Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, March 23, 2016

 

Matthew มัทธิวบทที่ 2

Matthew 2 The Visit of the Wise Men

มัทธิวบทที่2 การมาเยือนของโหราจารย์

          We learned from the first chapter of Matthew that Jesus is a descendant legally of Abraham and David, that He is the messiah, Immanuel – God with us. 

เราได้เรียนรู้จากพระธรรมมัทธิวบทแรกแล้วว่า  พระเยซูทรงเป็นเชื้อสายถูกต้องตามกฎหมายของอับราฮัมและดาวิด  และว่าทรงเป็นพระเมสสิยาห์ - พระเจ้าทรงอยู่กับเรา

We learned that Jesus was miraculously born of the virgin Mary in Bethlehem.  She was engaged to Joseph but the Holy Spirit came upon her and she then bore the Son of God. 

เราได้เรียนรู้ว่าพระเยซูทรงบังเกิดอย่างปาฏิหาริย์โดยทางนางมารีย์ในเบธเลเฮ็ม   นางเป็นคนที่ได้หมั้นหมายกับโยเซฟ  แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาประทับบนนางและนางก็

ให้กำเนิดพระบุตรของพระเจ้า

Matthew 2:1-8 (NASB)

1Now after Jesus was born in Bethlehem of Judea in the days of Herod the king, magi from the east arrived in Jerusalem, saying,

มัทธิว 2:1-8 (THSV11)

1พระเยซูได้ทรงบังเกิดที่บ้านเบธเลเฮมแคว้นยูเดียในรัชกาลของกษัตริย์เฮโรด ภายหลังมีพวกนักปราชญ์จากทิศตะวันออกมายังกรุงเยรูซาเล็ม ถามว่า

2“Where is He who has been born King of the Jews? For we saw His star in the east and have come to worship Him.”

2“พระกุมารผู้ที่ทรงบังเกิดมาเป็นกษัตริย์ของชนชาติยิวนั้นอยู่ที่ไหน? เราได้เห็นดาวของท่านทางทิศตะวันออก และเราจึงมาเพื่อจะนมัสการท่าน

3When Herod the king heard this, he was troubled, and all Jerusalem with him.

3 เมื่อกษัตริย์เฮโรดทรงได้ยินดังนั้นแล้ว ก็วุ่นวายพระทัย ทั้งชาวกรุงเยรูซาเล็มก็พลอยวุ่นวายใจไปด้วย

4Gathering together all the chief priests and scribes of the people, he inquired of them where the Messiah was to be born.

4แล้วท่านทรงให้ประชุมพวกหัวหน้าปุโรหิตกับพวกธรรมาจารย์ของประชาชน แล้วก็ตรัสถามพวกเขาว่า “พระคริสต์จะทรงบังเกิดที่ไหน

5They said to him, “In Bethlehem of Judea; for this is what has been written by the prophet:

5พวกเขาทูลว่า “ที่บ้านเบธเลเฮมแคว้นยูเดีย เพราะว่าผู้เผยพระวจนะได้เขียนไว้ ดังนี้ว่า

6‘AND YOU, BETHLEHEM, LAND OF JUDAH, ARE BY NO MEANS LEAST AMONG THE LEADERS OF JUDAH; FOR OUT OF YOU SHALL COME FORTH A RULER WHO WILL SHEPHERD MY PEOPLE ISRAEL.’” [a quote of Micah 5:2]

6 ‘บ้านเบธเลเฮม ในแผ่นดินยูเดียจะไม่เป็นบ้านที่เล็กน้อยที่สุดในสายตาของพวกผู้ครองแผ่นดินยูเดียเพราะว่าเจ้านายองค์หนึ่งจะออกมาจากท่านผู้ซึ่งจะครอบครองอิสราเอล ชนชาติของเรา’ ”[คำพูดของมิคาห์ 5: 2]

7Then Herod secretly called the magi and determined from them the exact time the star appeared.

7แล้วเฮโรดจึงทรงเชิญพวกนักปราชญ์เข้ามาอย่างลับๆ ทรงสอบถามพวกเขาจนได้ความถี่ถ้วนถึงเวลาที่ดาวนั้นได้ปรากฏขึ้น

8And he sent them to Bethlehem and said, “Go and search carefully for the Child; and when you have found Him, report to me, so that I too may come and worship Him.”

