Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, November 16, 2016

 

Genesis 33 Jacob Meets Esau

ปฐมกาล 33 ยาโคบมีการประชุมกับเอซาว

In the wrestling, while Jacob held on to the Lord, the Lord put Jacob’s hip out of joint. Jacob found out he couldn't overcome, but he would not surrender. 

ในมวย ปล้ำในขณะที่ยาโคบเมื่อวันที่พระเจ้าของพระเจ้าใส่สะโพกของยาโคบออกจากร ยาโคบพบเขาไม่ สามารถเอาชนะ แต่เขาจะไม่ยอมแพ้

He found out that you do not get anywhere with God by struggling and resisting, the only way that you can get anywhere with God is by yielding and holding on to Him. 

เขาพบ ว่าคุณไม่ได้รับทุกกับพระเจ้าโดยการดิ้นรนและทน, วิธีเดียวที่คุณจะได้รับทุกกับพระเจ้าโดยผลผลิตและถือหุ้นในพระองค์

Jacob was not looking for another fight. He has Uncle Laban in back of him and Brother Esau ahead of him, and the last time he saw both of them they were threatening him.

ยาโค บไม่ต้องการต่อสู้อีก เขาได้ลุงลาบันในด้าน หลังของเขาและพี่ชายของเขาเอซาวหน้าของเขาและครั้งสุดท้ายเขาเห็นทั้งสองพวก เขาขู่เขา

This man Jacob is not in a position to take on someone else. Therefore, the "man" took the initiative; He was the aggressor. Jacob resisted the Lord until the touch of God crippled him.

ยาโค บไม่ต้องการต่อสู้อีก เขาได้ลุงลาบันในด้าน หลังของเขาและพี่ชายของเขาเอซาวหน้าของเขาและครั้งสุดท้ายเขาเห็นทั้งสองพวก เขาขู่เขา

Then, recognizing at last who He was, Jacob clung to Him until He blessed him. From this point on we will begin to see a change in Jacob. 

จาก นั้นตระหนักถึงที่สุดท้ายที่เขา, ยาโคบแขวนพระองค์จนทรงจำเริญแก่เขา จากจุดที่เราจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของยาโคบนี้

Jacob who is now called Israel has become a new man.  Just like each of you can, if you become a Christian. 

ยาโค บที่เรียกว่าตอนนี้อิสราเอลได้กลายเป็นคนใหม่ เช่นเดียวกับแต่ละท่านสามารถถ้าคุณเป็นคริสเตียน

II Corinthians 2 โครินธ์ 5:17 Therefore, if anyone is in Christ, he is a new creation. The old has passed away; behold, the new has come.

เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์   ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว   สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป   นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น

As Jacob looked he saw Esau coming toward him with 400 men.  I am sure he was afraid but he had a plan. 

เป็นยา โคบเขามองเห็นเอซาวมาต่อเขาด้วย 400 คน ผม มั่นใจว่าเขากลัว แต่เขาวางแผน

He wanted to protect his family and so his separated them into two groups.  Jacob believed he and his family may be in danger from Esau and his men.

ยาโค บต้องการที่จะปกป้องครอบครัวของเขาและเพื่อแยกพวกเขาออกเป็นสองกลุ่ม ยาโคบเชื่อว่าเขาและครอบครัวของเขาอาจตกอยู่ในอันตราย จากเอซาวและคนของเขา

1And Jacob lifted up his eyes and looked, and behold, Esau was coming, and four hundred men with him. So he divided the children among Leah and Rachel and the two female servants.

1ยาโคบเงยหน้าขึ้นดูก็เห็นเอซาว กำลังมาพร้อมกับพวกสี่ร้อยคน   ยาโคบจึงแบ่งเด็กๆให้นางเลอาห์   นางราเชลและสาวใช้ทั้งสอง

2And he put the servants with their children in front, then Leah with her children, and Rachel and Joseph last of all.

2เขาให้สาวใช้กับลูกอยู่ข้างหน้า  ถัดมาเลอาห์กับลูก   ส่วนราเชลกับโยเซฟอยู่ท้ายสุด

3He himself went on before them, bowing himself to the ground seven times, until he came near to his brother.

3ตัวเขาเองเดินออกหน้าไปก่อน   กราบลงถึงดินเจ็ดหน  จนเข้ามาใกล้พี่ชายของเขา  

4But Esau ran to meet him and embraced him and fell on his neck and kissed him, and they wept.

