Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, September 19, 2015

 

Book of Hosea

พระธรรมโฮเชยา


Can you summarize the Book of Hosea? What is the Book of Hosea all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรมโฮเชยาได้ไหม  พระธรรมโฮเชยาทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร?


Author: Hosea 1:1 identifies the author of the book as the Prophet Hosea.

ผู้ประพันธ์: โฮเชยา 1: 1 ระบุผู้เขียนพระธรรมนี้คือศาสดาพยากรณ์โฮเชยา

Hosea โฮเชยา 1:1 1The word of the LORD that came to Hosea, the son of Beeri, in the days of Uzziah, Jotham, Ahaz, and Hezekiah, kings of Judah, and in the days of Jeroboam the son of Joash, king of Israel.

1พระวจนะของพระเจ้าซึ่งมาถึงโฮเชยา   บุตรเบเออรี   ในรัชกาลอุสซียาห์   โยธาม   อาหัส   และเฮเซคียาห์   กษัตริย์ทั้งหลายแห่งยูดาห์และในรัชกาล เยโรโบอัม   บุตรโยอาชกษัตริย์อิสราเอล  

It is Hosea’s personal account of his prophetic messages to the children of God and to the world.

เป็นการบรรยายส่วนตัวของโฮเชยาที่เป็นข่าวสารคำพยากรณ์ที่มีต่อบุตรของพระเจ้าและคนทั่วโลก

Hosea is the only prophet of Israel who left any written prophecies which were recorded during the later years of his life.
โฮเชยาเป็นผู้เผยพระวจนะเพียงคนเดียวของอิสราเอล    ผู้ที่ได้ทิ้งคำพยากรณ์ต่างๆ ไว้  ซึ่งได้ถูกบันทึกไว้หลายปีต่อมาหลังจบชีวิตของท่าน

Date of Writing: Hosea, the son of Beeri, prophesied for quite some time, from 785 to 725 B.C.

วันที่เขียน: โฮเชยา  บุตรชายของเบเออรี ได้กล่าวคำพยากรณ์ชั่วระยะเวลาหนึ่งจากปี ก.ค.ศ 785-725

The Book of Hosea was likely written between 755 and 725 B.C.
พระธรรมโฮเชยาอาจจะถูกเขียนขึ้นระหว่างปี ก.ค.ศ. 755 และ 725


Purpose of Writing: Hosea wrote this book to remind the Israelites—and us—that ours is a loving God whose loyalty to His covenant people is unwavering.

จุดประสงค์ของการเขียน: โฮเชยาเขียนพระธรรมเล่มนี้เพื่อเตือนใจชาวอิสราเอล  และพวกเรา  พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยรักพวกเรา ความสัตย์ซื่อต่อพันธสัญญาของพระองค์ไม่เปลี่ยนแปลง

In spite of Israel’s continual turning to false gods, God’s steadfast love is portrayed in the long-suffering husband of the unfaithful wife.

ทั้งๆ ที่อิสราเอลเปลี่ยนแปลงหันไปนับถือเทพเจ้าเทียมเท็จเสมอมา ความรักมั่นคงของพระเจ้าแสดงให้เห็นภาพเหมือนสามีที่ทนทุกข์ทรมานต่อภรรยาที่นอกใจ

Hosea’s message is also one of warning to those who would turn their backs on God’s love.

ข่าวสารของโฮเชยายังเป็นหนึ่งในคำตักเตือนต่อบรรดาคนที่จะหันหลังให้กับความรักของพระเจ้า

Through the symbolic presentation of the marriage of Hosea and Gomer, God’s love for the idolatrous nation of Israel is displayed in a rich metaphor in the themes of sin, judgment, and forgiving love.
โดยการนำเสนอเชิงสัญลักษณ์เรื่องการแต่งงานของโฮเชยาและโกเมอร์   ความรักของพระเจ้าต่อประเทศอิสราเอลที่นับถือรูปเคารพ ได้แสดงในรูปแบบคำอุปมาครบถ้วนในสาระสำคัญเรื่องความบาป  การพิพากษาและความรักที่ให้อภัย

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ

Hosea โฮเชยา 1:2 2When the LORD first spoke through Hosea, the LORD said to Hosea, “Go, take to yourself a wife of whoredom and have children of whoredom, for the land commits great whoredom by forsaking the LORD.”

