Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, January 3, 2016

 

Book of 1 Timothy

พระธรรม 1 ทิโมธี


Can you summarize the Book of 1 Timothy? What is the Book of 1 Timothy all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรม 1 ทิโมธีได้ไหม   พระธรรม 1 ทิโมธีทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: The book of 1 Timothy was written by the apostle Paul (1 Timothy 1:1).
ผู้ประพันธ์: พระธรรม 1 ทิโมธีที่เขียนขึ้นโดยอัครทูตเปาโล (1 ทิโมธี 1: 1)

1 Timothy 1ทิโมธี 1:1 1Paul, an apostle of Christ Jesus by command of God our Savior and of Christ Jesus our hope,

1จากเปาโล อัครทูตของพระเยซูคริสต์   ตามพระบัญชาของพระเจ้าผู้ทรง เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา และพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นความหวังของเรา 


Date of Writing: The book of 1 Timothy was written A.D. 62-66.
วันที่เขียน: พระธรรม 1 ทิโมธีถูกเขียนขี้นในปี ค.ศ. 62-66

Purpose of Writing: Paul wrote to Timothy to encourage him in his responsibility for overseeing the work of the Ephesian church and possibly the other churches in the province of Asia.

จุดประสงค์ของการเขียน: เปาโลเขียนจดหมายถึงทิโมธีเพื่อจะสนับสนุนให้เขามีความรับผิดชอบในการกำกับดูแลงานของคริสตจักรเอเฟซัส    และอาจรวมทั้งคริสตจักรอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย

1 Timothy 1ทิโมธี 1:3 3As I urged you when I was going to Macedonia, remain at Ephesus that you may charge certain persons not to teach any different doctrine,

3เมื่อข้าพเจ้าได้ไปยังแคว้นมาซิโดเนีย   ข้าพเจ้าได้ขอร้องให้ท่านคอยอยู่ในเมืองเอเฟซัส   เพื่อท่านจะได้กำชับบางคนไม่ให้เขาสอนแปลกออกไป

This letter lays the foundation for ordaining elders

จดหมายฉบับนี้วางพื้นฐานสำหรับการแต่งตั้งผู้ปกครอง

1 Timothy 1 ทิโมธี 3:1-7 1The saying is trustworthy: If anyone aspires to the office of overseer, he desires a noble task.

1คำนี้เป็นคำจริง   คือว่าถ้าผู้ใดปรารถนาหน้าที่ผู้ปกครองดูแลคริสตจักร   ผู้นั้นก็ปรารถนากิจการงานที่ประเสริฐ

2Therefore an overseer must be above reproach, the husband of one wife, sober-minded, self-controlled, respectable, hospitable, able to teach,

2ผู้ปกครองดูแลนั้นต้องเป็นคนที่ไม่มีใครติได้   เป็นสามีของหญิงคนเดียว   เป็นคนรู้จักประมาณตน   มีสติสัมปชัญญะ   เป็นคนสง่าเรียบร้อย   มีอัชฌาสัยรับแขกดี   เหมาะที่จะเป็นครู

3not a drunkard, not violent but gentle, not quarrelsome, not a lover of money.

3ไม่ดื่มสุรามึนเมา   ไม่เป็นนักเลงหัวไม้   แต่เป็นคนสุภาพ   ไม่เป็นคนชอบวิวาท   ไม่เป็นคนเห็นแก่เงิน

4He must manage his own household well, with all dignity keeping his children submissive,

4ต้องเป็นคนครอบครองบ้านเรือนของตนได้ดี   อบรมบุตรธิดาของตนให้อยู่ในโอวาทและมีใจนอบน้อม

5for if someone does not know how to manage his own household, how will he care for God's church?

5เพราะว่าถ้าชายคนใดไม่รู้จักครอบครองบ้านเรือนของตน   คนนั้นจะดูแลคริสตจักรของพระเจ้าอย่างไรได้

6He must not be a recent convert, or he may become puffed up with conceit and fall into the condemnation of the devil.

