Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, August 9, 2015

 

Book of 1 Chronicles

พระธรรม 1 พงศาวดาร

Can you summarize the Book of 1 Chronicles? What is the Book of 1 Chronicles all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรม 1 พงศาวดารได้ไหม  พระธรรม 1 พงศาวดารทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: The Book of 1 Chronicles does not specifically name its author. The tradition is that 1 and 2 Chronicles were written by Ezra.
ผู้ประพันธ์: พระธรรม 1 พงศาวดารไม่ได้บอกชื่อผู้เขียนโดยเฉพาะ  ตามประเพณีพระธรรม1 & 2 พงศาวดารเขียนโดยเอสรา

Date of Writing: The Book of 1 Chronicles was likely written between 450 and 425 B.C.
วันที่เขียน: พระธรรม 1 พงศาวดารอาจเขียนขึ้นระหว่างปี ก.ค.ศ 450 และ 425

Purpose of Writing: The Books of 1 & 2 Chronicles cover mostly the same information as 1 & 2 Samuel and 1 & 2 Kings.

จุดประสงค์ของการเขียน: พระธรรม 1 & 2 พงศาวดารส่วนใหญ่ครอบคลุมข้อมูลเหมือนกับพระธรรม 1 & 2 ซามูเอล และพระธรรม 1 & 2 พงศ์กษัตริย์

1 & 2 Chronicles focus more on the priestly aspect of the time period.

พระธรรม 1 & 2 พงศาวดารเน้นในเรื่องราวเกี่ยวกับปุโรหิตในช่วงเวลานั้น

The Book of 1 Chronicles was written after the exile to help those returning to Israel understand how to worship God. 

พระธรรม 1 พงศาวดารเขียนขึ้นหลังจากการถูกเนรเทศ   เพื่อช่วยให้ผู้ที่จะกลับไปยังอิสราเอลเข้าใจว่าควรนมัสการพระเจ้าอย่างไร

The history focused on the Southern Kingdom, the tribes of Judah, Benjamin and Levi. 

ประวัติศาสตร์มุ่งเน้นเรื่องของราชอาณาจักรภาคใต้   ชนเผ่ายูดาห์  เบนจามินและเลวี

These tribes tended to be more faithful to God.
ชนเผ่าเหล่านี้มีท่าทีที่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้ามากกว่า

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

1 Chronicles  1 พงศาวดาร 11:1-2 1Then all Israel gathered together to David at Hebron and said, “Behold, we are your bone and flesh.

1แล้วคนอิสราเอลทั้งสิ้นก็ชุมนุมอยู่ด้วยกันเฝ้าดาวิด ที่เมืองเฮโบรนทูลว่า “ดูเถิด ข้าพระบาททั้งหลายเป็นกระดูกและเนื้อของฝ่าพระบาท

2In times past, even when Saul was king, it was you who led out and brought in Israel. And the LORD your God said to you, ‘You shall be shepherd of my people Israel, and you shall be prince over my people Israel.’”

2ในกาลก่อน   แม้เมื่อซาอูลทรงเป็นพระราชา   ฝ่าพระบาทก็ทรงนำอิสราเอลออกไปและเข้ามา   และพระเยโฮวาห์พระเจ้าของฝ่าพระบาทว่า   'เจ้าจะเป็นผู้ปกครองอิสราเอลประชากรของเรา อย่างผู้เลี้ยงแกะ   และเจ้าจะเป็นเจ้าเหนืออิสราเอลประชากรเรา' ”
1 Chronicles 1 พงศาวดาร 21:13 13Then David said to Gad, “I am in great distress. Let me fall into the hand of the LORD, for his mercy is very great, but do not let me fall into the hand of man.”

13แล้วดาวิดตรัสกับกาดว่า   “เรามีความกระวนกระวายมาก   ขอให้เราตกเข้าไปอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า   เพราะพระกรุณาคุณของพระองค์ใหญ่ยิ่งนัก แต่ขอ อย่าให้เราตกเข้าไปในมือของมนุษย์เลย”  
1 Chronicles 1 พงศาวดาร 29:11 11Yours, O LORD, is the greatness and the power and the glory and the victory and the majesty, for all that is in the heavens and in the earth is yours. Yours is the kingdom, O LORD, and you are exalted as head above all.