2เมื่อพระเจ้าตรัสทางโฮเชยาเป็นครั้งแรกนั้น   พระเจ้าตรัสกับโฮเชยาว่า   “ไปซี   ไปรับหญิงเจ้าชู้มาเป็นภรรยาและเกิดลูกชู้กับนาง   เพราะว่าแผ่นดินนี้เล่นชู้อย่างยิ่ง   โดยการละทิ้งพระเจ้าเสีย”
Hosea โฮเชยา 2:23 23and I will sow her for myself in the land.  And I will have mercy on No Mercy, and I will say to Not My People, ‘You are my people’; and he shall say, ‘You are my God.’”

23เราจะหว่านเขาไว้ในแผ่นดินสำหรับเรา   เราจะเมตตาโลรุหะมาห์   และเราจะพูดกับโลอัมมี   ว่า'เจ้าเป็นประชากรของเรา'    และเขาจะกล่าวว่า   'พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์' ”
Hosea โฮเชยา 6:6 6For I desire steadfast love and not sacrifice, the knowledge of God rather than burnt offerings.

6เพราะเราประสงค์ความรักมั่นคงไม่ประสงค์เครื่องสัตวบูชา    เราประสงค์ความรู้ในพระเจ้ายิ่งกว่าเครื่องเผาบูชา  
Hosea โฮเชยา 14:2-4 2Take with you words and return to the LORD; say to him, “Take away all iniquity; accept what is good, and we will pay with bulls the vows of our lips.

2จงนำถ้อยคำมาด้วย   และกลับมาหาพระเจ้า   จงทูลพระองค์ว่า   “ขอทรงโปรดยกความผิดบาปทั้งหมด   ขอทรงรับสิ่งดี   ข้าพระองค์จึงจะนำผลริมฝีปากมาถวาย  

3Assyria shall not save us; we will not ride on horses; and we will say no more, ‘Our God,’ to the work of our hands.  In you the orphan finds mercy.”

3อัสซีเรียจะไม่ช่วยข้าพระองค์ทั้งหลาย   ข้าพระองค์ทั้งหมดจะไม่ขี่ม้า   ข้าพระองค์ทั้ง

หลายจะไม่กล่าวต่อไปว่า   'พระเจ้าของเราทั้งหลาย'   แก่สิ่งที่มือของข้าพระองค์ได้สร้างขึ้น   เพราะว่าในพระองค์ลูกกำพร้าพบพระกรุณาคุณ”  

4I will heal their apostasy; I will love them freely, for my anger has turned from them.

4เราจะช่วยรักษาเขาให้หายจากการกลับสัตย์ของเขา   เราจะรักเขาทั้งหลายด้วยเต็มใจ   เพราะว่าความกริ้วของเราหันไปจากเขาแล้ว  

Brief Summary: The Book of Hosea can be divided into two parts: (1) Hosea 1:1-3:5 is a description of an adulterous wife and a faithful husband, symbolic of the unfaithfulness of Israel to God through idolatry, and (2) Hosea 3:6-14:9 contains the condemnation of Israel, especially Samaria, for the worship of idols and her eventual restoration.
บทสรุปโดยย่อ: พระธรรมโฮเชยาสามารถแบ่งออกเป็นสองตอนคือ (1) โฮเชยา 1: 1-3: 5 เป็นคำบรรยายเรื่องภรรยานอกใจเป็นชู้และสามีที่ซื่อสัตย์    เป็นเชิงสัญลักษณ์ของความไม่ซื่อสัตย์ของอิสราเอลที่มีต่อพระเจ้าโดยการนับถือรูปเคารพ    และ ( 2) โฮเชยา 3: 6-14: 9 เป็นเรื่องการกล่าวโทษอิสราเอล  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสะมาเรีย   สำหรับการบูชารูปเคารพและการฟื้นฟูประเทศกลับคืนในที่สุด

The first section of the book contains three distinctive poems illustrating how God’s children returned time after time to idolatry.

ตอนแรกของพระธรรมเล่มนี้เป็นบทกวีสามบทที่โดดเด่น   ที่แสดงให้เห็นภาพว่าบุตรของพระเจ้ากลับมาบูชารูเคารพครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างไร

God commands Hosea to marry Gomer, but after bearing him three children, she walks away from Hosea to her lovers.