6อย่าให้ผู้ที่กลับใจใหม่ๆเป็นผู้ปกครองดูแล   เกรงว่าเขาอาจจะยโส   แล้วก็จะถูกปรับโทษเหมือนอย่างมารนั้น

7Moreover, he must be well thought of by outsiders, so that he may not fall into disgrace, into a snare of the devil.

7นอกนั้นเขาจะต้องเป็นที่นับถือของคนภายนอก   มิฉะนั้นจะเป็นที่ติเตียนและจะติดบ่วงแร้วของมาร

This provides guidance for ordaining people into offices of the church

นี่จะให้คำแนะนำสำหรับการแต่งตั้งผู้ปกครองเข้าไปรับใช้งานของคริสตจักร

1 Timothy 1ทิโมธี 3:8-13 8Deacons likewise must be dignified, not double-tongued, not addicted to much wine, not greedy for dishonest gain.

8ฝ่ายมัคนายกนั้นก็เช่นเดียวกัน   คือต้องเป็นคนเอาการเอางาน   ไม่เป็นคนสองลิ้น   ไม่ดื่มสุรามึนเมา   ไม่เป็นคนโลภมักได้

9They must hold the mystery of the faith with a clear conscience.

9และเป็นคนยึดมั่นในข้อล้ำลึกแห่งความเชื่อ   ด้วยจิตสำนึกว่าตนชอบ

10And let them also be tested first; then let them serve as deacons if they prove themselves blameless.

10จงลองดูคนเหล่านี้เสียก่อนด้วย   และเมื่อเห็นว่าไม่มีข้อตำหนิแล้ว   จึงตั้งเขาไว้ในตำแหน่งมัคนายก

11Their wives likewise must be dignified, not slanderers, but sober-minded, faithful in all things.

11ฝ่ายพวกผู้หญิงก็เหมือนกัน   ต้องเป็นคนเอาการเอางาน   ไม่ใส่ร้ายผู้อื่น   เป็นคนรู้จักประมาณตน   และเป็นคนสัตย์ซื่อในประการทั้งปวง

12Let deacons each be the husband of one wife, managing their children and their own households well.

12มัคนายกนั้นต้องเป็นสามีของหญิงคนเดียว   และบังคับบัญชาบุตรของตน   และปกครองบ้านเรือนของตนได้ดี

13For those who serve well as deacons gain a good standing for themselves and also great confidence in the faith that is in Christ Jesus.

13เพราะว่าคนที่ทำหน้าที่มัคนายกได้ดีก็มีเกียรติ   และมีใจกล้าเป็นอันมาก เพราะความเชื่อซึ่งมีในพระเยซูคริสต์

In essence, 1 Timothy is a leadership manual for church organization and administration.
สาระสำคัญคือ พระธรรม 1 ทิโมธีเป็นคู่มือการเป็นผู้นำคริสตจักรสำหรับองค์กรและการบริหารงาน

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

1 Timothy 1ทิโมธี 2:5 5For there is one God, and there is one mediator between God and men, the man Christ Jesus,

5ด้วยเหตุว่ามีพระเจ้าองค์เดียว   และมีคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์   คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสภาพเป็นมนุษย์
1 Timothy 1ทิโมธี 2:12 12I do not permit a woman to teach or to exercise authority over a man; rather, she is to remain quiet.

12ข้าพเจ้าไม่ยอมให้ผู้หญิงสั่งสอนหรือใช้อำนาจเหนือผู้ชาย   แต่ให้เขานิ่งๆอยู่

1 Timothy 1ทิโมธี 3:1-2 1The saying is trustworthy: If anyone aspires to the office of overseer, he desires a noble task.

1คำนี้เป็นคำจริง   คือว่าถ้าผู้ใดปรารถนาหน้าที่ผู้ปกครองดูแลคริสตจักร   ผู้นั้นก็ปรารถนากิจการงานที่ประเสริฐ

2Therefore an overseer must be above reproach, the husband of one wife, sober-minded, self-controlled, respectable, hospitable, able to teach,

2ผู้ปกครองดูแลนั้นต้องเป็นคนที่ไม่มีใครติได้   เป็นสามีของหญิงคนเดียว   เป็นคนรู้จักประมาณตน   มีสติสัมปชัญญะ   เป็นคนสง่าเรียบร้อย   มีอัชฌาสัยรับแขกดี   เหมาะที่จะเป็นครู
1 Timothy 1ทิโมธี 4:9-109The saying is trustworthy and deserving of full acceptance.