11ข้าแต่พระเจ้า   ความยิ่งใหญ่   ฤทธานุภาพ   พระสิริ   ชัยชนะ   และความโอ่อ่าตระการเป็นของพระองค์   และบรรดาสิ่งที่มีอยู่ในฟ้าสวรรค์   และในแผ่นดินโลกเป็นของพระ องค์   ข้าแต่พระเจ้า ราชอาณาจักรเป็นของพระองค์   และพระองค์ทรงเป็นที่ยกย่องเป็นจอมของสิ่งสารพัด


Brief Summary: The first 9 chapters of 1 Chronicles are dedicated to lists and genealogies.

บทสรุปโดยย่อ: พระธรรม 1 พงศาวดาร 9 บทแรกจะเป็นรายชื่อและการลำดับวงศ์ตระกูล

Further lists and genealogies are scattered throughout the rest of 1 Chronicles.

รายชื่อและลำดับวงศ์ตระกูลปรากฏทั่วไปในพระธรรม 1 พงศาวดารส่วนที่เหลือ

In between, the Book of 1 Chronicles records David's ascension to the throne and his actions thereafter.

ในพระธรรม 1 พงศาวดาร  ได้บันทึกเรื่องราวที่ดาวิดทรงขึ้นครองราชบัลลังก์และการประพฤติของพระองค์หลังจากนั้น

The book concludes with David's son Solomon becoming King of Israel.

พระธรรมเล่มนี้จบลงตอนราชโอรสของดาวิด  คือโซโลมอนกลายเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล

Briefly outlined, the Book of 1 Chronicles is as follows: Chapters 1:1-9:23 - Selective Genealogies; Chapters 9:24-12:40 - David’s ascent; Chapters 13:1-20:30 -David’s reign.
เค้าโครงย่อๆ  ในพระธรรม 1 พงศาวดารเป็นดังนี้: บทที่ 1: 1-9: 23 – การเลือกสรรวงศ์ตระกูล; บทที่ 9: 24-12: 40 - ดาวิดทรงขึ้นครองราชย์; บทที่ 13: 20/01: 30 รัชสมัยของดาวิด

Foreshadowings: In David’s song of thanksgiving to God in 1 Chronicles 16:33, he refers to the time when God will come “to judge the earth.”

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: เพลงสดุดีของดาวิดเป็นการโมทนาขอบคุณพระเจ้าใน 1 พงศาวดาร 16:33 ทรงพรรณนาถึงช่วงเวลาที่พระเจ้าจะเสด็จมาทรง "พิพากษาโลก"

1 Chronicles  1 พงศาวดาร 16:33 33Then shall the trees of the forest sing for joy before the LORD, for he comes to judge the earth.

33แล้วต้นไม้ทั้งสิ้นของป่าไม้ จะร้องเพลงด้วยความชื่นบาน   เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า   ด้วยพระองค์เสด็จมาพิพากษาโลก  

This foreshadows Matthew 25, in which Jesus describes the time when He will come to judge the earth.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้าในมัทธิวบทที่ 25   ที่ซึ่งพระเยซูทรงบรรยายเวลาที่พระองค์จะเสด็จมาทรงพิพากษาโลก

Through the parables of the ten virgins and the talents, He warns that those who are found without the blood of Christ covering their sins will be cast into “outer darkness.”

โดยผ่านทางคำอุปมาเรื่องหญิงพรหมจารีสิบคนและเรื่องเงินตะลันต์   ทรงเตือนว่าผู้ที่ไม่ได้ถูกชำระบาปโดยพระโลหิตของพระคริสต์ จะถูกโยนลงไปใน "ความมืดข้างนอก"

He encourages His people to be ready because when He comes, He will separate the sheep from the goats in judgment.
พระองค์ทรงหนุนใจให้ประชากรของพระองค์เตรียมพร้อม   เพราะเมื่อทรงเสด็จมาถึงจะทรงแยกแกะจากแพะในวันพิพากษา

Part of the Davidic Covenant which God reiterates in chapter 17 refers to the future Messiah who would be a descendant of David.

