Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, December 24, 2016

 

Gabriel visits Mary Luke 1:26-38

ทูตกาเบรียลมาเยี่ยมมารีย์  ลูกา 1: 26-38

The last recorded appearance of the angel Gabriel was a little over five hundred years prior to this particular event, when Gabriel appeared to the prophet Daniel and gave to Daniel one of the clearest prophesies concerning the time of the coming of the Messiah.

สุดท้ายมีบันทึกเรื่องการปรากฏของทูตสวรรค์กาเบรียล ซึ่งได้ถูกบันทึกราวเกือบห้าร้อยปีก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์พิเศษนี้  เมื่อกาเบรียลปรากฏต่อผู้เผยพระวจนะดาเนียลและการเผยพระวจนะต่อดาเนียลที่ชัดเจนเรื่องช่วงเวลาที่พระเจ้าจะเสด็จมา


It was Gabriel who said unto Daniel that there are seventy sevens determined upon the nation of Israel, to finish the transgression, to make an end of iniquity.

ทูตกาเบรียลเองที่ได้บอกกับดาเนียลว่า     มีกำหนดเวลาเจ็ดสิบเจ็ดสัปดะแห่งปีแก่ประเทศของอิสราเอล     ที่จะจบสิ้นการล่วงละเมิด   สิ้นสุดความทรยศชั่วช้า

Daniel ดาเนียล 9:21-25 21 while I was speaking in prayer, the man Gabriel, whom I had seen in the vision at the first, came to me in swift flight at the time of the evening sacrifice.

21 เออ  ขณะเมื่อข้าพเจ้ากล่าวคำอธิษฐานอยู่  ชายที่ชื่อ   กาเบรียลซึ่งข้าพเจ้าได้เห็นในนิมิตครั้งแรกนั้น   ได้บินอย่างเร็วมาใกล้ข้าพเจ้าในเวลาถวายเครื่องบูชาตอนเย็น

22 He made me understand, speaking with me and saying, “O Daniel, I have now come out to give you insight and understanding.

22 ท่านได้มาและกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า  “โอ  ดาเนียล   ข้าพเจ้าออกมา   ณ บัดนี้  เพื่อจะให้ปัญญาและความเข้าใจแก่ท่าน

23 At the beginning of your pleas for mercy a word went out, and I have come to tell it to you, for you are greatly loved. Therefore consider the word and understand the vision.

23 ในตอนต้นแห่งคำวิงวอนของท่านก็มีคำหนึ่งออกไป   ข้าพเจ้าจึงมาบอกให้ท่านทราบ  เพราะท่านเป็นผู้ที่ทรงรักมาก   เพราะฉะนั้นจงพิจารณาคำนั้นและเข้าใจนิมิตนั้น  

24 “Seventy weeks are decreed about your people and your holy city, to finish the transgression, to put an end to sin, and to atone for iniquity, to bring in everlasting righteousness, to seal both vision and prophet, and to anoint a most holy place.

24 “มีเจ็ดสิบสัปตะแห่งปีกำหนดไว้สำหรับชนชาติของ ท่านและนครบริสุทธิ์ของท่าน   เพื่อให้เสร็จสิ้นการทรยศ  ให้บาปจบสิ้น  และให้ลบมลทิน   เพื่อนำความชอบธรรมนิรันดร์เข้ามา   เพื่อประทับตราทั้งนิมิตและคำของผู้เผยพระวจนะไว้   และเพื่อจะเจิมสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

25 Know therefore and understand that from the going out of the word to restore and build Jerusalem to the coming of an anointed one, a prince, there shall be seven weeks. Then for sixty-two weeks it shall be built again with squares and moat, but in a troubled time.