9ข้อความต่อไปนี้เป็นความจริง   และควรแก่การรับไว้

10For to this end we toil and strive, because we have our hope set on the living God, who is the Savior of all people, especially of those who believe.

10เหตุที่เราตรากตรำทำงานและทนสู้  ก็เพราะว่าเรามีความหวังใจใน พระเจ้าผู้ดำรงพระชนม์   พระผู้ช่วยให้รอดของคนทั้งปวง   โดยเฉพาะของผู้ที่เชื่อในพระองค์   
1 Timothy 1ทิโมธี 6:12 12Fight the good fight of the faith. Take hold of the eternal life to which you were called and about which you made the good confession in the presence of many witnesses.

12จงต่อสู้อย่างเต็มกำลังความเชื่อ   จงยึดชีวิตนิรันดร์ไว้   ซึ่งพระเจ้าทรงเรียกให้ท่านรับ   ในเมื่อท่านได้รับเชื่ออย่างดีต่อหน้าพยานหลายคน


Brief Summary: This is the first letter Paul wrote to Timothy, a young pastor who had been a help of Paul in his work.

บทสรุปโดยย่อ: นี่คือจดหมายฉบับแรกที่เปาโลเขียนถึงทิโมธี   ผู้รับใช้หนุ่มที่ได้เข้าไปช่วยเปาโลทำงานรับใช้

Timothy was a Greek. His mother was a Jewess and his father was Greek.

ทิโมธีเป็นชาวกรีก แม่ของเขาเป็นชาวยิวและพ่อของเขาเป็นชาวกรีก

Paul was more than just a mentor and leader to Timothy, he was like a father to him and Timothy was like a son to Paul.

เปาโลเป็นมากกว่าพี่เลี้ยงที่ให้คำปรึกษาและเป็นผู้นำแก่ทิโมธี    ท่านเป็นเหมือนพ่อของเขาและทิโมธีเป็นเหมือนลูกชายของเปาโลได้

1 Timothy  1ทิโมธี 1:2 2To Timothy, my true child in the faith: Grace, mercy, and peace from God the Father and Christ Jesus our Lord.

2ถึงทิโมธี   ผู้เป็นบุตรแท้ของเราในความเชื่อ  ขอพระคุณและพระกรุณาและสันติสุขจากพระบิดาเจ้า  และจากพระเยซูคริสตเจ้าของเรา  จงดำรงอยู่กับท่านเถิด

Paul begins the letter by urging Timothy to be on guard for false teachers and false doctrine.

เปาโลเริ่มต้นจดหมายโดยการกระตุ้นให้ทิโมธีคอยเฝ้าระวังพวกครูผู้สอนเท็จและหลักคำสอนเทียมเท็จ

However, much of the letter deals with pastoral conduct. Paul instructs Timothy in worship (chapter 2) and developing mature leaders for the church (chapter 3).

อย่างไรก็ตาม  ใจความจดหมายส่วนมากเกี่ยวข้องกับการประพฤติของผู้รับใช้  เปาโลสั่งสอนให้ทิโมธีเรื่องการนมัสการ (บทที่ 2) และการพัฒนาผู้นำให้เจริญเติบโตที่จะนำคริสตจักรได้(บทที่ 3)

Most of the letter deals with pastoral conduct, warnings about false teachers, and the church’s responsibility toward sinner members, widows, elders, and slaves.

เนื้อหาส่วนใหญ่ของจดหมายเกี่ยวกับการประพฤติของศิษยาภิบาลผู้รับใช้   คำเตือนรื่องระวังครูผู้สอนเท็จ และความรับผิดชอบของคริสตจักรที่มีต่อสมาชิกคนบาป   พวกแม่ม่ายผู้สูงอายุและพวกทาสรับใช้

All throughout the letter, Paul encourages Timothy to stand firm, to persevere, and to remain true to his calling.
ตลอดทั้งจดหมายเปาโลสนับสนุนให้ทิโมธียืนมั่นคง  อดทนและยังคงสัตย์ซื่อต่อการที่เขาได้รับการทรงเรียก


Connections: An interesting link to the Old Testament in the book of 1 Timothy is Paul’s citation of the basis for considering church elders to be worthy of “double honor,” and deserving of respect when it comes to being accused of wrongdoing.

