Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, March 25, 2016

 

Matthew 4 Temptation of Jesus

มัทธิวบทที่ 4 การทดลองพระเยซู

 

We learned last time about John the Baptist and Jesus being baptized by him. 

สัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับยอห์น ผู้ให้บัพติสมาและพระเยซูทรงรับบัพติมาโดยท่าน

Today we are talking about Jesus being tempted. 

วันนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องที่พระเยซูทรงถูกทดลอง

Did you know that even Jesus was tempted? 

คุณรู้ไหมว่าแม้แต่พระเยซูก็ทรงถูกทดลอง

In what ways are you tempted?   

คุณถูกทดลองด้วยวิธีใดหรือ

People are tempted in different ways depending on their gender, and their temperament also their background.   

ผู้คนถูกทดลองในรูปแบบแตกต่างกัน  ขึ้นอยู่กับเพศและอารมณ์ของพวกเขา รวมทั้งภูมิหลังของพวกเขาด้วย

Some people are naturally quite and easy going, others worry or get angry quickly.   

บางคนค่อนข้างรับได้สบายๆ ตามปกติ   คนอื่น ๆ กลับกังวลหรือโกรธเร็ว

So while one person may be tempted to drink and get drunk another is not tempted by that at all. 

ดังนั้นในขณะที่คนหนึ่งอาจถูกล่อลวงไปดื่มจนเมา   อีกคนอาจไม่ได้ถูกทดลองอย่างนั้นเลย

One person might be tempted to be mean and angry toward others or use their authority in wrong ways, whereas another person is not tempted by that all.    

คนหนึ่งอาจถูกทดลองให้ใจร้ายใจดำและโกรธผู้อื่น   หรือใช้สิทธิอำนาจของพวกเขาในทางที่ผิด  ในขณะที่อีกคนไม่ได้ถูกทดลองอย่างนั้นเลย

Someone might be tempted to be very lazy or another to work so hard that he neglects other people or responsibilities.    

บางคนอาจถูกทดลองให้ขี้เกียจมาก  หรืออีกคนต้องทำงานหนักมากจนเขาละเลยต่อคนอื่นๆ หรือความรับผิดชอบ

Men are generally more tempted to misbehave sexually than women are. 

โดยปกติผู้ชายมักจะถูกล่อลวงใจให้ประพฤติผิดทางเพศมากกว่าผู้หญิง

People are tempted to cheat on their taxes, cheat on the school work and other writing, and take short cuts in their driving or drive in the wrong direction. 

ผู้คนถูกทดลองให้โกงภาษีของพวกเขา   โกงที่ทำงานในโรงเรียน  และงานเขียนอื่น และขับรถลัดเส้นทาง  หรือขับรถผิดทาง

So we are tempted frequently in many areas differently from one another. 

ดังนั้นเราถูกล่อลวงบ่อยครั้งแตกต่างกันหลายด้านซึ่งกันและกัน

But also we have many common temptations and can help one another resist those temptations. 

แต่เรายังพบการทดลองเหมือนกันหลายด้านด้วย  และสามารถช่วยให้อีกคนทนได้ต่อการทดลองเหล่านั้น

Nelson’s Bible Dictionary defines temptation as “an enticement or invitation to sin, with the implied promise of greater good to be derived from following the way of disobedience.”

พจนานุกรมพระคัมภีร์ฉบับเนลสันกำหนดความหมายคำว่าการทดลองว่า "สิ่งล่อใจหรือการเชิญชวนให้ทำบาป   พร้อมกับคำสัญญาโดยมีนัยว่าจะได้รับผลดีมากจากการทำตามวิธีไม่เชื่อฟัง"

Resisting temptation begins with knowing where it is coming from. 

การต่อต้านการทดลองเริ่มต้นโดยทราบว่ามันมาจากที่ใด

Many temptations come from Satan. 

การทดลองมากมายมาจากซาตาน

 

In Matthew 4:3 (NASB) Satan is called the tempter. 

ในมัทธิว 4.3 ซาตานได้ฉายาว่าผู้ผจญ

 

And the tempter came and said to Him, “If You are the Son of God, command that these stones become bread.

ส่วนผู้ทดลองมาหาพระองค์ทูลว่า “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นขนมปัง

 

Paul was concerned that some people in the church in Thessalonica had given into temptation and perhaps gone away from the faith. 

เปาโลเป็นห่วงว่าสมาชิกบางคนที่คริสตจักรในเมืองเธสะโลนิกาได้ยอมแพ้ต่อการทดลอง  และบางทีถอยห่างจากความเชื่อของเขาไป

 

1 Thessalonians 3:5 (ESV) For this reason, when I could bear it no longer, I sent to learn about your faith, for fear that somehow the tempter had tempted you and our labor would be in vain.

1 เธสะโลนิกา 3:เพราะเหตุนี้ เมื่อข้าพเจ้าทนต่อไปอีกไม่ได้ จึงใช้คนไปเพื่อจะได้ทราบถึงความเชื่อของท่าน เกรงว่าผู้ทดลองนั้นจะทดลองท่านสักประการหนึ่ง แล้วงานที่เราตรากตรำมาจะเป็นงานเปล่าประโยชน์ไป

 

Satan has been tempting mankind since Adam and Eve in the Garden of Eden.  

ซาตานได้ทดลองใจมนุษยชาติตั้งแต่สมัยอาดัมและอีวาในสวนเอเดน

 

Genesis 3:1 Now the serpent was more crafty than any other beast of the field that the LORD God had made.  He said to the woman, “Did God actually say, ‘You shall not eat of any tree in the garden’?”

ปฐมกาล3:1 ในบรรดาสัตว์ป่าทั้งหมด ที่พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงสร้างนั้น งูฉลาดกว่าหมด มันถามหญิงนั้นว่า “จริงหรือ? ที่พระเจ้าตรัสว่า ‘ห้ามพวกเจ้ากินผลจากต้นไม้ทุกต้นในสวนนี้’ ”

1 John 3:8 (ESV) Whoever makes a practice of sinning is of the devil, for the devil has been sinning from the beginning. The reason the Son of God appeared was to destroy the works of the devil.

1 ยอห์น 3:8 ผู้ผู้ที่ทำบาปก็มาจากมาร เพราะว่ามารก็ทำบาปตั้งแต่เริ่มแรก พระบุตรของพระเจ้าได้เสด็จมาปรากฏก็เพราะเหตุนี้ คือเพื่อทำลายกิจการของมาร

 

Satan’s power over people has already been won back to God through our Savior’s death and resurrection which conquered the power of sin and death forever.