ส่วนหนึ่งของพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำกับดาวิด   ทรงย้ำเตือนในบทที่ 17 กล่าวถึงพระเมสสิยาห์ในอนาคตผู้ซึ่งสืบสายเชื้อพระวงศ์ของดาวิด

Verses 13-14 describe the Son who will be established in God’s house and whose throne will be established forever. This can only refer to Jesus Christ.
ข้อพระคัมภีร์ที่ 13-14 บรรยายว่าพระบุตรจะทรงได้รับการสถาปนาในพระวิหารของพระเจ้า  และผู้ซึ่งบัลลังก์ของพระองค์จะได้รับการสถาปนาขึ้นตลอดไป นี้เป็นการหมายถึงพระเยซูคริสต์เท่านั้น

Practical Application: Genealogies such as the ones in 1 Chronicles may seem dry to us, but they remind us that God knows each of His children personally, even down to the number of hairs on our heads.

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: วงศ์ตระกูลทั้งหลายเช่นเชื้อวงศ์ในพระธรรม 1 พงศาวดารอาจดูเหมือนน่าเบื่อสำหรับเรา แต่เป็นการเตือนเราให้ระลึกว่าพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงรู้จักบุตรของพระองค์แต่ละคน  ทรงนับได้แม้แต่จำนวนเส้นผมบนศีรษะของเรา

Matthew มัทธิว10:30 30But even the hairs of your head are all numbered.

30ถึงผมของท่านทั้งหลาย   ก็ทรงนับไว้แล้วทุกเส้น

We can take comfort in the fact that who we are and what we do is written forever in God’s mind. If we belong to Christ, our names are written forever in the Lamb’s book of Life.

เราสามารถรับคำปลอบโยนในความจริงที่ว่า   เราเป็นใครและสิ่งที่เราทำได้จารึกตลอดไปในพระทัยของพระเจ้า ถ้าเราเป็นของพระคริสต์  ชื่อของเราจะถูกจดในสมุดทะเบียนประจำชีพของพระเมษโปดกตลอดไป

Revelation วิวรณ์ 13:8 8and all who dwell on earth will worship it, everyone whose name has not been written before the foundation of the world in the book of life of the Lamb that was slain.

8และคนที่อยู่ในแผ่นดินโลกจะบูชาสัตว์ร้ายนั้น   เว้นแต่คนทั้งปวงที่มีชื่อจดไว้ในพระธรรมแห่งชีวิตของพระเมษโปดกผู้ทรงถูกปลงพระชนม์   ซึ่งบันทึกไว้ตั้งแต่แรกทรงสร้างโลก
God is faithful to His people and keeps His promises. In the Book of 1 Chronicles, we see the fulfillment of God’s promise to David when he is made King over all Israel.

พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อต่อประชากรของพระองค์    และทรงรักษาพระสัญญาของพระองค์ ในพระธรรม 1 พงศาวดารเราจะเห็นพระสัญญาของพระเจ้าต่อดาวิดสำเร็จครบถ้วน เมื่อดาวิดได้ทรงเป็นกษัตริย์ปกครองทั่วทั้งอิสราเอล

1 Chronicles 1 พงศาวดาร 11:1-3 1Then all Israel gathered together to David at Hebron and said, “Behold, we are your bone and flesh.

1แล้วคนอิสราเอลทั้งสิ้นก็ชุมนุมอยู่ด้วยกันเฝ้าดาวิด ที่เมืองเฮโบรนทูลว่า  “ดูเถิดข้าพระบาททั้งหลายเป็นกระดูกและเนื้อของฝ่าพระบาท

2In times past, even when Saul was king, it was you who led out and brought in Israel. And the LORD your God said to you, ‘You shall be shepherd of my people Israel, and you shall be prince over my people Israel.’”