8แล้วท่านทรงให้พวกนักปราชญ์ไปยังบ้านเบธเลเฮมรับสั่งว่า “จงไปค้นหาพระกุมารนั้นเถิด เมื่อพบแล้วจงกลับมาแจ้งแก่เราเพื่อเราจะไปนมัสการท่านด้วย”

 

         King Herod was a very evil man and felt threatened, that the baby Jesus would take his place.   So he wanted to kill Jesus, not worship Him.

กษัตริย์เฮโรดเป็นคนชั่วร้ายมากและรู้สึกผวาหวาดกลัวว่า ทารกน้อยเยซูจะมาเป็นกษัตริย์แทนที่พระองค์   ดังนั้นพระองค์จึงอยากจะฆ่าพระเยซู ไม่ใช่นมัสการพระองค์

 

Matthew 2:9 (NASB) After hearing the king, they went their way; and the star, which they had seen in the east, went on before them until it came and stood over the place where the Child was.

มัทธิว 2:9 (THSV11) พวนักปราชญ์จึงไปตามรับสั่ง และดาวซึ่งพวกเขาได้เห็นทางทิศตะวันออกนั้นได้นำหน้าพวกเขาไป จนมาหยุดอยู่เหนือสถานที่ซึ่งพระกุมารอยู่นั้น

 

         Sometimes there is some confusion about this story at Christmas because you will see wise men in the stable in a nativity scene. 

บางครั้งมีความสับสนเกี่ยวกับเรื่องราวคริสตมาสนี้    เพราะคุณจะเห็นโหราจารย์ในโรงวัวในเหตุการณ์ตอนประสูติ

But really it should only be Mary, Joseph, the Baby Jesus and the shepherds. 

แต่แท้จริงมันควรจะเป็นเพียงนางมารีย์ โยเซฟ  พระกุมารเยซูและคนเลี้ยงแกะ

By the time the wise men had arrived, Joseph and Mary had moved out of the stable and had moved into a house in Bethlehem.  

เมื่อถึงเวลาที่โหราจารย์ได้เดินทางมาถึงนั้น    โยเซฟและมารีย์ได้ย้ายออกจากโรงวัวและเข้ามาอยู่ในบ้านที่เบธเลเฮมแล้ว

They arrived perhaps a year or as much as two years later.

บางทีพวกเขาอาจมาถึงในหนึ่งปีหรืออย่างมากก็เท่ากับสองปีต่อมา

When the wise men finally arrived and they found the young child, by this time Jesus was probably walking around and saying a few words.

เมื่อในที่สุดโหราจารย์มาถึงที่นั่น    และพวกเขาได้พบพระกุมารน้อย    อาจเป็นเวลาที่พระเยซูกำลังทรงดำเนินไปรอบ ๆ และตรัสได้ไม่กี่คำ

 

Matthew 2:10-11 (NASB)

10When they saw the star, they rejoiced exceedingly with great joy.

10เมื่อพวกนักปราชญ์ได้เห็นดาวนั้นแล้วก็มีความยินดียิ่งนัก

11After coming into the house they saw the Child with Mary His mother; and they fell to the ground and worshiped Him. Then, opening their treasures, they presented to Him gifts of gold, frankincense, and myrrh.

11เมื่อเข้าไปในบ้านก็พบพระกุมารกับนางมารีย์มารดา จึงก้มลงนมัสการพระกุมารนั้น แล้วเปิดหีบสมบัติของพวกเขาและถวายเครื่องบรรณาการแด่พระกุมาร คือ ทองคำ กำยาน และมดยอบ

 

Rather unusual gifts to give a baby – gold for a king, frankincense for worship, and myrrh used usually for anointing the dead for burial. 

แต่ของขวัญที่ไม่ธรรมดาเพื่อถวายแด่พระกุมาร – ทองคำสำหรับกษัตริย์  กำยานสำหรับถวายเครื่องบูชาและไม้หอมมักจะใช้สำหรับการเจิมคนตายเวลาฝังศพ

But this Baby is King of Kings, worthy of all worship and praise and He had come to die for us, so that we can have eternal life and forgiveness of our sins. 

