Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, August 21, 2015

 

2 Samuel 22 David's Song of Deliverance

2ซามูเอล 22 บทเพลงแห่งการปลดปล่อยของดาวิด


David writes in this beautiful psalm telling of God's help.  He sings of how that when he was distressed, and he called upon the Lord, the Lord heard him, and God sent help unto him.

ดาวิดได้ประพันธ์บทเพลงสดุดีที่ไพเราะมากนี้เล่าข่าวความช่วยเหลือของพระเจ้า  พระองค์ร้องว่าพระองค์ทรงรู้สึกหดหู่ใจและทรงร้องทูลต่อพระเจ้า  พระเจ้าทรงได้ยินและทรงส่งความช่วยเหลือแก่พระองค์

1 And David spoke to the LORD the words of this song on the day when the LORD delivered him from the hand of all his enemies, and from the hand of Saul.

1 เมื่อพระเจ้าทรงช่วยกู้ดาวิด ให้พ้นจากมือของศัตรูทั้งสิ้นของพระองค์ท่าน   และให้พ้นจากพระหัตถ์ของซาอูล   ดาวิดก็ถวายถ้อยคำของเพลงบทนี้แด่พระเจ้า

2 He said,“The LORD is my rock and my fortress and my deliverer,

2 พระองค์ท่านตรัสว่า   “พระเจ้าทรงเป็นพระศิลา  ป้อม   ปราการ  และผู้ช่วยกู้ของข้าพเจ้า  

3 my God, my rock, in whom I take refuge, my shield, and the horn of my salvation,

my stronghold and my refuge, my savior; you save me from violence.

3 เป็นพระเจ้า  ซึ่งทรงเป็นพระศิลาของข้าพเจ้า   ข้าพเจ้าเข้าลี้ภัยอยู่ในพระองค์  
เป็นโล่  และเป็นพลังแห่งความรอดของข้าพเจ้า   เป็นที่กำบังเข้มแข็งและเป็นที่ลี้ภัยของข้าพเจ้า  
องค์พระผู้ช่วยของข้าพระองค์เจ้าข้า   พระองค์ทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอดจากความทารุณ  

4 I call upon the LORD, who is worthy to be praised, and I am saved from my enemies.

4 ข้าพเจ้าร้องทูลต่อพระเจ้า  ผู้ทรงสมควรแก่การสรรเสริญ   และข้าพเจ้าได้รับการช่วยให้พ้นจากศัตรูของข้าพเจ้า   

At the end of his life, David thinks back about how God has given him victory over his enemies.

ในตอนท้ายของชีวิตพระองค์ ดาวิดคิดย้อนหลังไปถึงเหตุการณ์ที่พระเจ้าทรงมีวิธีประทานชัยชนะเหนือศัตรูให้แก่พระองค์ได้อย่างไร

5 “For the waves of death encompassed me, the torrents of destruction assailed me;

5 “เพราะคลื่นมัจจุราชล้อมข้าพเจ้า   กระแสแห่งความหายนะท่วมทับข้าพเจ้า   กระทำให้กลัว  

6 the cords of Sheol entangled me; the snares of death confronted me.

6 สายใยของแดนคนตายพันตัวข้าพเจ้า   บ่วงมัจจุราชปะทะข้าพเจ้า  

7 “In my distress I called upon the LORD; to my God I called. From His temple He heard my voice, and my cry came to His ears.

7 “ในยามทุกข์ใจข้าพเจ้าร้องทูลต่อพระเจ้า   ข้าพเจ้าร้องทูลต่อพระเจ้าของข้าพเจ้า  
จากพระวิหารของพระองค์   พระองค์ทรงสดับเสียงของข้าพเจ้า   และเสียงร้องของข้าพเจ้ามาถึงพระกรรณของพระองค์  

8 “Then the earth reeled and rocked; the foundations of the heavens trembled

and quaked, because he was angry.