4แต่เอซาววิ่งออกไปต้อนรับ   กอดและซบหน้าลงที่คอจุบเขา   ต่างก็ร้องไห้

5And when Esau lifted up his eyes and saw the women and children, he said, “Who are these with you?” Jacob said, “The children whom God has graciously given your servant.”

5เมื่อเอซาวเงยหน้าขึ้นแลเห็นพวกผู้หญิงกับลูกๆ  จึงถามว่า   “คนที่อยู่กับเจ้านี้คือใคร”   ยาโคบตอบว่า   “คือลูกๆ   ที่พระเจ้าโปรดประทานให้แก่ข้าพเจ้าผู้รับใช้ของท่าน”

6Then the servants drew near, they and their children, and bowed down.

6แล้วสาวใช้ทั้งสองคนกับลูกๆ  ก็เข้ามาใกล้และกราบลง

7Leah likewise and her children drew near and bowed down. And last Joseph and Rachel drew near, and they bowed down.

7เลอาห์กับลูกของเขาก็เข้ามาใกล้และกราบลงด้วย   ที่สุดโยเซฟและราเชลก็เข้ามาใกล้และกราบลง

8Esau said, “What do you mean by all this company that I met?” Jacob answered, “To find favor in the sight of my lord.”

8เอซาวถามว่า   “ผู้คนและฝูงสัตว์เหล่านี้ทั้งหมดที่เราพบนั้นสำหรับอะไร”   ยาโคบตอบว่า  “เพื่อข้าพเจ้าจะได้ถูกใจใต้เท้า”

9But Esau said, “I have enough, my brother; keep what you have for yourself.”

9เอซาวพูดว่า  “น้องเอ๋ย  ข้ามีพออยู่แล้ว   เก็บของของเจ้าไว้เองเถิด”

10Jacob said, “No, please, if I have found favor in your sight, then accept my present from my hand. For I have seen your face, which is like seeing the face of God, and you have accepted me.

10ยาโคบตอบว่า  “มิได้  ข้าพเจ้าขอที  ถ้าข้าพเจ้าถูกใจท่านแล้ว   ขอรับของกำนัลนั้นจากมือข้าพเจ้า   เพราะแท้จริงเมื่อข้าพเจ้าเห็นหน้าท่านก็เหมือนเห็นพระพักตร์ของพระเจ้า   เพราะท่านต้อนรับข้าพเจ้าอย่างดี

11Please accept my blessing that is brought to you, because God has dealt graciously with me, and because I have enough.” Thus he urged him, and he took it.

11ข้าพเจ้าอ้อนวอน  ขอท่านรับของขวัญที่นำมาให้ท่าน  เพราะพระเจ้าทรงโปรดกรุณาข้าพเจ้าและข้าพเจ้าก็มีพอเพียงแล้ว”   เขาอ้อนวอนอย่างนี้เอซาวจึงรับไว้

Before, each brother was trying to get something from the other. This was especially true of Jacob. Now we find Jacob acting quite different. Here he is insisting that his brother take a gift.

ก่อน ที่พี่ชายแต่ละพยายามจะได้รับสิ่งที่ได้จากอื่นๆ นี้โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งของยาโคบ ตอนนี้เราพบยาโคบกระทำค่อน ข้างแตกต่าง ที่นี่เขายืนยันว่าน้องชายของ เขาจะเป็นของขวัญ

Esau says, "You don't have to give it to me. I have plenty." But Jacob insists that he accept it.


เอ ซาวกล่าวว่า"คุณไม่ได้ให้ให้ฉัน . ฉันมีมากมาย. แต่ยาโคบยืนยันว่า เขาจะยอมรับได้

This reminds me of Zacchaeus in the New Testament. When Jesus called him down from a tree and went with him into his house, something happened to Zacchaeus.

นี้ เตือนฉันของศักเคียสในพระคัมภีร์ใหม่ เมื่อพระเยซู เรียกเขาลงจากต้นไม้และไปกับเขาเข้าบ้านของเขาสิ่งที่เกิดขึ้นกับศักเคียส

He wasn't the same man that climbed up into the tree. He said he would no longer be the tax collector who had been stealing from people and had been dishonest.

เขาไม่ ได้คนเดียวกับที่ปีนขึ้นสู่ต้นไม้ เขากล่าวว่าเขาจะไม่เป็นเก็บภาษีที่ได้ขโมย จากคนและได้รับการทุจริต

He wanted to return, not only anything that he had taken in a wrong way, but he wanted to restore it fourfold. What a change had taken place! 