พระเจ้าทรงได้ทรงพิชิตอำนาจของซาตานที่ครอบงำผู้คนกลับมา โดยการพลีพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของ

พระผู้ช่วยให้รอดของเรา   ซึ่งทรงพิชิตอำนาจบาปและความตายนิรันดร์    

But, Satan still prowls the earth looking to draw God’s children away from God, and his temptations are sadly a daily part of our lives 

แต่ซาตานยังคงวนเวียนไปมาทั่วแผ่นดิน  หาทางชักจูงบุตรของพระเจ้าให้ออกห่างจากพระองค์   และเป็นที่น่าเศร้าที่มารยังทดลองบางส่วนในชีวิตประจำวันของเรา

 

1 Peter 5:8 (ESV) Be sober-minded; be watchful. Your adversary the devil prowls around like a roaring lion, seeking someone to devour.

1 เปโตร 5:8 จงควบคุมตัวเอง จงระวังระไวให้ดี ศัตรูของพวกท่านคือมาร ดุจสิงโตคำรามเดินวนเวียนเที่ยวเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้

 

Satan is not the only source of temptation.

การทดลองไม่ได้มาจากซาตานเพียงแหล่งเดียว

 

1 John 2:16 (ESV) For all that is in the world—the desires of the flesh and the desires of the eyes and pride in possessions—is not from the Father but is from the world.

1 ยอห์น 2:16   เพราะว่าทุกสิ่งที่อยู่ในโลก คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา และความทะนงในลาภยศไม่ได้มาจากพระบิดา แต่มาจากโลก

 

So before we blame all temptation on Satan, notice how we are tempted by the world and our own flesh. 

ดังนั้นก่อนที่เราจะตำหนิซาตานในการทดลองทุกอย่าง  ขอให้สังเกตว่าเราถูกทดลองโดยโลกและเนื้อหนังของเราเองอย่างไร

We are tempted by the desires of the flesh in the areas of eating, drinking, and sex.  We are tempted by our eyes in what we look at. 

เราถูกทดลองโดยตัณหาฝ่ายเนื้อหนังในเรื่องของการกิน การดื่มและเรื่องเพศ เราถูกทดลองโดยที่สายตาของเราหันไปมองดูสิ่งนั้น

We are tempted in the areas of pride and possessions in having more things and more power than someone else.   

เราถูกทดลองในเรื่องของความหยิ่งยโส และการที่เรามีทรัพย์สิ่งของมากขึ้นและมีอำนาจมากกว่าคนอื่น

Perhaps we could summarize many temptations at getting some benefit for me the easy but wrong way.

บางทีเราอาจสรุปการทดลองมากมาย  ที่เราได้รับผลประโยชน์บางอย่างโดยง่าย แต่ในทางผิด

With the power of the Holy Spirit and the truth of God’s Word to help us, we can resist temptations.

ด้วยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์และความจริงแห่งพระวจนะของพระเจ้าที่ทรงช่วยเรา  เราจึงสามารถต่อต้านการทดลองได้

 

Matthew 4:1-3 (NASB)

1 Then Jesus was led up by the Spirit into the wilderness to be tempted by the devil.

1 ครั้งนั้น พระวิญญาณทรงนำพระเยซูเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร เพื่อมารจะได้มาทดลอง

2 And after He had fasted forty days and forty nights, He then became hungry.

2และพระองค์ทรงอดอาหารสี่สิบวันสี่สิบคืน ภายหลังพระองค์ก็ทรงหิว

3 And the tempter came and said to Him, “If You are the Son of God, command that these stones become bread.

3ส่วนผู้ทดลองมาหาพระองค์ทูลว่า “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นขนมปัง”

 

So the Devil comes in a time weakness, Jesus hasn’t eaten for 40 days, the Devil has a short cut for Him. 

ดังนั้นมารจะมาในยามที่เราอ่อนแอ  พระเยซูยังไม่ได้เสวยพระกระยาหารเป็นเวลา 40 วัน มารก็เลยจัดการหาวิธีลัดให้พระองค์

Just command these stones to become bread. 

เพียงแค่สั่งให้ก้อนหินเหล่านี้กลายเป็นขนมปัง

Now since Jesus created the world He could have turned stones into bread.  But He wasn’t going to do what the Devil wanted and He wasn’t going to just satisfy His own flesh.

เพราะพระเยซูได้ทรงสร้างโลก  พระองค์ทรงเสกก้อนหินให้กลายเป็นขนมปังได้เลย แต่พระองค์ไม่ทรงทำในสิ่งที่มารอยากให้ทำ   และทรงไม่จำเป็นต้องตอบสนองฝ่ายเนื้อหนังของพระองค์เอง

 

Matthew 4:4 (NASB) But He answered and said, “It is written, ‘MAN SHALL NOT LIVE ON BREAD ALONE, BUT ON EVERY WORD THAT PROCEEDS OUT OF THE MOUTH OF GOD.’” [a quote of Deuteronomy 8:3]

4พระองค์ตรัสตอบว่า “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ‘มนุษย์จะดำรงชีวิตด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได้  แต่ต้องดำรงชีวิตด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า’ ” [อ้างจากดิวเทอโร 8: 3]

 

We will see in each time the Devil tempted Jesus to obey him, Jesus answered the Devil with Scripture from the Word of God. 

เราจะเห็นทุกครั้งว่ามารได้ทดลองพระเยซูให้ทรงเชื่อฟังมัน  พระเยซูตรัสตอบมารด้วยข้อพระคัมภีร์จากพระวจนะของพระเจ้า

Jesus said, “You shall not live by bread alone.” 

พระเยซูตรัสว่า "เจ้าจะดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารอย่างเดียวไม่ได้"

Food is very necessary for us, but we also need spiritual food for our inner being.  If we make decisions in our lives based only on satisfying the needs of our bodies we will go astray. 

อาหารเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับเรา   แต่เรายังต้องการอาหารฝ่ายจิตวิญญาณเพื่อภายในของเรา ด้วย  ถ้าเราตัดสินใจในชีวิตของเรา  ตามการบำเรอความต้องการฝ่ายร่างกาย เราก็จะเดินหลงทางไป

               

Matthew 4:5-7 (NASB)

5Then the devil took Him into the holy city and had Him stand on the pinnacle of the temple,

5แล้วมารก็นำพระองค์ไปยังนครบริสุทธิ์ และให้พระองค์ประทับที่ยอดหลังคาพระวิหาร

6and said to Him, “If You are the Son of God, throw Yourself down; for it is written, ‘HE WILL COMMAND HIS ANGELS CONCERNING YOU’; and ‘ON their HANDS THEY WILL BEAR YOU UP, SO THAT YOU WILL NOT STRIKE YOUR FOOT AGAINST A STONE.’” [a quote of Psalm 91:11,2]

6แล้วทูลพระองค์ว่า “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า จงกระโดดลงไป เพราะพระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า

‘พระเจ้าจะรับสั่งเรื่องท่านต่อบรรดาทูตสวรรค์ของพระองค์

และทูตสวรรค์จะเอามือประคองชูท่านไว้ไม่ให้เท้าของท่านกระทบหิน’ ” [บทเพลงสดุดี 91: 11, 2]

7Jesus said to him, “On the other hand, it is written, ‘YOU SHALL NOT PUT THE LORD YOUR GOD TO THE TEST.’” [a quote of Deuteronomy 6:16]

7พระเยซูจึงตรัสตอบว่า “พระคัมภีร์มีเขียนไว้อีกว่า ‘อย่าทดลององค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่าน’ [อ้างจากดิวเทอโร 6: 16]

 

The devil tempted Jesus to jump off the top of the temple so that God would send angels to catch Him. 

ซาตานได้ทดลองพระเยซูให้ทรงกระโดดลงมาจากบนชั้นยอดของพระวิหาร  เพื่อว่าพระเจ้าจะทรงส่งเหล่าทูตสวรรค์มาพิทักษ์พระองค์ไว้

But Jesus was not a show off, a miracle worker wanting to please people.  Again He answered the devil with the Word of God and said, You shall not put the Lord your God to the test. 

แต่พระเยซูไม่ได้ทรงอวดตัว    เป็นผู้ทำการอัศจรรย์เพื่อต้องการจะให้ผู้คนพอใจ อีกครั้งทรงตอบมารด้วยพระวจนะของพระเจ้า  และตรัสว่า   เจ้าจงอย่าทดลองพระเจ้าของตน

Again you will notice that devil also tried to use the Word of God in the temptation.  The devil will sometimes use some of what God has said, some bit of truth to make us believe a lie or to give into what he wants.   

อีกครั้งคุณจะสังเกตเห็นว่ามารยังพยายามทดลองโดยใช้พระวจนะของพระเจ้า บางครั้งมารจะใช้บางส่วนที่พระเจ้าได้ตรัส   ความจริงเล็กน้อยเพื่อจะทำให้เราเชื่อคำมุสา หรือยอมทำตามสิ่งที่มัน

ต้องการ

So we must know what the Bible really teaches not just parts of the Bible or about the Bible, bur really study each and every passage. 

ดังนั้นเราต้องรู้สิ่งที่พระคัมภีร์สอนจริงๆไม่ใช่พระคัมภีร์เพียงบางตอน หรือเกี่ยวกับพระคัมภีร์ แต่ศึกษาพระธรรมทุกบททุกตอนจริงจัง

The devil had tried to trick Jesus by using some of the Word of God also.  That is what most of the false religions in the world have done. 

มารได้พยายามวางอุบายหลอกล่อพระเยซูโดยใช้พระวจนะของพระเจ้าบางส่วนด้วย   นั่นคือสิ่งที่ศาสนาเทียมเท็จส่วนมากในโลกได้ทำกัน

They use part of what the Bible says, and then twist it a bit and add or take away.   Another thing we can see in this temptation is teaching against taking unnecessary risks.  Like driving too fast, carelessly, driving the wrong way, just assuming that the Lord will always protect you.

 พวกเขาใช้พระคัมภีร์บางส่วน  แล้วบิดเบือนมันเล็กน้อยและเพิ่มหรือเอาออก สิ่งที่เราสามารถมองเห็นในการทดลองนี้ก็คือ   คำสอนต่อต้านการเข้าเสี่ยงที่ไม่จำเป็น เหมือนกับการขับรถเร็วเกินไป  โดยไม่ระมัดระวัง  ขับรถที่ผิดทาง  เพียงคาดเดาเองว่าพระเจ้าจะทรงปกป้องคุณ

 

Matthew 4:8-11 (NASB)

8Again, the devil took Him to a very high mountain and showed Him all the kingdoms of the world and their glory;

8 อีกครั้งหนึ่งมารได้นำพระองค์ขึ้นไปบนภูเขาที่สูงมาก และได้แสดงบรรดาราชอาณาจักรในโลก ทั้งความรุ่งโรจน์ของราชอาณาจักรเหล่านั้นให้พระองค์ทอดพระเนตร

9and he said to Him, “All these things I will give You, if You fall down and worship me.”

9 แล้วได้ทูลพระองค์ว่า “ถ้าท่านจะก้มลงนมัสการเรา เราจะให้สิ่งทั้งปวงเหล่านี้แก่ท่าน”

10Then Jesus said to him, “Go, Satan! For it is written, ‘YOU SHALL WORSHIP THE LORD YOUR GOD, AND SERVE HIM ONLY.’” [a quote of Deuteronomy 6:13]

10พระเยซูจึงตรัสตอบว่า “จงไปให้พ้น เจ้าซาตาน เพราะพระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า ‘จงกราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่าน

และปรนนิบัติพระองค์แต่ผู้เดียว’”

11Then the devil left Him; and behold, angels came and began to minister to Him.

11แล้วมารจึงไปจากพระองค์ และมีพวกทูตสวรรค์มาปรนนิบัติพระองค์

 

Third the devil tempted Jesus by showing Jesus all the kingdoms of the world and offering them to Him, if only Jesus would worship him. 

ครั้งที่สามมารได้ทดลองพระเยซู  โดยเปิดแสดงให้พระองค์เห็นอาณาจักรทั้งหลายในโลก  และเสนอมอบถวายแด่พระองค์  ถ้าเพียงแต่พระเยซูจะทรงกราบไหว้มัน

This would have been quite a short cut for Jesus, instead of dying on the cross for us and coming alive again from the dead and waiting for the time, the Bible speaks of that says, “every kneed shall bow and every tongue confess that Jesus Christ is Lord”.  He could have given in to the devil’s suggestion. 

