Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, September 5, 2015

 

Song of Solomon

เพลงซาโลมอน


Can you summarize the Song of Solomon? What is the Song of Solomon all about?

คุณสามารถสรุปเพลงซาโลมอนได้ไหม  เพลงซาโลมอนทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องอะไร


Author: Solomon wrote Song of Solomon, according to the first verse.

ผู้ประพันธ์: ตามพระคัมภีร์ข้อแรกกล่าวว่าซาโลมอนได้ประพันธ์เพลงซาโลมอน

Song of Solomon เพลงซาโลมอน 1:1 1The Song of Songs, which is Solomon's.

1คำเพลงซึ่งเป็นของซาโลมอน  

This song is one of 1,005 that Solomon wrote.

เพลงนี้เป็นหนึ่งใน 1,005 บทเพลงที่ซาโลมอนได้ประพันธ์ขึ้น

1 Kings 1พงศ์กษัตริย์ 4:32 32He also spoke 3,000 proverbs, and his songs were 1,005.

32พระองค์ตรัสสุภาษิตสามพันข้อด้วย   และบทเพลงของพระองค์มีหนึ่งพันห้าบท

The title “Song of Songs” is a superlative, meaning this is the best one.
ชื่อเรื่อง "บทเพลงไพเราะ" นี้สุดยอด หมายความว่านี่ดีที่สุด

Date of Writing: Solomon most likely wrote this song during the early part of his reign.

วันที่ประพันธ์: เป็นไปได้มากที่สุดที่ซาโลมอนได้ประพันธ์เพลงนี้ในช่วงตอนต้นแห่งการครองราชย์ของพระองค์
This would place the date of composition around 965 B.C.
การแต่งบทประพันธ์นี้คงจะเกิดขึ้นในราวปี ก.ค.ศ. 965


Purpose of Writing: The Song of Solomon is a lyric poem written to extol the virtues of love between a husband and his wife.

จุดประสงค์ของการเขียน: เพลงซาโลมอนเป็นบทกวีที่ประพันธ์คำร้องขึ้นเพื่อยกย่องคุณค่าแห่งความรักระหว่างสามีและภรรยา

The poem clearly presents marriage as God’s design.

บทกวีบรรยายการสมรสตามแบบของพระเจ้าอย่างชัดเจน

A man and woman are to live together within the context of marriage, loving each other spiritually, emotionally, and physically.
ชายและหญิงต้องอยู่ด้วยกันภายในบริบทของการสมรส   มีจิตใจรักใคร่กันและกันด้านอารมณ์และร่างกาย

This book combats two extremes: asceticism (the denial of all pleasure) and hedonism (the pursuit of only pleasure).

พระธรรมเล่มนี้ขัดแย้งกันสุดโด่งสองขั้ว: การถือสันโดษ (การปฏิเสธความสนุกสนานทั้งสิ้น) และทฤษฎีความสุขสบาย (การแสวงหาความสนุกสนานเท่านั้น)

The marriage profiled in Song of Solomon is a model of care, commitment, and delight.
การสมรสที่ให้รายละเอียดในเพลงซาโลมอนเป็นแบบอย่างของการดูแลเอาใจใส่   คำมั่นสัญญา และความชื่นชมยินดี


Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Song of Solomon เพลงซาโลมอน 2:7 7I adjure you, O daughters of Jerusalem, by the gazelles or the does of the field, that you not stir up or awaken love until it pleases.

7โอ เหล่าบุตรีแห่งเยรูซาเล็มเอ๋ย   ดิฉันขอให้เธอทั้งหลายสาบานต่อ ละมั่งหรือกวางตัวเมียในทุ่งว่า เธอทั้งหลายจะไม่เร้าหรือจะไม่ปลุกความรักให้ตื่นกระตือขึ้น  จนกว่าความรักจะจุใจแล้ว  
Song of Solomon เพลงซาโลมอน 5:1 1I came to my garden, my sister, my bride, I gathered my myrrh with my spice, I ate my honeycomb with my honey, I drank my wine with my milk.  Eat, friends, drink, and be drunk with love!