8 “แล้วแผ่นดินโลกก็สั่นสะเทือนและโคลงเคลง   รากฐานของฟ้าสวรรค์ก็หวั่นไหว  
และสั่นสะเทือนเพราะพระองค์ทรงกริ้ว  

9 Smoke went up from His nostrils, and devouring fire from His mouth; glowing coals flamed forth from Him.

9 ควันออกไปตามช่องพระนาสิกของพระองค์   และเพลิงผลาญออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์   ถ่านก็ติดเปลวไฟนั้น  

10 He bowed the heavens and came down; thick darkness was under His feet.

10 พระองค์ทรงโน้มฟ้าสวรรค์ลงด้วยและเสด็จลงมา   ความมืดทึบอยู่ใต้พระบาทของพระองค์  

11 He rode on a cherub and flew; He was seen on the wings of the wind.

11 พระองค์ทรงเครูบตนหนึ่ง  และทรงเหาะไป   เออ  เห็นพระองค์เสด็จโดยปีกของลม  

12 He made darkness around him His canopy, thick clouds, a gathering of water.

12 พระองค์ทรงกระทำความมืดเป็นปะรำของพระองค์   คือที่รวบรวมบรรดาน้ำ  เมฆทึบแห่งฟ้า  

13 Out of the brightness before Him coals of fire flamed forth.

13 ถ่านลุกเป็นเพลิง   จากความสุกใสข้างหน้าพระองค์  

14 The LORD thundered from heaven, and the Most High uttered His voice.

14 พระเจ้าทรงคะนองกึกก้องจากฟ้าสวรรค์   และองค์ผู้สูงสุดก็เปล่งพระสุรเสียงของพระองค์  

15 And He sent out arrows and scattered them; lightning, and routed them.

15 และพระองค์ทรงใช้ลูกธนูของพระองค์ออกมา   ทำให้เขากระจายไป   พระองค์ทรงปล่อยฟ้าแลบและทำให้เขาโกลาหล  

16 Then the channels of the sea were seen; the foundations of the world were laid bare,

at the rebuke of the LORD, at the blast of the breath of His nostrils.

16 แล้วก็เห็นท้องธาร   รากฐานของพิภพก็ปรากฏแจ้ง   ตามการขนาบของพระเจ้า  
ตามที่ลมพวยพุ่งจากช่องพระนาสิกของพระองค์  

17 “He sent from on high, He took me; He drew me out of many waters.

17 “พระองค์ทรงเอื้อมมาจากที่สูง   ทรงจับข้าพเจ้า   พระองค์ทรงดึงข้าพเจ้าออกมาจากน้ำมากหลาย  

18 He rescued me from my strong enemy, from those who hated me, for they were too mighty for me.

18 พระองค์ทรงช่วยกู้ข้าพเจ้าจากศัตรู   ที่เข้มแข็งของข้าพเจ้า   จากบรรดาผู้ที่เกลียดชังข้าพเจ้า   เพราะเขามีอานุภาพเกินกว่าข้าพเจ้า  

19 They confronted me in the day of my calamity, but the LORD was my support.

19 เขาปะทะข้าพเจ้าในวันที่ข้าพเจ้าเกิดภัยพิบัติ   แต่พระเจ้าทรงเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า  

20 He brought me out into a broad place; He rescued me, because He delighted in me.

20 พระองค์ทรงนำข้าพเจ้า  ออกมายังที่กว้างใหญ่ด้วย   พระองค์ทรงช่วยกู้ข้าพเจ้า  
เพราะพระองค์ทรงยินดีในข้าพเจ้า  

21 “The LORD dealt with me according to my righteousness; according to the cleanness of my hands He rewarded me.

21 “พระเจ้าทรงประทานรางวัลแก่ข้าพเจ้าตามความชอบธรรม ของข้าพเจ้า  
พระองค์ทรงตอบข้าพเจ้าตามความสะอาดแห่งมือของข้าพเจ้า  

22 For I have kept the ways of the LORD and have not wickedly departed from my God.

22 เพราะข้าพเจ้ารักษาบรรดาพระมรรคาของพระเจ้า    และไม่ได้พรากจากพระเจ้าของข้าพเจ้าอย่างอธรรม

In this Psalm, David says, “The Lord has rewarded me because I have not violated His way.”

ในบทเพลงสดุดีนี้ดาวิดกล่าวว่า "พระเจ้าได้ทรงประทานรางวัลแก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าไม่ได้ละเมิดทางของพระองค์"

What? As I read the life of David, I see lies, adultery, and murder. What, then, is going on?

อะไรหรือ  เมื่อผมได้อ่านชีวิตของดาวิด  ผมเห็นการโกหก การคบชู้  ฆาตกรรม  อะไรกำลังเกิดขึ้น?

In Psalm 38 and Psalm 51, David acknowledged what a wretch he was, how he had failed the Lord.

ในบทเพลงสดุดี 38 และ 51, ดาวิดได้ยอมรับว่าเขาเป็นคนชั่วร้าย  และบรรยายว่าพระองค์ได้ทรงล้มลงในพระเจ้าอย่างไร

Unto the Lord, he admitted his sin. But here, in the presence of his enemies, he says he is righteous.

