Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, March 26, 2016

 

Third the devil tempted Jesus by showing Jesus all the kingdoms of the world and offering them to Him, if only Jesus would worship him. 

ครั้งที่สามมารได้ทดลองพระเยซู  โดยเปิดแสดงให้พระองค์เห็นอาณาจักรทั้งหลายในโลก  และเสนอมอบถวายแด่พระองค์  ถ้าเพียงแต่พระเยซูจะทรงกราบไหว้มัน

This would have been quite a short cut for Jesus, instead of dying on the cross for us and coming alive again from the dead and waiting for the time, the Bible speaks of that says, “every kneed shall bow and every tongue confess that Jesus Christ is Lord”.  He could have given in to the devil’s suggestion. 

นี้จะเป็นเส้นทางลัดสำหรับพระเยซูเลยทีเดียว   แทนที่จะทรงสิ้นพระชนม์บนกางเขนเพื่อเรา   และมาฟื้นพระชนม์อีกครั้งจากความตาย  และรอให้ถึงเวลานั้น   พระคัมภีร์กล่าวว่า "ทุกเข่าจะกราบลงและทุกลิ้นจะยอมรับว่าพระเยซูคริสต์คือพระเจ้า " พระองค์คงอาจยอมแพ้ต่อคำแนะนำของมาร

In many ways the devil is ruling this world of ours today. 

ทุกวันนี้มารกำลังจะปกครองโลกของเราในหลาย ๆ วิธี

How did that happen?  It was delivered unto to him in the Garden of Eden, when Adam and Eve sinned against the commandment of the Lord.

นั่นเกิดขึ้นได้อย่างไร  มันได้ถูกส่งไปให้แก่เขาในสวนเอเดน   เมื่ออาดัมและเอวาทำผิดบาปขัดขืนพระบัญชาของพระเจ้า

They forfeited the earth to Satan. 

พวกเขาสูญเสียสิทธิอำนาจในโลกให้ซาตานริบไป

In the beginning the world was God's; He made it.

ในปฐมกาล โลกเป็นของพระเจ้า พระองค์ทรงสร้างมัน

God said “Be fruitful and multiply and fill the earth and subdue it and have dominion over the fish of the sea and over the birds of the heavens and over every living thing that moves on the earth.”

พระเจ้าตรัสว่า  “จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน   จงมีอำนาจเหนือแผ่นดิน   จงครอบครองฝูงปลาในทะเล   และฝูงนกในอากาศ  กับบรรดาสัตว์ที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดิน”

But then mankind yielding to Satan forfeited the world to him. 

แต่แล้วมนุษยชาติได้ยอมแพ้ต่อมาร  สูญเสียสิทธิอำนาจในโลกนี้ให้มันริบไป

Again in the temptation, Jesus answered the devil with the Word of God and said, “You shall worship the Lord your God, and Him only shall you serve.” 

อีกครั้งในการทดลอง   พระเยซูทรงตอบมารด้วยพระวจนะของพระเจ้าและตรัสว่า "ท่านทั้งหลายจงนมัสการพระเจ้าของท่าน และพระเจ้าองค์เดียวนี่แหละที่ท่านจะปฏิบัติรับใช้."

The devil tempts people today in some of the same ways.  

ทุกวันนี้มารล่อลวงผู้คนบางเรื่องโดยวิธีเดียวกัน

He will tempt you perhaps to take something that is not yours, to cheat, to take short cuts, to take advantage of others to get ahead. 

บางทีมันจะล่อใจคุณให้รับเอาสิ่งที่ไม่ได้เป็นของคุณเอง  ฉ้อโกง ใช้วิธีลัด  เพื่อชิงรับเอาประโยชน์ของตนเองก่อนคนอื่น

He will tempt you to worship many other things other than God,  to worship yourself, to worship or follow the teachings of a person who lived many, many years ago like the Buddha, or Mohammed, even to worship the devil. 

