Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Thursday, December 8, 2016

 

Genesis 47 Jacob's Family Settles in Goshen

ปฐมกาลบทที่47ครอบครัวยาโคบอาศัยเมืองโกเชน

Jacob and his sons were shepherds, caring for sheep. 

ยาโคบและบุตรชายของเขาถูกเลี้ยงแกะ, ดูแลแกะ

The Egyptians didn’t like shepherds so they gave the people of Israel their own land outside of the main part of Egypt in an area called Goshen. 

ชาวอียิปต์ไม่ชอบเลี้ยงแกะจึงให้คนของอิสราเอลที่ดินของตนนอกส่วนหลักของอียิปต์ในพื้นที่ที่เรียกว่า เมืองโกเชน

The famine has become worse and worse, but God has a special place in Egypt for the people of Israel. 

ความอดอยากได้กลายเป็นแย่ลงและแย่ แต่พระเจ้าก็ทรงเป็นสถานที่พิเศษในอียิปต์สำหรับคนอิสราเอล

Joseph led his relatives to the land of Goshen and then got Pharaoh’s permission for them to stay there. 

โยเซฟนำญาติของเขาไปยังดินแดนของเชนและจากนั้นได้รับอนุญาตของฟาโรห์สำหรับพวกเขาจะอยู่ที่นั่น

Goshen is the best land in Egypt verses 1-6

เมืองโกเชนดินแดนดีที่สุดในประเทศอียิปต์ข้อที่1-6

1So Joseph went in and told Pharaoh, “My father and my brothers, with their flocks and herds and all that they possess, have come from the land of Canaan. They are now in the land of Goshen.”

1โยเซฟเข้าไปทูลฟาโรห์ว่า “บิดาและพี่น้องของข้าพระบาท   กับฝูงแพะแกะฝูงโคและทรัพย์สมบัติของเขาทั้งสิ้น มาจากแคว้นคานาอันแล้ว   เวลานี้อยู่ในเมืองโกเชน”

2And from among his brothers he took five men and presented them to Pharaoh.

2โยเซฟเลือกคนจากหมู่พี่น้องพาไปเฝ้าฟาโรห์

3Pharaoh said to his brothers, “What is your occupation?” And they said to Pharaoh, “Your servants are shepherds, as our fathers were.”

3ฟาโรห์ตรัสถามพี่น้องของโยเซฟว่า   “พวกเจ้าเคยทำมาหาเลี้ยงชีพอย่างไร”   เขาทูลฟาโรห์ว่า   “ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทเป็นผู้เลี้ยงแพะแกะ   ทั้งพวกข้าพระบาทและบรรพบุรุษของพวกข้าพระบาท”

4They said to Pharaoh, “We have come to sojourn in the land, for there is no pasture for your servants' flocks, for the famine is severe in the land of Canaan. And now, please let your servants dwell in the land of Goshen.”

4เขาทูลฟาโรห์อีกว่า   “พวกข้าพระบาทมาอาศัยอยู่ในแคว้นนี้   เพราะไม่มีทุ่งหญ้าจะเลี้ยงสัตว์ของข้าพระบาท ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาท   เพราะเหตุว่าในแคว้นคานาอันนั้นกันดารอาหารนัก   เหตุฉะนี้ขอโปรดให้ข้าพระบาทผู้รับใช้ของ ฝ่าพระบาทอาศัยอยู่ในเมืองโกเชนเถิด”

5Then Pharaoh said to Joseph, “Your father and your brothers have come to you.

5ฟาโรห์จึงตรัสแก่โยเซฟว่า   “บิดาและพี่น้องมาหาท่านแล้ว

6The land of Egypt is before you. Settle your father and your brothers in the best of the land. Let them settle in the land of Goshen, and if you know any able men among them, put them in charge of my livestock.”

6ท่านมีประเทศอียิปต์อยู่ต่อหน้า   ให้บิดาและพี่น้องของท่านตั้งหลักแหล่งอยู่ในดินแดนดีที่สุด   คือให้เขาอยู่ในเมืองโกเชน แล้วในพวกพี่น้องนั้น   ถ้าท่านเห็นผู้ใดเป็นคนสามารถ   จงตั้งผู้นั้นให้เป็นหัวหน้ากองเลี้ยงสัตว์ของเรา”  

The Pharaoh respected Joseph and was very grateful for him and Egyptians didn’t like shepherds in their city so it was perfect for the people of Israel to live in the good land of Goshen, God was providing for them.