25 เพราะฉะนั้นจงทราบและเข้าใจว่า   นับตั้งแต่การที่ถ้อยคำนั้นออกไป   ให้สร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่จน ถึงสมัยผู้ถูกเจิมไว้   ผู้เป็นประมุขก็เป็นเวลาเจ็ดสัปตะ   และเยรูซาเล็มจะถูกสร้างขึ้นพร้อมด้วยลานเมืองและคู เป็นเวลาหกสิบสองสัปตะแต่ในยุคลำบาก

So this amazing prediction of the time of the coming of the Messiah was given by Gabriel. now it's over five hundred years later, and he shows up again, announcing now to Zacharias that his wife Elisabeth was to bear the son, which was to be the forerunner of the Messiah, as he will go forth in the Spirit and in the power of Elijah to fulfill the prophesy of sending the messenger before the face of the Lord. 

ดังนั้นคำพยากรณ์เวลาเสด็จมาของพระเจ้าโดยทูตกาเบรียลบอกเป็นที่น่าประหลาดใจ ตอนนี้ก็กว่าห้าร้อยปีผ่านมาแล้ว   และเขาก็มาปรากฏให้เห็นอีกครั้ง   ตอนนี้มาประกาศแก่เศคาริยาห์ว่าภรรยาของท่านคืออลิซาเบธจะคลอดบุตรชายซึ่งจะเป็นผู้เบิกทางเสด็จมาของพระเจ้า   เขาจะออกไปด้วยจิตใจและฤทธิ์อำนาจ ของเอลียาห์     เพื่อให้คำพยากรณ์สำเร็จ โดยส่งผู้ส่งสารมาต่อพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า

Gabriel was the messenger preparing the people on the earth, preparing Mary as we will see later in the chapter, and here preparing Zechariah.

กาเบรียลเป็นผู้ส่งสารเตรียมการให้คนในโลกนี้       เตรียมมารีย์  ดังที่เราจะได้เห็นต่อไปในบทเรียนนี้  และตอนนี้เป็นการเตรียมเศคาริยาห์

21 And the people were waiting for Zechariah, and they were wondering at his delay in the temple.

21 ฝ่ายคนทั้งหลายที่คอยเศคาริยาห์ก็ประหลาดใจเพราะท่านอยู่ในพระวิหารช้านาน

22 And when he came out, he was unable to speak to them, and they realized that he had seen a vision in the temple. And he kept making signs to them and remained mute.

22 เมื่อท่านออกมาแล้วก็พูดกับเขาไม่ได้   คนทั้งหลายจึงหยั่งรู้ว่าท่านได้เห็นนิมิตในพระวิหาร   ท่านใช้ใบ้กับเขา   และยังเป็นใบ้อยู่

23 And when his time of service was ended, he went to his home.

23 เมื่อหมดเวรของท่านแล้ว   ท่านก็กลับไปบ้าน  

24 After these days his wife Elizabeth conceived, and for five months she kept herself hidden, saying,

24 ภายหลังนางเอลีซาเบธภรรยาของท่านก็ตั้งครรภ์   แล้วไปซ่อนตัวอยู่ห้าเดือนพูดว่า

25 “Thus the Lord has done for me in the days when he looked on me, to take away my reproach among people.”

25 “พระเจ้าได้ทรงกระทำเช่นนี้แก่ข้าพเจ้า   ในวันที่พระองค์ได้ทอดพระเนตร   เพื่อความอดสูของข้าพเจ้าที่มีอยู่ท่ามกลางคนทั้งปวงจะหมดสิ้นไปเสีย”

Birth of Jesus Foretold

กำเนิดของพระเยซูทำนายไว้ล่วงหน้า

26 In the sixth month the angel Gabriel was sent from God to a city of Galilee named Nazareth,

26 เมื่อถึงเดือนที่หก   พระเจ้าทรงใช้ทูตสวรรค์กาเบรียลนั้น   ให้มายังเมืองหนึ่งในแคว้นกาลิลี   ชื่อนาซาเร็ธ

27 to a virgin betrothed to a man whose name was Joseph, of the house of David. And the virgin's name was Mary.

27 มาถึงหญิงพรหมจารีคนหนึ่ง   ที่ได้หมั้นกันไว้กับชายคนหนึ่งที่ชื่อโยเซฟ   เป็นคนในเชื้อวงศ์ดาวิด   หญิงพรหมจารีนั้นชื่อมารีย์

According to Jewish custom, based upon the arrangement made between their parents, a couple could become engaged even as young children.