นี้จะเป็นเส้นทางลัดสำหรับพระเยซูเลยทีเดียว   แทนที่จะทรงสิ้นพระชนม์บนกางเขนเพื่อเรา   และมาฟื้นพระชนม์อีกครั้งจากความตาย  และรอให้ถึงเวลานั้น   พระคัมภีร์กล่าวว่า "ทุกเข่าจะกราบลงและทุกลิ้นจะยอมรับว่าพระเยซูคริสต์คือพระเจ้า " พระองค์คงอาจยอมแพ้ต่อคำแนะนำของมาร

In many ways the devil is ruling this world of ours today. 

ทุกวันนี้มารกำลังจะปกครองโลกของเราในหลาย ๆ วิธี

How did that happen?  It was delivered unto to him in the Garden of Eden, when Adam and Eve sinned against the commandment of the Lord.

นั่นเกิดขึ้นได้อย่างไร  มันได้ถูกส่งไปให้แก่เขาในสวนเอเดน   เมื่ออาดัมและเอวาทำผิดบาปขัดขืนพระบัญชาของพระเจ้า

They forfeited the earth to Satan. 

พวกเขาสูญเสียสิทธิอำนาจในโลกให้ซาตานริบไป

In the beginning the world was God's; He made it.

ในปฐมกาล โลกเป็นของพระเจ้า พระองค์ทรงสร้างมัน

God said “Be fruitful and multiply and fill the earth and subdue it and have dominion over the fish of the sea and over the birds of the heavens and over every living thing that moves on the earth.”

พระเจ้าตรัสว่า  “จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน   จงมีอำนาจเหนือแผ่นดิน   จงครอบครองฝูงปลาในทะเล   และฝูงนกในอากาศ  กับบรรดาสัตว์ที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดิน”

But then mankind yielding to Satan forfeited the world to him. 

แต่แล้วมนุษยชาติได้ยอมแพ้ต่อมาร  สูญเสียสิทธิอำนาจในโลกนี้ให้มันริบไป

Again in the temptation, Jesus answered the devil with the Word of God and said, “You shall worship the Lord your God, and Him only shall you serve.” 

อีกครั้งในการทดลอง   พระเยซูทรงตอบมารด้วยพระวจนะของพระเจ้าและตรัสว่า "ท่านทั้งหลายจงนมัสการพระเจ้าของท่าน และพระเจ้าองค์เดียวนี่แหละที่ท่านจะปฏิบัติรับใช้."

The devil tempts people today in some of the same ways.  

ทุกวันนี้มารล่อลวงผู้คนบางเรื่องโดยวิธีเดียวกัน

He will tempt you perhaps to take something that is not yours, to cheat, to take short cuts, to take advantage of others to get ahead. 

บางทีมันจะล่อใจคุณให้รับเอาสิ่งที่ไม่ได้เป็นของคุณเอง  ฉ้อโกง ใช้วิธีลัด  เพื่อชิงรับเอาประโยชน์ของตนเองก่อนคนอื่น

He will tempt you to worship many other things other than God,  to worship yourself, to worship or follow the teachings of a person who lived many, many years ago like the Buddha, or Mohammed, even to worship the devil. 

มันจะล่อใจคุณให้กราบไหว้สิ่งอื่น ๆ มากมายไม่ใช่พระเจ้า   เพื่อบูชาตัวมันเอง  เพื่อบูชาหรือปฏิบัติตามคำสอนของคนที่เคยมีชีวิตอยู่หลายๆ ปีที่ผ่านมา   เช่นพระพุทธเจ้าหรือโมฮัมหมัด กระทั่งให้บูชาเจ้ามารร้าย

The devil may tempt you to take unnecessary chances or risks outside of the will of God.   If the devil was so bold as to tempt Jesus, the Son of God, don’t be surprised when he tempts you to follow him rather than to follow God. 

มารอาจล่อใจคุณให้ใช้โอกาสหรือความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นนอกเหนือน้ำพระทัยของพระเจ้า หากมารกล้ามากพอที่จะทดลองพระเยซู  พระบุตรของพระเจ้า  ไม่ต้องแปลกใจเมื่อมันล่อลวงให้คุณทำตามมันมากกว่าที่จะทำตามพระเจ้า

Some Christians who have been gifted by God or placed in positions of authority or power by God, use God's gift for themselves, for their own benefit, their own flesh, and to enrich themselves and caused troubles for themselves and those associated with them.

คริสเตียนบางคนที่ได้รับของประทานจากพระเจ้า  หรือดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิอำนาจหรืออำนาจโดยพระเจ้า ได้ใช้ของประทานจากพระเจ้าเพื่อตัวเอง  เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง เนื้อหนังของ

ตัวเอง  และเพื่อให้ตัวเองร่ำรวยขึ้น  และก่อเกิดปัญหาสำหรับตัวเอง  และบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา

When Christ was tempted by Satan in the desert, the first thing He did was to quote Scripture which eventually caused the devil to leave Him.

เมื่อพระคริสต์ทรงถูกซาตานทดลองในทะเลทราย   สิ่งแรกที่พระองค์ทรงทำคือตรัสโดยอ้างอิงข้อพระคัมภีร์   ซึ่งในที่สุดก็เป็นเหตุให้มารยอมปล่อยพระองค์ไป

We need to be diligent in studying God’s Word.

เราจำเป็นต้องขยันศึกษาพระวจนะของพระเจ้า

We definitely cannot blame God for temptation.  

แน่นอนเราไม่สามารถตำหนิพระเจ้าเมื่อเราถูกการทดลอง

 

James 1:13-15 (ESV)

13 Let no one say when he is tempted, “I am being tempted by God,” for God cannot be tempted with evil, and He himself tempts no one.

ยากอบ 1:13-15

13 อย่าให้คนที่ถูกล่อลวงกล่าวว่า “พระเจ้าทรงล่อลวงข้าพเจ้า” เพราะว่าพระเจ้าจะไม่ถูกความชั่วล่อลวง และพระองค์เองก็ไม่ทรงล่อลวงใครเลย

14  But each person is tempted when he is lured and enticed by his own desire.

14แต่ทุกคนถูกล่อลวงด้วยตัณหาของตัวเอง คือถูกตัณหานั้นล่อลวงและชักนำ

 15 Then desire when it has conceived gives birth to sin, and sin when it is fully grown brings forth death.

15เมื่อตัณหาฟักตัวขึ้นแล้วก็ก่อให้เกิดบาป และเมื่อบาปเจริญเต็มที่แล้วก็ก่อให้เกิดความตาย

 

God may test His children, to purify and strengthen them, but He does not lead us into sin.

