Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, September 11, 2015

 

Book of Jeremiah

พระธรรมเยเรมีย์


Can you summarize the Book of Jeremiah? What is the Book of Jeremiah all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรมเยเรมีย์ได้ไหม พระธรรมเยเรมีย์ทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: Jeremiah chapter 1, verse 1 identifies the Prophet Jeremiah as the author of the Book of Jeremiah.
ผู้ประพันธ์: เยเรมีย์บทที่ 1 ข้อ 1 ระบุว่าศาสดาพยากรณ์เยเรมีย์เป็นผู้เขียนพระธรรมเยเรมีย์

Jeremiah เยเรมีย์ 1:1 1The words of Jeremiah, the son of Hilkiah, one of the priests who were in Anathoth in the land of Benjamin,

1ถ้อยคำของเยเรมีย์   บุตรของฮิลคียาห์ผู้หนึ่งในหมู่ปุโรหิต   ผู้อยู่ตำบลอานาโธท ในแผ่นดินของเผ่าเบนยามิน


Date of Writing: The Book of Jeremiah was written between 630 and 580 B.C.
วันที่เขียน: พระธรรมเยเรมีย์เขียนขึ้นระหว่างปี ก.ค.ศ. 630 และ 580

Purpose of Writing: The Book of Jeremiah records the final prophecies to Judah, warning of oncoming destruction if the nation does not repent. Jeremiah calls out for the nation to turn back to God.

จุดประสงค์ของการเขียน: พระธรรมเยเรมีย์บันทึกคำทำนายสุดท้ายที่มีต่อยูดาห์   เตือนว่าหายนะกำลังจะมาถึงถ้าคนในประเทศไม่ได้กลับใจ เยเรมีย์เรียกร้องให้คนในประเทศที่จะหันกลับไปหาพระเจ้า

At the same time, Jeremiah recognizes the inevitability of Judah’s destruction due to its unrepentant idolatry and immorality.
ในเวลาเดียวกัน  เยเรมีย์ตระหนักถึงความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ยูดาห์จะพบความหายนะ  เนื่องจากการนับถือรูปเคารพ  ไม่สำนึกผิด และผิดศีลธรรม

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Jeremiah เยเรมีย์ 1:5 5“Before I formed you in the womb I knew you, and before you were born I consecrated you; I appointed you a prophet to the nations.”

5“เราได้รู้จักเจ้า   ก่อนที่เราได้ก่อร่างตัวเจ้าที่ในครรภ์   และก่อนที่เจ้าคลอดจากครรภ์   เราก็ได้กำหนดตัวเจ้าไว้   เราได้แต่งตั้งเจ้าเป็นผู้เผยพระวจนะให้แก่ บรรดาประชาชาติ”  

Jeremiah เยเรมีย์ 17:9 9The heart is deceitful above all things, and desperately sick; who can understand it?

9จิตใจก็เป็นตัวล่อลวงเหนือกว่าสิ่งใดทั้งหมด   มันเสื่อมทรามอย่างร้ายทีเดียว   ผู้ใดจะรู้จักใจนั้นเล่า  
Jeremiah เยเรมีย์ 29:10-11 10“For thus says the LORD: When seventy years are completed for Babylon, I will visit you, and I will fulfill to you my promise and bring you back to this place.

10“เพราะพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า   เมื่อเจ็ดสิบปีแห่ง บาบิโลนครบแล้ว เราจะเยี่ยมเยียนเจ้าและจะให้คำสัญญาของเราสำเร็จเพื่อเจ้าและจะนำเจ้ากลับมาสู่สถานที่นี้

11For I know the plans I have for you, declares the LORD, plans for wholeness and not for evil, to give you a future and a hope.

11พระเจ้าตรัสว่า   เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับเจ้า   เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ   เพื่อจะให้อนาคตและความหวังใจแก่เจ้า
Jeremiah เยเรมีย์ 52:12-13 12In the fifth month, on the tenth day of the month—that was the nineteenth year of King Nebuchadnezzar, king of Babylon—Nebuzaradan the captain of the bodyguard, who served the king of Babylon, entered Jerusalem.

12เมื่อวันที่สิบในเดือนที่ห้าซึ่งเป็นปีที่สิบเก้าของรัชกาลกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์พระราชาแห่งบาบิโลน   เนบูซาระดานผู้บังคับบัญชาทหารรักษาพระองค์ ผู้ปรนนิบัติกษัตริย์บาบิ โลนได้เข้าไปในกรุงเยรูซาเล็ม

13And he burned the house of the LORD, and the king's house and all the houses of Jerusalem; every great house he burned down.

