Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, September 16, 2015

 

Book of Lamentations

พระธรรมเพลงคร่ำครวญ


Can you summarize the Book of Lamentations? What is the Book of Lamentations all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรมเพลงคร่ำครวญได้ไหม พระธรรมเพลงคร่ำครวญเกี่ยวกับอะไร

Author: The Book of Lamentations does not explicitly identify its author.

ผู้ประพันธ์: พระธรรมเพลงคร่ำครวญไม่ระบุชื่อผู้เขียนอย่างชัดเจน

The tradition is that the Prophet Jeremiah wrote Lamentations.

ตามประเพณีที่ถือกันว่าศาสดาพยากรณ์เยเรมีย์เป็นผู้เขียนเพลงคร่ำครวญ

This view is highly likely considering the author was a witness of the Babylonians destroying Jerusalem.

เป็นไปได้ที่คิดว่าผู้เขียนเป็นพยานในเหตุการณ์ที่ชาวบาบิโลนทำลายกรุงเยรูซาเล็ม

Jeremiah fits this qualification.

เยเรมีย์เหมาะสมตามคุณลักษณะดังกล่าวนี้

2 Chronicles 2 พงศาวดาร 35:25 25Jeremiah also uttered a lament for Josiah; and all the singing men and singing women have spoken of Josiah in their laments to this day. They made these a rule in Israel; behold, they are written in the Laments.

25เยเรมีย์กล่าวคำคร่ำครวญถวายโยสิยาห์ด้วย   และบรรดานักร้องชายและนักร้องหญิงทั้งปวงกล่าวถึง โยสิยาห์ในคำคร่ำครวญของเขาจนทุกวันนี้   เขาทั้งหลายกระทำเรื่องนี้ให้เป็นกฎหมายในอิสราเอล   ดูเถิด มีบันทึกไว้ในพระธรรมคร่ำครวญ

2 Chronicles พงศาวดาร 36:21-22 21to fulfill the word of the LORD by the mouth of Jeremiah, until the land had enjoyed its Sabbaths. All the days that it lay desolate it kept Sabbath, to fulfill seventy years.

21เพื่อให้สำเร็จตามพระวจนะของพระเจ้าทางปากของเยเรมีย์   จนแผ่นดินได้ปีสะบาโตครบตามที่ควร   ตลอดวันและเวลาที่ถูกทิ้งร้างอยู่นั้นมันได้หยุดพักสงบ   เพื่อให้สำเร็จกำหนดเจ็ดสิบปี

22Now in the first year of Cyrus king of Persia, that the word of the LORD by the mouth of Jeremiah might be fulfilled, the LORD stirred up the spirit of Cyrus king of Persia, so that he made a proclamation throughout all his kingdom and also put it in writing:

22ในปีแรกแห่งรัชกาลไซรัสพระราชาของเปอร์เซีย   เพื่อพระวจนะของพระเจ้าทางปากของเยเรมีย์จะสำเร็จ   พระเจ้าทรงรบเร้าจิตใจของไซรัสพระราชาของเปอร์เซีย   พระราชาจึงทรงมีประกาศตลอดราชอาณาจักรของพระองค์   และบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรลงว่า


Date of Writing: The Book of Lamentations was likely written between 586 and 575 B.C., during or soon after Jerusalem’s fall.
วันที่เขียน: พระธรรมเพลงคร่ำครวญอาจถูกเขียนขึ้นระหว่างปี ก.ค.ศ. 586 และ 575 อาจเป็นก่อนหรือหลังจากการล่มสลายของกรุงเยรูซาเล็ม

Purpose of Writing: As a result of Judah’s continued and unrepentant idolatry, God allowed the Babylonians to besiege, plunder, burn, and destroy the city of Jerusalem.

จุดประสงค์ของการเขียน: จากผลที่ยูดาห์ยังคงนับถือบูชารูปเคารพต่อไปอีก และไม่สำนึกเสียใจในความผิด  พระเจ้าทรงอนุญาตให้ชาวบาบิโลนยกทัพมาล้อม ปล้น และเผาทำลายกรุงเยรูซาเล็ม

Solomon’s Temple, which had stood for approximately 400 years, was burned to the ground.