พระเจ้าอาจทดสอบบุตรของพระองค์  เพื่อชำระให้บริสุทธิ์และเสริมกำลังพวกเขาให้เข้มแข็ง แต่พระองค์ไม่ทรงนำเราไปทำบาปWithout exception, sin results when temptation strikes a sympathetic chord in the human heart, and man has no one to blame but himself. 

โดยไม่มีข้อยกเว้น   บาปส่งผลเมื่อการทดลองกระทบความรู้สึกสงสารในจิตใจคน และคนจะตำหนิใครไม่ได้ยกเว้นตัวเอง

Blame himself he must, though, if he is to be forgiven.

อย่างไรก็ดี เขาต้องตำหนิตัวเอง  ถ้าเขาต้องการรับการอภัยให้

In the time period we are living in, blame is passed to society, to the pressures of the times, our circumstances, our family heritage. 

ในช่วงเวลาที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่     คำตำหนิถูกส่งผ่านชุมชนในสังคม   ตามแรงกดดันของยุคสมัย   ตามสถานการณ์ที่เราอยู่    การสืบทอดเชื้อสายครอบครัวของเรา

If one is to be forgiven, he must first humbly admit, “I have sinned.” As long as he looks for someone or something else to blame, he will be totally helpless in combating temptation. [1]

หากคนหนึ่งได้รับการอภัย    ก่อนอื่นเขาต้องถ่อมใจยอมรับว่า "ผมได้กระทำบาป." ตราบใดที่เขามองหาใครบางคนหรือสิ่งอื่นบางอย่างเพื่อจะตำหนิ   เขาจะหมดหนทางเลยที่จะต่อสู้กับการทดลอง

 

In addition to God’s Word, prayer can help us to resist temptation.

นอกเหนือจากพระวจนะของพระเจ้า  คำอธิษฐานช่วยให้เราสามารถที่จะต่อต้านการทดลอง

The night He was betrayed, Jesus prayed in the Garden of Gethsemane.

ในคืนที่พระองค์ทรงถูกทรยศหักหลัง   พระเยซูทรงอธิษฐานในสวนเกทเสมนี

 

Mark 14:38 (ESV) Watch and pray that you may not enter into temptation. The spirit indeed is willing, but the flesh is weak.”

มาระโก 14:38 ท่านทั้งหลายจงเฝ้าระวังและอธิษฐาน เพื่อจะไม่ถูกการทดลอง จิตวิญญาณพร้อมแล้วก็จริง แต่กายยังอ่อนกำลัง”

 

Also, in the “Lord’s Prayer,” Jesus taught us to pray that we would not be lead into temptation. 

เช่นกัน  ใน”คำอธิษฐานตามแบบพระเยซู” พระเยซูทรงสอนเราให้อธิษฐานว่า ขออย่าทรงนำเราเข้าไปในการทดลอง

 

Matthew 6:13 (ESV) And lead us not into temptation, but deliver us from evil.

มัทธิว 6:13 และขออย่าทรงนำพวกข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง

แต่ขอให้พวกข้าพระองค์พ้นจากความชั่วร้าย ’

 

Another way to help us resist temptation is to remember what Jesus Christ did for us. Even though He never committed a sin, He willingly endured the torture of the Cross for us while we were still sinners. 

อีกวิธีที่จะช่วยให้เราต่อต้านการทดลองก็คือ   จดจำสิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงทำเพื่อเรา ถึงแม้ว่าพระองค์ทรงไม่เคยกระทำบาป     ทรงเต็มพระทัยที่จะทนทรมานบนกางเขนเพื่อเราในขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่

Every sin we’ve ever committed, or will commit, played a part in nailing our Savior to the Cross.

บาปทุกอย่างที่เราได้เคยทำหรือจะกระทำ   มีส่วนในการตอกตะปูลงที่พระผู้ช่วยให้รอดบนกางเขน

How we respond to Satan’s worldly temptations is a great indicator as to just how much we love Jesus.

เราตอบสนองต่อการทดลองฝ่ายโลกของซาตานได้แค่ไหน  เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญที่สุดว่าเรารักพระเยซูมากแค่ไหน

Now, even though Christians already have the tools necessary for victory, we need to use our common sense and not place ourselves in situations that subject us to weaknesses. We are already bombarded every day with images and messages that may tempt us. We don’t need to make it more difficult than it already is.

ตอนนี้  แม้ว่าคริสเตียนมีเครื่องมือสำคัญเพื่อให้ได้ชัยชนะแล้ว   เราจำเป็นต้องใช้สามัญสำนึกของเรา   และไม่พาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่จะทำให้เราอ่อนแอ  เราถูกกระหน่ำทุกวันอยู่แล้วด้วยภาพและข้อความต่างๆ ที่อาจล่อลวงใจเรา  เราไม่จำเป็นต้องทำให้มันยากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แล้ว

 

Romans 13:14 But put on the Lord Jesus Christ, and make no provision for the flesh, to gratify its desires.

โรม 13:14 แต่ท่านจงประดับกายด้วยพระเยซูคริสตเจ้า   และอย่าจัดเตรียมอะไรไว้บำรุงบำเรอตัณหาของเนื้อหนัง

 

Another essential to victory is to avoid temptation.

สิ่งสำคัญอีกอย่างต่อการมีชัยชนะก็คือจงหลีกเลี่ยงการทดลอง

So if you are trying to stop drinking alcohol then don’t put it in your house, don’t go to bars, don’t go to the liquor aisle in the market. 

ดังนั้นถ้าคุณกำลังพยายามที่จะหยุดดื่มแอลกอฮอล์แล้ว   ก็จงอย่าเอามันมาใส่ไว้ในบ้านของคุณ   จงอย่าไปที่บาร์   อย่าไปที่ร้านขายแอลกอฮอล์ข้างทางในท้องตลาด

Some believers think that temptation is not the same as sin, so then feel that they can enjoy the enticements of temptation without any harm.

ผู้เชื่อบางคนคิดว่าการทดลองไม่ได้เหมือนกับความบาป   ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกว่าสามารถเพลิดเพลินกับสิ่งล่อใจต่อการทดลองโดยไม่มีอันตรายใด ๆ

This behavior becomes a game, seeing how much stimulation and temptation one can “enjoy” without falling into overt sin.

การประพฤติแบบนี้กลายเป็นเกม   ดูว่าคนเราสามารถ “เพลิดเพลิน” กับสิ่งเร้าใจและการทดลอง ได้มากแค่ไหน  โดยไม่ต้องตกอยู่ในความบาปโจ่งแจ้ง

Such an attitude is sinful in itself, for it fails to take seriously God's commands for holiness in attitude as well as in action. 