มันจะล่อใจคุณให้กราบไหว้สิ่งอื่น ๆ มากมายไม่ใช่พระเจ้า   เพื่อบูชาตัวมันเอง  เพื่อบูชาหรือปฏิบัติตามคำสอนของคนที่เคยมีชีวิตอยู่หลายๆ ปีที่ผ่านมา   เช่นพระพุทธเจ้าหรือโมฮัมหมัด กระทั่งให้บูชาเจ้ามารร้าย

The devil may tempt you to take unnecessary chances or risks outside of the will of God.   If the devil was so bold as to tempt Jesus, the Son of God, don’t be surprised when he tempts you to follow him rather than to follow God. 

มารอาจล่อใจคุณให้ใช้โอกาสหรือความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นนอกเหนือน้ำพระทัยของพระเจ้า หากมารกล้ามากพอที่จะทดลองพระเยซู  พระบุตรของพระเจ้า  ไม่ต้องแปลกใจเมื่อมันล่อลวงให้คุณทำตามมันมากกว่าที่จะทำตามพระเจ้า

Some Christians who have been gifted by God or placed in positions of authority or power by God, use God's gift for themselves, for their own benefit, their own flesh, and to enrich themselves and caused troubles for themselves and those associated with them.

คริสเตียนบางคนที่ได้รับของประทานจากพระเจ้า  หรือดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิอำนาจหรืออำนาจโดยพระเจ้า ได้ใช้ของประทานจากพระเจ้าเพื่อตัวเอง  เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง เนื้อหนังของ

ตัวเอง  และเพื่อให้ตัวเองร่ำรวยขึ้น  และก่อเกิดปัญหาสำหรับตัวเอง  และบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา

When Christ was tempted by Satan in the desert, the first thing He did was to quote Scripture which eventually caused the devil to leave Him.

เมื่อพระคริสต์ทรงถูกซาตานทดลองในทะเลทราย   สิ่งแรกที่พระองค์ทรงทำคือตรัสโดยอ้างอิงข้อพระคัมภีร์   ซึ่งในที่สุดก็เป็นเหตุให้มารยอมปล่อยพระองค์ไป

We need to be diligent in studying God’s Word.

เราจำเป็นต้องขยันศึกษาพระวจนะของพระเจ้า

We definitely cannot blame God for temptation.  

แน่นอนเราไม่สามารถตำหนิพระเจ้าเมื่อเราถูกการทดลอง

James ยากอบ1:13-15 13 Let no one say when he is tempted, “I am being tempted by God,” for God cannot be tempted with evil, and He himself tempts no one.

13 เมื่อผู้ใดถูกล่อให้หลง   อย่าให้ผู้นั้นพูดว่า   “พระเจ้าทรงล่อข้าพเจ้าให้หลง”   เพราะว่าความชั่วจะมาล่อพระเจ้าให้หลงไม่ได้   และพระองค์เองก็ไม่ทรงล่อผู้ใดให้หลงเลย

14  But each person is tempted when he is lured and enticed by his own desire.

14 แต่ว่าทุกคนก็ถูกล่อให้หลง   เมื่อกิเลสของตัวเองล่อและชักนำให้กระทำตาม

15 Then desire when it has conceived gives birth to sin, and sin when it is fully grown brings forth death.

15 ครั้นตัณหาเกิดขึ้นแล้วก็ทำให้เกิดบาป   และเมื่อบาปเจริญเต็มที่แล้วก็นำไปสู่ความตาย  

God may test His children, to purify and strengthen them, but He does not lead us into sin.

พระเจ้าอาจทดสอบบุตรของพระองค์  เพื่อชำระให้บริสุทธิ์และเสริมกำลังพวกเขาให้เข้มแข็ง แต่พระองค์ไม่ทรงนำเราไปทำบาป



Without exception, sin results when temptation strikes a sympathetic chord in the human heart, and man has no one to blame but himself. 

โดยไม่มีข้อยกเว้น   บาปส่งผลเมื่อการทดลองกระทบความรู้สึกสงสารในจิตใจคน และคนจะตำหนิใครไม่ได้ยกเว้นตัวเอง

Blame himself he must, though, if he is to be forgiven.