พระเจ้าทรงบัญชาให้โฮเชยาแต่งงานกับโกเมอร์ แต่หลังจากที่นางคลอดบุตรสามคน  นางเดินออกไปจากโฮเชยาเพื่อหาชู้รักของนาง

The symbolical emphasis can be seen clearly in the first chapter as Hosea compares Israel’s actions to turning from a marriage to life as a prostitute.

การเน้นเชิงสัญลักษณ์สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในบทแรกของพระธรรมโฮเชยาเปรียบเทียบการกระทำของอิสราเอลที่กำลังหันจากชีวิตสมรสไปมีชีวิตเป็นหญิงโสเภณี

The second section contains Hosea’s denunciation of the Israelites but followed by the promises and the mercies of God.
ตอนที่สองเป็นเรื่องที่โฮเชยาประณามชนชาติอิสราเอลที่ทำชั่ว  แต่ตามมาด้วยพระสัญญาและพระเมตตาของพระเจ้า

The Book of Hosea is a prophetic accounting of God’s relentless love for His children.

พระธรรมโฮเชยาเป็นเรื่องราวที่พยากรณ์ถึงความรักที่ไม่หยุดยั้งของพระเจ้าที่มีต่อบุตรของพระองค์

Since the beginning of time God’s ungrateful and undeserving creation has been accepting God’s love, grace, and mercy while still unable to refrain from its wickedness.
นับตั้งแต่สมัยเริ่มต้นเลย สรรพสิ่งที่ทรงสร้างไม่กตัญญูรู้คุณและไม่สมควรจะได้รับความรัก พระคุณและพระเมตตาของพระเจ้า  ในขณะพวกเขายังไม่สามารถละเว้นจากการทำชั่วได้


The last part of Hosea shows how God’s love once again restores His children as He forgets their misdeeds when they turn back to Him with a repentant heart.

ตอนสุดท้ายของพระธรรมโฮเชยาแสดงให้เห็นความรักของพระเจ้าอีกครั้ง  ทรงฟื้นคืนบุตรของพระองค์กลับอีกครั้ง  โดยพระองค์ทรงลืมพฤติกรรมที่ผิดของพวกเขา  เมื่อพวกเขาหันกลับไปหาพระองค์ด้วยหัวใจที่สำนึกผิดกลับใจใหม่

The prophetic message of Hosea foretells the coming of Israel’s Messiah 700 years in the future.

ข่าวสารคำพยากรณ์ของโฮเชยาบอกให้ทราบล่วงหน้าการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ของอิสราเอลในอนาคตอีก 700 ปี

Hosea is quoted often in the New Testament.
พันธสัญญาใหม่มักยกคำอ้างอิงจากพระธรรมโฮเชยา


Foreshadowings: Hosea 2:23 is the wonderful prophetic message from God to include the Gentiles [non-Jews] as His children.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: โฮเชยา 2:23 เป็นข่าวสารคำพยากรณ์ที่ยอดเยี่ยมจากพระเจ้าที่รวมคนต่างชาติ [ไม่ใช่ยิว] เข้าเป็นบุตรของพระองค์

Hosea โฮเชยา 2:23 23and I will sow her for myself in the land.  And I will have mercy on No Mercy, and I will say to Not My People, ‘You are my people’; and he shall say, ‘You are my God.’”

23เราจะหว่านเขาไว้ในแผ่นดินสำหรับเรา   เราจะเมตตาโลรุหะมาห์ และเราจะพูดกับโลอัมมี ว่า'เจ้าเป็นประชากรของเรา'   และเขาจะกล่าวว่า   'พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์' ”

Romans โรม 9:25 25As indeed he says in Hosea,  “Those who were not my people I will call ‘my people,’ and her who was not beloved I will call ‘beloved.’”

25ดังที่พระองค์ตรัสไว้ในพระคัมภีร์โฮเชยาว่า   เราจะเรียกเขาเหล่านั้นว่าเป็นชนชาติของเรา   ซึ่งเมื่อก่อนเขาหาได้เป็นชนชาติของเราไม่   และจะเรียกเขาว่าเป็นที่รัก   ซึ่งเมื่อก่อนเขาหาได้เป็นที่รักไม่  

1 Peter 1เปโตร 2:10 10Once you were not a people, but now you are God's people; once you had not received mercy, but now you have received mercy.

