Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, August 7, 2015

 

Book of 1 Kings

พระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์

Can you summarize the Book of 1 Kings? What is the Book of 1 Kings all about?

คำอธิบายคำสำคัญ: คุณสามารถสรุปพระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์ได้ไหม พระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์ทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: The Book of 1 Kings does not specifically name its author.

ผู้ประพันธ์: พระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์ไม่ได้ระบุชื่อของผู้เขียนโดยเฉพาะ

The tradition is that it was written by the Prophet Jeremiah.
ตามประเพณีถือว่าพระธรรมเล่มนี้เขียนโดยศาสดาพยากรณ์เยเรมีย์


Date of Writing: The Book of 1 Kings was likely written between 560 and 540 B.C.
วันที่เขียน: พระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์อาจจะเขียนขึ้นระหว่างปี ก.ค.ศ 560 และ 540


Purpose of Writing: This book is the sequel to 1 and 2 Samuel and begins by tracing Solomon's rise to kingship after the death of David. 

จุดประสงค์ของการเขียน: พระธรรม 1 & 2 ซามูเอล เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน  และเริ่มต้นตามรอยกษัตริย์ซาโลมอนขึ้นครองราชย์หลังจากการสิ้นพระชนม์ของดาวิด

The story begins with a united kingdom, but ends in a nation divided into 2 kingdoms, known as Judah and Israel. 1 and 2 Kings are combined into one book in the Hebrew Bible.
เรื่องราวเริ่มต้นด้วยราชอาณาจักรเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่สิ้นสุดลงโดยแบ่งประเทศออกเป็น 2 ราชอาณาจักร   ที่เรียกว่ายูดาห์และอิสราเอล  พระธรรม1 & 2 พงศ์กษัตริย์รวมกันเป็นพระธรรมเล่มเดียวในพระคัมภีร์ภาษาฮิบรู

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

1 Kings  1 พงศ์กษัตริย์ 1:30 30as I swore to you by the LORD, the God of Israel, saying, ‘Solomon your son shall reign after me, and he shall sit on my throne in my place,’ even so will I do this day.”

30เราได้ปฏิญาณต่อเจ้าในพระนามพระเยโฮวาห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอลว่า   'ซาโลมอนบุตรของเจ้าจะครองสมบัติต่อจากเราแน่นอน   และเธอจะนั่งบนบัลลังก์ของเราแทนเรา'   เราก็จะกระทำอย่างนั้นวันนี้แหละ”
1 Kings  1 พงศ์กษัตริย์ 9:3 3And the LORD said to him, “I have heard your prayer and your plea, which you have made before me. I have consecrated this house that you have built, by putting my name there forever. My eyes and my heart will be there for all time.

3และพระเจ้าตรัสกับท่านว่า   “เราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้าและคำวิงวอนของเจ้า   ซึ่งเจ้าได้กระทำต่อเรานั้นแล้ว   เราได้รับพระนิเวศซึ่งเจ้าได้สร้างนี้ไว้เป็นสถานบริสุทธิ์   และได้ประดิษฐานชื่อของเราไว้ที่นั่นเป็นนิตย์   ตาของเราและใจของเราจะอยู่ที่นั่นตลอดไป
1 Kings  1 พงศ์กษัตริย์12:16 16And when all Israel saw that the king did not listen to them, the people answered the king, “What portion do we have in David? We have no inheritance in the son of Jesse. To your tents, O Israel! Look now to your own house, David.” So Israel went to their tents.

16และเมื่ออิสราเอลทั้งปวงเห็นว่า   พระราชามิได้ทรงฟังเขาทั้งหลาย   ประชาชนก็ทูลตอบพระราชาว่า   “ข้าพระบาททั้งหลายมีส่วนอะไรในดาวิด   ข้าพระบาททั้งหลายไม่มีส่วนมรดกในบุตรชายของเจสซี   โอ อิสราเอลเอ๋ย กลับไปเต็นท์ของตนเถิด   ข้าแต่ดาวิด จงดูแลราชวงศ์ของพระองค์เองเถิด”   อิสราเอลจึงจากไปยังบ้านเรือนของเขาทั้งหลาย
1 Kings 1 พงศ์กษัตริย์ 12:28 28So the king took counsel and made two calves of gold. And he said to the people, “You have gone up to Jerusalem long enough. Behold your gods, O Israel, who brought you up out of the land of Egypt.”

