริญและความเคารพรักใคร่

Parts of this book were used as a hymnal in the worship services of ancient Israel.

บางส่วนของหนังสือเล่มนี้ถูกนำมาใช้เป็นบทเพลงสวดในการนมัสการของอิสราเอลโบราณ

The musical heritage of the psalms is demonstrated by its title.

โดยหัวเรื่องของพระธรรมสดุดีแสดงให้เห็นวัฒนธรรมทางดนตรีที่สืบทอดกันมา

It comes from a Greek word which means "a song sung to the accompaniment of a musical instrument."
มันมาจากคำภาษากรีกซึ่งหมายถึง "บทเพลงที่ร้องคลอกับเครื่องดนตรี"

Foreshadowings: God’s provision of a Savior for His people is a recurring theme in the Psalms.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: การที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมพระผู้ช่วยให้รอดสำหรับคนของพระองค์เป็นสาระสำคัญที่เกิดขึ้นอันไม่รู้จบในบทเพลงสดุดี

Prophetic pictures of the Messiah are seen in numerous psalms.

ภาพแห่งคำทำนายถึงพระเมสสิยาห์พบได้ในเพลงสดุดีมากมายหลายบท

Psalms เพลงสดุดี 2:1-12 1Why do the nations rage and the peoples plot in vain?

1เหตุใดบรรดาประชาชาติจึงคิดกบฏ    ทำไมชนชาติทั้งหลายปองร้ายกันเปล่าๆ  

2The kings of the earth set themselves, and the rulers take counsel together, against the LORD and against His anointed, saying,

2บรรดากษัตริย์แห่งแผ่นดินโลกตั้งตนเองขึ้น   และนักปกครองปรึกษากันต่อสู้พระเจ้าและผู้รับการเจิมของพระองค์กล่าวว่า  

3“Let us burst their bonds apart and cast away their cords from us.”

3“ให้เราระเบิดสายแอกให้ขาดสะบั้น และขจัดบังเหียนของเขาให้พ้นจากเรา”  

4He who sits in the heavens laughs; the Lord holds them in derision.

4พระองค์ผู้ประทับในสวรรค์ ทรงพระสรวล   พระเจ้าทรงเย้ยหยันเขาเหล่านั้น  

5Then He will speak to them in His wrath, and terrify them in His fury, saying,

5แล้วพระองค์ตรัสกับเขาทั้งหลายด้วยพระพิโรธ และกระทำให้เขาสยดสยองด้วยความกริ้วของพระองค์ ตรัสว่า  

6“As for me, I have set my King on Zion, my holy hill.”

6“เราได้ตั้งกษัตริย์ของเราไว้แล้ว   บนศิโยน ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเรา”  

7I will tell of the decree:  The LORD said to me, “You are my Son; today I have begotten you.

7ข้าพเจ้าจะบอกถึงพระดำรัสของพระเจ้า พระองค์รับสั่งกับข้าพเจ้าว่า “เจ้าเป็นบุตรของเรา วันนี้เราได้ให้กำเนิดแก่เจ้าแล้ว  

8Ask of me, and I will make the nations your heritage, and the ends of the earth your possession.

8จงขอจากเราเถิด   และเราจะมอบบรรดาประชาชาติให้เป็นมรดกของเจ้า    ตลอดทั้งแผ่นดินโลกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้า  

9You shall break them with a rod of iron and dash them in pieces like a potter's vessel.”

9เจ้าจะตีเขาให้แตกด้วยกระบองเหล็ก และฟาดให้แหลกเป็นชิ้นๆ ดุจภาชนะของช่างปั้นหม้อ”  

10Now therefore, O kings, be wise; be warned, O rulers of the earth.

10เพราะฉะนั้น   ข้าแต่กษัตริย์ทั้งหลาย   จงฉลาดเถิด    ข้าแต่นักปกครองแห่งแผ่นดินโลก  
จงรับคำเตือนเถิด  

11Serve the LORD with fear, and rejoice with trembling.

11จงปรนนิบัติพระเจ้าด้วยความยำเกรง   และจงเกษมเปรมปรีดิ์จนเนื้อเต้น  

12Kiss the Son, lest He be angry, and you perish in the way, for His wrath is quickly kindled.  Blessed are all who take refuge in Him.

12จงนมัสการพระองค์ด้วยใจจริง   เกลือกว่าพระองค์จะทรงพระพิโรธ   และเจ้าต้องพินาศจากทางนั้น   เพราะพระพิโรธของพระองค์นั้น   จุดให้ลุกได้รวดเร็ว   ความสุขเป็นของคนทั้งหลายผู้เข้ามาลี้ภัยในพระองค์

This portrays the Messiah’s triumph and kingdom.

นี่แสดงให้เห็นภาพชัยชนะของพระเมสสิยาห์และราชอาณาจักร

Psalms เพลงสดุดี 16:8-11 8I have set the LORD always before me; because He is at my right hand, I shall not be shaken.

8ข้าพเจ้าตั้งพระเจ้าไว้ตรงหน้าข้าพเจ้าเสมอ   เพราะพระองค์ประทับทางเบื้องขวาของข้าพเจ้า   ข้าพเจ้าจึงไม่หวั่นไหว  

9Therefore my heart is glad, and my whole being rejoices; my flesh also dwells secure.