ตามธรรมเนียมของชาวยิว     โดยการจัดการระหว่างพ่อแม่ของพวกเขา   ทั้งคู่สามีภรรยาจะหมั้นหมายกันแม้ในขณะที่เป็นเด็กอยู่

Then, a year before their marriage, they would become espoused, which meant that although they would not consummate their relationship, they would be considered husband and wife in a legal binding so strong, it required a divorce to break the relationship.1

จากนั้นปีก่อนการแต่งงานของพวกเขา       พวกเขาก็จะกลายเป็นคู่สมรส  ซึ่งหมายความว่าถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่บรรลุเพศสัมพันธ์กัน พวกเขาจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นสามีและภรรยาตามกฎหมาย   เป็นผลผูกพันที่แน่นแฟ้น   ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการหย่าร้างที่จะตัดความสัมพันธ์

28 And he came to her and said, “Greetings, O favored one, the Lord is with you!”

28 ทูตสวรรค์เข้าบ้านมาถึงหญิงพรหมจารีนั้น   แล้วว่า   “เธอผู้ซึ่งพระเจ้าทรงโปรดปรานมาก   จงจำเริญเถิด   พระเป็นเจ้าทรงสถิตอยู่กับเธอ”

Most scholars believe Mary at this point was about fifteen or sixteen years old, the usual age of espousal in that day.

นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่า ณ จุดนี้มารีย์อายุประมาณสิบห้าหรือสิบหกปี, อายุปกติของการแต่งงานในสมัยนั้น

What a wonderful young woman she must have been—a woman selected of all the women of history to be the one to bear God’s Son.

นางช่างเป็นหญิงสาวที่ยอดเยี่ยม       เธอจะต้องได้รับการเลือกสรรจากผู้หญิงทุกคนในประวัติศาสตร์ที่จะเป็นบุคคลที่จะคลอดพระบุตรของพระเจ้า

Later on in the chapter, as we come to the Magnificat, it becomes obvious that she had a heart for God and insight into the Word. 

ต่อมาในบทนี้    ที่เรามาถึงความยิ่งใหญ่ ที่เห็นได้ชัดมันกลายเป็นว่าเธอมีหัวใจเพื่อพระเจ้าและมีความเข้าใจในพระดำรัส

Note that the text reads that she was blessed among women, not above women.

ให้สังเกตจากข้อความที่อ่านว่าเธอได้รับพระพรในหมู่พวกผู้หญิง ไม่ได้เหนือกว่าบรรดาผู้หญิง

There is no scriptural example to suggest that Mary be worshiped or prayed to. Not a single word.

ไม่มีตัวอย่างพระคัมภีร์ชี้ให้เห็นว่ามารีย์ได้รับการบูชาหรือให้เราทูลอธิษฐานต่อนาง   ไม่มีแม้แต่คำเดียว

She is indeed the most blessed among women, but she is only a woman.2

เธอย่อมมีความสุขมากที่สุดในหมู่ผู้หญิง แต่เธอเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น

29 But she was greatly troubled at the saying, and tried to discern what sort of greeting this might be.

29 ฝ่ายมารีย์ก็ตกใจเพราะคำของทูตนั้น   และรำพึงว่า   คำทักทายนั้นจะหมายว่าอะไร

30 And the angel said to her, “Do not be afraid, Mary, for you have found favor with God.

30 แล้วทูตสวรรค์จึงกล่าวแก่เธอว่า   “มารีย์เอ๋ย   อย่ากลัวเลย   เพราะเธอเป็นที่พระเจ้าทรงโปรดปรานแล้ว

31 And behold, you will conceive in your womb and bear a Son, and you shall call His name Jesus.

31 ดูเถิด   เธอจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย   จงตั้งชื่อบุตรนั้นว่าเยซู  

32 He will be great and will be called the Son of the Most High. And the Lord God will give to Him the throne of his father David,

32 “บุตรนั้นจะเป็นใหญ่   และจะทรงเรียกว่าเป็นบุตรของพระเจ้าสูงสุด  
  พระเจ้าจะทรงประทานพระที่นั่งของดาวิดบรรพบุรุษของท่านให้แก่ท่าน  

33 and He will reign over the house of Jacob forever, and of His kingdom there will be no end.”