13และเขาได้เผาพระนิเวศของพระเจ้า     และพระราชวัง และบรรดาเรือนทั้งสิ้นของ กรุงเยรูซาเล็มเสีย   ท่านเผาบ้านใหญ่ๆเสียหมดทุกหลัง


Brief Summary: The Book of Jeremiah is primarily a message of judgment on Judah for rampant idolatry.

บทสรุปโดยย่อ: พระธรรมเยเรมีย์เป็นข้อพระธรรมสำคัญเรื่องการพิพากษายูดาห์ที่ไปนับถือรูปเคารพป่าเถื่อน

Jeremiah เยเรมีย์ 7:30-34 30“For the sons of Judah have done evil in my sight, declares the LORD. They have set their detestable things in the house that is called by my name, to defile it.

30“พระเจ้าตรัสว่า   พงศ์พันธุ์ของยูดาห์ได้กระทำความชั่วในสายตาของเรา   เขาได้วางสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนไว้ในนิเวศ ซึ่งเรียกตามชื่อของเรา   กระทำให้มีมลทิน

31And they have built the high places of Topheth, which is in the Valley of the Son of Hinnom, to burn their sons and their daughters in the fire, which I did not command, nor did it come into my mind.

31และได้สร้างที่สูงของโทเฟท   ซึ่งอยู่ในหุบเขาแห่งบุตรชายของ ฮินโนม  เพื่อ จะเผาบุตรชายและบุตรหญิงของเขา ทั้งหลายเสียด้วยไฟ   ซึ่งเรามิได้บัญชา   และไม่เคยมีขึ้นในใจของเรา

32Therefore, behold, the days are coming, declares the LORD, when it will no more be called Topheth, or the Valley of the Son of Hinnom, but the Valley of Slaughter; for they will bury in Topheth, because there is no room elsewhere.

32พระเจ้าตรัสว่า เพราะฉะนั้น   ดูเถิด วันเวลาจะมาถึงเมื่อ เขาจะไม่เรียกที่นั้นอีกว่าโทเฟท   หรือภูเขาแห่งบุตรชายฮินโนม   แต่จะเรียกว่า หุบเขาแห่งการฆ่าฟันกัน   เพราะเขาจะฝังกันไว้ในโทเฟท   เพราะแห่งอื่นไม่มีที่ว่างแล้ว

33And the dead bodies of this people will be food for the birds of the air, and for the beasts of the earth, and none will frighten them away.

33และศพของชนชาตินี้จะเป็นอาหารของนกในอากาศ   และแก่สัตว์แห่งแผ่นดินโลก   และไม่มีใครจะขับไล่ให้มันไปเสียได้

34And I will silence in the cities of Judah and in the streets of Jerusalem the voice of mirth and the voice of gladness, the voice of the bridegroom and the voice of the bride, for the land shall become a waste.

34เราจะกระทำให้เสียงบรรเทิงและ เสียงรื่นเริง   เสียงของเจ้าบ่าว   และเสียงของเจ้าสาว   ขาดไปเสียจากหัวเมืองของยูดาห์   และจากถนนหนทางแห่งเยรูซาเล็ม   เพราะว่าดินนั้นจะต้องเป็นที่ร้างเปล่า

Jeremiah เยเรมีย์ 16:10-13 10“And when you tell this people all these words, and they say to you, ‘Why has the LORD pronounced all this great evil against us? What is our iniquity? What is the sin that we have committed against the LORD our God?’

10“เมื่อเจ้าบอกถ้อยคำเหล่านี้แก่ชนชาตินี้   และเขาทั้งหลายพูดกับเจ้าว่า   'ทำไมพระเจ้าจึงทรงประกาศโทษใหญ่ยิ่งทั้งสิ้นนี้ให้ตกแก่เรา   บาปชั่วของเราคืออะไรเล่า   เราได้กระทำบาปอะไรต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราเล่า'

11then you shall say to them: ‘Because your fathers have forsaken me, declares the LORD, and have gone after other gods and have served and worshiped them, and have forsaken me and have not kept my law,

11แล้วเจ้าพึงกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า   'พระเจ้าตรัสว่า   เพราะบรรพบุรุษของเจ้าได้ละทิ้งเรา   และได้ติดสอยห้อยตามพระอื่น   และได้ปรนนิบัติ   และนมัสการพระนั้น   และได้ละทิ้งเรา   และมิได้รักษาพระธรรมของเรา

12and because you have done worse than your fathers, for behold, every one of you follows his stubborn, evil will, refusing to listen to me.