9เพราะฉะนั้น จิตใจข้าพเจ้าจึงยินดีและจิตวิญญาณก็ปรีดา   ร่างกายของข้าพเจ้าก็อาศัยอยู่อย่างปลอดภัยด้วย  

10For you will not abandon my soul to Sheol, or let your holy one see corruption.

10เพราะพระองค์มิได้ทรงมอบข้าพระองค์ไว้กับแดนผู้ตาย   หรือให้ธรรมิกชนของพระ องค์ต้องเห็นปากแดนนั้น  

11You make known to me the path of life; in your presence there is fullness of joy; at your right hand are pleasures forevermore.

11พระองค์ทรงสำแดงวิถีแห่งชีวิตแก่ข้าพระองค์    ต่อพระพักตร์พระองค์มีความชื่นบานอย่างเปี่ยมล้น   ในพระหัตถ์ขวาของพระองค์มีความเพลิดเพลินอยู่เป็นนิตย์

This foreshadows His death and resurrection.

นี่เป็นลางบอกเหตุล่วงหน้าการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์

Psalm 22 shows us the suffering Savior on the cross and presents detailed prophecies of the crucifixion, all of which were fulfilled perfectly.

เพลงสดุดีบทที่ 22 แสดงให้เราเห็นพระเยซูคริสต์ทรงทนทุกข์ทรมานบนกางเขนและนำเสนอคำทำนายเรื่องการตรึงบนกางเขน   ซึ่งทั้งหมดได้สำเร็จครบบริบูรณ์แล้ว

The glories of the Messiah and His bride are on exhibit in Psalm 45

ในเพลงสดุดีบทที่ 45 แสดงถึงพระสิริของพระเมสสิยาห์และเจ้าสาวของพระองค์

Psalms เพลงสดุดี 45:6-7 6Your throne, O God, is forever and ever.  The scepter of your kingdom is a scepter of uprightness;

6พระเจ้าข้า พระที่นั่งของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์และเป็นนิตย์ ธารพระกรของพระองค์เป็นธารพระกรเที่ยงธรรม  

7You have loved righteousness and hated wickedness.  Therefore God, your God, has anointed you with the oil of gladness beyond your companions;

7พระองค์ทรงรักความชอบธรรมและทรงเกลียดการอธรรม ฉะนั้นพระเจ้าคือพระเจ้าของพระองค์ท่านได้ทรงเจิม พระองค์ท่านไว้ ด้วยน้ำมันแห่งความยินดียิ่งกว่า   พระสหายทั้งปวงของพระองค์ท่าน  

While Psalms 72:6-17, 89:3-37, 110:1-7 and 132:12-18 present the glory and universality of His reign.
ในขณะที่พระธรรมสดุดี 72: 6-17, 89: 3-37, 110: 1-7 และ 132: 12-18 กล่าวถึงสง่าราศีและจักรวาลแห่งการครองราชย์ของพระองค์

Practical Application: One of the results of being filled with the Spirit or the word of Christ is singing.

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: ผลอย่างหนึ่งของการเต็มล้นไปด้วยพระวิญญาณหรือพระคำของพระคริสต์คือการร้องเพลง

The psalms are the “songbook” of the early church that reflected the new truth in Christ.
พระธรรมเพลงสดุดีคือ "หนังสือเพลง" ของคริสตจักรยุคแรกที่สะท้อนให้เห็นถึงสัจธรรมใหม่ในพระคริสต์
God is the same Lord in all of the psalms.

องค์พระเจ้าทรงเป็นองค์เดียวกันในเพลงสดุดีทั้งหมด

But we respond to Him in different ways, according to the specific circumstances of our lives.

แต่เราตอบสนองต่อพระองค์ในรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามสถานการณ์เฉพาะในชีวิตของเรา

What a marvelous God we worship, the psalmist declares, One who is high and lifted up beyond our human experiences but also one who is close enough to touch and who walks beside us along life's way.
ช่างเป็นพระเจ้าอัศจรรย์ที่เรานมัสการ ผู้เขียนเพลงสดุดีกล่าวสรรเสริญ  ทรงเป็นองค์ที่ประทับที่สูงและยกขึ้นเหนือประสบการณ์มนุษย์อย่างเรา แต่ยังทรงเป็นผู้หนึ่งที่อยู่ใกล้พอที่จะเราสัมผัสได้   และผู้ที่เดินอยู่ข้างเราตลอดทางแห่งชีวิต
We can bring all our feelings to God—no matter how negative or complaining they may be—and we can rest assured that He will hear and understand.

เราสามารถทูลพระเจ้าทุกสิ่งที่เรารู้สึก ไม่ว่าด้านลบหรืออาจบ่นต่อว่า และเราสามารถพักสงบและมั่นใจได้ว่าพระองค์จะทรงรับฟังและเข้าใจ

The psalmist teaches us that the most profound prayer of all is a cry for help as we find ourselves overwhelmed by the problems of life.

ผู้ประพันธ์เพลงสดุดีสอนเราว่า   คำอธิษฐานที่ลึกซึ้งมากที่สุด คือเสียงร้องขอความช่วยเหลือในขณะที่เราพบว่าตัวเองมีปัญหาท่วมท้นในชีวิต

www.gotquestions.org/Thai

Psalms

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top