เขา ต้องการกลับไม่ใช่สิ่งเดียวที่เขาได้รับในทางที่ผิด แต่เขาต้องการเรียกคืนสี่เท่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ยึดสถานที่!

Lukeลูกา 19:2-10  2And there was a man named Zacchaeus. He was a chief tax collector and was rich.

2ดูเถิด   มีชายคนหนึ่งชื่อศักเคียส   เป็นนายด่านภาษีและเป็นคนมั่งมี

3And he was seeking to see who Jesus was, but on account of the crowd he could not, because he was small of stature.

3ศักเคียสพยายามจะดูให้เห็นพระเยซูว่า   พระองค์เป็นผู้ใดแต่ดูไม่เห็นเพราะคนแน่น   ด้วยเขาเป็นคนเตี้ย

4So he ran on ahead and climbed up into a sycamore tree to see him, for he was about to pass that way.

4เขาจึงวิ่งไปข้างหน้าขึ้นต้นมะเดื่อ   เพื่อจะได้เห็นพระองค์เพราะว่าพระองค์จะเสด็จไปทางนั้น

5And when Jesus came to the place, he looked up and said to him, “Zacchaeus, hurry and come down, for I must stay at your house today.”

5เมื่อพระเยซูเสด็จมาถึงที่นั่น   พระองค์ทรงแหงนพระพักตร์ดูศักเคียสแล้วตรัสแก่เขาว่า   “ศักเคียสเอ๋ย   จงรีบลงมา   เพราะว่าเราจะต้องพักอยู่ในตึกของท่านวันนี้”

6So he hurried and came down and received him joyfully.

6แล้วเขาก็รีบลงมาต้อนรับพระองค์ด้วยความปรีดี

7And when they saw it, they all grumbled, “He has gone in to be the guest of a man who is a sinner.”

7เมื่อคนทั้งหลายเห็นแล้วเขาก็พากันบ่นว่า   “พระองค์เข้าไปพักอยู่กับคนบาป”

8And Zacchaeus stood and said to the Lord, “Behold, Lord, the half of my goods I give to the poor. And if I have defrauded anyone of anything, I restore it fourfold.”

8ฝ่ายศักเคียสยืนทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า   “ดูเถิด   พระเจ้าข้า   ทรัพย์สิ่งของของข้าพระองค์   ข้าพระองค์ยอมให้คนอนาถากึ่งหนึ่ง   และถ้าข้าพระองค์ได้ฉ้อโกงของของผู้ใด   ข้าพระองค์ยอมคืนให้เขาสี่เท่า”

9And Jesus said to him, “Today salvation has come to this house, since he also is a son of Abraham.

9พระเยซูตรัสกับเขาว่า   “วันนี้ความรอดมาถึงครอบครัวนี้แล้ว   เพราะคนนี้เป็นลูกของอับราฮัมด้วย

10For the Son of Man came to seek and to save the lost.”

10เพราะว่าบุตรมนุษย์ได้มาเพื่อจะเที่ยวหาและช่วยผู้ที่หลงหายไปนั้นให้รอด”

Just like Zacchaeus, there was a change that had taken place in Jacob. Before he had traded a bowl of stew to get a birthright; now he was willing to give flocks and herds to his brother for nothing!

เช่น เดียวกับศักเคียสมีการเปลี่ยนแปลงที่มีสถานที่ในยาโคบ ก่อนที่เขาซื้อขายชามสตูว์เพื่อรับสิทธิซึ่งทุกคน; ตอนนี้เขายินดีที่จะให้ฝูงและฝูงให้พี่ชายของเขาไม่มีอะไร!

In fact, Jacob insists that he take them. Esau finally accepted the gift.

ในความ เป็นจริงยาโคบยืนยันว่าจะให้ เอซาวสุดท้ายรับของขวัญ

12Then Esau said, “Let us journey on our way, and I will go ahead of you.”

12เอซาวพูดว่า  “ให้เราเก็บเต็นท์ออกเดินไปกันเถิด   ข้าจะนำหน้าเจ้า”

13But Jacob said to him, “My lord knows that the children are frail, and that the nursing flocks and herds are a care to me. If they are driven hard for one day, all the flocks will die.

13แต่ยาโคบตอบเขาว่า   “ใต้เท้าย่อมทราบอยู่แล้วว่าเด็กๆของข้าพเจ้านั้นอ่อนแอ   ข้าพเจ้ายังเป็นกังวล ถึงฝูงแพะแกะและโคที่มีลูกอ่อนยังกินนมอยู่   ถ้าจะต้อนให้เดินเกินไปสักวันหนึ่งฝูงสัตว์ก็จะตายหมด

14Let my lord pass on ahead of his servant, and I will lead on slowly, at the pace of the livestock that are ahead of me and at the pace of the children, until I come to my lord in Seir.”