พระวิหารแห่งโซโลมอน   ซึ่งได้ตั้งอยู่ประมาณ 400 ปี  ถูกเผาทำลายราบ


The Prophet Jeremiah, an eyewitness to these events, wrote the Book of Lamentations as a lament for what occurred to Judah and Jerusalem.
ศาสดาพยากรณ์เยเรมีย์   ได้เป็นประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์เหล่านี้   ท่านจึงเขียนพระธรรมเพลงคร่ำครวญเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับยูดาห์และกรุงเยรูซาเล็ม

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 2:17 17The LORD has done what he purposed; He has carried out His word, which He commanded long ago; He has thrown down without pity; he has made the enemy rejoice over you and exalted the might of your foes.

17พระเจ้าได้ทรงกระทำตามพระประสงค์แล้ว   ได้ทรงกระทำให้พระดำรัสของพระองค์สำเร็จ   ตามที่พระองค์ได้สถาปนาไว้นานแล้ว   พระองค์ก็ได้ทรงทำลายลงอย่างไม่มีพระเมตตา   พระองค์ทรงกระทำให้ศัตรูเปรมปรีดิ์เย้ยเจ้า   พระองค์ได้ทรงชูกำลังพวกศัตรูของเจ้าขึ้น  

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 3:22-23 22The steadfast love of the LORD never ceases;*n22.2

His mercies never come to an end;

22ความรักมั่นคงของพระเจ้าไม่เคยหยุดยั้ง   และพระเมตตาของพระเจ้าไม่มีสิ้นสุด  

23they are new every morning; great is your faithfulness.

23เป็นของใหม่อยู่ทุกเวลาเช้า   ความเที่ยงตรงของพระองค์ใหญ่ยิ่งนัก  

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 5:19-22 19But you, O LORD, reign forever; your throne endures to all generations.

19ข้าแต่พระเจ้า แต่พระองค์ทรงครอบครองอยู่เป็นนิตย์   พระที่นั่งของพระองค์ดำรงอยู่ทุกชั่วชาติพันธุ์  

20Why do you forget us forever, why do you forsake us for so many days?

20เป็นไฉนพระองค์ทรงลืมพวกข้าพระองค์เสียเป็นนิตย์ เป็นไฉนได้ทรงทอดทิ้งพวกข้าพระองค์เสียนานดังนี้  

21Restore us to yourself, O LORD, that we may be restored!  Renew our days as of old—

21ข้าแต่พระเจ้า   ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้กลับสู่พระองค์เถิด   แล้วพวกข้าพระองค์จะกลับสู่พระองค์   ขอทรงฟื้นเดือนปีของข้าพระองค์ให้เหมือนดังก่อน  

22unless you have utterly rejected us, and you remain exceedingly angry with us.

22เว้นเสียแต่พระองค์ทรงสลัดทิ้ง   พวกข้าพระองค์เสียแล้ว   และพระองค์ทรงกริ้วพวกข้าพระองค์อย่างล้นพ้น


Brief Summary: The Book of Lamentations is divided into five chapters.

บทสรุปโดยย่อ: พระธรรมเพลงคร่ำครวญแบ่งออกเป็นห้าบทด้วยกัน

Each chapter represents a separate poem.

แต่ละบทเขียนเป็นบทกวีที่แยกแต่ละบท

In the original Hebrew, the verses are acrostic, which each verse starting with a succeeding letter of the Hebrew alphabet.

ในภาษาฮิบรูดั้งเดิม  ข้อพระคัมภีร์เป็นโคลงกระทู้   ซึ่งข้อพระคัมภีร์แต่ละข้อเริ่มต้นด้วยตัวอักษรภาษาฮิบรูเรียงตามลำดับกันมา

In the Book of Lamentations, the Prophet Jeremiah understands that the Babylonians were God’s tool for bringing judgment on Jerusalem.

ในพระธรรมเพลงคร่ำครวญ ศาสดาพยากรณ์เยเรมีย์เข้าใจว่าชาวบาบิโลนเป็นเครื่องมือที่พระเจ้าทรงใช้เพื่อนำการพิพากษามายังกรุงเยรูซาเล็ม

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 1:12-15 12“Is it nothing to you, all you who pass by?