12และเพราะเจ้าทั้งหลายได้ กระทำชั่วร้ายยิ่งเสียกว่าบรรพบุรุษของเจ้า   เพราะดูเถิด   เจ้าทุกๆคนได้ติดตามเจตนาชั่วร้ายดื้อดึงของตนเอง   ปฏิเสธไม่ยอมฟังเรา

13Therefore I will hurl you out of this land into a land that neither you nor your fathers have known, and there you shall serve other gods day and night, for I will show you no favor.’ 

13เพราะฉะนั้นเราจะเหวี่ยงเจ้าออกเสียจากแผ่นดินนี้เข้าไปในแผ่นดินซึ่งเจ้าหรือบรรพบุรุษของเจ้าไม่รู้จัก   และที่นั่นเจ้าจะปรนนิบัติพระอื่นทั้งกลางวันและกลางคืน   เพราะเราจะไม่สำแดงพระคุณแก่เจ้าเลย'  

Jeremiah เยเรมีย์ 22:9 9And they will answer, “Because they have forsaken the covenant of the LORD their God and worshiped other gods and served them.”’”

9และเขาทั้งหลายจะตอบว่า   “เพราะเขาทั้งหลายได้ละทิ้ง พันธสัญญาของพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของเขา   และนมัสการกับปรนนิบัติพระอื่น”  

Jeremiah เยเรมีย์ 32:29 29The Chaldeans who are fighting against this city shall come and set this city on fire and burn it, with the houses on whose roofs offerings have been made to Baal and drink offerings have been poured out to other gods, to provoke me to anger.

29ชาวเคลเดียผู้ต่อสู้กับเมืองนี้   จะมาเผาเมืองนี้เสียด้วยไฟให้ไหม้หมด   ทั้งบรรดาบ้านที่เขาเผาเครื่องถวายพระบาอัลที่บนหลังคา และเทเครื่องดื่ม บูชาถวายแก่พระอื่น   เพื่อยั่วเย้าเราให้กริ้ว

Jeremiah เยเรมีย์ 44:2-3 2“Thus says the LORD of hosts, the God of Israel: You have seen all the disaster that I brought upon Jerusalem and upon all the cities of Judah. Behold, this day they are a desolation, and no one dwells in them,

2“พระเจ้าจอมโยธาพระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า เจ้าทั้งหลายได้เห็นบรรดา เหตุร้ายที่เรานำมาเหนือ กรุงเยรูซาเล็มและเหนือหัวเมืองยูดาห์ทั้งสิ้น   ดูเถิด   ทุกวันนี้เมืองเหล่านั้นก็เป็นที่ร้างเปล่า ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ในนั้น

3because of the evil that they committed, provoking me to anger, in that they went to make offerings and serve other gods that they knew not, neither they, nor you, nor your fathers.

3เพราะความอธรรมซึ่งเขาทั้งหลายได้ กระทำได้ยั่วเย้าเราให้มีความโกรธ   ด้วยการที่เขาทั้งหลายไปเผาเครื่องหอม   และปรนนิบัติพระอื่นซึ่งเขาไม่รู้จัก   ไม่ว่าเขาเอง   หรือเจ้าทั้งหลายหรือบรรพบุรุษของเจ้า

After the death of King Josiah, the last righteous king, the nation of Judah had almost completely abandoned God and His commandments.

หลังจากกษัตริย์โยสิยาห์สิ้นพระชนม์  กษัตริย์ผู้ชอบธรรมองค์สุดท้าย ประเทศยูดาห์ได้ละทิ้งพระเจ้าและพระบัญญัติของพระองค์เกือบทั้งหมด

Jeremiah compares Judah to a prostitute.

เยเรมีย์เปรียบเทียบยูดาห์เหมือนโสเภณี

Jeremiah เยเรมีย์ 2:20 20“For long ago I broke your yoke and burst your bonds; but you said, ‘I will not serve.’ yes, on every high hill and under every green tree you bowed down like a whore.