2ในกาลก่อน   แม้เมื่อซาอูลทรงเป็นพระราชา   ฝ่าพระบาทก็ทรงนำอิสราเอลออกไปและเข้ามา   และพระเยโฮวาห์พระเจ้าของฝ่าพระบาทว่า   'เจ้าจะเป็นผู้ปกครองอิสราเอลประชากรของเรา อย่างผู้เลี้ยงแกะ   และเจ้าจะเป็นเจ้าเหนืออิสราเอลประชากรเรา' ”

3So all the elders of Israel came to the king at Hebron, and David made a covenant with them at Hebron before the LORD. And they anointed David king over Israel, according to the word of the LORD by Samuel.

3ดังนั้นพวกผู้ใหญ่ของคนอิสราเอลก็มาเฝ้า พระราชาที่เมืองเฮโบรน   และดาวิดทรงกระทำพันธสัญญากับ เขาทั้งหลายที่เมืองเฮโบรนต่อพระพักตร์พระเจ้า   และเขาทั้งหลายก็เจิมตั้งดาวิดให้ เป็นพระราชาเหนืออิสราเอล   ตามพระวจนะของพระเจ้าโดยซามูเอล

We can be sure that His promises to us will be fulfilled as well.

เราสามารถมั่นใจได้ว่าพระสัญญาของพระองค์ที่มีต่อเราจะสำเร็จได้เช่นกัน

He has promised blessings to those who follow Him, who come to Christ in repentance, and who obey His Word.
พระองค์ได้ทรงสัญญาว่าจะทรงเทพรให้กับผู้ที่ติดตามพระองค์   ผู้ที่ยอมสารภาพผิดหันมาหาพระคริสต์ และผู้ที่ปฏิบัติตามพระวจนะของพระองค์
Obedience brings blessing; disobedience brings judgment.

การเชื่อฟังนำมาซึ่งพระพร; การไม่เชื่อฟังนำมาซึ่งคำพิพากษา

The Book of 1 Chronicles, as well as 1 & 2 Samuel and 1 & 2 Kings, is a chronicle of the pattern of sin, repentance, forgiveness, and restoration of the nation of Israel.

พระธรรม 1 พงศาวดารเช่นเดียวกับพระธรรม 1& 2 ซามูเอล  และพระธรรม 1& 2 พงศ์กษัตริย์    เป็นเหตุการณ์เรื่องความบาปหลายรูปแบบในอดีต  การสำนึกผิด  การให้อภัยและการฟื้นฟูประเทศอิสราเอล

In the same way, God is patient with us and forgives our sin when we come to Him in true repentance.

ในทำนองเดียวกัน  พระเจ้าทรงอดทนต่อเราและทรงอภัยบาปของเรา    เมื่อเรามาหาพระองค์โดยสำนึกผิดต่อบาปจริงๆ

1 John 1 ยอห์น 1:9 9If we confess our sins, he is faithful and just to forgive us our sins and to cleanse us from all unrighteousness.

9ถ้าเราสารภาพบาปของเรา   พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม   ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา   และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น

We can take comfort in the fact that He hears our prayer of sorrow, forgives our sin, restores us to fellowship with Him, and sets us on the path to joy.

เราได้รับคำปลอบใจจากความจริงที่ว่า   พระองค์ทรงได้ยินคำอธิษฐานที่เราเศร้าโศกเสียใจ  ทรงให้อภัยบาปของเรา   ทรงฟื้นคืนเรากลับไปสามัคคีธรรมกับพระองค์   และทรงทำให้เราอยู่บนเส้นทางแห่งความสุข


Book of 2 Chronicles

พระธรรม 2 พงศาวดาร

Can you summarize the Book of 2 Chronicles? What is the Book of 2 Chronicles all about?