ต่อพระเจ้า ทรงยอมรับความผิดของตนเอง  แต่ที่นี่ต่อหน้าพวกศัตรู  พระองค์ทรงตรัสว่าทรงเป็นคนชอบธรรม

This is the way it must be. You see, the closer I get to God, the more I am aware of how far I am from Him, of attitudes that are amiss, of activities that are wrong.

นี้เป็นวิธีที่ควรต้องเป็น   เห็นไหม ยิ่งฉันใกล้ชิดกับพระเจ้ามากเท่าใด ฉันก็จะสำนึกว่าฉันไปไกลจากพระองค์เท่านั้น   ด้านทัศนคติที่ผิดปกติ   ด้านการกระทำที่ผิดต่าง ๆ

In the presence of my enemy, however, the accuser of the brethren who accuses me day and night, I say, “Back off. The Word of God says I am the righteousness of God in Christ Jesus”

อย่างไรก็ตาม ต่อหน้าบรรดาศัตรูของฉัน ฝ่ายพี่น้องที่เป็นโจทก์กล่าวโทษฉันทั้งวันและคืน   ที่ฉันพูดว่า "ถอยออกไป  พระวจนะของพระเจ้ากล่าวว่า ผมเป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าโดยพระเยซูคริสต์ "

2 Corinthians 2โครินธ์ 5:21 21 For our sake He made Him to be sin who knew no sin, so that in Him we might become the righteousness of God.

21 เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป   เพราะเห็นแก่เรา   เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์

Revelation วิวรณ์ 12:10 10 And I heard a loud voice in heaven, saying, “Now the salvation and the power and the kingdom of our God and the authority of his Christ have come, for the accuser of our brothers has been thrown down, who accuses them day and night before our God.

10 และข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังขึ้นในสวรรค์ว่า   “บัดนี้ความรอดและฤทธิ์เดชและราชอาณาจักรแห่งพระเจ้าของเรา   และอำนาจพระคริสต์ของพระองค์ได้มาถึงแล้ว   เพราะว่าผู้ที่กล่าวโทษพวกพี่น้องของเราต่อพระพักตร์พระเจ้าทั้งกลางวันและกลางคืนนั้น   ก็ได้ถูกผลักทิ้งลงไปแล้ว

You’ll never be used by the Lord; you’ll never develop a deep relationship with Him until you learn that you are righteous in Christ Jesus.

พระเจ้าจะไม่ทรงใช้คุณ  คุณจะไม่พัฒนาความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพระองค์จนกว่าคุณจะได้เรียนรู้ว่าคุณเป็นคนชอบธรรมในพระเยซูคริสต์

When He died on the Cross and said, “It is finished,” it was finished indeed. The price for every sin you have ever committed or will commit has been paid.

เมื่อพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนกางเขนและตรัสว่า "สำเร็จแล้ว" มันก็จบแน่นอน ค่าความบาปที่คุณเคยกระทำผิดบาปหรือจะกระทำบาปอีกจะได้รับการชำระหมด

Satan’s favorite weapon is condemnation. Therefore, he will tell you that you can’t be used, that you can’t go on, but you can overcome him by the Word of God.1

อาวุธที่ชื่นชอบของซาตานคือการกล่าวโทษ  ดังนั้นมันจะบอกคุณว่าคุณไม่สามารถเป็นคนใช้การได้  คุณไม่สามารถดำเนินต่อไปได้  แต่คุณสามารถเอาชนะมันด้วยพระวจนะของพระเจ้า 

23 For all His rules were before me, and from His statutes I did not turn aside.

23 เพราะกฎหมายทั้งสิ้นของพระองค์อยู่ต่อหน้าข้าพเจ้า  และข้าพเจ้ามิได้หันจากกฎเกณฑ์ของพระองค์  

24 I was blameless before Him, and I kept myself from guilt.

24 ต่อพระพักตร์พระองค์ข้าพเจ้าไร้ตำหนิ   และข้าพเจ้ารักษาตัวไว้ให้พ้นจากกรรมชั่วของข้าพเจ้า  

25 And the LORD has rewarded me according to my righteousness, according to my cleanness in His sight.

25 เพราะฉะนั้นพระเจ้าทรงตอบแทนข้าพเจ้าตามความชอบธรรม ของข้าพเจ้า   ตามความสะอาดของข้าพเจ้าในสายพระเนตรของพระองค์  

26 “With the merciful You show Yourself merciful; with the blameless man You show Yourself blameless;

26 “พระองค์ทรงสำแดงความรักมั่นคงต่อผู้ที่จงรักภักดี   พระองค์ทรงสำแดงพระองค์ไร้ตำหนิต่อผู้ที่ไร้ตำหนิ  

27 with the purified You deal purely, and with the crooked You make Yourself seem tortuous.