20“เพราะว่านานมาแล้วเจ้าหักแอกของเจ้า   และระเบิดพันธนะของเจ้าเสีย และเจ้าได้กล่าวว่า   'ข้าจะไม่ปรนนิบัติ'   เออ เจ้าได้โน้มตัวลงเล่นชู้ บนเนินเขาสูงทุก แห่ง และใต้ต้นไม้เขียวสดทุกต้น  

Jeremiah เยเรมีย์ 3:1-3 1“If a man divorces his wife and she goes from him and becomes another man's wife, will he return to her?  Would not that land be greatly polluted?

You have played the whore with many lovers; and would you return to me? declares the LORD.

1ถ้าชายคนใดหย่าภรรยาของตน   และเธอก็ไปจากเขาเสีย และไปเป็นภรรยาของ ชายอีกคนหนึ่ง    เขาจะกลับไปหาเธอหรือ   แผ่นดินนั้นจะไม่โสโครกมากมายหรือ เจ้าได้เล่นชู้กับคนรักมากมายแล้ว และเจ้าจะกลับมาหาเราหรือ พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ    

2Lift up your eyes to the bare heights, and see!  Where have you not been ravished?  By the waysides you have sat awaiting lovers like an Arab in the wilderness.  You have polluted the land with your vile whoredom.

2จงแหงนหน้าขึ้นสู่บรรดาที่สูงอันโล้นนั้น และดูซี   ที่ไหนบ้างที่ไม่มีคนมานอนด้วย   เจ้าได้นั่งคอยคนรักของเจ้าอยู่ที่ริมทาง   อย่างคนอาหรับในถิ่นทุรกันดาร   เจ้าได้กระทำให้แผ่นดินโสโครก   ด้วยการแพศยาอย่างชั่วร้ายของเจ้า  

3Therefore the showers have been withheld, and the spring rain has not come; yet you have the forehead of a whore; you refuse to be ashamed.

3เพราะฉะนั้นฝนจึงได้ระงับเสีย   และฝนชุกปลายฤดูจึงขาดไป   แต่เจ้ามีหน้าผากของ หญิงแพศยา   เจ้าปฏิเสธไม่ยอมอาย  

God had promised that He would judge idolatry most severely.

พระเจ้าได้ทรงสัญญาว่าพระองค์จะทรงพิพากษาเรื่องการไหว้รูปเคารพอย่างรุนแรงที่สุด

Leviticus เลวีนิติ 26:31-33 31And I will lay your cities waste and will make your sanctuaries desolate, and I will not smell your pleasing aromas.

31เราจะให้เมืองของเจ้าเริศร้าง   และจะกระทำให้สถานนมัสการของเจ้าว่างเปล่า   และเราจะไม่ดมกลิ่นถวายของเจ้าที่พอใจ

32And I myself will devastate the land, so that your enemies who settle in it shall be appalled at it.

32และเราจะให้แผ่นดินของเจ้าร้างแล้ง   จนศัตรูของเจ้าผู้จะมาอาศัยอยู่ในนั้นแปลกใจ

33And I will scatter you among the nations, and I will unsheathe the sword after you, and your land shall be a desolation, and your cities shall be a waste.

33และเราจะให้พวกเจ้ากระจัดกระจายไป อยู่ในบรรดาประชาชาติ   และเราจะให้ดาบออกจากฝักไล่ตามเจ้า   และแผ่นดินของเจ้าจะเริศร้าง   และเมืองของเจ้าจะว่างเปล่า  

Deuteronomy พระราชบัญญัติ 28:49-68 49The LORD will bring a nation against you from far away, from the end of the earth, swooping down like the eagle, a nation whose language you do not understand,

49พระเจ้าจะทรงนำประชาชาติหนึ่งมาต่อสู้กับท่านจากทางไกล   จากที่สุดปลายแผ่นดินโลก   เร็วเหมือนนกอินทรีบินมา   เป็นประชาชาติที่ท่านไม่รู้จักภาษาของเขา

50a hard-faced nation who shall not respect the old or show mercy to the young.

50เป็นประชาชาติที่มีหน้าตาดุ   คือผู้ซึ่งไม่เคารพคนแก่และไม่พอใจหนุ่มสาว

51It shall eat the offspring of your cattle and the fruit of your ground, until you are destroyed; it also shall not leave you grain, wine, or oil, the increase of your herds or the young of your flock, until they have caused you to perish.