คำอธิบายคำสำคัญ: คุณสามารถสรุปพระธรรม 2 พงศาวดารได้ไหม   พระธรรม 2 พงศาวดารทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: The Book of 2 Chronicles does not specifically name its author. The tradition is that 1 and 2 Chronicles were written by Ezra.
ผู้ประพันธ์: พระธรรม 2 พงศาวดารไม่ได้ระบุชื่อผู้เขียนโดยเฉพาะ ตามประเพณีพระธรรม 1 & 2 พงศาวดารเขียนโดยเอสรา


Date of Writing: The Book of 2 Chronicles was likely written between 450 and 425 B.C.
วันที่เขียน: พระธรรม 2 พงศาวดารอาจเขียนขึ้นระหว่างปี ก.ค.ศ 450 และ 425

Purpose of Writing: The Books of 1 & 2 Chronicles cover mostly the same information as 1 & 2 Samuel and 1 & 2 Kings.

จุดประสงค์ของการเขียน: พระธรรม 1 & 2 พงศาวดารส่วนใหญ่ครอบคลุมข้อมูลเดียวกับที่พระธรรม 1 & 2 ซามูเอล และพระธรรม 1 & 2 พงศ์กษัตริย์

The Books of 1 & 2 Chronicles focus more on the priestly aspect of the time period.

พระธรรม 1 & 2 พงศาวดารมุ่งเน้นมากด้านเกี่ยวกับปุโรหิตในช่วงเวลานั้น

The Book of 2 Chronicles is essentially an evaluation of the nation's religious history.
พระธรรม 2 พงศาวดารเป็นการประเมินผลสำคัญด้านประวัติศาสตร์ศาสนาของประเทศ


Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ

2 Chronicles 2 พงศาวดาร 2:1 1Now Solomon purposed to build a temple for the name of the LORD, and a royal palace for himself.

1ฝ่ายซาโลมอนทรงตั้งพระทัยที่จะสร้าง พระนิเวศเพื่อพระนามของพระเจ้า   และสร้างราชวังเพื่อราชอาณาจักรของพระองค์
2 Chronicles 2 พงศาวดาร 29:1-3 1Hezekiah began to reign when he was twenty-five years old, and he reigned twenty-nine years in Jerusalem. His mother's name was Abijah*n1.2 the daughter of Zechariah.

1เมื่อเฮเซคียาห์มีพระชนมายุยี่สิบห้าพรรษา   พระองค์ทรงเริ่มครอบครองและพระองค์ทรงครอบครอง ในกรุงเยรูซาเล็มยี่สิบเก้าปี   พระมารดาของพระองค์ทรงพระนาม ว่าอาบียาห์บุตรีของเศคาริยาห์

2And he did what was right in the eyes of the LORD, according to all that David his father had done.

2และพระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ชอบในสายพระเนตรพระเจ้า   ตามซึ่งดาวิดบรรพบุรุษของพระองค์ได้ทรงกระทำ

3In the first year of his reign, in the first month, he opened the doors of the house of the LORD and repaired them.

3ในปีแรกแห่งรัชกาลของพระองค์ในเดือนแรก   พระองค์ทรงเปิดประตูพระนิเวศของพระเจ้า   และได้ทรงทำการซ่อมแซมประตูนั้น
2 Chronicles  2 พงศาวดาร 36:14 14All the officers of the priests and the people likewise were exceedingly unfaithful, following all the abominations of the nations. And they polluted the house of the LORD that he had made holy in Jerusalem.

14บรรดาปุโรหิตผู้สำคัญและประชาชนก็เช่นเดียว กันไม่ซื่อสัตย์เสียทีเดียว   เขาติดตามสิ่งน่าเกลียดน่าชังของบรรดาประชาชาติ   และเขาทั้งหลายกระทำให้พระนิเวศของพระเจ้า ในเยรูซาเล็ม   ซึ่งพระองค์ทรงชำระให้บริสุทธิ์นั้นเป็นมลทินไป  
2 Chronicles  2 พงศาวดาร 36:23 23“Thus says Cyrus king of Persia, ‘The LORD, the God of heaven, has given me all the kingdoms of the earth, and he has charged me to build him a house at Jerusalem, which is in Judah. Whoever is among you of all his people, may the LORD his God be with him. Let him go up.’”