Look and see if there is any sorrow like my sorrow, which was brought upon me, which the LORD inflicted on the day of His fierce anger.

12“ดูก่อน   ท่านทั้งหลายที่เดินผ่านไป   ท่านไม่เกิดความรู้สึกอะไรบ้างหรือ นี่แน่ะ จงดูซิ   ว่ามีความทุกข์อันใดบ้างไหมที่เหมือนความทุกข์   ที่มาสู่ข้าพเจ้า เป็นความทุกข์ซึ่งพระเจ้าได้ทรงกระทำแก่ข้าพเจ้า   ในวันที่พระองค์ทรงกริ้วข้าพเจ้าอย่างเกรี้ยวกราดนั้น  

13“From on high He sent fire; into my bones He made it descend; He spread a net for my feet; He turned me back; He has left me stunned,  faint all the day long.

13“พระองค์ได้ทรงส่งเพลิงลงมาจากเบื้องบน   ให้เข้าไปในกระดูกทั้งหลายของข้าพเจ้า  
  พระองค์ได้ทรงกางข่ายไว้ดักเท้าของข้าพเจ้า   พระองค์ได้ทรงกระทำให้ข้าพเจ้าต้องหันกลับ   พระองค์ได้ทรงกระทำให้ข้าพเจ้า   เปล่าเปลี่ยว    และอ่อนระอาอยู่วันยังค่ำ  

14“My transgressions were bound into a yoke; by His hand they were fastened together; they were set upon my neck; He caused my strength to fail; the Lord gave me into the hands of those whom I cannot withstand.

14“ภาระแห่งการทรยศทั้งมวล ของข้าพเจ้าก็ถูกรวบเข้าเป็นแอก   โดยพระหัตถ์ของพระองค์ทรงรวบมัดไว้   แอกนั้นรัดรึงรอบคอข้าพเจ้า พระองค์ได้ทรงกระทำให้กำลังข้าพเจ้าถอยไป   องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงมอบข้าพเจ้าไว้ ในมือของเขาทั้งหลาย ซึ่ง ข้าพเจ้าไม่สามารถต่อต้านได้  

15“The Lord rejected all my mighty men in my midst; he summoned an assembly against me to crush my young men; the Lord has trodden as in a winepress the virgin daughter of Judah.

15“องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงทิ้งนักรบของข้าพเจ้า   ท่ามกลางข้าพเจ้า พระองค์ได้ทรงเกณฑ์ชุมนุมชนเข้ามาต่อสู้ข้าพเจ้า   เพื่อจะขยี้ชายฉกรรจ์ของข้าพเจ้าให้แหลกไป   พระเจ้าได้ทรงย่ำลูกสาวพรหมจารีแห่งยูดาห์   ดั่งเหยียบผลองุ่นลงในบ่อย่ำองุ่น  

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 2:1-8 1How the Lord in His anger has set the daughter of Zion under a cloud!  He has cast down from heaven to earth the splendor of Israel; He has not remembered His footstool in the day of His anger.

1ด้วยพระพิโรธ พระเจ้าทรงใช้เมฆ   บังธิดาของศิโยนหนอ   พระองค์ได้ทรงเหวี่ยงสง่าราศีของอิสราเอล   ให้ตกลงจากฟ้าถึงดิน   พระองค์มิได้ทรงระลึกถึงแท่นรองพระบาทของพระองค์เลย   ในยามที่พระองค์ทรงกริ้ว  

2The Lord has swallowed up without mercy all the habitations of Jacob; in His wrath He has broken down the strongholds of the daughter of Judah; He has brought down to the ground in dishonor the kingdom and its rulers.