28ดังนั้นพระราชาจึงทรงปรึกษา   และได้ทรงสร้างลูกวัวสองตัวด้วยทองคำ   แล้วพระองค์ตรัสแก่ประชาชนว่า   “ที่ท่านทั้งหลายขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มนานพออยู่แล้ว   โอ อิสราเอลเอ๋ย   จงดูพระเจ้าของท่านนี่แน่ะ   พระองค์ผู้ทรงนำท่านทั้งหลายออกจากประเทศ อียิปต์”
1 Kings 1 พงศ์กษัตริย์ 17:1 1Now Elijah the Tishbite, of Tishbe in Gilead, said to Ahab, “As the LORD the God of Israel lives, before whom I stand, there shall be neither dew nor rain these years, except by my word.”

1ฝ่ายเอลียาห์ชาวทิชบีผู้ซึ่งตั้งอาศัยอยู่ในกิเลอาด   ได้ทูลอาหับว่า   “พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล   ผู้ซึ่งข้าพระบาทปฏิบัติทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด   จะไม่มีน้ำค้างหรือฝนในปีเหล่านี้   นอกจากตามคำของข้าพระบาท”

Brief Summary: The Book of 1 Kings starts with Solomon and ends with Elijah.

บทสรุปโดยย่อ: พระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์เริ่มต้นด้วยซาโลมอนและจบลงด้วยเอลียาห์

The difference between the two gives you an idea as to what lies between.

ความแตกต่างระหว่างพระธรรมทั้งสองทำให้คุณทราบว่าอะไรกั้นอยู่ระหว่างกลาง

Solomon was born after a palace scandal between David and Bathsheba.

โซโลมอนประสูติหลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวในพระราชวังระหว่างดาวิดและนางบัทเชบา

Like his father, he had a weakness for women that would bring him down.

เหมือนพระบิดาของพระองค์ ทรงมีความอ่อนแอเรื่องผู้หญิง ซึ่งจะนำพาพระองค์ตกต่ำลง

Solomon did well at first, praying for wisdom and building a temple to God that took seven years.

ซาโลมอนเริ่มต้นอย่างดีในตอนแรก     ทรงอธิษฐานขอพระปัญญาและก่อสร้างวิหารถวายพระเจ้าที่กินเวลานานเจ็ดปี

But then he spent 13 years building a palace for himself.

แต่แล้วพระองค์เองทรงใช้เวลา 13 ปีสร้างพระราชวัง

His accumulation of many wives led him to worship their idols and led him away from God.

พระมเหสีหลายองค์ที่ทรงรวบรวมไว้  ได้ชักนำพาพระองค์ไปนมัสการรูปเคารพของพวกเขา   และนำพระองค์ออกไปจากทางของพระเจ้า

After Solomon’s death, Israel was ruled by a series of kings, most of whom were evil and idolatrous.

หลังจากซาโลมอนสิ้นพระชนม์   อิสราเอลถูกปกครองโดยกษัตริย์หลายยองค์สืบต่อๆ มา ซึ่งส่วนใหญ่ชั่วร้ายและบูชารูปเคารพ

This, in turn, led the nation away from God and even the preaching of Elijah could not bring them back.

คนแล้วคนเล่าได้นำประเทศออกห่างจากพระเจ้า   และแม้กระทั่งคำเทศนาของเอลียาห์ไม่สามารถนำพวกเขากลับมาได้

Among the most evil kings was Ahab and his queen, Jezebel, who brought the worship of Baal new heights in Israel.

ในบรรดากษัตริย์ที่ชั่วร้ายมากที่สุดคืออาหับและพระราชินีของพระองค์  พระนางอิสซาเบลที่นำการบูชาต่อพระบาอัลถึงขั้นสูงสุดในอิสราเอล

Elijah tried to turn the Israelites back to the worship of Jehovah, even to challenging the idolatrous priests of Baal to a showdown with God on Mount Carmel.