การเชื่อมต่อ: รอยเชื่อมต่อกับพันธสัญญาเดิมในพระธรรม 1 ทิโมธีที่น่าสนใจ  เป็นคำกล่าวอ้างของเปาโลบนพื้นฐานสำหรับการพิจารณาผู้ปกครองคริสตจักรว่ามีค่าสมควรแก่ "การได้รับเกียรติสองเท่า"   และสมควรได้รับความนับถือแม้ถึงตอนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด

1 Timothy 1ทิโมธี 5:17-19 17Let the elders who rule well be considered worthy of double honor, especially those who labor in preaching and teaching.

17จงถือว่าผู้ปกครองที่ปกครองดีนั้นสมควรได้รับเกียรติสองเท่า   โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ปกครองที่เทศนาและสั่งสอน

18For the Scripture says, “You shall not muzzle an ox when it treads out the grain,” and, “The laborer deserves his wages.”

18เพราะพระคัมภีร์กล่าวว่า   อย่าเอาตะกร้อครอบปากวัว เมื่อมันกำลังนวดข้าวอยู่   และคนงานสมควรจะได้รับค่าจ้างของตน

19Do not admit a charge against an elder except on the evidence of two or three witnesses.

19อย่ายอมรับคำกล่าวหาผู้ปกครองคนใด   เว้นเสียแต่จะมีพยานสองสามคน

Deuteronomy พระราชบัญญัติ 24:1515You shall give him his wages on the same day, before the sun sets (for he is poor and counts on it), lest he cry against you to the LORD, and you be guilty of sin.

15ท่านจงจ่ายเงินค่าจ้างวันนั้นให้แก่เขาก่อนดวงอาทิตย์ตก   (เพราะเขาเป็นคนยากจน  และมีใจจดจ่ออยู่ที่ค่าจ้างนั้น)   ด้วยเกรงว่าเขาจะกล่าวหาท่านต่อพระเจ้า   และจะเป็นความบาปแก่ท่าน  

Deuteronomy พระราชบัญญัติ 25:4 4“You shall not muzzle an ox when it is treading out the grain.

4“อย่าเอาตะกร้อครอบปากวัวเมื่อมันกำลังนวดข้าว อยู่

Leviticus เลวีนิติ 19:13 13“You shall not oppress your neighbor or rob him. The wages of a hired servant shall not remain with you all night until the morning.

13“เจ้าอย่าบีบคั้นเพื่อนบ้านหรือปล้นเขา   อย่าให้ค่าจ้างของลูกจ้างค้างอยู่กับเจ้า จนถึงรุ่งเช้า


These all speak of the necessity to pay a worker what he has earned and to do it in a timely manner.

ทั้งหมดเหล่านี้พูดถึงความสำคัญที่จะต้องจ่ายค่าจ้างแก่คนงานสำหรับสิ่งที่เขาทำงาน  และกระทำมันอย่างเหมาะสมกับเวลา

Part of the Mosaic Law demanded that two or three witnesses were necessary to bring an accusation against a man.

ธรรมบัญญัติของโมเสสส่วนหนึ่งกำหนดว่า   จำเป็นที่ต้องมีพยานสองหรือสามคนในการกล่าวโทษต่อบุคคลใด

Deuteronomy พระราชบัญญัติ 19:15 15“A single witness shall not suffice against a person for any crime or for any wrong in connection with any offense that he has committed. Only on the evidence of two witnesses or of three witnesses shall a charge be established.