1น้องของฉันจ๊ะ เจ้าสาวของฉันจ๋า ฉันเข้ามาในสวนของฉันแล้วนะ ฉันมาเก็บเอามดยอบของฉันพร้อมกับไม้สีเสียดของฉันแล้ว ฉันรับประทานรวงผึ้งกับ น้ำผึ้งของฉันแล้ว ฉันดื่มเหล้าองุ่นกับน้ำนมของฉันแล้ว โอ สหายทั้งหลาย จงรับประทาน และจงดื่มเถิด ท่านผู้เป็นที่รักเอ๋ย จงดื่มให้อิ่มหนำเถิด  
Song of Solomon เพลงซาโลมอน 8:6-7 6I opened to my beloved, but my beloved had turned and gone.  My soul failed me when he spoke. I sought him, but found him not; I called him, but he gave no answer.

6ดิฉันเปิดประตูให้ที่รักของดิฉัน   แต่ที่รักของดิฉันกลับไปเสียแล้ว   เมื่อเขากลับไป ดิฉันมัวตกตะลึง ดิฉันแสวงหาเขา แต่ดิฉันหาเขาไม่พบ ดิฉันร้องเรียกเขา แต่เขามิได้ขานตอบ  

7The watchmen found me as they went about in the city; they beat me, they bruised me, they took away my veil, those watchmen of the walls.

7พลตระเวนพบดิฉันขณะที่ลาดตระเวนในเมือง เขาตีดิฉัน เขาทำให้ดิฉันบาดเจ็บ พลตระเวนรักษากำแพงเมือง ฉกชิงเอาผ้าคลุมตัวจากดิฉันไป 

Brief Summary: The poetry takes the form of a dialogue between a husband (the king) and his wife (the Shulamite).

สรุปโดยย่อ: บทกวีใช้รูปแบบการสนทนาระหว่างสามี (พระราชา) และภรรยาของเขา (ชาวชูลาไมท์)
We can divide the book into three sections: the courtship (1:1 - 3:5); the wedding (3:6 - 5:1); and the maturing marriage (5:2 - 8:14).
เราสามารถแบ่งหนังสือออกเป็นสามตอน: การเกี้ยวพาราสี (1: 1 - 3: 5) การแต่งงาน (3: 6-5: 1); และการสมรสที่กำลังเติบโต (5: 2 - 8:14)
The song begins before the wedding, as the bride-to-be longs to be with her betrothed, and she looks forward to his intimate caresses

บทเพลงเริ่มต้นก่อนการแต่งงาน  เหมือนคนกำลังจะเป็นเจ้าสาวที่ปรารถนาจะอยู่กับคู่หมั้นของเธอ   และเธอมุ่งหวังจะรับการเล้าโลมแนบชิดของเขา.

However, she advises letting love develop naturally, in its own time

อย่างไรก็ตามเธอให้คำแนะนำว่าควรให้ความรักพัฒนาตามธรรมชาติในเวลาของมันเอง

The king praises the Shulamite’s beauty, overcoming her feelings of insecurity about her appearance

กษัตริย์สรรเสริญความงามของหญิงชูลาไมท์  เอาชนะความรู้สึกไม่มั่นคงเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของเธอ

The Shulamite has a dream in which she loses Solomon and searches throughout the city for him.

หญิงชูลาไมท์มีความฝันว่าเธอสูญเสียซาโลมอนและออกค้นหาเขาทั่วเมือง
With the help of the city guards, she finds her beloved and clings to him, taking him to a safe place.

ด้วยความช่วยเหลือของยามประจำเมือง   เธอพบคู่รักและแนบชิดกับเขา  พาเขาไปยังสถานที่ปลอดภัย 

Upon waking, she repeats her injunction not to force love.
เมื่อตื่นขึ้น  เธอสั่งห้ามซ้ำๆ อย่าบังคับความรักของเธอ

On the wedding night, the husband again praises the beauty of his wife, and in highly symbolic language, the wife invites her spouse to partake of all she has to offer.

ในคืนวันแต่งงาน   อีกครั้งสามีสรรเสริญความงามของภรรยาของเขา   และภรรยาใช้ภาษาสัญลักษณ์เชิญชวนคู่สมรสของเธอที่จะร่วมกับเธอในทุกอย่างที่เธอเสนอให้

They make love, and God blesses their union.
พวกเขาแสดงความรักต่อกัน และพระเจ้าทรงอวยพรการสมรสของพวกเขา
As the marriage matures, the husband and wife go through a difficult time, symbolized in another dream.