27 พระองค์ทรงสำแดงพระองค์บริสุทธิ์ต่อผู้ที่บริสุทธิ์   พระองค์ทรงสำแดงพระองค์เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ที่คดโกง  

28 You save a humble people, but Your eyes are on the haughty to bring them down.

28 พระองค์ทรงช่วยกู้ประชาชนที่อนาถ  แต่พระองค์ทอดพระเนตรผู้ที่ยโสเพื่อนำเขาให้ต่ำลง  

29 For you are my lamp, O LORD, and my God lightens my darkness.

29 ข้าแต่พระเจ้า  พระองค์ทรงเป็นประทีปของข้าพระองค์   พระเจ้าทรงกระทำให้ความมืดของข้าพเจ้าสว่าง  

30 For by You I can run against a troop, and by my God I can leap over a wall.

30 พ่ะย่ะค่ะ  ข้าพระองค์ตะลุยกองทัพได้โดยพระองค์   โดยพระเจ้าของข้าพเจ้า  ข้าพเจ้ากระโดดข้ากำแพงได้  

31 This God—His way is perfect; the word of the LORD proves true; He is a shield for all those who take refuge in Him.

31 ฝ่ายพระเจ้า  พระมรรคาของพระองค์บริสุทธิ์หมดจด   พระสัญญาของพระเจ้า  พิสูจน์แล้วเป็นความจริง   พระองค์ทรงเป็นโล่ของบรรดาผู้ที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์  

32 “For who is God, but the LORD? And who is a rock, except our God?

32 “เพราะผู้ใดจะเป็นพระเจ้า  นอกจากพระเยโฮวาห์   และผู้ใดเล่าเป็นพระศิลา   นอกจาก
พระเจ้าของเรา  

33 This God is my strong refuge and has made my way blameless.

33 พระเจ้าทรงเป็นป้อมเข้มแข็งของข้าพเจ้า   และพระองค์ทรงนำผู้ไร้ตำหนิ
ในพระมรรคาของพระองค์  

34 He made my feet like the feet of a deer and set me secure on the heights.

34 พระองค์ทรงกระทำให้เท้าของข้าพเจ้าเหมือนอย่าง ตีนกวางตัวเมีย และทรงวางข้าพเจ้าไว้บนที่สูงของข้าพเจ้า  

35 He trains my hands for war, so that my arms can bend a bow of bronze.

35 พระองค์ทรงหัดมือของข้าพเจ้าให้ทำสงคราม    แขนของข้าพเจ้าจึงโก่งคันธนู
ทองสัมฤทธิ์ได้  

36 You have given me the shield of Your salvation, and Your gentleness made me great.

36 พระองค์ประทานโล่ความรอดของพระองค์ให้ข้าพระองค์  และซึ่งพระองค์ทรงน้อมพระทัยลง   ก็กระทำให้ข้าพระองค์เป็นใหญ่ขึ้น  

37 You gave a wide place for my steps under me, and my feet did not slip;

37 พระองค์ประทานที่กว้างขวางสำหรับเท้าของข้าพระองค์   เท้าของข้าพระองค์จึงไม่พลาด  

38 I pursued my enemies and destroyed them, and did not turn back until they were consumed.

38 ข้าพระองค์ไล่ตามศัตรูของข้าพระองค์   และได้ทำลายเขาเสีย   และไม่หันกลับจนกว่าเขาจะถูกผลาญเสียสิ้น  

39 I consumed them; I thrust them through, so that they did not rise; they fell under my feet.

39 ข้าพระองค์ผลาญเขา   ข้าพระองค์แทงเขาทะลุ   เขาจึงไม่สามารถลุกขึ้นอีกได้   พ่ะย่ะค่ะ  เขาล้มลงใต้เท้าของข้าพระองค์แล้ว  

40 For You equipped me with strength for the battle; You made those who rise against me sink under me.

40 เพราะพระองค์ทรงคาดเอวข้าพระองค์ไว้ด้วยกำลัง เพื่อทำสงคราม   พระองค์ทรงกระทำให้พวกที่ลุกขึ้นต่อสู้ข้าพระองค์ จมลงใต้ข้าพระองค์  