ฟาโรห์ที่เคารพนับถือโยเซฟและถูกมากขอบคุณสำหรับเขาและชาวอียิปต์ไม่ชอบคนเลี้ยงแกะในเมืองของตนเองเพื่อให้มันเป็นที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนอิสราเอลที่อาศัยอยู่ในที่ดินที่ดีของกอสเชน, พระเจ้าทรงให้สำหรับพวกเขา

Jacob meets the Pharaoh verses 7-12

ยาโคบเข้าเฝ้าฟาโรห์ข้อที่7-12

7Then Joseph brought in Jacob his father and stood him before Pharaoh, and Jacob blessed Pharaoh.

7โยเซฟก็พายาโคบบิดาของท่านเข้าเฝ้าฟาโรห์   ยาโคบก็ถวายพระพรแก่ฟาโรห์

8And Pharaoh said to Jacob, “How many are the days of the years of your life?”

8ฟาโรห์จึงตรัสถามยาโคบว่า   “อายุท่านได้เท่าไร”

9And Jacob said to Pharaoh, “The days of the years of my sojourning are 130 years. Few and evil have been the days of the years of my life, and they have not attained to the days of the years of the life of my fathers in the days of their sojourning.”

9ยาโคบทูลตอบฟาโรห์ว่า   “ข้าพระบาทดำรงชีวิตร่อนเร่พเนจรนับได้ร้อยสามสิบปี   ชีวิตของข้าพระบาทสั้นและร้าย   ไม่เท่าอายุบรรพบุรุษของข้าพระบาทที่ดำรงชีวิตไปๆมาๆอยู่นั้น”

10And Jacob blessed Pharaoh and went out from the presence of Pharaoh.

10ยาโคบถวายพระพรแก่ฟาโรห์   แล้วทูลลาไปจากพระพักตร์ของฟาโรห์

11Then Joseph settled his father and his brothers and gave them a possession in the land of Egypt, in the best of the land, in the land of Rameses, as Pharaoh had commanded.

11ฝ่ายโยเซฟให้บิดาและบรรดาพี่น้องของตนอยู่ และถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศอียิปต์   ในดินแดนที่ดีที่สุด   คือในเมืองราเมเสส  ตามรับสั่งของฟาโรห์

12And Joseph provided his father, his brothers, and all his father's household with food, according to the number of their dependents.

12โยเซฟเลี้ยงดูบิดาและพวกพี่น้องรวมทั้งครอบครัวของบิดา   ให้มีอาหารรับประทานตามจำนวนคนในครอบครัว

Jacob was 130 years old when he came to Egypt and he lived there the last 17 years of his life. 

ยาโคบคืออายุ 130 ปีเมื่อเขามาถึงอียิปต์และเขาอาศัยอยู่ที่นั่นช่วง 17 ปีของชีวิต

Jacob gives God the glory when he speaks to the Pharaoh. 

ยาโคบให้เกียรติพระเจ้าเมื่อเขาพูดกับเขาได้

Joseph took care of all his relatives.  Then he also was a real blessing to the Pharaoh and the Egyptians. 

โยเซฟเอาความดูแลของญาติพี่น้องของเขาทั้งหมด แล้วเขายังเป็นพระพรจริงที่เขาและชาวอียิปต์

Because of Joseph the Pharaoh became quite rich with both money and land.

เพราะโยเซฟเขากลายค่อนข้างอุดมด้วยเงินและที่ดิน


Joseph sold food and bought land for the Pharaoh verses 13-27

โยเซฟขายอาหารให้แก่ประชาชนและซื้อที่ดินสำหรับฟาโรห์ข้อที่13-27

13Now there was no food in all the land, for the famine was very severe, so that the land of Egypt and the land of Canaan languished by reason of the famine.

13ครั้งนั้นทั่วแผ่นดินขาดอาหารเพราะการกันดารอาหารร้ายแรง   จนราษฎรอียิปต์และราษฎรคานาอันหิวโหยเพราะ การกันดารอาหาร

14And Joseph gathered up all the money that was found in the land of Egypt and in the land of Canaan, in exchange for the grain that they bought. And Joseph brought the money into Pharaoh's house.

14โยเซฟรวบรวมเงินทั้งหมดที่ได้จากการขาย ข้าวในอียิปต์และแคว้นคานาอัน   และนำเงินไปไว้ในราชวังฟาโรห์

15And when the money was all spent in the land of Egypt and in the land of Canaan, all the Egyptians came to Joseph and said, “Give us food. Why should we die before your eyes? For our money is gone.”

15เมื่อเงินในประเทศอียิปต์และแคว้นคานาอันหมดแล้ว   ชาวอียิปต์ทั้งปวงมากราบเรียนโยเซฟว่า   “ขออาหารให้พวกข้าพเจ้ารับประทานเถิด   เหตุใดพวกข้าพเจ้าจะต้องอดตายต่อหน้าท่าน เพราะเงินหมดเล่า”

16And Joseph answered, “Give your livestock, and I will give you food in exchange for your livestock, if your money is gone.”