51และจะรับประทานลูกสัตว์ของท่าน   และพืชผลจากพื้นดินของท่าน   จนท่านจะถูกทำลาย   ทั้งเขาจะไม่เหลือข้าว   เหล้าองุ่น   หรือน้ำมัน ลูกวัวหรือลูกแกะอ่อนไว้ให้ท่าน   จนกว่าเขาจะกระทำให้ท่านพินาศ

52“They shall besiege you in all your towns, until your high and fortified walls, in which you trusted, come down throughout all your land. And they shall besiege you in all your towns throughout all your land, which the LORD your God has given you.

52เขาจะล้อมท่านไว้ทุกหัวเมืองจนกำแพงสูงและเข้มแข็ง   ซึ่งท่านไว้วางใจนั้นพังทลายลงทั่วแผ่นดินของท่าน   ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านประทานแก่ท่าน

53And you shall eat the fruit of your womb, the flesh of your sons and daughters, whom the LORD your God has given you, in the siege and in the distress with which your enemies shall distress you.

53ท่านจะต้องรับประทานพงศ์พันธุ์แห่งร่างกายของท่านเป็นอาหาร   คือเนื้อบุตรชายและบุตรหญิงของท่าน ผู้ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของ ท่านประทานแก่ท่าน   ในการล้อมและในความทุกข์ลำบาก   ซึ่งศัตรูของท่านมาทำให้ท่านทั้งหลายทุกข์ลำบากนั้น

54The man who is the most tender and refined among you will begrudge food to his brother, to the wife he embraces, and to the last of the children whom he has left,

54ผู้ชายสำรวยและสำอางเหลือเกินในหมู่พวกท่านทั้งหลาย   จะหวงอาหารไม่ให้พี่น้องของตน   ไม่ให้ภรรยาที่อยู่ในอ้อมอกของตน   และไม่ให้ลูกๆคนสุดท้ายที่เหลืออยู่กับตน

55so that he will not give to any of them any of the flesh of his children whom he is eating, because he has nothing else left, in the siege and in the distress with which your enemy shall distress you in all your towns.

55จนเขาจะไม่ยอมให้ใครกินเนื้อลูกของตนซึ่งกำลังกินอยู่ เพราะไม่มีอะไร เหลือให้เขาอีกแล้ว   ในการล้อมและในความทุกข์ลำบาก   ซึ่งศัตรูของท่านมาทำให้ท่านทั้งหลายทุกข์ลำบากทุกหัวเมือง

56The most tender and refined woman among you, who would not venture to set the sole of her foot on the ground because she is so delicate and tender, will begrudge to the husband she embraces, to her son and to her daughter,

56ผู้หญิงสำรวยและสำอางเหลือเกินในหมู่พวกท่าน   ซึ่งไม่เคยย่างเท้าลงที่พื้นดิน   เพราะเป็นคนสำอางและสำรวยอย่างนั้น   จะหวงไม่ให้สามีในอ้อมอกของเธอ   และไม่ให้บุตรชายและบุตรหญิงของเธอ

57her afterbirth that comes out from between her feet and her children whom she bears, because lacking everything she will eat them secretly, in the siege and in the distress with which your enemy shall distress you in your towns.

57ได้รกซึ่งเพิ่งออกมาจากหว่างขาของเธอ   และลูกแดงที่เพิ่งคลอด   เพราะว่าเธอจะกินเป็นอาหาร เงียบๆเพราะขัดสนทุกอย่าง   ในการถูกล้อมและ ในความทุกข์ลำบาก   ซึ่งศัตรูของท่านมาทำให้ท่านทั้งหลายทุกข์ลำบากทุกหัวเมือง  

58“If you are not careful to do all the words of this law that are written in this book, that you may fear this glorious and awesome name, the LORD your God,

58“ถ้าท่านทั้งหลายไม่ระวังที่จะกระทำตามถ้อยคำของธรรม บัญญัติซึ่งเขียนไว้ใน พระธรรมเล่มนี้   ที่จะให้ยำเกรงพระนามที่ทรงพระสิริและที่น่าสะพรึงกลัวนี้   คือพระนามพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน

59then the LORD will bring on you and your offspring extraordinary afflictions, afflictions severe and lasting, and sicknesses grievous and lasting.