อย่างไรก็ดี เขาต้องตำหนิตัวเอง  ถ้าเขาต้องการรับการอภัยให้

In the time period we are living in, blame is passed to society, to the pressures of the times, our circumstances, our family heritage. 

ในช่วงเวลาที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่     คำตำหนิถูกส่งผ่านชุมชนในสังคม   ตามแรงกดดันของยุคสมัย   ตามสถานการณ์ที่เราอยู่    การสืบทอดเชื้อสายครอบครัวของเรา

If one is to be forgiven, he must first humbly admit, “I have sinned.” As long as he looks for someone or something else to blame, he will be totally helpless in combating temptation.

หากคนหนึ่งได้รับการอภัย    ก่อนอื่นเขาต้องถ่อมใจยอมรับว่า "ผมได้กระทำบาป." ตราบใดที่เขามองหาใครบางคนหรือสิ่งอื่นบางอย่างเพื่อจะตำหนิ   เขาจะหมดหนทางเลยที่จะต่อสู้กับการทดลอง

In addition to God’s Word, prayer can help us to resist temptation.

นอกเหนือจากพระวจนะของพระเจ้า  คำอธิษฐานช่วยให้เราสามารถที่จะต่อต้านการทดลอง

The night He was betrayed, Jesus prayed in the Garden of Gethsemane.

ในคืนที่พระองค์ทรงถูกทรยศหักหลัง   พระเยซูทรงอธิษฐานในสวนเกทเสมนี

Mark มาระโก14:38 38 Watch and pray that you may not enter into temptation. The spirit indeed is willing, but the flesh is weak.”

38 ท่านทั้งหลายจงเฝ้าระวังและอธิษฐาน   เพื่อท่านจะไม่ต้องถูกการทดลอง   จิตวิญญาณพร้อมแล้วก็จริง   แต่กายยังอ่อนกำลัง”

Also, in the “Lord’s Prayer,” Jesus taught us to pray that we would not be lead into temptation. 

เช่นกัน  ใน”คำอธิษฐานตามแบบพระเยซู” พระเยซูทรงสอนเราให้อธิษฐานว่า ขออย่าทรงนำเราเข้าไปในการทดลอง

Matthew มัทธิว6:13 13 And lead us not into temptation, but deliver us from evil.

13 และขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง  แต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย  

Another way to help us resist temptation is to remember what Jesus Christ did for us. Even though He never committed a sin, He willingly endured the torture of the Cross for us while we were still sinners. 

อีกวิธีที่จะช่วยให้เราต่อต้านการทดลองก็คือ   จดจำสิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงทำเพื่อเรา ถึงแม้ว่าพระองค์ทรงไม่เคยกระทำบาป     ทรงเต็มพระทัยที่จะทนทรมานบนกางเขนเพื่อเราในขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่

Every sin we’ve ever committed, or will commit, played a part in nailing our Savior to the Cross.

บาปทุกอย่างที่เราได้เคยทำหรือจะกระทำ   มีส่วนในการตอกตะปูลงที่พระผู้ช่วยให้รอดบนกางเขน

How we respond to Satan’s worldly temptations is a great indicator as to just how much we love Jesus.

เราตอบสนองต่อการทดลองฝ่ายโลกของซาตานได้แค่ไหน  เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญที่สุดว่าเรารักพระเยซูมากแค่ไหน

Now, even though Christians already have the tools necessary for victory, we need to use our common sense and not place ourselves in situations that subject us to weaknesses. We are already bombarded every day with images and messages that may tempt us. We don’t need to make it more difficult than it already is.

ตอนนี้  แม้ว่าคริสเตียนมีเครื่องมือสำคัญเพื่อให้ได้ชัยชนะแล้ว   เราจำเป็นต้องใช้สามัญสำนึกของเรา   และไม่พาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่จะทำให้เราอ่อนแอ  เราถูกกระหน่ำทุกวันอยู่แล้วด้วยภาพและข้อความต่างๆ ที่อาจล่อลวงใจเรา  เราไม่จำเป็นต้องทำให้มันยากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แล้ว

Romansโรม 13:14 14 But put on the Lord Jesus Christ, and make no provision for the flesh, to gratify its desires.