23“ไซรัสพระราชาแห่งเปอร์เซียตรัสดังนี้ว่า   'พระเยโฮวาห์พระเจ้าของฟ้าสวรรค์   ได้พระราชทานบรรดาราชอาณาจักรแห่งแผ่นดินโลกแก่เรา   และพระองค์ทรงกำชับให้เราสร้างพระนิเวศให้พระองค์ที่ เยรูซาเล็ม   ซึ่งอยู่ในยูดาห์ มีผู้ใดในท่ามกลางท่านทั้งหลาย ที่เป็นประชากรของพระองค์   ขอพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขาสถิตกับเขา   ขอให้เขาขึ้นไปเถิด' ”

Brief Summary: The Book of 2 Chronicles records the history of the Southern Kingdom of Judah, from the reign of Solomon to the conclusion of the Babylonian exile.

บทสรุปโดยย่อ: พระธรรม 2 พงศาวดารบันทึกประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักรทางตอนใต้ของยูดาห์   จากรัชสมัยของซาโลมอนไปสู่บทสรุปของการถูกกวาดต้อนเป็นเชลยในบาบิโลน

The decline of Judah is disappointing, but emphasis is given to the spiritual reformers who zealously seek to turn the people back to God.

การเสื่อมลงของยูดาห์เป็นที่น่าผิดหวัง แต่ได้เน้นไปที่ผู้ทำการปฏิรูปทางจิตวิญญาณที่ขยันขันแข็ง   ที่พยายามจะทำให้ผู้คนหันกลับมาหาพระเจ้า


Little is said about the bad kings or of the failures of good kings; only goodness is stressed.

ไม่ค่อยมีการกล่าวเรื่องกษัตริย์ที่ชั่วร้ายมากนักหรือความผิดพลาดของกษัตริย์ที่ดีๆ ; ความดีเท่านั้นที่เราเน้นย้ำ

Since 2 Chronicles takes a priestly perspective, the Northern Kingdom of Israel is rarely mentioned because of her false worship and refusal to acknowledge the Temple of Jerusalem.

เพราะว่า 2 พงศาวดารเป็นมุมมองเรื่องราวด้านปุโรหิต   ราชอาณาจักรอิสราเอลทาง ภาคเหนือไม่ค่อยกล่าวถึง   เพราะมีการนมัสการเท็จ   และการปฏิเสธไม่ยอมรับพระวิหารในกรุงเยรูซาเล็ม

2 Chronicles concludes with the final destruction of Jerusalem and the Temple.
2 พงศาวดารจบลงด้วยการทำลายกรุงเยรูซาเล็มและพระวิหารครั้งสุดท้าย


Foreshadowings: As with all references to kings and temples in the Old Testament, we see in them a reflection of the true King of Kings—Jesus Christ—and of the temple of the Holy Spirit—His people.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: เช่นเดียวกับการอ้างอิงถึงกษัตริย์และวิหารในพันธสัญญาเดิมสะท้อนให้เราเห็นภาพจอมกษัตริย์แท้จริงเหนือกษัตริย์ของพวกเขา--พระเยซูคริสต์—และพระวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์--ประชากรของพระองค์

Even the best of the kings of Israel had the faults of all sinful men and led the people imperfectly.

แม้แต่กษัตริย์ที่ดีที่สุดแห่งอิสราเอลมีความผิดเรื่องคนบาปทั้งหลายและนำประชาชนอย่างไม่ถูกต้อง

But when the King of Kings comes to live and reign on the earth in the millennium, he will establish Himself on the throne of all the earth as the rightful heir of David.

แต่เมื่อจอมกษัตริย์เหนือกษัตริย์เสด็จมาประทับอยู่และทรงครองโลกในสหัสวรรษ   พระองค์จะทรงสถาปนาพระองค์เองบนบัลลังก์แห่งแผ่นดิน   เป็นทายาทโดยชอบธรรมของดาวิด

Only then will we have a perfect King who will reign in righteousness and holiness, something the best of Israel’s kings could only dream of.
ดังนั้นแล้วเราจะมีกษัตริย์ที่สมบูรณ์แบบ   ผู้มีความชอบธรรมขึ้นครองราชย์และทรงบริสุทธิ์     บางสิ่งที่กษัตริย์ที่ดีที่สุดของอิสราเอลสามารถฝันถึง
Similarly, the great temple built by Solomon was not designed to last forever.