15“อย่าให้พยานปากเดียวยืนยันกล่าวโทษผู้หนึ่งผู้ใด   ไม่ว่าในเรื่องอาชญากรรม   หรือในเรื่องความผิดใดๆซึ่งเขาได้กระทำผิดไป   แต่ต้องมีพยานสองหรือสามปาก   คำพยานนั้นจึงจะเป็นที่เชื่อถือได้

The Jewish Christians in the churches Timothy pastored would have been well aware of these Old Testament connections.
คริสเตียนชาวยิวในคริสตจักรที่ทิโมธีเป็นผู้ดูแลรับใช้นั้น คงจะได้ตระหนักดีถึงความเกี่ยวพันกันกับสิ่งเหล่านี้ในพันธสัญญาเดิม

Practical Application: Jesus Christ is presented by Paul as the mediator between God and man the Savior to all who believe in Him. He is Lord of the church, and Timothy serves Him by pasturing His Church.

การประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ: เปาโลสอนว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นสื่อกลางระหว่างพระเจ้าและมนุษย์  เป็นพระผู้ช่วยให้รอดเพื่อทุกคนที่เชื่อในพระองค์  พระองค์คือพระเจ้าของคริสตจักร  และทิโมธีทำหน้าที่รับใช้พระองค์โดยเลี้ยงดูสมาชิกคริสตจักรของพระองค์

1 Timothy 1 ทิโมธี 2:55For there is one God, and there is one mediator between God and men, the man Christ Jesus,

5ด้วยเหตุว่ามีพระเจ้าองค์เดียว   และมีคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์   คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสภาพเป็นมนุษย์ 

Thus, we find the main application of Paul’s first letter to his “son in the faith.”

ดังนั้นเราจึงพบว่าการประยุกต์ใช้ที่สำคัญในจดหมายฝากฉบับแรกของเปาโลที่เขียนถึง "บุตรในความเชื่อ."

Paul instructs Timothy on matters of Church doctrine, Church leadership, and Church administration.

เปาโลสั่งสอนทิโมธีเรื่องต่างๆ ในหลักคำสอนคริสตจักร   การเป็นผู้นำคริสตจักร และการบริหารงานคริสตจักร

We can use those same instructions in governing our local assembly today.

เราสามารถใช้คำแนะนำเดียวกันนั้นในการปกครองคริสตจักรท้องถิ่นของเราทุกวันนี้

Likewise, the work and ministry of a pastor, the qualifications for an elder, and the qualifications of a deacon are just as important and pertinent today as they were in Timothy’s day.

ในทำนองเดียวกัน  การงานและพันธกิจของศิษยาภิบาลผู้รับใช้    คุณสมบัติสำหรับผู้ปกครองและคุณสมบัติของมัคนายก   สำคัญและตรงประเด็นทุกวันนี้   เหมือนที่เป็นอยู่ในสมัยของทิโมธี

Paul’s first letter to Timothy amounts to an instruction book on leading, administrating, and pastoring the local church.

จดหมายฝากฉบับแรกของเปาโลที่เขียนถึงทิโมธี   เปรียบเสมือนเป็นตำราสอนการเป็นผู้นำ  การบริหารงานและการดูแลรับใช้คริสตจักรท้องถิ่น

The instructions in this letter apply to any leader or prospective leader of Christ’s church and are equally relevant today as they were in Paul’s day.

คำแนะนำสั่งสอนในจดหมายฉบับนี้นำไปประยุกต์ใช้กับผู้นำหรือผู้ที่คาดว่าจะเป็นผู้นำในอนาคตของคริสตจักรของพระคริสต์   และก็ตรงประเด็นในวันนี้อย่างเท่าเทียมกับในสมัยของเปาโล

For those not called into leadership roles in their church, the book is still practical.

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ถูกเรียกให้มีบทบาทเป็นผู้นำในคริสตจักรของพวกเขา   พระธรรมเล่มนี้ยังคงมีผลใช้ปฏิบัติได้ด้วย

Every follower must contend for the faith and avoid false teaching.

สาวกผู้เชื่อทุกคนต้องต่อสู้เพื่อความเชื่อ  และหลีกเลี่ยงคำสอนเทียมเท็จ

Every follower must stand firm and persevere.

สาวกผู้เชื่อทุกคนต้องยืนมั่นคงและอดทนนาน

www.gotquestions.org/Thai

1 Timothy

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top