14 แต่ท่านจงประดับกายด้วยพระเยซูคริสตเจ้า   และอย่าจัดเตรียมอะไรไว้บำรุงบำเรอตัณหาของเนื้อหนัง

Another essential to victory is to avoid temptation.

สิ่งสำคัญอีกอย่างต่อการมีชัยชนะก็คือจงหลีกเลี่ยงการทดลอง

So if you are trying to stop drinking alcohol then don’t put it in your house, don’t go to bars, don’t go to the liquor aisle in the market. 

ดังนั้นถ้าคุณกำลังพยายามที่จะหยุดดื่มแอลกอฮอล์แล้ว   ก็จงอย่าเอามันมาใส่ไว้ในบ้านของคุณ   จงอย่าไปที่บาร์   อย่าไปที่ร้านขายแอลกอฮอล์ข้างทางในท้องตลาด

Some believers think that temptation is not the same as sin, so then feel that they can enjoy the enticements of temptation without any harm.

ผู้เชื่อบางคนคิดว่าการทดลองไม่ได้เหมือนกับความบาป   ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกว่าสามารถเพลิดเพลินกับสิ่งล่อใจต่อการทดลองโดยไม่มีอันตรายใด ๆ

This behavior becomes a game, seeing how much stimulation and temptation one can “enjoy” without falling into overt sin.

การประพฤติแบบนี้กลายเป็นเกม   ดูว่าคนเราสามารถ “เพลิดเพลิน” กับสิ่งเร้าใจและการทดลอง ได้มากแค่ไหน  โดยไม่ต้องตกอยู่ในความบาปโจ่งแจ้ง

Such an attitude is sinful in itself, for it fails to take seriously God's commands for holiness in attitude as well as in action. 

ทัศนคติเช่นนี้เป็นบาปในตัวเอง   เพราะไม่ได้ยึดพระบัญชาของพระเจ้าเรื่องความบริสุทธิ์ทั้งด้านทัศนคติและการประพฤติอย่างจริงจัง

The saying proves true: “if you play with fire you will get burned.”

คำกล่าวนี้พิสูจน์ได้ว่าจริง: "ถ้าคุณเล่นกับไฟ   คุณก็จะถูกไฟเผา"

God is faithful to us providing a way of escape when we are tempted. 

พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อต่อเราในการเตรียมหนทางให้เราหลีกเลี่ยงได้เมื่อเราถูกทดลอง

1 Corinthians 1โครินธ์10:13 13 No temptation has overtaken you that is not common to man. God is faithful, and He will not let you be tempted beyond your ability, but with the temptation He will also provide the way of escape, that you may be able to endure it.

13 ไม่มีการทดลองใดๆเกิดขึ้นกับท่าน   นอกเหนือจากการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลาย   พระเจ้าทรงสัตย์ธรรม   พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้   และเมื่อท่านถูกทดลองนั้น   พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย   เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้  

Knowing there is a way of escape, and using that way of escape, may be quite different things.

การรู้ว่ามีทางหลบเลี่ยงและการใช้วิธีหลบเลี่ยงนั้น  อาจเป็นสิ่งที่ค่อนข้างแตกต่างกัน

If one is ignorant of God's Word, one will likely not recognize the escape when he sees it. 

หากคนเราละเลยไม่สนใจพระวจนะของพระเจ้า    บางทีเขาอาจจะไม่รู้จักวิธีหลบเลี่ยงเมื่อเขาเจอการทดลอง

Jesus being fully human was tempted in all points like we are, and even suffered in this temptation, but did not sin.

พระเยซูในสภาพมนุษย์สมบูรณ์ทรงถูกทดลองในทุกประเด็นเหมือนที่เราถูก  และแม้ทรงทนทุกข์จากการทดลองนี้ แต่ไม่ได้ทรงกระทำบาป

Hebrews ฮีบรู 2:18; 4:15-16 18 For because He Himself has suffered when tempted, He is able to help those who are being tempted.