14ขอใต้เท้าล่วงหน้าผู้รับใช้ของท่านไปก่อนเถิด   ข้าพเจ้าจะตามไปช้าๆ   ตามกำลังของสัตว์ซึ่งอยู่ข้างหน้าข้าพเจ้า และตามกำลังของเด็ก   จนกว่าข้าพเจ้าจะไปพบใต้เท้าที่เสอีร์”  

15So Esau said, “Let me leave with you some of the people who are with me.” But he said, “What need is there? Let me find favor in the sight of my lord.”

15เอซาวจึงกล่าวว่า   “ถ้าเช่นนั้นให้คนที่มากับเราไปกับเจ้าบ้าง”   ยาโคบตอบว่า   “ไม่จำเป็นเลย   ขอให้ข้าพเจ้าได้รับความเอ็นดูจากใต้เท้าก็พอแล้ว”

16So Esau returned that day on his way to Seir.

16ในวันนั้น  เอซาวก็กลับไปถึงเสอีร์

Esau is saying, "Now as you return to the land, let me go before you, show you the way, and be a protection for you."

เอซาว คือว่า"ตอนที่คุณกลับไปยังแผ่นดินให้ฉันไปก่อนที่จะแสดงคุณวิธีและจะคุ้ม ครองสำหรับคุณ.

Jacob says, "I'm moving my family, and we have little ones, also we have young among the flocks and herds. We can't go very fast.

ยาโคบกล่าวว่า"ผมย้ายครอบครัวของฉันและเรามีคนน้อยยังมีสาวในฝูงและฝูง . เราไม่สามารถไปอย่างรวดเร็ว

Esau lived in southern Canaan in Seir.  After their father's death, he moved to Mount Seir, which God gave to Esau. 

เอ ซาวอยู่ในภาคใต้ของคานาอันในเสอีร์ หลังจากการตายของพ่อของพวกเขาย้ายไปยังภูเขา เสอีร์ที่พระเจ้าให้กับเอซาว

Many years later when Moses was leading the people of Israel out of Egypt and into the promised land of Canaan, they spent 40 years in the wilderness and one area they passed through was Seir. 

หลายปี ต่อมาเมื่อโมเสสเป็นผู้นำชาวอิสราเอลออกจากอียิปต์และเป็นที่ดินสัญญาของคา นาอันพวกเขาใช้เวลา 40 ปีในถิ่นทุรกันดารและพื้นที่หนึ่งที่ผ่านมาเสอีร์

Deuteronomy พระราชบัญญัติ 2: 1-5

1“Then we turned and journeyed into the wilderness in the direction of the Red Sea, as the LORD told me. And for many days we traveled around Mount Seir.

1“ครั้งนั้นเราทั้งหลายได้กลับ เดินเข้าถิ่นทุรกันดารตามทางที่ไปสู่ทะเลแดง   ตามที่พระเจ้าตรัสสั่งข้าพเจ้า   และเราทั้งหลายได้เดินเวียนภูเขาเสอีร์หลายวัน

2Then the LORD said to me,

2แล้วพระเจ้าตรัสสั่งข้าพเจ้าว่า

3You have been traveling around this mountain country long enough. Turn northward

3'เจ้าทั้งหลายได้เดินเวียนที่แดนเทือกเขานี้นานพอแล้ว   จงหันไปเดินทางทิศเหนือเถิด

4and command the people, “You are about to pass through the territory of your brothers, the people of Esau, who live in Seir; and they will be afraid of you. So be very careful.

4และจงบัญชาคนทั้งปวงว่า   เจ้าทั้งหลายจวนจะเดินผ่านเขตแดนเมืองพี่น้องของเจ้า   คือลูกหลานของเอซาวที่อยู่ตำบลเสอีร์แล้ว   และเขาทั้งหลายจะกลัวพวกเจ้า  ฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงระวังตัว

5Do not contend with them, for I will not give you any of their land, no, not so much as for the sole of the foot to tread on, because I have given Mount Seir to Esau as a possession.