ทัศนคติเช่นนี้เป็นบาปในตัวเอง   เพราะไม่ได้ยึดพระบัญชาของพระเจ้าเรื่องความบริสุทธิ์ทั้งด้านทัศนคติและการประพฤติอย่างจริงจัง

The saying proves true: “if you play with fire you will get burned.”

คำกล่าวนี้พิสูจน์ได้ว่าจริง: "ถ้าคุณเล่นกับไฟ   คุณก็จะถูกไฟเผา"

God is faithful to us providing a way of escape when we are tempted. 

พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อต่อเราในการเตรียมหนทางให้เราหลีกเลี่ยงได้เมื่อเราถูกทดลอง

 

 1 Corinthians 1โครินธ์10:13 13 No temptation has overtaken you that is not common to man. God is faithful, and He will not let you be tempted beyond your ability, but with the temptation He will also provide the way of escape, that you may be able to endure it.

13 ไม่มีการทดลองใดๆ เกิดขึ้นกับท่านทั้งหลาย นอกเหนือการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ พระเจ้าทรงซื่อสัตย์ พระองค์จะไม่ทรงให้พวกท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ และเมื่อถูกทดลอง พระองค์จะทรงให้มีทางออกด้วย เพื่อพวกท่านจะมีกำลังทนได้

 

Knowing there is a way of escape, and using that way of escape, may be quite different things.

การรู้ว่ามีทางหลบเลี่ยงและการใช้วิธีหลบเลี่ยงนั้น  อาจเป็นสิ่งที่ค่อนข้างแตกต่างกัน

 If one is ignorant of God's Word, one will likely not recognize the escape when he sees it. 

หากคนเราละเลยไม่สนใจพระวจนะของพระเจ้า    บางทีเขาอาจจะไม่รู้จักวิธีหลบเลี่ยงเมื่อเขาเจอการทดลอง

Jesus being fully human was tempted in all points like we are, and even suffered in this temptation, but did not sin.

พระเยซูในสภาพมนุษย์สมบูรณ์ทรงถูกทดลองในทุกประเด็นเหมือนที่เราถูก  และแม้ทรงทนทุกข์จากการทดลองนี้ แต่ไม่ได้ทรงกระทำบาป

 

Hebrews ฮีบรู 2:18; 4:15-16

18 For because He Himself has suffered when tempted, He is able to help those who are being tempted.

18 เพราะพระองค์เองได้ทรงทนทุกข์และถูกทดลอง พระองค์จึงทรงสามารถช่วยผู้ที่ถูกทดลองได้

15 For we do not have a high priest who is unable to sympathize with our weaknesses, but one who in every respect has been tempted as we are, yet without sin.

15 และจะทรงปลดปล่อยบรรดาคนเหล่านั้นที่ตกเป็นทาสมาตลอดชีวิตเนื่องจากความกลัวตาย

16 Let us then with confidence draw near to the throne of grace, that we may receive mercy and find grace to help in time of need.

16 เพราะความจริง พระองค์ไม่ได้ทรงช่วยบรรดาทูตสวรรค์ แต่ทรงช่วยพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม

 

Jesus is a sympathetic Savior, knowing from His own experience the pressures of temptation. 

พระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยที่ทรงเห็นอกเห็นใจผู้อื่น   รู้ได้จากประสบการณ์ของพระองค์เองเมื่อทรงเผชิญแรงกดดันจากการทดลอง

Since no one is uniquely tempted, Christians can help and learn from one another. Knowing, for example, that another Christian has overcome greed, may be the assurance that someone else needs to make another attempt to overcome greed in his life.

เพราะไม่มีใครถูกทดลองแบบเดียวกัน   คริสเตียนสามารถช่วยเหลือและเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้  ตัวอย่างเช่น คริสเตียนคนหนึ่งเอาชนะความโลภได้  อาจจะเป็นความเชื่อมั่นว่าคนอื่นจำเป็นต้อง

พยายามอีกครั้ง  เพื่อที่จะเอาชนะความโลภในชีวิตของเขาได้

 The Christian who has grown in one area of his spiritual life is responsible for helping other Christians who have not yet grown in that area.  

คริสเตียนที่ชีวิตเขาส่วนหนึ่งเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ  จะรับผิดชอบในการช่วยคริสเตียนอื่นๆ ผู้ที่ยังไม่ได้เติบโตในส่วนนั้น

We can encourage others in their faith and pray God will help them overcome sin and temptations.

เราสามารถหนุนใจผู้อื่นให้มีความเชื่อ  และอธิษฐานต่อพระเจ้า  จะช่วยให้พวกเขามีชัยต่อบาปและการทดลอง

The Word of God is our best defense against Satan’s temptations, and the better we know His Word, the easier it will be to claim victory over our daily struggles.

พระวจนะของพระเจ้าเป็นเครื่องป้องกันการทดลองของซาตานที่ดีที่สุดของเรา   และยิ่งดีเท่าไรที่เรารู้จักพระวจนะของพระองค์ ก็จะยิ่งง่ายขึ้นที่เราจะอ้างชัยชนะในการต่อสู้ในชีวิตประจำวัน

 

Psalm 119:11 11 I have stored up Your word in my heart, that I might not sin against You.

เพลงสดุดี119:11 ข้าพเจ้าได้สะสมพระดำรัสของ พระองค์ไว้ในใจของข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะไม่ทำบาปต่อพระองค์  

 

Jesus Begins His Ministry

พระเยซูทรง เริ่มต้นพระราชกิจของพระองค์

12 Now when he heard that John had been arrested, he withdrew into Galilee.

12  เมื่อพระเยซูทรงทราบข่าวว่ายอห์นถูกจองจำแล้ว พระองค์ก็เสด็จไปยังแคว้นกาลิลี

13 And leaving Nazareth he went and lived in Capernaum by the sea, in the territory of Zebulun and Naphtali,

 13 แล้วทรงย้ายที่ประทับจากเมืองนาซาเร็ธไปที่เมืองคาเปอรนาอุม ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบในเขตของเผ่าเศบูลุนและนัฟทาลี                                                                                                                                                                     

14 so that what was spoken by the prophet Isaiah might be fulfilled:

14 เพื่อที่จะให้สำเร็จตามพระวจนะ ซึ่งตรัสผ่านทางอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะว่า

15 “The land of Zebulun and the land of Naphtali, the way of the sea, beyond the Jordan, Galilee of the Gentiles—

15 “แคว้นเศบูลุนและแคว้นนัฟทาลี

ที่อยู่บนทางไปยังทะเล และฝั่งแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้นกาลิลีของพวกต่างชาติ

16 the people dwelling in darkness have seen a great light, and for those dwelling in the region and shadow of death, on them a light has dawned.”