33 และท่านจะครอบครองพงศ์พันธุ์ของยาโคบสืบไปเป็นนิตย์    และแผ่นดินของท่านจะไม่รู้จัก  
สิ้นสุดเลย”  

34 And Mary said to the angel, “How will this be, since I am a virgin?”

34 ฝ่ายมารีย์ทูลทูตสวรรค์นั้นว่า   “เหตุการณ์นั้นจะเป็นไปอย่างไรได้   เพราะข้าพเจ้ายังหาได้ร่วมกับชายไม่”

There is a difference between the question of Zacharias and the question of Mary.

มีความแตกต่างระหว่างคำถามของเศคาริยาห์และคำถามของมารีย์

Zacharias was questioning the word of the Lord. Mary was only asking information on the procedures. "How is this to be, seeing I know not a man?"

เศคาริยาห์ตั้งคำถามพระวจนะของพระเจ้า       มารีย์เพียงขอข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนกระบวนการ    " เหตุการณ์นี้จะเป็นไปได้อย่างไรกัน  เพราะฉันยังไม่ได้สมสู่กับชายใด?"

Hers was not the question of doubt. Hers was only an inquiring question as to the manner by which it should be fulfilled.

เธอไม่ได้เป็นตั้งคำถามแบบมีข้อสงสัย   เธอเพียงตั้งคำถามอย่างที่มันควรจะเป็นเพื่อปฏิบัติให้สำเร็จ

She believed. And that is pointed out a little later as Elisabeth said, "Blessed are you who has believed the words that the Lord spoke to you." 

เธอเชื่อ     และมีการชี้ให้เห็นว่าอลิซาเบธกล่าวว่า " ความสุขมีแก่หญิงที่เชื่อว่าสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับนางนั้นจะสำเร็จ"

She believed the word that the Lord spoke to her.

เธอเชื่อว่าพระดำรัสที่พระเจ้าได้ตรัสกับเธอ

However, she didn't know by what process it was to be fulfilled, and that really was her question. "How is this going to be, seeing I am a virgin, I know not a man?"

แต่เธอไม่เคยรู้ว่ากระบวนการนั้นจะสำเร็จอย่างไร     และแท้จริงนั่นคำถามของเธอ "จะเป็นเช่นนั้นอย่างไรได้ในเมื่อข้าพเจ้าเป็นสาวพรหมจารี?"

35 And the angel answered her, “The Holy Spirit will come upon you, and the power of the Most High will overshadow you; therefore the child to be born will be called holy—the Son of God.

35 ทูตสวรรค์จึงตอบนางว่า   “พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมาบนเธอ    และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกเธอ   เหตุฉะนั้นบุตรที่จะเกิดมานั้น   จะได้เรียกว่าวิสุทธิ์   และเรียกว่าพระบุตรของพระเจ้า  

36 And behold, your relative Elizabeth in her old age has also conceived a son, and this is the sixth month with her who was called barren.

36 ดูซิ   ถึงนางเอลีซาเบธญาติของเธอชราแล้ว   ก็ยังตั้งครรภ์มีบุตรเป็นชายด้วย   บัดนี้นางนั้นที่คนเขาถือว่าเป็นหญิงหมัน   ก็มีครรภ์ได้หกเดือนแล้ว

37 For nothing will be impossible with God.”

37 เพราะว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งพระเจ้าทรงกระทำไม่ได้”

38 And Mary said, “Behold, I am the servant of the Lord; let it be to me according to your word.” And the angel departed from her.

38 ส่วนมารีย์จึงทูลว่า   “ดูเถิด   ข้าพเจ้าเป็นทาสีของพระเป็นเจ้า   ข้าพเจ้าพร้อมที่จะเป็นไปตามคำของท่าน”   แล้วทูตสวรรค์นั้นจึงจากเธอไป

Gabriel or another angel, we don’t know, appeared also to Joseph in a dream. 