แต่พระกุมารนี้ทรงเป็นจอมกษัตริย์แห่งกษัตริย์ทั้งหลาย   ทรงสมควรที่ทุกคนนมัสการและสรรเสริญ    และพระองค์ได้เสด็จมาสิ้นพระชนม์แทนเรา   เพื่อให้เราสามารถมีชีวิตนิรันดร์และทรงให้อภัยบาปแก่เรา

               

The flight to Egypt

การหลบหนีไปยังประเทศอียิปต์

Matthew 2:12-15 (NASB)

12And having been warned by God in a dream not to return to Herod, the magi left for their own country by another way.

มัทธิว 2:12-15 (THSV11)12แล้วพวกนักปราชญ์ได้รับคำเตือนในความฝัน ไม่ให้กลับไปเฝ้าเฮโรด พวกเขาจึงกลับไปยังเมืองของพวกตนทางอื่น

13Now when they had gone, behold, an angel of the Lord appeared to Joseph in a dream and said, “Get up! Take the Child and His mother and flee to Egypt, and remain there until I tell you; for Herod is going to search for the Child to destroy Him.”

13เมื่อพวกเขาไปแล้วก็มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้มาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันแล้วบอกว่า “จงลุกขึ้นพาพระกุมารกับมารดาหนีไปประเทศอียิปต์ และคอยอยู่ที่นั่นจนกว่าเราจะบอกเจ้า เพราะว่าเฮโรดจะแสวงหาพระกุมาร เพื่อจะประหารชีวิตเสีย”

14So Joseph got up and took the Child and His mother while it was still night, and left for Egypt.

14ในเวลากลางคืนโยเซฟจึงลุกขึ้น พาพระกุมารกับมารดาไปยังประเทศอียิปต์

15He remained there until the death of Herod. This was to fulfill what had been spoken by the Lord through the prophet: “OUT OF EGYPT I CALLED MY SON.”

15และได้อยู่ที่นั่นจนเฮโรดสิ้นพระชนม์ ทั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งได้ตรัสผ่านทางผู้เผยพระวจนะว่า เราได้เรียกบุตรของเราให้ออกมาจากอียิปต์

           

Matthew again and again is showing that these aspects of the life of Christ were a fulfillment of prophecy. 

            ครั้งแล้วครั้งเล่ามัทธิวกำลังแสดงให้เห็นประเด็นเหล่านี้ในชีวิตของพระคริสต์ว่าเป็นการทำให้คำพยากรณ์สำเร็จครบถ้วน

Interesting thing about biblical prophecies, they often have an immediate meaning or fulfillment and a future meaning; so this verse refers both to the nation of Israel historically coming out of Egyptian slavery and then a future prophecy of Jesus coming out of Egypt.

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์     สิ่งเหล่านี้มักจะมีความหมายที่ส่งผลโดยตรง   หรือการการทำให้สำเร็จครบถ้วนและความหมายในอนาคต; ดังนั้นพระคัมภีร์ข้อนี้หมายถึงทั้งประเทศอิสราเอลในประวัติศาสตร์   ที่ออกจากการเป็นทาสในอียิปต์      แล้วคำทำนายอนาคตของพระเยซูที่เสด็จออกจากประเทศอียิปต์

Herod Kills the Children

เฮโรดทรงประหารเด็กๆ

Matthew 2:16 (NASB) Then when Herod saw that he had been tricked by the magi, he became very enraged, and sent and slew all the male children who were in Bethlehem and all its vicinity, from two years old and under, according to the time which he had determined from the magi.

มัทธิว 2:16 (THSV11) เมื่อเฮโรดทรงเห็นว่าพวกนักปราชญ์หลอกท่านก็กริ้วยิ่งนัก จึงทรงสั่งคนไปฆ่าเด็กผู้ชายทั้งหมดในบ้านเบธเลเฮม และในบริเวณใกล้เคียงที่มีอายุตั้งแต่สองขวบลงมา โดยนับเวลาตามที่ท่านทรงทราบจากพวกนักปราชญ์

 

          The wise men told Herod when they first saw the star and that's why he killed the children two years old and under, because they had first seen the star some two years earlier, which again shows Christ was not a baby in a manger when the wise men arrived.