ในทำนองเดียวกัน  พระมหาวิหารที่สร้างขึ้นโดยซาโลมอน   ไม่ได้ออกแบบมาให้คงทนถาวรตลอดไป

Just 150 years later, it was in need of repair from decay and defacing by future generations who turned back to idolatry (2 Kings 12).

เพียง 150 ปีต่อมามันก็ต้องการการซ่อมแซมจากการเสื่อมสลายและเสียรูปไปโดยคนรุ่นใหม่ในอนาคต  ผู้ที่หันกลับไปบูชารูปเคารพ (2 พงศ์กษัตริย์ 12)

But the temple of the Holy Spirit—those who belong to Christ—will live forever.

แต่วิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์   คือคนเหล่านั้นที่อยู่ในพระคริสต์จะดำรงอยู่ตลอดไป

We who belong to Jesus are that temple, made not by hands but by the will of God.

เราซึ่งเป็นของพระเยซูไม่ใช่วิหารนั้น   ที่สร้างด้วยมือ แต่โดยพระประสงค์ของพระเจ้า

John ยอห์น 1:12-13 12But to all who did receive him, who believed in his name, he gave the right to become children of God,

12แต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์   ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์   พระองค์ก็ทรงประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า

13who were born, not of blood nor of the will of the flesh nor of the will of man, but of God.

13ซึ่งในฐานะนั้นเป็นผู้ที่มิได้เกิดจากเลือดเนื้อ   หรือกาม   หรือความประสงค์ของมนุษย์   แต่เกิดจากพระเจ้า  

The Spirit who lives within us will never depart from us and will deliver us safely into the hands of God one day.

พระวิญญาณผู้ที่ประทับอยู่ภายในเราจะไม่ออกไปจากเรา   และจะทรงช่วยเราอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้าได้อย่างปลอดภัยวันหนึ่ง

Ephesians เอเฟซัส 1:13 13In Him you also, when you heard the word of truth, the gospel of your salvation, and believed in Him, were sealed with the promised Holy Spirit,

13ในพระองค์นั้น   ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน   เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ   คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่านและได้วางใจในพระองค์   ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญ ญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา

Ephesians เอเฟซัส 4:30 30And do not grieve the Holy Spirit of God, by whom you were sealed for the day of redemption.

30และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย   เพราะโดยพระวิญญาณนั้นท่านได้ถูกประทับตราหมายท่านไว้   เพื่อวันที่จะทรงไถ่ให้รอด

No earthly temple contains that promise.
ไม่มีวิหารใดในโลกที่มีสัญญานั้น


Practical Application: The reader of the Chronicles is invited to evaluate each generation from the past and discern why each was blessed for their obedience or punished for their wickedness.

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: ผู้อ่านพงศาวดารได้รับเชิญให้ประเมินคนแต่ละรุ่นจากที่ผ่านมาและมองเห็นว่าทำไมคนแต่ละรุ่นได้รับพระพร     เพราะพวกเขาเชื่อฟังหรือถูกลงโทษเพราะความชั่วที่พวกเขาทำ

But we are also to compare the plight of these generations to our own, both corporately and individually.

แต่เราต้องเปรียบเทียบชะตากรรมของคนรุ่นเหล่านี้ด้วยตัวเราเอง    ทั้งเป็นรายหมู่และรายบุคคล

If we or our nation or our church is experiencing hardships, it is to our benefit to compare our beliefs and how we act upon those beliefs with the experiences of the Israelites under the various kings.