41 You made my enemies turn their backs to me, those who hated me, and I destroyed them.

41 พระองค์ทรงกระทำให้ศัตรูของ ข้าพระองค์หันหลังหนีข้าพระองค์   บรรดาผู้ที่เกลียดชังข้าพระองค์   ข้าพระองค์ก็ทำลายเสีย  

42 They looked, but there was none to save; they cried to the LORD, but he did not answer them.

42 เขามองหา  แต่ไม่มีใครช่วยให้รอดได้   เขาร้องทูลต่อพระเจ้า   แต่พระองค์มิได้ทรงตอบเขา  

43 I beat them fine as the dust of the earth; I crushed them and stamped them down like the mire of the streets.

43 ข้าพระองค์ทุบตีเขาแหลกละเอียดอย่างผงคลีดิน   ข้าพระองค์เหยียบเขาลง  
เหมือนโคลนตามถนนและกระจายเขาออกไปทั่ว  

44 “You delivered me from strife with my people; You kept me as the head of the nations; people whom I had not known served me.

44 “พระองค์ทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากการเกี่ยงแย่ง ประชาชนของข้าพระองค์   พระองค์ทรงรักษาข้าพระองค์ไว้ ให้เป็นหัวหน้าของบรรดาประชาชาติ   ชนชาติที่ข้าพระองค์ไม่เคยรู้จัก   ก็จะปรนนิบัติข้าพระองค์  

45 Foreigners came cringing to me; as soon as they heard of me, they obeyed me.

45 ชนต่างด้าวจะมาหมอบราบต่อข้าพระองค์   พอเขาได้ยินถึงข้าพระองค์   เขาก็จะเชื่อฟังข้าพระองค์  

46 Foreigners lost heart and came trembling out of their fortresses.

46 ชนต่างด้าวเสียกำลังใจ   และตัวสั่นออกมาจากที่กำบังของเขาทั้งหลาย  

47 “The LORD lives, and blessed be my rock, and exalted be my God, the rock of my salvation,

47 “พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่  และพระศิลา   ของข้าพระองค์เป็นที่สรรเสริญ   พระเจ้า  พระศิลาแห่งความรอด   ของข้าพระองค์เป็นที่ยกย่อง  

48 the God who gave me vengeance and brought down peoples under me,

48 คือพระเจ้าผู้ทรงกระทำการแก้แค้นให้แก่ข้าพระองค์    และนำชนชาติทั้งหลายลงให้อยู่ใต้ข้าพระองค์  

49 who brought me out from my enemies; you exalted me above those who rose against me; You delivered me from men of violence.

49 ผู้ทรงนำข้าพระองค์ออกมาจากศัตรูของข้าพระองค์   พ่ะย่ะค่ะ   พระองค์ทรงยกข้าพระองค์ให้เหนือปฏิปักษ์ของข้าพระองค์   พระองค์ทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากคนทารุณ  

50 “For this I will praise You, O LORD, among the nations, and sing praises to Your name.

50 “ข้าแต่พระเจ้า  เพราะ เหตุนี้ข้าพระองค์ขอเชิดชูพระองค์   ในหมู่ประชาชาติ
ทั้งหลาย    และร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์  

51 Great salvation He brings to His king, and shows steadfast love to His anointed,

to David and his offspring forever.”

51 พระองค์ประทานชัยชนะยิ่งใหญ่แก่พระราชาของพระองค์   และทรงสำแดงความรักมั่นคง แก่ผู้ที่ทรงเจิมของพระองค์แก่ดาวิด   และพงศ์พันธุ์ของท่านเป็นนิตย์


2 Samuel 22 recounts the history of king David.   Psalm 18 speaks also of the life and work of Jesus.

2 ซามูเอล 22  ย้ำประวัติของกษัตริย์ดาวิด บทเพลงสดุดี 18 พูดถึงชีวิตและพันธกิจของพระเยซู

These are the last words of David. His last words glorified God and edified people. May our words do the same.2

เหล่านี้เป็นคำพูดครั้งสุดท้ายของดาวิด คำพูดสุดท้ายที่พระองค์ทรงสรรเสริญพระเจ้า  และทำให้ประชาชนเข้าใจ  ขอให้คำเหล่านี้ของเราเป็นเช่นเดียวกัน

www.gotquestions.org/Thai

2 Samuel 22

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top