โหราจารย์ทูลบอกเฮโรดครั้งแรกเมื่อพวกเขาเห็นดวงดาว  และนั่นคือเหตุผลที่ว่าพระองค์ทรงประหารเด็กๆ อายุสองปีและต่ำกว่าลงมา  เพราะพวกเขาได้เห็นดาวเป็นครั้งแรกเมื่อสองปีก่อนหน้า   ซึ่งแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าพระคริสต์ไม่ได้ทรงเป็นทารกน้อยในรางหญ้าเมื่อโหราจารย์เดินทางมาถึง

Matthew 2:17-18 (NASB)

17 Then what had been spoken through Jeremiah the prophet was fulfilled:

17ครั้งนั้นก็สำเร็จตามพระวจนะที่ตรัสผ่านทางเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะว่า

18 “A VOICE WAS HEARD IN RAMAH, WEEPING AND GREAT MOURNING, RACHEL WEEPING FOR HER CHILDREN; AND SHE REFUSED TO BE COMFORTED, BECAUSE THEY WERE NO MORE.” [a quote and fulfillment of Jeremiah 31:15]

18 “ได้ยินเสียงในหมู่บ้านรามาห์เป็นเสียงโอดครวญและร่ำไห้เสียงดังคือนางราเชลร้องไห้คร่ำครวญเพราะบรรดาบุตรของตนนางไม่รับฟังคำปลอบใจ เพราะบุตรทั้งหลายไม่อยู่แล้ว” นี่คือคำที่ยกมาอ้างและการทำให้สำเร็จครบถ้วนในเยเรมีย์ 31:15

 

Rachel, the wife of Jacob died there just on the outskirts of Bethlehem and her tomb is there at Bethlehem.

แท้จริงราเชลภรรยาของยาโคบเสียชีวิตก่อนเข้าเขตชานเมืองของเบธเลเฮม และศพของนางก็ถูกฝังไว้ที่นั่น

 She died in childbirth at the birth of Benjamin.

นางเสียชีวิตในการคลอดบุตรชายที่ชื่อว่าเบนยามิน

 

The Return to Nazareth

การกลับไปบ้านที่เมืองนาซาเร็ธ

Matthew 2:19-23 (NASB)

19But when Herod died, behold, an angel of the Lord appeared in a dream to Joseph in Egypt, and said,

มัทธิว 2:19-23 (THSV11)

19เมื่อเฮโรดสิ้นพระชนม์แล้ว ทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันที่ประเทศอียิปต์ สั่งว่า

20“Get up, take the Child and His mother, and go into the land of Israel; for those who sought the Child’s life are dead.”

20“จงลุกขึ้นพาพระกุมารกับมารดามายังแผ่นดินอิสราเอล เพราะพวกที่เป็นภัยต่อชีวิตของพระกุมารนั้นตายแล้ว”

21So Joseph got up, took the Child and His mother, and came into the land of Israel.

21โยเซฟจึงลุกขึ้นพาพระกุมารกับมารดามายังแผ่นดินอิสราเอล

22But when he heard that Archelaus was reigning over Judea in place of his father Herod, he was afraid to go there. Then after being warned by God in a dream, he left for the regions of Galilee,

22แต่เมื่อได้ยินว่าอารเคลาอัสครอบครองแคว้นยูเดียแทนเฮโรดผู้เป็นพระบิดา เขาก็ไม่กล้าไปที่นั่น และเมื่อได้รับคำเตือนในความฝัน จึงเลยไปยังแคว้นกาลิลี

23 and came and lived in a city called Nazareth. This was to fulfill what was spoken through the prophets: “He shall be called a Nazarene.”

23ไปอาศัยในเมืองหนึ่งชื่อนาซาเร็ธ เพื่อจะสำเร็จตามพระวจนะ ซึ่งตรัสผ่านทางผู้เผยพระวจนะว่าท่านจะได้ชื่อว่าชาวนาซาเร็ธ

 

Nazareth means branch, so some have connected this verse to the prophecy of Isaiah.   Jesse was the father of King David.