16 ประชาชนผู้นั่งอยู่ในความมืด   ได้เห็นความสว่างยิ่งใหญ่  และผู้ที่นั่งอยู่ในแดนและเงาแห่งความตาย  ก็มีความสว่างส่องถึงพวกเขาแล้ว”

17 From that time Jesus began to preach, saying, “Repent, for the kingdom of heaven is at hand.”

17 ตั้งแต่นั้นมา พระเยซูทรงตั้งต้นประกาศว่า “จงกลับใจใหม่ เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว”

 

The gospel Jesus preached began the same place that the gospel John preached began, with a call to repentance. 

พระกิตติคุณที่พระเยซูทรงสั่งสอน เริ่มต้น ณ สถานที่เดียวกับที่ยอห์นได้สั่งสอนพระกิตติคุณ  มีการเรียกร้องให้กลับใจเสียใหม่

Since Jesus waited until John had been put in prison Jesus probably saw Himself as picking up where John left off.

เพราะพระเยซูได้ทรงรอจนกระทั่งยอห์นถูกจับขังคุก    บางทีพระเยซูอาจจะทรงเห็นพระองค์เองขึ้นมาแทนที่ซึ่งยอห์นละจากไปแล้ว

But Jesus would go further than John ever did, because John announced the coming of the Messiah, and Jesus is the Messiah.

แต่พระเยซูจะทรงก้าวไปไกลกว่าที่ยอห์นเคยทำ   เพราะยอห์นได้ประกาศการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์  และพระเยซูทรงเป็นพระเมสสิยาห์ 

 

Jesus Calls the First Disciples

พระเยซูทรงเรียกสาวกพวกแรก

18 While walking by the Sea of Galilee, He saw two brothers, Simon (who is called Peter) and Andrew his brother, casting a net into the sea, for they were fishermen.

18  ขณะที่พระองค์ทรงดำเนินอยู่ตามชายทะเลกาลิลี ก็ทอดพระเนตรเห็นพี่น้องชาวประมงสองคน คือซีโมนที่เรียกว่าเปโตร กับอันดรูว์น้องชายของเขา กำลังทอดแหอยู่ในทะเลสาบ 19 And He said to them, “Follow Me, and I will make you fishers of men.”

19 พระองค์ตรัสกับเขาทั้งสองว่า “จงตามเรามา และเราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา”

20 Immediately they left their nets and followed Him.

20 เขาจึงละทิ้งแหตามพระองค์ไปทันที

21 And going on from there He saw two other brothers, James the son of Zebedee and John his brother, in the boat with Zebedee their father, mending their nets, and He called them.

21 เมื่อพระองค์เสด็จต่อไป ก็ทรงเห็นพี่น้องอีกสองคน ชื่อยากอบ บุตรเศเบดี กับยอห์นน้องชายของเขากำลังชุนอวนอยู่ในเรือกับเศเบดีผู้เป็นบิดา พระองค์ก็ทรงเรียกพวกเขา

22 Immediately they left the boat and their father and followed Him.

22 พวกเขาจึงละทิ้งเรือและลาบิดาของพวกเขาตามพระองค์ไปทันที

 

This was not the first time Jesus met these men, the other gospels describe previous encounters with them. 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พระเยซูได้ทรงพบกับคนเหล่านี้    พระกิตติคุณเล่มอื่น ๆ บรรยายว่าพระองค์เคยทรงพบพวกเขามาก่อนหน้านี้

But this is when Jesus called them to leave their professions and follow Him full-time as disciples of His. 

แต่ตรงนี้คือเมื่อพระเยซูทรงเรียกพวกเขาให้ละทิ้งอาชีพของตน   และติดตามพระองค์เต็มเวลาเป็นสาวกของพระองค์

This is a good way to teach someone ministry, as an apprentice, rather than through formal education in a classroom and it was the customary method in Jesus' day.

นี้เป็นวิธีดีที่จะสอนงานรับใช้แก่บางคน  เหมือนเป็นผู้ฝึกงาน  แทนที่ผ่านการศึกษาอย่างเป็นรูปแบบในห้องเรียน  และมันก็เป็นวิธีตามจารีตประเพณีในสมัยของพระเยซู

 

Jesus Ministers to Great Crowds

พระเยซูทรงเทศนาสั่งสอนคนหมู่ใหญ่

23 And He went throughout all Galilee, teaching in their synagogues and proclaiming the gospel of the kingdom and healing every disease and every affliction among the people.

23  พระเยซูได้เสด็จไปทั่วแคว้นกาลิลี ทรงสั่งสอนในธรรมศาลาของพวกเขา ทรงประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า และทรงรักษาบรรดาโรคภัยไข้เจ็บของชาวเมืองให้หาย

24 So His fame spread throughout all Syria, and they brought Him all the sick, those afflicted with various diseases and pains, those oppressed by demons, epileptics, and paralytics, and He healed them.

24กิตติศัพท์ของพระองค์ก็เลื่องลือไปทั่วประเทศซีเรีย พวกเขาจึงพาคนทั้งหลายที่เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ พวกที่เจ็บปวดทรมาน พวกที่ถูกผีเข้า พวกที่เป็นลมบ้าหมูและเป็นอัมพาตมาหาพระองค์ พระองค์ก็ทรงรักษาเขาให้หาย

25 And great crowds followed Him from Galilee and the Decapolis, and from Jerusalem and Judea, and from beyond the Jordan.

25และมีมหาชนติดตามพระองค์ซึ่งมาจากแคว้นกาลิลี แคว้นทศบุรี กรุงเยรูซาเล็ม แคว้นยูเดีย และแม่น้ำจอร์แดนฟากตะวันออก

 

Pastor David Guzik, another Calvary Chapel pastor says,

 

Jesus was a teacher who did miraculous works.

บาทหลวงอีกคนชื่อดาวิด  กิวซิค จากคริสตจักรคาลแวรี่ กล่าวว่าพระเยซูทรงเป็นครูที่ทรงทำการปาฏิหาริย์มากมาย

The emphasis was always on His teaching ministry, both to the inner circle of His disciples and to the multitudes that would listen to Him.