59แล้วพระเจ้าจะทรงนำมาสู่ท่านและลูกหลานของท่านซึ่ง ความทุกข์ใจอย่างผิดธรรมดา   ความทุกข์ใจร้ายแรงและช้านานและความเจ็บไข้ต่างๆที่ร้ายแรงและช้านาน

60And He will bring upon you again all the diseases of Egypt, of which you were afraid, and they shall cling to you.

60และพระองค์จะทรงนำโรคทั้งหลายแห่งอียิปต์   ซึ่งท่านกลัวนั้นมาสู่ท่านอีก   และมันจะติดพันท่านอยู่

61Every sickness also and every affliction that is not recorded in the book of this law, the LORD will bring upon you, until you are destroyed.

61โรคทุกอย่างและความทุกข์ใจทุกอย่าง   ซึ่งมิได้ระบุไว้ในพระธรรมนี้   พระเจ้าจะทรงนำมายังท่าน   จนกว่าท่านทั้งหลายจะถูกทำลาย

62Whereas you were as numerous as the stars of heaven, you shall be left few in number, because you did not obey the voice of the LORD your God.

62ซึ่งพวกท่านทั้งหลายมีมากอย่างดวงดาวในท้องฟ้านั้น   ท่านก็จะเหลือแต่จำนวนน้อย   เพราะว่าท่านไม่เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่าน

63And as the LORD took delight in doing you good and multiplying you, so the LORD will take delight in bringing ruin upon you and destroying you. And you shall be plucked off the land that you are entering to take possession of it.

63ซึ่งพระเจ้าพอพระทัยที่จะทรงกระทำดีต่อท่าน และอำนวยพระพรให้ท่านทวีมากขึ้นนั้น   พระองค์ก็จะทรงพอพระทัยที่จะทรงทำ ให้ท่านพินาศและทำลายท่านเสียเช่นเดียวกัน   ท่านจะต้องถูกเด็ดทิ้งไปเสียจากแผ่นดินซึ่ง ท่านกำลังจะเข้าไปยึดครองนั้น

64“And the LORD will scatter you among all peoples, from one end of the earth to the other, and there you shall serve other gods of wood and stone, which neither you nor your fathers have known.

64และพระเจ้าจะทรงกระทำให้ท่าน ทั้งหลายกระจัดกระจายไปท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย   ตั้งแต่ที่สุดปลายโลกข้างนี้ไปถึงข้างโน้น   ณ ที่นั้นท่านจะปรนนิบัติพระอื่นๆซึ่งท่านและ บรรพบุรุษของท่านไม่รู้จัก   คือพระซึ่งทำด้วยไม้และศิลา

65And among these nations you shall find no respite, and there shall be no resting place for the sole of your foot, but the LORD will give you there a trembling heart and failing eyes and a languishing soul.

65เมื่อท่านอยู่ท่ามกลางประชาชาติต่างๆนั้น   ท่านจะไม่พบความสบายเลย   ส้นเท้าของท่านจะไม่มีที่หยุดพัก   เพราะพระเจ้าจะประทานให้ท่าน มีจิตใจที่หวาดหวั่นมีตาที่มืดมัวลง   และมีชีวิตที่ค่อยๆวอดลง

66Your life shall hang in doubt before you. Night and day you shall be in dread and have no assurance of your life.

66และชีวิตของท่านก็จะแขวนอยู่ข้างหน้าท่านอย่างสงสัย   ท่านจะครั่นคร้ามอยู่ทั้งกลางคืนและกลางวัน   ไม่มีความแน่ใจในชีวิตของท่านเลย

67In the morning you shall say, ‘If only it were evening!’ and at evening you shall say, ‘If only it were morning!’ because of the dread that your heart shall feel, and the sights that your eyes shall see.

67ในเวลาเช้าท่านจะกล่าวว่า   'ถ้าเป็นเวลาเย็นก็จะดี'   และในเวลาเย็นท่านจะกล่าวว่า   'ถ้าเป็นเวลาเช้าก็จะดี'   เพราะความครั่นคร้ามที่ท่านมีอยู่นั้น   และเพราะสิ่งที่ตาท่านจะเห็น

68And the LORD will bring you back in ships to Egypt, a journey that I promised that you should never make again; and there you shall offer yourselves for sale to your enemies as male and female slaves, but there will be no buyer.”