5อย่าต่อสู้เขา  เพราะเราจะไม่ให้ที่ของเขาแก่เจ้าเลย   จะไม่ให้ที่ดินแม้เพียงฝ่าเท้าเหยียบได้   ด้วยว่าภูเขาเสอีร์นั้นเราได้ให้เอซาวยึดครองแล้ว

So now Jacob and his family travel on to a place he called Succoth.

ดังนั้น ยาโคบและครอบครัวของเขาในการเดินทางไปสถานที่เขาเรียกว่าสุคคท

17But Jacob journeyed to Succoth, and built himself a house and made booths for his livestock. Therefore the name of the place is called Succoth.

17ส่วนยาโคบเดินทางไปถึงสุคคท   เขาสร้างบ้านอยู่ที่นั่น   และสร้างเพิงให้สัตว์ของเขา   ฉะนั้นเขาจึงเรียกที่นั้นว่า  สุคคท  

18And Jacob came safely to the city of Shechem, which is in the land of Canaan, on his way from Paddan-aram, and he camped before the city.

18ยาโคบเดินทางจากปัดดานอารัมมาถึงเมืองเชเคม   ในแคว้นคานาอันอย่างปลอดภัย   เขาตั้งเต็นท์อยู่หน้าเมืองนั้น

19And from the sons of Hamor, Shechem's father, he bought for a hundred pieces of money the piece of land on which he had pitched his tent.

19ยาโคบซื้อที่ดินแปลงที่ตั้งเต็นท์อยู่นั้น   จากบุตรชายของฮาโมร์  บิดาของเชเคมเป็นเงินหนึ่งร้อยเหรียญ

20There he erected an altar and called it El-Elohe-Israel.

20ยาโคบสร้างแท่นบูชาที่นั่น   เรียกแท่นนั้นว่า   เอลเอโลเฮอิสราเอล

God had prepared the heart of Laban not to harm Jacob, and God had prepared the heart of Esau to receive Jacob. Now he has peace on both sides.

พระ เจ้าเตรียมใจลาบันที่จะไม่เป็นอันตรายต่อยาโคบและพระเจ้าเตรียมใจของเอซาว ที่ได้รับยาโคบ ตอนนี้เขามีสันติภาพทั้งสอง ด้าน

Jacob was reconciled with his brother Esau.  Is there some family member or former friend that you need to be reconciled with? 

ยาโค บได้คืนดีกับพี่ชายของเขาเอซาว มีสมาชิกบาง ครอบครัวหรือเพื่อนเก่าที่คุณต้องคืนดีกับไม่?

All people need to be reconciled with God, and once we have been reconciled with God, He give us the ministry of reconciliation, we can be used of God to bring other people back together and to bring people close to God in a relationship with Him. 

ทุกคน ต้องคืนดีกับพระเจ้าและเมื่อเราได้รับการคืนดีกับพระเจ้าทรงให้เรากระทรวง การตรวจสอบเราสามารถใช้ของพระเจ้าเพื่อให้คนอื่น ๆ กลับมารวมกันและนำคนใกล้พระเจ้าในความสัมพันธ์กับพระองค์

2 Corinthians 2 โครินธ์ 5:17-21 17Therefore, if anyone is in Christ, he is a new creation. The old has passed away; behold, the new has come.

17เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์   ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว   สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป   นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น

18All this is from God, who through Christ reconciled us to himself and gave us the ministry of reconciliation;

18ทั้งสิ้นนี้เกิดมาจากพระเจ้า   ผู้ทรงให้เราคืนดีกันกับพระองค์ทางพระเยซูคริสต์   และทรงโปรดประทานให้เรามีพันธกิจเรื่องการคืนดีกัน

19that is, in Christ God was reconciling the world to himself, not counting their trespasses against them, and entrusting to us the message of reconciliation.

19คือพระเจ้าทรงให้โลกนี้คืนดีกันกับพระองค์โดยพระคริสต์   มิได้ทรงถือโทษในการผิดของเขา   และทรงมอบเรื่องการคืนดีกันนั้นให้เราประกาศ

20Therefore, we are ambassadors for Christ, God making his appeal through us. We implore you on behalf of Christ, be reconciled to God.

20ฉะนั้นเราจึงเป็นทูตของพระคริสต์   โดยที่พระเจ้าทรงขอร้องท่านทั้งหลายทางเรา   เราจึงขอร้องท่านในนามของพระคริสต์ให้คืนดีกันกับพระเจ้า

21For our sake he made him to be sin who knew no sin, so that in him we might become the righteousness of God.

21เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป   เพราะเห็นแก่เรา   เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์

www.gotquestions.org/Thai

Genesis 33

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top