มีการเน้นอยู่เสมอในพันธกิจสั่งสอนของพระองค์  ทั้งฝ่ายวงในของเหล่าสาวกของพระองค์และประชาชนที่จะมาฟังพระองค์

Jesus' ability to heal those with all different kinds of diseases demonstrates that He has authentic power over the damage done by the fall of man.

พระปรีชาสามารถของพระเยซูในการรักษาโรคภัยชนิดต่างๆกัน  แสดงให้เห็นว่าทรงมีฤทธิ์อำนาจแท้จริงเหนือความสูญเสียจากการที่มนุษย์ล้มลงเพราะไม่เชื่อฟัง

His authority over demons (and those who were demon-possessed) shows He has authentic power over all creation.

พระองค์ทรงมีสิทธิอำนาจเหนือมารร้าย (และบรรดาผู้ที่ถูกผีเข้าสิง) แสดงให้เห็นฤทธิ์อำนาจแท้จริงเหนือสรรพสิ่งที่ทรงสร้างทั้งมวล

Jesus had a purpose for allowing such dramatic miracles to attract great multitudes. He wanted to teach the multitudes, not simply to impress them with miracles[2].

พระเยซูทรงมีพระประสงค์เพื่อยอมให้ปาฏิหาริย์ที่น่าทึ่งนั้นดึงดูดใจประชาชนมากมาย ทรงประสงค์จะสั่งสอนแก่หมู่ประชาชน  ไม่เพียงแต่ให้พวกเขาประทับใจในปาฏิหาริย์ทั้งหลาย

 

So today we learned Jesus was tempted by Satan and resisted those temptations by the Word of God.

            ดังนั้นทุกวันนี้เราได้ทราบว่าพระเยซูทรงถูกทดลองโดยซาตาน   และทรงต่อต้านการทดลองเหล่านั้นโดยพระวจนะของพระเจ้า

We are tempted too in many ways and also can resist those temptations using the Word of God.  

เราถูกทดลองในหลายรูปแบบด้วย   และยังสามารถต่อต้านการการทดลองต่างๆ โดยใช้พระวจนะของพระเจ้า

Jesus called 12 disciples to follow Him, we didn’t learn about all of them yet, but we see that these left their old life and began living every day with Jesus learning from Him.  We too can learn from Jesus every day through the Bible we also can be discipled by another believer who is more mature in the faith or we can be the one doing the teaching and being the example. 

พระ เยซูทรงเรียกสาวก 12 คนให้ติดตามพระองค์  เราไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพวกเขาทั้งหมด แต่เราเห็นว่าคนเหล่านี้ละทิ้งชีวิตเก่าของตน  และเริ่มใช้ชีวิตอยู่ทุกวันกับพระเยซูเรียนรู้จากพระองค์ เราก็สามารถเรียนรู้จากพระเยซูทุกวันผ่านทางพระคัมภีร์  เรายังสามารถเป็นสาวกโดยผู้เชื่ออื่นที่โตเป็นผู้ใหญ่ในความเชื่อกว่าเรา หรือเราสามารถเป็นคนที่ทำตามคำสอนและเป็นตัวอย่างได้

Those of you who have been believers for awhile, the new believers are watching you to see how to live the Christian life. 

ในบรรดาพวกคุณผู้ที่ได้เป็นผู้เชื่อมาชั่วระยะหนึ่ง     ผู้เชื่อใหม่กำลังเฝ้าดูคุณเพื่อดูว่าคุณดำเนินชีวิตคริสเตียนอย่างไร

Are you being a good example, a good teacher?

 คุณกำลังเป็นตัวอย่างที่ดี  เป็นครูที่ดีหรือเปล่า

The Gospel or Good News is God loves you.

ข่าวประเสริฐหรือข่าวดีก็คือพระเจ้าทรงรักคุณ

 

John 3:16 For God so loved the world that he gave his only Son that whoever believes in him should not perish but have eternal life.

ยอห์น 3:16  พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

Romans 3:23 For all have sinned and fallen short of the glory of God

โรม 3:23 เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า

Romans 6:23 For the wages of sin is death, but the gift of God is eternal life through Jesus Christ our Lord.

โรม 6:23 เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

 

That gift must be received.

ของขวัญที่ต้องได้รับ

 

John 1:12 But as many as received him to them gave he power to become the children of God, even to them that believe on his name.

ยอห์น 1:12 แต่ทุกคนที่ยอมรับพระองค์ คือคนที่เชื่อในพระนามของพระองค์นั้น พระองค์ก็จะประทานสิทธิให้เป็นลูกของพระเจ้า

 

Jesus, the perfect Son of God, died for us on the cross and came alive again.

พระเยซูคริสต์พระบุตรที่สมบูรณ์แบบของพระเจ้าทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราบนไม้กางเขนและทรงพระชนม์อีกครั้ง

 

1 Corinthians 15:3-4

3For I delivered to you as of first importance what I also received: that Christ died for our sins in accordance with the Scriptures, _

1โครินธ์ 15:3-4

 3เพราะว่าข้าพเจ้าได้มอบเรื่องสำคัญที่สุดที่ได้รับมานั้นแก่พวกท่านคือพระคริสต์วายพระชนม์เพราะบาปของเรา ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์

4that he was buried, that he was raised on the third day in accordance with the Scriptures,

4และทรงถูกฝังไว้ แล้ววันที่สามพระองค์ทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมา ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์

 

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14 copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า  คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 1 พระธรรมมัทธิว1-14 ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถดูได้ที่ Amazon.com ในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษ)

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers. Used by permission. All rights reserved 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

Scripture quotations from the New American Standard Bible® (NASB), Copyright © 1960, 1962, 1963, 1968, 1971, 1972, 1973, 1975, 1977, 1995 by The Lockman Foundation
Used by permission. www.Lockman.org

ข้อเสนอจากพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับใหม่ (NASB) ลิขสิทธิ์ © 1960, 1962, 1963, 1968, 1971, 1972, 1973, 1975, 1977, 1995 โดย The Lockman Foundation
ใช้โดยได้รับอนุญาต
www.Lockman.org

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์© 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย



[1] Henry M. Morris and Martin E Clark, The Bible Has The Answer (Kindle Locations 4826-4829). Master Books, 1987, Kindle Edition.

[2] Guzik, David.  David Guzik Study Guide.  Blue Letter Bible. http://web.ccbce.com/multimedia/BLB/Comm/david_guzik/sg/Mat_4.html  

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top