68และพระเจ้าจะนำท่านกลับมาทางเรือถึงอียิปต์   เป็นการเดินทางซึ่งข้าพเจ้าได้ สัญญาว่าท่านจะไม่พบเห็น อีกเลย   ณ ที่นั่นท่านจะต้องมอบตัวขายให้ศัตรูเป็นทาสชายและทาสหญิง   แต่จะไม่มีผู้ใดซื้อท่าน”

Jeremiah was warning Judah that God’s judgment was at hand.

เยเรมีย์กำลังเตือนยูดาห์ว่าการพิพากษาของพระเจ้ามาใกล้แล้ว

God had delivered Judah from destruction on countless occasions, but His mercy was at its end.

พระเจ้าได้ทรงช่วยยูดาห์ให้รอดพ้นจากการถูกทำลายนับครั้งไม่ถ้วน แต่พระเมตตาของพระองค์ก็ถึงที่สิ้นสุด

Jeremiah records King Nebuchadnezzar conquering Judah and making it subject to him.

เยเรมีย์บันทึกว่ากษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ได้ครอบครองยูดาห์และทำให้ตกอยู่ใต้อำนาจพระ องค์

Jeremiah เยเรมีย์ 24:1 1After Nebuchadnezzar king of Babylon had taken into exile from Jerusalem Jeconiah the son of Jehoiakim, king of Judah, together with the officials of Judah, the craftsmen, and the metal workers, and had brought them to Babylon, the LORD showed me this vision: behold, two baskets of figs placed before the temple of the LORD.

1หลังจากเนบูคัดเนสซาร์   กษัตริย์แห่งบาบิโลนได้จับเยโคนิยาห์ ราชบุตรของเยโฮยาคิมกษัตริย์แห่งยูดาห์ ไปเป็นเชลยเสียจากเยรูซาเล็ม   พร้อมกับเจ้านายแห่งยูดาห์   ทั้งพวกช่างและช่างเหล็ก   และนำเขามายังกรุงบาบิโลนแล้วพระเจ้า ก็ทรงสำแดงนิมิตแก่ข้าพเจ้าดังนี้   ดูเถิด มีกระจาดสองลูกใส่มะเดื่อวางไว้ หน้าพระวิหารของพระเจ้า


After further rebellion, God brought Nebuchadnezzar and the Babylonian armies back to destroy and desolate Judah and Jerusalem (Jeremiah chapter 52).

หลังจากพวกเขากบฏต่อพระเจ้าต่อไป   พระเจ้าทรงนำเนบูคัดเนสซาร์ยกกองทัพบาบิโลนกลับไปทำลายยูดาห์และเยรูซาเล็มและปล่อยให้รกร้าง (เยเรมีย์บทที่ 52)

Even in this most severe judgment, God promises restoration of Judah back into the land God has given them.

แม้จะทรงพิพากษาอย่างรุนแรงที่สุดนี้  พระเจ้าก็ทรงสัญญาว่าจะทำการฟื้นฟูชนชาติยูดาห์กลับสู่ดินแดนที่พระเจ้าได้ทรงประทานแก่พวกเขา

Jeremiah เยเรมีย์ 29:10 10“For thus says the LORD: When seventy years are completed for Babylon, I will visit you, and I will fulfill to you my promise and bring you back to this place.

10“เพราะพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า   เมื่อเจ็ดสิบปีแห่ง บาบิโลนครบแล้ว เราจะเยี่ยมเยียนเจ้าและ จะให้คำสัญญาของเรา สำเร็จเพื่อเจ้าและจะนำเจ้ากลับมาสู่สถานที่นี้


Foreshadowings:

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า:

Jeremiah เยเรมีย์ 23:5-6 5“Behold, the days are coming, declares the LORD, when I will raise up for David a righteous Branch, and he shall reign as king and deal wisely, and shall execute justice and righteousness in the land.

5“พระเจ้าตรัสว่า   ดูเถิด วันเวลาจะมาถึง   เมื่อเราจะเพาะอังกูรชอบธรรมให้ดาวิด   และท่านจะทรงครอบครองเป็นกษัตริย์และ กระทำกิจอย่างเฉลียวฉลาด   และจะทรงประทานความยุติธรรมและ ความชอบธรรมในแผ่นดินนั้น

6In his days Judah will be saved, and Israel will dwell securely. And this is the name by which he will be called: ‘The LORD is our righteousness.’

6ในสมัยของท่านยูดาห์จะรอดได้   และอิสราเอลจะอาศัยอยู่อย่างมั่นคง   และนี่จะเป็นนามซึ่งเราจะเรียกท่าน คือ   'พระเจ้าเป็นความชอบธรรมของเรา'  

This presents a prophecy of the coming Messiah, Jesus Christ.