10เมื่อก่อนท่านทั้งหลายไม่มีชาติ   แต่บัดนี้ท่านเป็นชนชาติของพระเจ้าแล้ว   เมื่อก่อนท่านทั้งหลายหาได้รับพระกรุณาไม่   แต่บัดนี้ท่านได้รับพระกรุณาแล้ว

Gentiles are not originally “God’s people,” but through His mercy and grace, He has provided Jesus Christ, and by faith in Him we are grafted into the tree of His people.

เดิมทีนั้นคนต่างชาติไม่ใช่เป็น "คนของพระเจ้า" แต่โดยพระเมตตาและพระคุณของพระองค์    พระองค์ทรงประทานพระเยซูคริสต์    และโดยความเชื่อในพระองค์เราถูกทาบกิ่งเข้ากับต้นไม้เหมือนเป็นคนของพระองค์

Romans โรม 11:11-18 11So I ask, did they stumble in order that they might fall? By no means! Rather through their trespass salvation has come to the Gentiles, so as to make Israel jealous.

11ข้าพเจ้าจึงถามว่า   พวกอิสราเอลสะดุดจนหกล้มทีเดียวหรือ   หามิได้   แต่การที่เขาละเมิดนั้น   เป็นเหตุให้ความรอดแผ่มาถึงพวกต่างชาติ   เพื่อจะให้พวกอิสราเอลมีใจมานะขึ้น

12Now if their trespass means riches for the world, and if their failure means riches for the Gentiles, how much more will their full inclusion mean!

12แต่ถ้าการที่พวกอิสราเอลละเมิดนั้นเป็นเหตุให้ทั้งโลกบริบูรณ์   และถ้าการพ่ายแพ้ของเขาเป็นเหตุให้คนต่างชาติบริบูรณ์   หากได้เขามาเพิ่มเข้าด้วย   จะดียิ่งกว่านั้นอีกมากหนอ  

13Now I am speaking to you Gentiles. Inasmuch then as I am an apostle to the Gentiles, I magnify my ministry

13แต่ข้าพเจ้ากล่าวแก่พวกท่านที่เป็นคนต่างชาติ   เพราะข้าพเจ้าเป็นอัครทูตมายังพวกต่างชาติ   ข้าพเจ้าจึงยกย่องพันธกิจรับใช้ของข้าพเจ้า

14in order somehow to make my fellow Jews jealous, and thus save some of them.

14เพื่อข้าพเจ้าจะได้เร้าใจพี่น้องร่วมชาติของข้าพเจ้า   ให้เขาเอาอย่าง   เพื่อให้เขารอดได้บ้าง

15For if their rejection means the reconciliation of the world, what will their acceptance mean but life from the dead?

15เพราะว่าถ้าการที่พี่น้องร่วมชาติของข้าพเจ้า   ถูกพระเจ้าทรงทอดทิ้งเสียแล้ว   เป็นเหตุให้คนทั้งโลกกลับคืนดีกับพระองค์   การที่พระองค์ทรงรับเขากลับมาอีกนั้น   ก็เป็นเหมือนกับว่าเขาได้ตายไปแล้วและกลับฟื้นขึ้นใหม่

16If the dough offered as first fruits is holy, so is the whole lump, and if the root is holy, so are the branches.

16ถ้าแป้งดิบก้อนแรกที่ปิ้งบริสุทธิ์   แป้งดิบทั้งอ่างก็บริสุทธิ์ด้วย   และถ้ารากบริสุทธิ์   กิ่งทั้งหมดก็บริสุทธิ์ด้วย  

17But if some of the branches were broken off, and you, although a wild olive shoot, were grafted in among the others and now share in the nourishing root*n17.3 of the olive tree,

17แต่ถ้าทรงหักกิ่งบางกิ่งออกเสียแล้ว   และได้ทรงนำท่านผู้เป็นกิ่งมะกอกเทศป่า   มาต่อกิ่งไว้แทนกิ่งเหล่านั้น   เพื่อให้เข้าเป็นส่วนได้รับน้ำเลี้ยงจากรากต้นมะกอก

18do not be arrogant toward the branches. If you are, remember it is not you who support the root, but the root that supports you.