2พระเจ้าทรงทำลายที่อยู่ของยาโคบ   เสียสิ้นแล้ว   โดยปราศจากพระกรุณา ด้วยพระพิโรธของพระองค์ได้ทรงพัง   ที่กำบังทั้งหลายของธิดาแห่งยูดาห์ให้ทลายลง พระองค์ได้ทรงกระทำให้ต่ำลงถึงดิน    และทรงให้ราชอาณาจักรและเจ้านายเป็นสิ่งมลทิน  

3He has cut down in fierce anger all the might of Israel; He has withdrawn from them His right hand in the face of the enemy; He has burned like a flaming fire in Jacob, consuming all around.

3ด้วยพระพิโรธ พระองค์ได้ทรงตัด บรรดาอำนาจแห่งอิสราเอลให้ขาดสิ้นไป พระองค์ทรงหดพระหัตถ์เบื้องขวา   มาเสียจากเขา ต่อหน้าศัตรู   พระองค์ทรงเผาผลาญตระกูลยาโคบดุจเพลิง ลุกโพลงไหม้ไปรอบๆ  

4He has bent his bow like an enemy, with his right hand set like a foe; and he has killed all who were delightful in our eyes in the tent of the daughter of Zion; he has poured out his fury like fire.

4พระองค์ทรงโก่งธนูของพระองค์อย่างศัตรู   ทรงยกพระหัตถ์เบื้องขวาทีท่า   ปัจจามิตร  
  และได้ทรงประหารบรรดาคนที่ตาของเราจะอวดได้นั้นเสีย ในกระโจมของธิดาแห่งศิโยน   พระองค์ได้ทรงระบายพระพิโรธ   ของพระองค์ออกมาดุจเพลิง  

5The Lord has become like an enemy; He has swallowed up Israel; He has swallowed up all its palaces; He has laid in ruins its strongholds, and He has multiplied in the daughter of Judah mourning and lamentation.

5พระเจ้าทรงกลายเป็นศัตรู   พระองค์ได้ทรงทำลาย   พวกอิสราเอลเสีย   พระองค์ได้ทรงทำลายบรรดาวัง   ของเขาหมด   และได้ทรงทำลายที่กำบังของเขาให้ปรักหักพัง ทรงทวีความเศร้าโศกและการคร่ำครวญในธิดาแห่งยูดาห์  

6He has laid waste his booth like a garden, laid in ruins his meeting place; the LORD has made Zion forget festival and Sabbath, and in his fierce indignation has spurned king and priest.

6พระองค์ได้ทรงพังพลับพลา ของพระองค์เสียเหมือนหนึ่งเป็นเพิงในสวน ทรงให้สถานประชุมของพระองค์ปรักหักพังไป    พระเจ้าได้ทรงกระทำทั้งเทศกาลและวันสะบาโต ให้หมดสิ้นไปในศิโยน ด้วยพระพิโรธ พระองค์ทรงดูถูกองค์กษัตริย์และปุโรหิต  

7The Lord has scorned His altar, disowned His sanctuary; He has delivered into the hand of the enemy the walls of her palaces; they raised a clamor in the house of the LORD as on the day of festival.

7พระเจ้าได้ทรงทิ้งแท่นบูชา   ของพระองค์เสีย   พระองค์ทรงเกลียดสถานนมัสการของพระองค์   กำแพงวังทั้งหลายนั้น   พระองค์ได้ทรงมอบไว้ในเงื้อมมือศัตรู  
เขาทั้งหลายได้ส่งเสียงอึกทึก   ในพระนิเวศแห่งพระเจ้า   เหมือนอย่างในวันเทศกาล  

8The LORD determined to lay in ruins the wall of the daughter of Zion; He stretched out the measuring line; He did not restrain His hand from destroying; He caused rampart and wall to lament; they languished together

8พระเจ้าได้ทรงตั้งพระทัยไว้แล้ว   ที่จะทำลายกำแพงของธิดาแห่งศิโยนเสีย   พระองค์ได้ทรงขึงเส้นวัดไว้แล้ว พระองค์มิได้ทรงหดพระหัตถ์ เลิกการทำลาย เหตุฉะนี้พระองค์ได้

ทรงกระทำให้ เนินดินและกำแพงนั้นคร่ำครวญ   ให้ทรุดโทรมร่วงโรยไปด้วยกัน  

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 4:11 11The LORD gave full vent to His wrath; He poured out His hot anger, and He kindled a fire in Zion that consumed its foundations.