ถ้าเราหรือประเทศของเราหรือคริสตจักรของเรากำลังประสบกับความยากลำบาก   มันต้องเป็นไปเพื่อเปรียบเทียบความเชื่อของเรา    และวิธีที่เราปฏิบัติตามความเชื่อ  โดยประสบการณ์ของชาวอิสราเอลที่อยู่ภายใต้การปกครองโดยกษัตริย์ต่างๆ กัน

God hates sin and will not tolerate it. But if the Chronicles teach us anything, it is that God desires to forgive and heal those who will humbly pray and repent.

พระเจ้าทรงเกลียดชังความบาปและจะไม่ยอมทนต่อบาป แต่ถ้าพงศาวดารสอนบางอย่างแก่เรา    มันก็เป็นเพราะพระเจ้าทรงปรารถนาที่จะให้อภัย    และรักษาผู้ที่ถ่อมลงอธิษฐานและสารภาพผิด

1 John 1 ยอห์น 1:9 9If we confess our sins, he is faithful and just to forgive us our sins and to cleanse us from all unrighteousness.

9ถ้าเราสารภาพบาปของเรา   พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม   ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา   และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น

If you could have anything you wished from God, what would you ask for? Fabulous wealth? Perfect health for you and your loved ones? The power over life and death?

หากคุณสามารถได้สิ่งที่คุณปรารถนาจากพระเจ้า   คุณจะขออะไร   ความมั่งคั่งเยี่ยมยอดหรือ สุขภาพที่สมบูรณ์สำหรับคุณและคนที่คุณรักหรือ    อำนาจเหนือชีวิตและความตายหรือ

Amazing to think about it, isn’t it?

น่าประหลาดที่จะคิดถึงเรื่องนี้ไม่ใช่หรือ

But more amazing is that God made such an offer to Solomon and he chose none of these things.

แต่ที่น่าประหลาดกว่านั้นก็คือสิ่งที่พระเจ้าทรงเสนอให้แก่โซโลมอน   และพระองค์ไม่ทรงเลือกสิ่งเหล่านี้

What he asked for was wisdom and knowledge to complete the task God had assigned to him and to do it well.

สิ่งที่พระองค์ทูลขอคือสติปัญญาและความรู้     เพื่อให้งานที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้พระองค์ทรงทำและจะทรงทำมันได้อย่างดี

The lesson for us is that God has given each of us a commission to fulfill and the greatest blessing we can seek from God is the ability to carry out His will for our lives.

บทเรียนสำหรับเราคือว่าพระเจ้าได้ทรงมีพระบัญชาให้เราแต่ละคนทำให้สำเร็จและให้พระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราสามารถขอจากพระเจ้า   คือความสามารถทำให้พระประสงค์ของพระองค์สำเร็จในชีวิตเรา

For that, we need the “wisdom from above”to discern His will, as well as the understanding and intimate knowledge of Him in order to motivate us to Christlikeness in both deed and attitude

เพราะสิ่งนั้น  เราต้องการ "พระปัญญาจากเบื้องบน" ที่จะมองเห็นพระประสงค์ของพระองค์   เช่นเดียวกับความเข้าใจและความรู้ลึกในพระองค์   เพื่อที่จะกระตุ้นให้เราเป็นเหมือนพระคริสต์ทั้งในการประพฤติและทัศนคติ

James ยากอบ 3:13, 17 13Who is wise and understanding among you? By his good conduct let him show his works in the meekness of wisdom.

13ในพวกท่านผู้ใดเป็นคนฉลาดและมีปัญญา   ก็ให้ผู้นั้นแสดงการประพฤติของตนด้วยพฤติกรรมอันดี   มีใจอ่อนสุภาพประกอบด้วยปัญญา

17But the wisdom from above is first pure, then peaceable, gentle, open to reason, full of mercy and good fruits, impartial and sincere.

17แต่ปัญญาจากเบื้องบนนั้นบริสุทธิ์เป็นประการแรก   แล้วจึงเป็นความสงบสุข   สุภาพและว่าง่าย   เปี่ยมด้วยความเมตตาและผลที่ดี   ไม่ลำเอียง   ไม่หน้าซื่อใจคด


www.gotquestions.org/Thai

1 and 2 Chronicles

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top