18ท่านก็อย่าอวดดีต่อกิ่งเหล่านั้น   ถ้าท่านอวดดี   ใช่ว่าท่านได้เลี้ยงรากนั้นก็หาไม่   แต่รากต่างหากเลี้ยงท่าน

This is an amazing truth about the Church, one that is called a “mystery” because before Christ, God’s people were considered to be the Jews alone.

นี่คือความจริงที่น่าอัศจรรย์ใจเกี่ยวกับคริสตจักร     เป็นสิ่งที่เรียกว่า "ลึกลับ" เพราะก่อนหน้าพระคริสต์   เฉพาะชาวยิวเท่านั้นที่ถูกนับว่าเป็นคนของพระเจ้า

When Christ came, the Jews were temporarily blinded until the “full number of the Gentiles has come in”

เมื่อพระคริสต์เสด็จมา    ชาวยิวตาบอดมองไม่เห็นชั่วคราวจนกระทั่ง "คนต่างชาติได้เข้ามาครบจำนวน"

Romans โรม 11:25 25Lest you be wise in your own conceits, I want you to understand this mystery, brothers: a partial hardening has come upon Israel, until the fullness of the Gentiles has come in.

25พี่น้องทั้งหลาย   ข้าพเจ้าเกรงว่าท่านจะอวดรู้   จึงอยากให้ท่านเข้าใจข้อความอันล้ำลึกนี้   คือเรื่องที่บางคนในพวกอิสราเอลมีใจแข็งกระด้างไป   จนทำให้พวกต่างชาติได้เข้ามาครบจำนวน


Practical Application: The Book of Hosea assures us of God’s unconditional love for His people.

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: พระธรรมโฮเชยาทำให้เรามั่นใจในความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพระเจ้าที่มีต่อคนของพระองค์

But it is also a picture of how God is dishonored and angered by the actions of His children.

แต่ก็ยังเป็นภาพให้เราเห็นการที่พระเจ้าทรงถูกลดพระเกียรติและที่ทรงพระพิโรธเพราะการกระทำของบุตรของพระองค์

How can a child who is given an abundance of love, mercy, and grace treat a Father with so much disrespect?

เด็กที่ได้รับความรักเต็มเปี่ยม  พระเมตตาและพระคุณ  ปฏิบัติต่อบิดาของตนด้วยปราศจากการเคารพนับถือมากมายได้อย่างไร

Yet, we have done just that for centuries.

แต่กระนั้น พวกเราได้ทำเช่นนั้นมานานหลายศตวรรษ

As we consider how the Israelites turned their backs on God, we need to look no further than the mirror in front of us to see a reflection of those same Israelites.
ในขณะที่เราพิจารณาว่าอิสราเอลหันหลังให้พระเจ้าไปได้อย่างไร  เราไม่จำเป็นต้องมองไกลมากกว่ามองกระจกดูใบหน้าของเราเอง  เพื่อที่จะเห็นภาพสะท้อนเหมือนกันกับชนชาติอิสราเอล

Only by remembering how much God has done for each us will we be able to avoid rejecting the One who can give us eternal life in Glory instead of the Hell we deserve.

เพียงแค่จดจำว่าพระเจ้าได้ทรงทำแก่เราทุกคนอย่างมากมายเพียงไร   เราจะสามารถยกเลิกการปฏิเสธพระองค์ผู้หนึ่งที่ทรงสามารถประทานชีวิตนิรันดร์ในพระสิริ  แทนที่เราสมควรไปตกนรกได้

It is essential that we learn to respect our Creator. Hosea has shown us that when we do make a mistake, if we have a sorrowful heart and a promise of repentance then God will again show His never-ending love to us.

มันเป็นเรื่องสำคัญที่เราเรียนรู้จักนับถือพระผู้สร้างของเรา โฮเชยาได้แสดงให้เราเห็นว่าเมื่อเราทำผิดพลาดไป  ถ้าเรามีโศกเศร้าเสียใจและสัญญาว่าจะกลับใจใหม่แล้ว    อีกครั้งพระเจ้าจะทรงสำแดงความรักของพระองค์อันไม่มีที่สิ้นสุดแก่เรา


1 John 1 ยอห์น 1:9 9If we confess our sins, he is faithful and just to forgive us our sins and to cleanse us from all unrighteousness.

9ถ้าเราสารภาพบาปของเรา   พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม   ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา   และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น

Hosea

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top