เราไม่ทราบว่ากาเบรียลหรือทูตสวรรค์อื่นได้ปรากฏแก่โยเซฟในความฝัน

Matthew มัทธิว 1:18-19 18 Now the birth of Jesus Christ took place in this way. When his mother Mary had been betrothed to Joseph, before they came together she was found to be with child from the Holy Spirit.

18 เรื่องพระกำเนิดของพระเยซูคริสต์เป็นดังนี้   คือมารีย์ผู้เป็นมารดาของพระเยซูนั้น   เดิมโยเซฟได้สู่ขอหมั้นกันไว้แล้ว   ก่อนที่จะได้อยู่กินด้วยกันก็ปรากฏว่า   มารีย์มีครรภ์แล้วด้วยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์

19 And her husband Joseph, being a just man and unwilling to put her to shame, resolved to divorce her quietly.

19 แต่โยเซฟคู่หมั้นของเขาเป็นคนมีธัมมะ   ไม่พอใจที่จะแพร่งพรายความเป็นไปของเธอ   หมายจะถอนหมั้นเสียลับๆ

It was a very serious matter, for an engaged women to become pregnant before the marriage. 

เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากสำหรับผู้หญิงมีส่วนร่วมที่จะตั้งครรภ์ก่อนแต่งงาน

Joseph had no sexual relations with Mary yet, so he naturally thought that she had been with another man. 

โจเซฟไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับมารีย์    ดังนั้นโดยธรรมชาติเขาจึงคิดว่าเธอเคยอยู่กับชายคนอื่น

The usual penalty for this was death by stoning in very public humiliating way. 

โทษปกติสำหรับทำเรื่องน่าอดสูคือความตายโดยการขว้างปาด้วยก้อนหินต่อหน้าประชาชน

Joseph thought rather than do that he would just divorce her quietly, just break off the engagement.

โจเซฟคิดว่าแทนที่จะทำเช่นนั้นเขาก็จะหย่ากับเธออย่างเงียบ ๆ โดยการถอนหมั้น

Matthew  มัทธิว 1:20-23 20 But as he considered these things, behold, an angel of the Lord appeared to him in a dream, saying, “Joseph, son of David, do not fear to take Mary as your wife, for that which is conceived in her is from the Holy Spirit.

20 แต่เมื่อโยเซฟยังคิดในเรื่องนี้อยู่   ก็มีทูตองค์หนึ่งของพระเป็นเจ้า   มาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันว่า   “โยเซฟบุตรดาวิด   อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของเจ้าเลย   เพราะว่าผู้ซึ่งปฏิสนธิ์ในครรภ์ของเธอเป็นโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์

21 She will bear a son, and you shall call His name Jesus, for He will save His people from their sins.”

21 เธอจะประสูติบุตรชาย   แล้วเจ้าจงเรียกนามท่านว่า   เยซู   เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่จะโปรดช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากความผิดบาปของเขา”

22 All this took place to fulfill what the Lord had spoken by the prophet:

22 ทั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะของพระเป็นเจ้า   ซึ่งตรัสไว้โดยผู้เผยพระวจนะว่า

23 “Behold, the virgin shall conceive and bear a son, and they shall call His name Immanuel”

(which means, God with us).

23 ดูเถิด  หญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง   และเขาจะเรียกนามของท่านว่า   อิมมานูเอล    (แปลว่าพระเจ้าทรงอยู่กับเรา)

This was prophesied by Isaiah. 

นี้เป็นคำพยากรณ์โดยอิสยาห์

Isaiah อิสยาห์ 7:14 14 Therefore the Lord Himself will give you a sign. Behold, the virgin shall conceive and bear a son, and shall call His name Immanuel.