เอลียาห์พยายามที่จะหันอิสราเอลกลับไปนมัสการพระเยโฮวาห์   แม้กระทั่งจะท้าทายปุโรหิตบูชาพระบาอัลให้มาประลองกับพระเจ้าบนภูเขาคาร์เมล

Of course God won. This made Queen Jezebel angry (to say the least).

แน่นอนพระเจ้าทรงมีชัยชนะ นี่เองที่ทำให้พระราชินีอิสซาเบลชั่วร้ายโกรธ (ไม่พูดเกินความจริง)

She ordered Elijah's death so he ran away and hid in the wilderness.

พระนางทรงบัญชาให้ฆ่าเอลียาห์   ดังนั้นท่านจึงหลบหนีและซ่อนตัวอยู่ในถิ่นทุรกันดาร

Depressed and exhausted, he said; "Let me die."

ท่านมีใจหดหู่และท้อแท้ใจ  ท่านกล่าวว่า "ขอให้ข้าพระองค์ตายเถอะ"

But God sent food and encouragement to the prophet and whispered to him in a "quiet gentle sound," and in the process saved his life for further work.
แต่พระเจ้าทรงส่งอาหารและให้กำลังใจผู้เผยพระวจนะ  และทรงกระซิบกับเขาด้วย "พระสุรเสียงสงบอ่อนโยน" และทรงมีลำดับขั้นตอนที่ช่วยชีวิตท่านสำหรับการทำงานต่อไป

Foreshadowing: The Temple in Jerusalem, where God’s Spirit would dwell in the Holy of Holies, foreshadows believers in Christ in whom the Holy Spirit resides from the moment of our salvation.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: พระวิหารในกรุงเยรูซาเล็ม  ที่พระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในอภิสุทธิสถาน  เป็นลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้าแก่ผู้เชื่อในพระคริสต์  ผู้ที่พระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตด้วยในช่วงเวลาที่เราได้รับความรอด

Just as the Israelites were to forsake idolatry, so are we to put away anything that separates us from God.

เช่นเดียวกับชาวอิสราเอลต้องละทิ้งรูปเคารพ   ดังนั้นเราต้องทิ้งทุกสิ่งที่แยกเราออกจากพระเจ้า

We are His people, the very temple of the living God.

เราเป็นคนของพระองค์  เป็นวิหารที่พระเจ้าทรงประทับอยู่

2 Corinthians 2โครินธ์ 6:16 16What agreement has the temple of God with idols? For we are the temple of the living God; as God said, “I will make my dwelling among them and walk among them, and I will be their God, and they shall be my people.

16วิหารของพระเจ้าจะตกลงอะไรกับรูปเคารพได้   เพราะว่าเราเป็นวิหารของพระเจ้าผู้ทรงดำรงพระชนม์   ดังที่พระเจ้าตรัสไว้ว่า   “เราจะอยู่ในเขาทั้งหลายและจะดำเนินในหมู่พวกเขา   และเราจะเป็นพระเจ้าของเขา   และเขาจะเป็นชนชาติของเรา”  
Elijah the prophet was for forerunner of Christ and the Apostles of the New Testament.

เอลียาห์ผู้เผยพระวจนะเป็นผู้บุกเบิกล่วงหน้าก่อนพระคริสต์และพวกอัครสาวกในพันธสัญญาใหม่

God enabled Elijah to do miraculous things in order to prove that he was truly a man of God.

พระเจ้าทรงให้เอลียาห์กระทำสิ่งอัศจรรย์เพื่อที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าแท้จริงเขาเป็นคนของพระเจ้า

He raised from the dead the son of the widow of Zarephath, causing her to exclaim, “"Now I know that you are a man of God and that the word of the LORD from your mouth is the truth."