16โยเซฟจึงบอกว่า   “ถ้าเงินหมดแล้ว จงเอาสัตว์ของเจ้ามาให้เรา   เราจะให้ข้าวแลกกับสัตว์”

17So they brought their livestock to Joseph, and Joseph gave them food in exchange for the horses, the flocks, the herds, and the donkeys. He supplied them with food in exchange for all their livestock that year.

17เขาก็นำสัตว์มาให้โยเซฟ   โยเซฟก็ให้อาหารแก่เขาแลกกับม้าแพะแกะโคและลา   ในปีนั้นท่านจ่ายอาหารแลกกับสัตว์ต่างๆของเขา

18And when that year was ended, they came to him the following year and said to him, “We will not hide from my lord that our money is all spent. The herds of livestock are my lord's. There is nothing left in the sight of my lord but our bodies and our land.

18เมื่อปีนั้นล่วงไปแล้ว เขาก็มาหาท่านในปีต่อไปกราบเรียนว่า   “พวกข้าพเจ้าขอบอกนายตามตรงว่า เงินของข้าพเจ้าหมดแล้ว   และฝูงสัตว์ของข้าพเจ้าก็เป็นของนายด้วย   ข้าพเจ้าไม่มีสิ่งใดเหลือต่อหน้าท่านเลย   เว้นแต่ตัวข้าพเจ้ากับที่ดินไร่นาเท่านั้น

19Why should we die before your eyes, both we and our land? Buy us and our land for food, and we with our land will be servants to Pharaoh. And give us seed that we may live and not die, and that the land may not be desolate.”

19เหตุใดข้าพเจ้าทั้งหลายจะต้องอดตายต่อหน้าท่านเล่า   ทั้งตัวข้าพเจ้ากับที่ดินของข้าพเจ้าด้วย   ขอท่านโปรดซื้อตัวข้าพเจ้ากับที่ดินไร่นาแลกกับอาหาร   ข้าพเจ้ากับที่ดินไร่นาจะเป็นทาสของฟาโรห์   ขอท่านโปรดให้พันธุ์ข้าวแก่ข้าพเจ้า   เพื่อข้าพเจ้าจะได้มีชีวิตต่อไปและไม่ตาย   และที่ดินก็จะไม่ร้างเปล่า”  

20So Joseph bought all the land of Egypt for Pharaoh, for all the Egyptians sold their fields, because the famine was severe on them. The land became Pharaoh's.

20โยเซฟก็ซื้อที่ดินทั้งหมดในอียิปต์ให้แก่ฟาโรห์   เพราะคนอียิปต์ทุกคนต้องขายไร่นาของตน   เนื่องจากการกันดารอาหารรุนแรงยิ่งนัก   เพราะฉะนั้นแผ่นดินจึงตกเป็นของฟาโรห์

21As for the people, he made servants of them from one end of Egypt to the other.

21ส่วนประชาชนอียิปต์นั้นโยเซฟให้เป็นทาสทั่วบ้านทั่วเมือง

22Only the land of the priests he did not buy, for the priests had a fixed allowance from Pharaoh and lived on the allowance that Pharaoh gave them; therefore they did not sell their land.

22เว้นแต่ที่ดินของพวกปุโรหิตเท่านั้นโยเซฟไม่ได้ซื้อ   เพราะปุโรหิตได้รับปันส่วนจากฟาโรห์   และดำรงชีวิตอาศัยตามส่วนที่ฟาโรห์พระราชทาน   เหตุฉะนี้เขาจึงไม่ได้ขายที่ดินของเขา

23Then Joseph said to the people, “Behold, I have this day bought you and your land for Pharaoh. Now here is seed for you, and you shall sow the land.

23โยเซฟชี้แจงแก่ประชาชนทั้งปวงว่า   “ดูเถิด   วันนี้เราซื้อตัวพวกเจ้ากับที่ดินของเจ้าให้เป็นของหลวงแล้ว   นี่เราจะให้พันธุ์ข้าวแก่พวกเจ้า   เอาไปหว่านเถิด

24And at the harvests you shall give a fifth to Pharaoh, and four fifths shall be your own, as seed for the field and as food for yourselves and your households, and as food for your little ones.”

24เมื่อได้ผลแล้วจงถวายส่วนหนึ่งในห้าส่วนแก่ฟาโรห์   เก็บสี่ส่วนไว้เป็นของตน   สำหรับใช้เป็นพันธุ์ข้าวบ้าง   เป็นอาหารสำหรับเจ้าและครอบครัวกับเด็กเล็กบ้าง”

25And they said, “You have saved our lives; may it please my lord, we will be servants to Pharaoh.”