นาซาเร็ธ หมายถึงกิ่งก้านสาขา ดังนั้นบางคนได้เชื่อมโยงข้อนี้กับคำพยากรณ์ของอิสยาห์เจสซีเป็นบิดาของกษัตริย์ดาวิด

 

Isaiah 11:1-5

1 There shall come forth a shoot from the stump of Jesse, and a branch from his roots shall bear fruit.

อิสยาห์11:1-5

1จะมีหน่อหนึ่งแตกออกจากตอของเจสซี   และกิ่งหนึ่งที่งอกจากรากของเขานั้นจะเกิดผล

2 And the Spirit of the LORD shall rest upon him, the Spirit of wisdom and understanding, the Spirit of counsel and might, the Spirit of knowledge and the fear of the LORD

2 และพระวิญญาณของพระยาห์เวห์จะทรงอยู่บนท่านคือพระวิญญาณแห่งปัญญาและความเข้าใจพระวิญญาณแห่งคำปรึกษาและอานุภาพพระวิญญาณแห่งความรู้และความยำเกรงพระยา

3 And his delight shall be in the fear of the LORD He shall not judge by what his eyes see,or decide disputes by what his ears hear,

3ความชื่นชอบของท่านคือความยำเกรงพระยาห์เวห์ท่านจะไม่พิพากษาตามสิ่งที่ตาท่านได้เห็น

หรือตัดสินตามสิ่งที่หูท่านได้ยิน

4 but with righteousness he shall judge the poor, and decide with equity for the meek of the earth; and he shall strike the earth with the rod of his mouth, and with the breath of his lips he shall kill the wicked.

4 แต่ท่านจะพิพากษาคนจนด้วยความชอบธรรมและตัดสินให้กับคนต่ำต้อยของแผ่นดินด้วยความเที่ยงธรรม

ท่านจะตีแผ่นดินโลกด้วยตะบองจากปากของท่านและท่านจะประหารคนอธรรมด้วยลมจากริมฝีปากท่าน

5 Righteousness shall be the belt of his waist, and faithfulness the belt of his loins.

5 ความชอบธรรมจะเป็นสายคาดเอวของท่าน

และความซื่อสัตย์จะเป็นผ้าคาดที่บั้นเอวของท่าน

 

The prophet Zechariah also wrote about the Branch. 

ผู้เผยพระวจนะเศคาริยาห์ได้ยังเขียนเกี่ยวกับพระอังกูร

 

Zechariah 3:8 Hear now, O Joshua the high priest, you and your friends who sit before you, for they are men who are a sign: behold, I will bring my servant the Branch.

เศคาริยาห์ 3:8 โอ โยชูวามหาปุโรหิต จงฟังเถิด ทั้งเจ้าและพวกสหายของเจ้าผู้ที่นั่งอยู่ข้างหน้าเจ้า เพราะคนเหล่านี้เป็นลางดี นี่แน่ะ เราจะนำผู้รับใช้ของเรามา คือพระอังกูร

 

Several men in both the Old and New Testaments took Nazarite vows – the judge Samson, John the Baptist and the apostle Paul.   

ผู้ชายหลายคนทั้งในพันธสัญญาเดิมและใหม่ได้ถือปฏิญาณตนเป็นนาศีร์– ได้แก่ผู้วินิจฉัยแซมสัน   ยอห์น แบ๊บติสท์ และอัครทูตเปาโล

People from Nazareth were often despised, so there is possible connection to Isaiah

ผู้คนที่มาจากเมืองนาซาเร็ธถูกดูหมิ่นบ่อยๆ  จึงเป็นไปได้ที่มีการเชื่อมโยงกับอิสยาห์

Isaiah 53:1-3 (ESV)

1 Who has believed what they heard from us?  And to whom has the arm of the LORD been revealed?

อิสยาห์ 53:1-3 (THSV11)

1 ใครเล่าจะเชื่อสิ่งที่เราป่าวประกาศ?    พระกรของพระยาห์เวห์ทรงสำแดงแก่ผู้ใด?

2 For he grew up before him like a young plant, and like a root out of dry ground; he had no form or majesty that we should look at him, and no beauty that we should desire him.

2 เพราะท่านเจริญขึ้นเฉพาะพระพักตร์พระองค์อย่างต้นอ่อน   และเหมือนรากที่แตกหน่อมาจากพื้นดินแห้งแล้ง

ท่านไม่มีความงามหรือความสง่าที่จะให้พวกเรามองดู   และไม่มีรูปลักษณ์ซึ่งจะให้เราพึงปรารถนา

3 He was despised and rejected by men; a man of sorrows, and acquainted with grief; and as one from whom men hide their faces he was despised, and we esteemed him not.

3 ท่านถูกดูหมิ่นและถูกทอดทิ้ง  เป็นคนที่รับความเจ็บปวด และคุ้นเคยกับความทุกข์ยาก

และเป็นดั่งผู้ซึ่งคนทั้งหลายหันหน้าหนี   ท่านถูกดูหมิ่น และเราไม่ได้นับถือท่าน

John 1:46 (ESV) Nathanael said to him, “Can anything good come out of Nazareth?” Philip said to him, “Come and see.”