14 เพราะฉะนั้น  องค์พระผู้เป็นเจ้าจะประทานหมายสำคัญเอง   ดูเถิด  หญิงสาวคนหนึ่งจะตั้งครรภ์   และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง   และเขาจะเรียกนามของท่านว่า   อิมมานูเอล

24 When Joseph woke from sleep, he did as the angel of the Lord commanded him: he took his wife,

24 ครั้นโยเซฟตื่นขึ้นก็กระทำตามคำซึ่งทูตของพระเจ้าสั่งนั้น   คือได้รับมารีย์มาเป็นภรรยา

25 but knew her not until she had given birth to a son. And he called his name Jesus.

25 แต่มิได้สมสู่กับเธอจนประสูติบุตรชายแล้ว   และโยเซฟเรียกนามของบุตรนั้นว่าเยซู

Mary Visits Elizabeth

มารีย์มาเยี่ยมเอลิซาเบธ

39 In those days Mary arose and went with haste into the hill country, to a town in Judah,

39 คราวนั้นมารีย์จึงรีบออกไปถึงเมืองหนึ่งในแถบภูเขาแห่งยูเดีย

40and she entered the house of Zechariah and greeted Elizabeth.

40 แล้วเข้าไปในเรือนของเศคาริยาห์ทักทายปราศรัยนางเอลีซาเบธ

41 And when Elizabeth heard the greeting of Mary, the baby leaped in her womb. And Elizabeth was filled with the Holy Spirit,

41 เมื่อนางเอลีซาเบธได้ยินคำปราศรัยของมารีย์   ทารกในครรภ์ของเขาก็ดิ้น   และนางเอลีซาเบธก็เต็มไปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์

42 and she exclaimed with a loud cry, “Blessed are you among women, and blessed is the fruit of your womb!

42 จึงร้องเสียงดังว่า   “ในบรรดาสตรีท่านได้รับพระพรมาก   และทารกในครรภ์ของท่านก็ได้รับพระพรด้วย

43 And why is this granted to me that the mother of my Lord should come to me?

43 เป็นไฉนข้าพเจ้าจึงได้ความโปรดปรานเช่นนี้   คือ   มารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าได้มาหาข้าพเจ้า

44 For behold, when the sound of your greeting came to my ears, the baby in my womb leaped for joy.

44 เพราะดูเถิด   พอเสียงปราศรัยของท่านเข้าหูข้าพเจ้า   ทารกในครรภ์ของข้าพเจ้าก็ดิ้นด้วยความยินดี

45 And blessed is she who believed that there would be a fulfillment of what was spoken to her from the Lord.”

45 สตรีที่ได้เชื่อก็เป็นสุข   เพราะว่าจะสำเร็จตามพระดำรัสจากพระเป็นเจ้าที่มาถึงเขา”

It was clear to Elizabeth that her younger cousin was pregnant with the Lord Jesus, it was also clear through the Holy Spirit to the baby John inside her, who leaped for joy when he heard Mary’s voice.  

เป็นที่ชัดเจนแก่เอลิซาเบธว่าญาติผู้น้องของเธอกำลังตั้งท้องพระเยซูเจ้า    มันก็เป็นที่ประจักษ์ด้วยว่าโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์มีทารกยอห์นภายในครรภ์ของเธอ   ผู้ที่กระโดดด้วยความดีใจเมื่อเขาได้ยินเสียงของมารีย์

Mary believed the angel Gabriel who told her she would have a son by the Holy Spirit and call His name Jesus for He would save people from their sin. 

มารีย์เชื่อว่าทูตสวรรค์กาเบรียลที่บอกว่าเธอจะมีบุตรโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์และเรียกนามท่านว่าเยซู  เพื่อเขาจะช่วยชีวิตผู้คนให้รอดจากบาปของเขา

Have you trusted Jesus yet as your Lord and Savior? 

คุณได้เชื่อไว้วางใจพระเยซูว่าทรงเป็นพระเจ้าและผู้ช่วยให้รอดของคุณหรือไม่

Acts กิจการ 16:31 31 And they said, “Believe in the Lord Jesus, and you will be saved, you and your household.”

31 เปาโลกับสิลาสจึงกล่าวว่า   “จงเชื่อและวางใจในพระเยซูเจ้า   และท่านจะรอดได้ทั้งครอบครัวของท่านด้วย”

Luke 1

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top