25คนทั้งหลายก็ตอบว่า “ท่านช่วยชีวิตข้าพเจ้าไว้   ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้รับความเมตตาจากนายเถิด   ข้าพเจ้าทั้งหลายยอมเป็นทาสของฟาโรห์”

26So Joseph made it a statute concerning the land of Egypt, and it stands to this day, that Pharaoh should have the fifth; the land of the priests alone did not become Pharaoh's.

26โยเซฟตั้งเป็นกฎหมายในประเทศอียิปต์ตราบเท่าทุกวันนี้ว่า   ให้ฟาโรห์ได้ส่วนหนึ่งในห้าส่วน   เว้นแต่ที่ดินของปุโรหิตเท่านั้นไม่ตกเป็นของฟาโรห์

27Thus Israel settled in the land of Egypt, in the land of Goshen. And they gained possessions in it, and were fruitful and multiplied greatly.

27พวกอิสราเอลอาศัยอยู่ในประเทศอียิปต์   ณ เมืองโกเชน   เขายึดที่ดินเป็นของเขาและมีลูกหลานทวีขึ้นมากมาย


Jacob is buried in Hebron verses 28-31

ยาโคบต้องการถูกฝังไว้ในเฮโบรนข้อที่28-31

28And Jacob lived in the land of Egypt seventeen years. So the days of Jacob, the years of his life, were 147 years.

28ยาโคบมีชีวิตอยู่ในแผ่นดินอียิปต์สิบเจ็ดปี   รวมอายุยาโคบได้ร้อยสี่สิบเจ็ดปี  

29And when the time drew near that Israel must die, he called his son Joseph and said to him, “If now I have found favor in your sight, put your hand under my thigh and promise to deal kindly and truly with me. Do not bury me in Egypt,

29อิสราเอลเมื่อใกล้จะสิ้นชีพจึงเรียกโยเซฟบุตรชายมาสั่งว่า   “ถ้าเจ้ายังนับถือเรา   ขอให้เอามือเจ้าวางไว้ใต้ขาอ่อนของเรา   และสัญญาว่าจะประพฤติด้วยความภักดีและสัตย์ซื่อต่อเรา   คืออย่าฝังศพเราไว้ในอียิปต์

30but let me lie with my fathers. Carry me out of Egypt and bury me in their burying place.” He answered, “I will do as you have said.”

30เมื่อเราล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของเราแล้ว   จงนำเราออกจากอียิปต์ไปฝังไว้   ณ ที่ฝังศพบิดาเราเถิด'   โยเซฟก็สัญญาว่า   “ข้าพเจ้าจะกระทำตามที่ท่านสั่ง”

31And he said, “Swear to me”; and he swore to him. Then Israel bowed himself upon the head of his bed.

31อิสราเอลจึงบอกว่า “จงสาบานตัวให้เราด้วย”   โยเซฟก็สาบานให้บิดา   แล้วอิสราเอลก็กราบลงที่บนหัวนอน

Jacob was acting in faith remembering the promises made to Abraham his grandfather, Isaac his father and to him.  So like them he wanted to be buried in the Promised Land. 

ยาโคบทำหน้าที่ในความเชื่อจดจำสัญญาทำกับอับราฮัมเขาปู่พ่อและอิสหากเขาเขา เพื่อต้องการให้เขาต้องการที่จะฝังในแผ่นดินสัญญาไว้

Hebrews ฮีบรู11:9-10 9By faith he went to live in the land of promise, as in a foreign land, living in tents with Isaac and Jacob, heirs with him of the same promise. 

ฮีบรู11:9-109เพราะความเชื่อของท่าน   ท่านได้พำนักในแผ่นดินซึ่งพระเจ้าทรงสัญญาไว้นั้น   คือได้พำนักในเต็นท์เป็นคนต่างด้าว   ดังอิสอัคและยาโคบซึ่งเป็นทายาทด้วยกัน   ตามพระสัญญาอันเดียวกันนั้น

10For he was looking forward to the city that has foundations, whose designer and builder is God.

10ท่านได้เฝ้ารอคอยนครที่ตั้งบนรากฐาน   ซึ่งพระเจ้าทรงเป็นนายช่างและทรงเป็นผู้สร้าง

Our hope is not the Promised Land but to be caught up to meet the Lord in the air and to live forever with Him.

หวังว่าเราจะไม่สัญญาที่ดิน แต่ถูกจับขึ้นเพื่อตอบสนองพระเจ้าในอากาศและชีวิตอยู่ตลอดไปกับพระองค์

I Thessalonians 1 เธสะโลนิกา 4:17 Then we who are alive, who are left, will be caught up together with them in the clouds to meet the Lord in the air, and so we will always be with the Lord.

1 เธสะโลนิกา4:17หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่   จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น   และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ   อย่างนั้นแหละ   เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์

www.gotquestions.org/Thai

Genesis 47

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top