นี้เป็นการบอกคำทำนายเรื่องการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ คือพระเยซูคริสต์

The prophet describes Him as a Branch from the house of David (verse 5; Matthew 1), the King who would reign in wisdom and righteousness (verse 5)

ผู้เผยพระวจนะบรรยายว่าพระองค์ทรงสืบสายมาจากตระกูลของดาวิด (ข้อ 5 มัทธิว 1) จอมกษัตริย์ผู้ที่จะทรงขึ้นครองราชย์ด้วยพระปัญญาและความชอบธรรม (ข้อ 5)

Revelation วิวรณ์ 11:15 15Then the seventh angel blew his trumpet, and there were loud voices in heaven, saying, “The kingdom of the world has become the kingdom of our Lord and of his Christ, and he shall reign forever and ever.”

15และทูตสวรรค์องค์ที่เจ็ดก็เป่าแตรขึ้น และมีเสียงหลายๆเสียงกล่าวขึ้นดังๆในสวรรค์ว่า   “ราชอาณาจักรแห่งพิภพนี้ ได้กลับเป็นราชอาณาจักรขององค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา และเป็นของพระคริสต์ของพระองค์ และพระองค์จะทรงครอบครองตลอดไปเป็นนิตย์”

It is Christ who will finally be recognized by Israel as her true Messiah as He provides salvation for His chosen ones (verse 6)

นี่คือพระคริสต์ผู้ที่ในที่สุดก็จะได้รับการยอมรับโดยอิสราเอลว่าเป็นพระเมสสิยาห์องค์แท้จริง   เมื่อพระองค์ทรงประทานความรอดแก่บรรดาคนที่ได้ทรงเลือกสรรไว้ (ข้อ 6)

Romans โรม 11:26 26And in this way all Israel will be saved, as it is written,

“The Deliverer will come from Zion, He will banish ungodliness from Jacob”;

26และเมื่อเป็นดังนั้น พวกอิสราเอลทั้งปวงก็จะได้รับความรอด   ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า พระผู้ช่วยให้รอดจะเสด็จมาจากเมืองศิโยน และจะทรงกำจัดอธรรมให้สูญสิ้นไปจากยาโคบ  

Practical Application: The Prophet Jeremiah had a most difficult message to deliver. Jeremiah loved Judah, but he loved God much more.

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: ศาสดาพยากรณ์เยเรมีย์ได้กล่าวพระคำที่ยากลำบากใจที่สุด  เยเรมีย์รักยูดาห์ แต่เขารักพระเจ้ามากกว่า

As painful as it was for Jeremiah to deliver a consistent message of judgment to his own people, Jeremiah was obedient to what God told him to do and say.

เป็นความเจ็บปวดสำหรับเยเรมีย์ในการกล่าวข้อพระคำที่แน่วแน่เรื่องการพิพากษาแก่พี่น้องร่วมชาติของตัวเอง    แต่เยเรมีย์ก็เชื่อฟังสิ่งที่พระเจ้าตรัสสั่งให้เขาทำและพูด

Jeremiah hoped and prayed for mercy from God for Judah, but also trusted that God was good, just, and righteous.

เยเรมีย์คาดหวังและภาวนาขอพระเมตตาจากพระเจ้าสำหรับยูดาห์ แต่ยังเชื่อวางใจว่าพระเจ้าทรงแสนดี  ทรงยุติธรรมและทรงความชอบธรรม

We too must obey God, even when it is difficult, recognize God’s will as more important than our own desires, and trust that God, in His infinite wisdom and perfect plan, will bring about the best for His children.

เช่นเดียวกัน  เราก็ต้องเชื่อฟังพระเจ้า  แม้เมื่ออยู่ในยามยาก  ยอมรับพระประสงค์ของพระเจ้าว่าเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าความต้องการของเราเอง    และเชื่อวางใจว่าพระเจ้า  โดยพระปัญญาอนันต์   และแผนการอันสมบูรณ์ของพระองค์   จะนำมาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบุตรของพระองค์

Romans โรม 8:28 28And we know that for those who love God all things work together for good, for those who are called according to his purpose.

28เรารู้ว่าพระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง   คือคนทั้งปวงที่พระ องค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์

Jeremiah

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top