ท่านฟื้นชีวิตบุตรชายของภรรยาม่ายของศาเรฟัทขึ้นมาจากตาย  ทำให้เธอเปล่งเสียงร้อง   " ตอนนี้ฉันรู้ว่าท่านเป็นคนของพระเจ้าและพระวจนะของพระเยโฮวาห์จากปากของท่านคือความจริง"

In the same way, men of God who spoke His words through His power are evident in the New Testament.

ในทำนองเดียวกัน  คนของพระเจ้าผู้ที่กล่าวพระคำของพระองค์  ผ่านอำนาจของพระองค์เป็นหลักฐานปรากฎในพันธสัญญาใหม่

Not only did Jesus raise Lazarus from the dead, but He also raised the son of the widow of Nain and Jairus’ daughter.

ไม่เพียงแต่พระเยซูทรงยกลาซารัสขึ้นมาจากตาย แต่พระองค์ยังทรงยกบุตรชายของภรรยาม่ายแห่งเมืองนาอินและลูกสาวไยรัส '

Luke ลูกา 7:14-15 14Then he came up and touched the bier, and the bearers stood still. And he said, “Young man, I say to you, arise.”

14แล้วพระองค์เสด็จเข้าไปใกล้ถูกต้องโลง   คนหามศพนั้นก็หยุดยืนอยู่   พระองค์จึงตรัสว่า   “ชายหนุ่มเอ๋ย   เราสั่งเจ้าว่า   ลุกขึ้นเถิด”

15And the dead man sat up and began to speak, and Jesus gave him to his mother.

15คนที่ตายนั้นก็ลุกนั่งเริ่มพูด   พระองค์จึงทรงมอบชายหนุ่มให้แก่มารดาของเขา 

Luke ลูกา 8:52-56 52And all were weeping and mourning for her, but he said, “Do not weep, for she is not dead but sleeping.”

52คนทั้งหลายจึงตีอกร้องไห้ร่ำไรเพราะเด็กนั้น   แต่พระองค์ตรัสว่า   “อย่าร้องไห้เลยเขาไม่ตาย   แต่นอนหลับอยู่”

53And they laughed at him, knowing that she was dead.

53คนทั้งปวงก็พากันหัวเราะเยาะพระองค์เพราะเขารู้ว่าเด็กนั้นตายแล้ว

54But taking her by the hand he called, saying, “Child, arise.”

54ฝ่ายพระองค์ทรงจับมือเด็กนั้นตรัสว่า   “ลูกเอ๋ย   จงลุกขึ้นเถิด”

55And her spirit returned, and she got up at once. And he directed that something should be given her to eat.

55แล้ววิญญาณจิตก็กลับเข้าในเด็กนั้นเขาก็ลุกขึ้นทันที   พระองค์จึงตรัสสั่งให้เอาอาหารมาให้เขากินบ้าง

56And her parents were amazed, but he charged them to tell no one what had happened. 56ฝ่ายบิดามารดาของเด็กนั้นก็ประหลาดใจนัก   แต่พระองค์ทรงห้ามเขาไม่ให้บอกผู้ใดให้รู้เหตุการณ์ซึ่งเป็นมานั้น

The Apostle Peter raised Dorcas and Paul raised Eutychus.
อัครสาวกเปโตรได้ฟื้นชีวิตโดรคัส   และเปาโลได้ฟื้นชีวิตยุทิกัส

Acts กิจการ 9:40 40But Peter put them all outside, and knelt down and prayed; and turning to the body he said, “Tabitha, arise.” And she opened her eyes, and when she saw Peter she sat up.

40ฝ่ายเปโตรให้คนทั้งปวงออกไปข้างนอก   และได้คุกเข่าลงอธิษฐาน   แล้วหันมายังศพนั้นกล่าวว่า   “ทาบิธาเอ๋ย   จงลุกขึ้น”   ทาบิธาก็ลืมตา   เมื่อเห็นเปโตรจึงลุกขึ้นนั่ง

Acts กิจการ 20:9-12 9And a young man named Eutychus, sitting at the window, sank into a deep sleep as Paul talked still longer. And being overcome by sleep, he fell down from the third story and was taken up dead.

9ชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อยุทิกัสนั่งอยู่ที่หน้าต่างง่วงนอนเต็มที   และเมื่อเปาโลสั่งสอนช้านานไปอีก   คนนั้นก็โงกพลัดตกจากหน้าต่างชั้นที่สาม   เมื่อยกขึ้นมาก็เห็นว่าตายเสียแล้ว

10But Paul went down and bent over him, and taking him in his arms, said, “Do not be alarmed, for his life is in him.”

10ฝ่ายเปาโลจึงลงไปก้มตัวกอดผู้นั้นไว้   แล้วว่า   “อย่าตกใจไปเลย   ด้วยว่าชีวิตยังอยู่ในตัวเขา”

11And when Paul had gone up and had broken bread and eaten, he conversed with them a long while, until daybreak, and so departed.

11ครั้นเปาโลขึ้นไปห้องชั้นบน   หักขนมปังและรับประทานแล้ว   ก็สนทนากับเขาต่อไปอีกช้านาน   จนสว่างท่านก็ลาเขาไป

12And they took the youth away alive, and were not a little comforted.

12คนทั้งหลายจึงพาคนหนุ่มผู้ยังเป็นอยู่ไป   และเขาทั้งหลายก็ปลื้มใจยินดีไม่น้อยเลย


Practical Application: The Book of 1 Kings has many lessons for believers.

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: พระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์มีบทเรียนมากมายสำหรับบรรดาผู้เชื่อ

We see a warning about the company we keep, and especially in regard to close associations and marriage.

เราเห็นคำเตือนเกี่ยวกับบริษัทที่เราดูแลกิจการ  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการคบค้าสมาคมใกล้ชิดและการแต่งงาน

The kings of Israel who, like Solomon, married foreign women exposed themselves and the people they ruled to evil.

กษัตริย์ทั้งหลายแห่งอิสราเอล  เหมือนเช่นโซโลมอน  ทรงแต่งงานกับหญิงต่างชาติ   เปิดโปงตัวเองและประชาชนที่เขาปกครองให้รู้ว่าทรงทำบาป

As believers in Christ, we must be very careful about who we choose as friends, business associates, and spouses.

ในฐานะที่เป็นผู้เชื่อในพระคริสต์   เราจะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการที่เราเลือกเพื่อน    ผู้ร่วมทำธุรกิจและคู่สมรส

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:33 33Do not be deceived: “Bad company ruins good morals.”

33อย่าหลงเลย   “การคบคนชั่วย่อมเสียนิสัย”

Elijah’s experience in the wilderness also teaches a valuable lesson.

ประสบการณ์ของเอลียาห์ในถิ่นทุรกันดารยังสอนบทเรียนที่มีคุณค่าด้วย

After his incredible victory over the 450 prophets of Baal on Mount Carmel, his joy turned to sorrow when he was pursued by Jezebel and fled for his life.

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อต่อผู้พยากรณ์ของพระบาอัล 450 คนบนภูเขาคาร์เมล ความสุขที่ท่านได้รับกลับกลายเป็นความโศกเศร้า  เมื่อท่านถูกไล่ล่าโดยพระนางอิสซาเบลและหลบหนีเอาชีวิตรอด

Such “mountaintop” experiences are often followed by a letdown and the depression and discouragement that can follow.

ประสบการณ์ที่"ยอดภูเขา" มักตามมาด้วยภาวะตกต่ำลงและภาวะซึมเศร้าและตามมาด้วยอาการหมดกำลังใจ

We have to be on guard for this type of experience in the Christian life.

เราต้องเฝ้าระวังสำหรับประสบการณ์ประเภทนี้ในชีวิตคริสเตียน

But our God is faithful and will never leave or forsake us.

แต่พระเจ้าของเราทรงสัตย์ซื่อและจะไม่ทรงปล่อยหรือทอดทิ้งเรา

The quiet, gentle sound that encouraged Elijah will encourage us.

พระสุรเสียงที่สงบอ่อนโยนที่ได้หนุนใจเอลียาห์จะหนุนกำลังใจเรา

www.gotquestions.org/Thai

1 Kings

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top