ยอห์น1:46(THSV11) นาธานาเอลถามเขาว่า “สิ่งดีๆ จะมาจากนาซาเร็ธได้หรือฟีลิปตอบว่า “มาดูเถอะ”

 

           Although Bethlehem was the place of His birth, Nazareth was the place where Jesus had lived until He began His public ministry, and therefore He is said to be “of Nazareth.”
            แม้ว่าเบธเลเฮมเป็นสถานที่ประสูติของพระองค์   เมืองนาซาเร็ธเป็นสถานที่ที่พระเยซูทรงมีชีวิตอยู่จนกระทั่งทรงเริ่มพระราชกิจต่อสาธารณชน   และดังนั้นผู้คนจึงเรียกพระองค์ว่า "ชาวนาซาเร็ธ"

The wise men, were wise indeed, to come and search for the Lord Jesus to worship Him. 

โหราจารย์ฉลาดแน่นอนที่ได้มาเข้าเฝ้าพระเยซูเพื่อที่จะนมัสการพระองค์

Wise people today still seek the Lord.  Are you seeking to know Him more?  Are you helping to make Him known to others? 

ผู้คนที่ฉลาดทุกวันนี้ยังคงแสวงหาพระเจ้า คุณกำลังพยายามที่จะรู้จักพระองค์มากขึ้นหรือเปล่า   คุณกำลังช่วยกันทำให้พระองค์เป็นที่รู้จักแก่คนอื่นๆ หรือเปล่า

The Gospel or Good News is God loves you.

ข่าวประเสริฐหรือข่าวดีก็คือพระเจ้าทรงรักคุณ

 

John 3:16 (ESV) For God so loved the world that he gave his only Son that whoever believes in him should not perish but have eternal life.

ยอห์น 3:16 (THSV11)พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

Romans 3:23 (ESV) For all have sinned and fallen short of the glory of God

โรม3:23 (THSV11)เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า

Romans 6:23 (ESV) For the wages of sin is death, but the gift of God is eternal life through Jesus Christ our Lord.

โรม 6:23(THSV11)เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

That gift must be received.

ของขวัญที่ต้องได้รับ

John 1:12 (ESV) But as many as received him to them gave he power to become the children of God, even to them that believe on his name.

ยอห์น1:12 (THSV11) แต่ทุกคนที่ยอมรับพระองค์ คือคนที่เชื่อในพระนามของพระองค์นั้น พระองค์ก็จะประทานสิทธิให้เป็นลูกของพระเจ้า

Jesus, the perfect Son of God, died for us on the cross and came alive again.

พระเยซูคริสต์พระบุตรที่สมบูรณ์แบบของพระเจ้าทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราบนไม้กางเขนและทรงพระชนม์อีกครั้ง

1 Corinthians 15:3-4 (ESV)

3For I delivered to you as of first importance what I also received: that Christ died for our sins in accordance with the Scriptures, _

1โครินธ์ 15:3-4 (THSV11)

 3เพราะว่าข้าพเจ้าได้มอบเรื่องสำคัญที่สุดที่ได้รับมานั้นแก่พวกท่านคือพระคริสต์วายพระชนม์เพราะบาปของเรา ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์

4that he was buried, that he was raised on the third day in accordance with the Scriptures,

4และทรงถูกฝังไว้ แล้ววันที่สามพระองค์ทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมา ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์

 

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14 copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า  คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 1 พระธรรมมัทธิว1-14 ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถดูได้ที่ Amazon.com ในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษ)

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers. Used by permission. All rights reserved 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

Scripture quotations from the New American Standard Bible® (NASB), Copyright © 1960, 1962, 1963, 1968, 1971, 1972, 1973, 1975, 1977, 1995 by The Lockman Foundation Used by permission. www.Lockman.org   ข้อเสนอจากพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับใหม่ (NASB) ลิขสิทธิ์ © 1960, 1962, 1963, 1968, 1971, 1972, 1973, 1975, 1977, 1995 โดย The Lockman Foundation ใช้โดยได้รับอนุญาต www.Lockman.org  

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์© 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

 

Matthew 2

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top