11พระเจ้าทรงบันดาลโทโสออกมาแล้ว   พระองค์ทรงเทพระพิโรธอันเกรี้ยวกราดของพระองค์ลงแล้ว   และได้ทรงจุดไฟขึ้นในกรุงศิโยน   ซึ่งเผาผลาญกระทั่งรากของเมืองนั้น  

Lamentations makes it clear that sin and rebellion were the causes of God’s wrath being poured out.

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 1:8-9 8Jerusalem sinned grievously; therefore she became filthy; all who honored her despise her, for they have seen her nakedness; she herself groans and turns her face away.

8เยรูซาเล็มได้ทำบาปอย่างใหญ่หลวง   เหตุฉะนี้เธอจึงเป็นสิ่งมลทิน   บรรดาคนที่เคยให้เกียรติเธอก็ลบหลู่เธอ   เพราะเหตุเขาทั้งหลายเห็นความอัปยศของเธอ   เออ เธอเองได้ถอนใจยิ่ง   และหันหน้าของเธอไปเสีย  

9Her uncleanness was in her skirts; she took no thought of her future;  therefore her fall is terrible; she has no comforter.  “O LORD, behold my affliction, for the enemy has triumphed!”

9มลทินของเธอก็กรังอยู่ในกระโปรงของเธอ   และเธอหาได้คำนึงถึงอนาคต   ของเธอไม่    ดังนั้นเธอจึงได้เสื่อมทรามลงเร็วอย่างน่าใจหาย   เธอก็ไม่มีผู้ใดจะเล้าโลม   “ข้าแต่พระเจ้า   ขอทอดพระเนตรความทุกข์ใจของข้าพระองค์    เพราะพวกศัตรูได้พองตัวขึ้นแล้ว”  

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 4:13 13This was for the sins of her prophets and the iniquities of her priests, who shed in the midst of her the blood of the righteous.

13เพราะความผิดบาปของพวกผู้เผยพระวจนะของกรุงศิโยน   และเพราะการบาปผิดของพวกปุโรหิตของกรุงนั้น   ที่ได้กระทำโลหิตของผู้ชอบธรรม   ให้ไหลออกในท่ามกลางกรุง  

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 5:16 16The crown has fallen from our head; woe to us, for we have sinned!

16มงกุฎได้ร่วงหล่นจากศีรษะข้าพระองค์แล้ว   วิบัติแก่พวกข้าพระองค์เพราะพวกข้าพระ

องค์กระทำบาปไว้   

Lamenting is appropriate in a time of distress, but it should quickly give way to contrition and repentance.

การร้องไห้คร่ำครวญเหมาะสมในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ แต่มันควรเปิดทางให้สำนึกผิดและกลับใจใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 3:40-42 40Let us test and examine our ways, and return to the LORD!

40ให้พวกเราทดสอบและพิจารณาวิถีของพวกเรา และกลับมาหาพระเจ้าเถิด  

41Let us lift up our hearts and hands to God in heaven:

41ให้พวกเรายกจิตใจและมือของพวกเราขึ้น ต่อพระเจ้าในฟ้าสวรรค์ทูลว่า  

42“We have transgressed and rebelled, and you have not forgiven.

42“พวกข้าพระองค์ได้ทรยศและได้กบฏแล้ว   และพระองค์ยังไม่ได้ทรงอภัยโทษ”  

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 5:21-22 21Restore us to yourself, O LORD, that we may be restored!  Renew our days as of old—

21ข้าแต่พระเจ้า   ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้กลับสู่พระองค์เถิด   แล้วพวกข้าพระองค์จะกลับสู่พระองค์   ขอทรงฟื้นเดือนปีของข้าพระองค์ให้เหมือนดังก่อน  

22unless you have utterly rejected us, and you remain exceedingly angry with us.