เมื่อการแต่งงานเติบโต  สามีและภรรยาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก แสดงเครื่องหมายเป็นความฝันอีกอย่าง

In this second dream, the Shulamite rebuffs her husband, and he leaves.

ในความฝันครั้งที่สองนี้ หญิงชาวชูมาไลท์บอกปัดสามีของเธอและเขาก็จากไป

Overcome with guilt, she searches the city for him; but this time, instead of helping her, the guards beat her—symbolic of her pained conscience.

เพื่อเอาชนะความผิด   เธอค้นหาเขาทั่วเมือง; แต่คราวนี้  คนยามปรามเธอแทนที่จะช่วยเธอ  - เป็นสัญญาณเตือนจิตสำนึกเจ็บปวดของเธอ
Things end happily as the lovers reunite and are reconciled.
สิ่งต่างๆ จบลงอย่างมีความสุข เมื่อคู่รักร่วมผนึกกันและคืนดีกันอีก
As the song ends, both the husband and wife are confident and secure in their love, they sing of the lasting nature of true love, and they yearn to be in each other’s presence.
เมื่อบทเพลงจบลง  ทั้งสามีและภรรยามั่นใจในความรักที่มั่นคงแน่วแน่ของพวกเขา    พวกเขาร้องเพลงธรรมชาติรักแท้ที่ยั่งยืน   และพวกเขาปรารถนาที่จะอยู่ร่วมกัน

Foreshadowings: Some Bible interpreters see in Song of Solomon an exact symbolic representation of Christ and His church. Christ is seen as the king, while the church is represented by the Shulamite.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: ผู้แปลพระคัมภีร์บางเล่มมองว่าเพลงซาโลมอนแสดงสัญลักษณ์ที่แท้จริงของพระคริสต์และคริสตจักรของพระองค์   พระเยซูคริสต์ทรงถูกมองว่าเป็นกษัตริย์ในขณะที่ชาวชูมาไลท์แทนความหมายคริสตจักร

While we believe the book should be understood literally as a depiction of marriage, there are some elements that foreshadow the Church and her relationship with her king, the Lord Jesus.

ในขณะที่เราเชื่อว่าพระธรรมเล่มนี้ควรเป็นที่เข้าใจตามตัวอักษรว่าเป็นภาพของการสมรส  มีองค์ประกอบบางอย่างที่เป็นลางบอกให้เห็นคริสตจักรและความสัมพันธ์ของเธอกับกษัตริย์ของเธอคือพระเยซู

Song of Solomon เพลงซาโลมอน 2:4 4He brought me to the banqueting house,

and his banner over me was love.

4เขาได้พาดิฉันให้เข้าในอาคารเลี้ยง และธงสำคัญของเขาซึ่งห้อยอ ยู่เหนือดิฉันนั้นคือความรัก  

This describes the experience of every believer who is sought and bought by the Lord Jesus.

ข้อนี้บรรยายถึงประสบการณ์ของผู้เชื่อทุกคน   ผู้ที่พระเยซูเจ้าทรงกำลังเสาะหาและไถ่ไว้

We are in a place of great spiritual wealth and are covered by His love.

เราอยู่ในที่ซึ่งมีความสมบูรณ์ด้านจิตวิญญาณ  และถูกปกคลุมไปด้วยความรักของพระองค์

Song of Solomon เพลงซาโลมอน 2:16 16My beloved is mine, and I am his; he grazes among the lilies.

16ที่รักของดิฉันเป็นกรรมสิทธิ์ของดิฉัน และตัวดิฉันก็เป็นของเขา   เขากำลังเลี้ยงฝูงสัตว์ของเขาท่ามกลางหมู่ต้นพลับพลึงแดง  

Here is a picture of not only the security of the believer in Christ, but of the Good Shepherd who knows His sheep—believers—and lays down His life for us.

นี่คือภาพของไม่เพียงแต่ความมั่นคงของผู้เชื่อในพระคริสต์ แต่พระผู้เลี้ยงที่ดีผู้ทรงรู้จักแกะของพระองค์ –บรรดาผู้เชื่อ---และทรงประทานชีวิตของพระองค์เพื่อเรา

John ยอห์น 10:11, 28-29 11I am the good shepherd. The good shepherd lays down his life for the sheep.

11เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี   ผู้เลี้ยงที่ดีนั้นย่อมสละชีวิตของตนเพื่อฝูงแกะ

28I give them eternal life, and they will never perish, and no one will snatch them out of my hand.

28เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น   แกะนั้นจะไม่พินาศเลย และจะไม่มีผู้ใดแย่งชิง แกะเหล่านั้นไปจากมือของเราได้

29My Father, who has given them to me, is greater than all, and no one is able to snatch them out of the Father's hand.

29พระบิดาของเราผู้ประทานแกะนั้นให้แก่เราเป็นใหญ่กว่าทุกสิ่ง   และไม่มีผู้ใดอาจชิงแกะนั้นไปจากพระหัตถ์ของพระบิดาของเราได้

Because of Him, we are no longer stained by sin, having had our “spots” removed by His blood.

เป็นเพราะพระองค์   เราไม่เปื้อนมลทินบาปอีกต่อไป  พระโลหิตของพระองค์ได้ทรงชำระมลทินนั้น

Song of Solomon เพลงซาโลมอน 4:7 7You are altogether beautiful, my love; there is no flaw in you.

7โอ ที่รักของฉันเอ๋ย เธอช่างงามสะพรั่งไปทั้งนั้น ในตัวเธอจะหาตำหนิสักนิดก็ไม่มี  

Ephesians เอเฟซัส 5:27 27so that He might present the church to Himself in splendor, without spot or wrinkle or any such thing, that she might be holy and without blemish.

27เพื่อพระองค์จะได้มีคริสตจักรที่มีสง่าราศี ไม่มีตำหนิริ้วรอย หรือมลทินใดๆเลย   แต่บริสุทธิ์ปราศจากตำหนิ


Practical Application: Our world is confused about marriage.

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: โลกของเราสับสนเกี่ยวกับการสมรส

The prevalence of divorce and modern attempts to redefine marriage stand in glaring contrast to Solomon’s Song.

การหย่าร้างมากมายและความพยายามในปัจจุบันเพื่อจำกัดความการสมรสตรงกันข้ามกับบทเพลงซาโลมอนที่เห็นได้ชัด

Marriage, says the biblical poet, is to be celebrated, enjoyed, and revered.

ผู้แต่งกวีตามพระคัมภีร์กล่าวว่าการสมรสต้องได้รับการเฉลิมฉลอง ทำให้มีความสุขและเป็นที่น่านับถือ

This book provides some practical guidelines for strengthening our marriages:
พระธรรมเล่มนี้จัดวางแนวทางปฏิบัติสำหรับเสริมสร้างการสมรสของเราให้เข้มแข็ง:
1) Give your spouse the attention he or she needs. Take the time to truly know your spouse.
1) จงเอาใจใส่คู่สมรสของคุณตามที่เขาหรือเธอปรารถนา จงใช้เวลาเรียนรู้คู่สมรสของคุณอย่างจริงจัง

2) Encouragement and praise, not criticism, is vital to a successful relationship.
2) การให้กำลังใจและคำยกย่องสรรเสริญ ไม่วิพากย์วิจารณ์มีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ที่พาให้สำเร็จผล

3) Enjoy each other. Plan some getaways. Be creative, even playful, with each other. Delight in God’s gift of married love.
3) จงร่วมยินดีด้วยกัน จงวางแผนการพักผ่อนบ้าง จงมีความคิดสร้างสรรค์ จงเย้าหยอกเล่นกัน  จงชื่นชมยินดีในชีวิตสมรสที่เป็นของขวัญจากพระเจ้า

4) Do whatever is necessary to reassure your commitment to your spouse. Renew your vows; work through problems and do not consider divorce as a solution.

4) จงทำในสิ่งที่จำเป็นเพื่อสร้างตอกย้ำคำสัญญาต่อคู่สมรสของคุณ  จงรักษาคำที่ให้สัญญาไว้เสมอ  จงแก้ปัญหาให้ลุล่วงไป   และอย่าคิดว่าการหย่าร้างเป็นคำตอบของปัญหา

God intends for you both to live in a deeply peaceful, secure love.

พระเจ้าทรงประสงค์ให้ทั้งสองคนมีชีวิตสงบสุข ความรักที่มั่นคงอย่างลึกซึ้ง

Song of Solomon

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top