22เว้นเสียแต่พระองค์ทรงสลัดทิ้ง   พวกข้าพระองค์เสียแล้ว   และพระองค์ทรงกริ้วพวกข้าพระองค์อย่างล้นพ้น

Foreshadowings: Jeremiah was known as the “weeping prophet” for his deep and abiding passion for his people and their city.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: เยเรมีย์เป็นที่รู้จักในฐานะ "ผู้เผยพระวจนะร้องไห้" เพราะความรักสงสารลึกซึ้งภายในจิตใจต่อผู้คนและเมืองของท่าน

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 3:48-49 48my eyes flow with rivers of tears because of the destruction of the daughter of my people.

48น้ำตาของข้าพระองค์ไหลเป็นแม่น้ำ   เนื่องด้วยความพินาศแห่งธิดาของชนชาติของข้าพระองค์  

49“My eyes will flow without ceasing, without respite,

49“น้ำตาของข้าพระองค์ไหลลงไม่หยุด และไม่มีเวลาสร่างเลย  

This same sorrow over the sins of the people and their rejection of God was expressed by Jesus as He approached Jerusalem and looked ahead to her destruction at the hands of the Romans.

ความเศร้าโศกต่อความผิดบาปของผู้คนเช่นเดียวกับการปฏิเสธของพระเจ้านี้   พระเยซูทรงตรัสออกมา   เมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปถึงกรุงเยรูซาเล็ม   และทอดพระเนตรเห็นล่วงหน้าว่าเมืองนี้จะถูกทำลายล้างด้วยน้ำมือของชาวโรมัน

Luke ลูกา 19:41-44 41And when he drew near and saw the city, he wept over it,

41ครั้นพระองค์เสด็จมาใกล้เห็นกรุงแล้ว   ก็กันแสงสงสารกรุงนั้น

42saying, “Would that you, even you, had known on this day the things that make for peace! But now they are hidden from your eyes.

42ว่า “โอ อยากให้เจ้า คือเจ้าเองรู้ในกาลนนี้ว่า   สิ่งอะไรจะให้สันติสุข   แต่เดี๋ยวนี้สิ่งนั้นบังซ่อนไว้จากตาของเจ้าแล้ว

43For the days will come upon you, when your enemies will set up a barricade around you and surround you and hem you in on every side

43ด้วยว่าเวลาจะมาถึงเจ้า   เมื่อศัตรูของเจ้าจะก่อเชิงเทินต่อสู้เจ้า   และล้อมขังเจ้าไว้ทุกด้าน

44and tear you down to the ground, you and your children within you. And they will not leave one stone upon another in you, because you did not know the time of your visitation.”

44แล้วจะเหวี่ยงเจ้าลงให้ราบบนพื้นดิน   กับทั้งลูกทั้งหลายของเจ้าซึ่งอยู่ในเจ้า   และเขาจะไม่ปล่อยให้ศิลาซ้อนทับกันไว้ภายในเจ้าเลย   เพราะเจ้าไม่ได้รู้เวลาที่พระองค์เสด็จมาเยี่ยมเจ้า”

Because of the Jews’ rejection of their Messiah, God used the Roman siege to punish His people.

เพราะชาวยิวปฏิเสธพระเมสสิยาห์ของพวกเขา    พระเจ้าทรงใช้กองทัพโรมันมายึดเมืองเป็นการลงโทษคนของพระองค์

But God takes no joy in having to punish His children and His offer of Jesus Christ as a provision for sin shows His great compassion on His people.

แต่พระเจ้าไม่ได้ทรงยินดีในการลงโทษบุตรของพระองค์    ดังนั้นจึงทรงประทานพระเยซูคริสต์ให้เป็นผู้ทรงชดใช้บาป    แสดงถึงพระทัยเมตตาของพระองค์ที่ทรงมีต่อคนของพระองค์

One day, because of Christ, God will wipe away all tears.

วันหนึ่ง   เป็นเพราะพระคริสต์    พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆ หยด

Revelation วิวรณ์ 7:17 17For the Lamb in the midst of the throne will be their shepherd,

and He will guide them to springs of living water, and God will wipe away every tear from their eyes.”

17เพราะว่าพระเมษโปดก   ผู้ทรงอยู่กลางพระที่นั่งนั้นจะคุ้มครองดูแลเขา   และจะทรงนำเขาไปให้ถึงน้ำพุแห่งชีวิต และพระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกหยดจากตาของเขาเหล่านั้น”


Practical Application: Even in terrible judgment, God is a God of hope.

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: แม้ในยามที่มีการพิพากษาอันน่ากลัว   พระเจ้าก็ยังทรงเป็นพระเจ้าแห่งความหวัง

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 3:24-25 24“The LORD is my portion,” says my soul, “therefore I will hope in him.”

24จิตใจของข้าพเจ้าว่า   'พระเจ้าทรงเป็นส่วนของข้าพเจ้า เหตุฉะนี้ข้าพเจ้าจะหวังในพระองค์'  

25The LORD is good to those who wait for Him, to the soul who seeks him.

25พระเจ้าทรงดีต่อคนทั้งปวงที่คอยท่าพระองค์อยู่   และทรงดีต่อคนที่แสวงพระองค์  

No matter how far we have gone from Him, we have the hope that we can return to Him and find Him compassionate and forgiving.

ไม่ว่านานแค่ไหนที่เราได้ห่างหายไปจากพระองค์    เราก็มีความหวังว่าเราสามารถกลับไปหาพระองค์และจะได้รับความรักเมตตาสงสารและการให้อภัยจากพระองค์

1 John 1ยอห์น 1:9 9If we confess our sins, he is faithful and just to forgive us our sins and to cleanse us from all unrighteousness.

9ถ้าเราสารภาพบาปของเรา   พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม   ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา   และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น

Our God is a loving God

พระเจ้าของเราทรงเป็นพระเจ้าเปี่ยมด้วยรัก

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 3:22 22The steadfast love of the LORD never ceases; His mercies never come to an end;

22ความรักมั่นคงของพระเจ้าไม่เคยหยุดยั้ง   และพระเมตตาของพระเจ้าไม่มีสิ้นสุด  

Because of His great love and compassion, He sent His Son so that we would not perish in our sins, but can live eternally with Him.

เพราะความรักที่ยิ่งใหญ่และพระเมตตากรุณาของพระองค์     พระเจ้าได้ทรงส่งพระบุตรของพระองค์เพื่อที่เราจะไม่พินาศในความผิดบาป แต่เราสามารถมีชีวิตนิรันดร์ในพระ

องค์

John ยอห์น 3:16 16“For God so loved the world, that He gave His only Son, that whoever believes in Him should not perish but have eternal life.

16เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก   จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์   เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ   แต่มีชีวิตนิรันดร์

God’s faithfulness and deliverance are attributes that give us great hope and comfort

ความสัตย์ซื่อของพระเจ้าและการทรงช่วยปลดปล่อยเป็นพระลักษณะที่ทำให้เรามีความหวังและความสบายใจ

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 3:23 23they are new every morning; great is your faithfulness.

23เป็นของใหม่อยู่ทุกเวลาเช้า   ความเที่ยงตรงของพระองค์ใหญ่ยิ่งนัก  

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 3:26 26It is good that one should wait quietly for the salvation of the LORD.

26เป็นการดีที่จะหวังใจและรอคอย   ความรอดจากพระเจ้า  

He is not a disinterested, capricious god, but a God who will deliver all those who turn to Him, admit they can do nothing to earn His favor, and call upon the Lord’s mercy so that we will not be consumed.

ไม่ใช่ว่าพระองค์ไม่ได้ทรงสนใจเรา  หรือทรงเป็นพระเจ้าตามอารมณ์ แต่พระเจ้าจะทรงปลดปล่อยทุกคนที่หันกลับมาหาพระองค์   และยอมรับว่าพวกเขาหมดทางที่จะช่วยตนเองเพื่อทำให้พระองค์ทรงโปรด    และร้องเรียกพระเมตตาของพระเจ้าเพื่อว่าเราจะไม่ได้รับความพินาศ

Lamentations เพลงคร่ำครวญ 3:22 22The steadfast love of the LORD never ceases; His mercies never come to an end;

22ความรักมั่นคงของพระเจ้าไม่เคยหยุดยั้ง และพระเมตตาของพระเจ้าไม่มีสิ้นสุด  

Lamentations Part 2

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top