18 เพราะเหตุที่พระองค์ได้ทรงทนทุกข์ทรมานและถูกลองใจ   พระองค์จึงทรงสามารถช่วยผู้ที่ถูกลองใจได้

15 For we do not have a high priest who is unable to sympathize with our weaknesses, but one who in every respect has been tempted as we are, yet without sin.

15 เพราะว่า   เรามิได้มีมหาปุโรหิตที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเรา   แต่ได้ทรงถูกทดลองใจเหมือนอย่างเราทุกประการ   ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป

16 Let us then with confidence draw near to the throne of grace, that we may receive mercy and find grace to help in time of need.

16 ฉะนั้นขอให้เราทั้งหลาย   จงมีใจกล้าเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ   เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา   และจะได้รับพระคุณที่จะช่วยเราในขณะที่ต้องการ

Jesus is a sympathetic Savior, knowing from His own experience the pressures of temptation. 

พระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยที่ทรงเห็นอกเห็นใจผู้อื่น   รู้ได้จากประสบการณ์ของพระองค์เองเมื่อทรงเผชิญแรงกดดันจากการทดลอง

Since no one is uniquely tempted, Christians can help and learn from one another. Knowing, for example, that another Christian has overcome greed, may be the assurance that someone else needs to make another attempt to overcome greed in his life.

เพราะไม่มีใครถูกทดลองแบบเดียวกัน   คริสเตียนสามารถช่วยเหลือและเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้  ตัวอย่างเช่น คริสเตียนคนหนึ่งเอาชนะความโลภได้  อาจจะเป็นความเชื่อมั่นว่าคนอื่นจำเป็นต้อง

พยายามอีกครั้ง  เพื่อที่จะเอาชนะความโลภในชีวิตของเขาได้

The Christian who has grown in one area of his spiritual life is responsible for helping other Christians who have not yet grown in that area. 

คริสเตียนที่ชีวิตเขาส่วนหนึ่งเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ  จะรับผิดชอบในการช่วยคริสเตียนอื่นๆ ผู้ที่ยังไม่ได้เติบโตในส่วนนั้น

We can encourage others in their faith and pray God will help them overcome sin and temptations.

เราสามารถหนุนใจผู้อื่นให้มีความเชื่อ  และอธิษฐานต่อพระเจ้า  จะช่วยให้พวกเขามีชัยต่อบาปและการทดลอง

The Word of God is our best defense against Satan’s temptations, and the better we know His Word, the easier it will be to claim victory over our daily struggles.

พระวจนะของพระเจ้าเป็นเครื่องป้องกันการทดลองของซาตานที่ดีที่สุดของเรา   และยิ่งดีเท่าไรที่เรารู้จักพระวจนะของพระองค์ ก็จะยิ่งง่ายขึ้นที่เราจะอ้างชัยชนะในการต่อสู้ในชีวิตประจำวัน

Psalm เพลงสดุดี119:11 11 I have stored up Your word in my heart, that I might not sin against You.

11 ข้าพเจ้าได้สะสมพระดำรัสของ พระองค์ไว้ในใจของข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะไม่ทำบาปต่อพระองค์  

Jesus Begins His Ministry

พระเยซูทรง เริ่มต้นพระราชกิจของพระองค์

12 Now when He heard that John had been arrested, He withdrew into Galilee.

12  ครั้นพระเยซูทรงทราบข่าวว่ายอห์นถูกจำไว้แล้ว พระองค์ก็เสด็จไปยังแคว้นกาลิลี

13 And leaving Nazareth He went and lived in Capernaum by the sea, in the territory of Zebulun and Naphtali,                                                                                                                                                                                           13 แล้วย้ายที่ประทับจากเมืองนาซาเร็ธไปที่เมืองคาเปอร์นาอุม   ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบที่เขตเผ่าเศบูลุนและนัฟทาลี

14 so that what was spoken by the prophet Isaiah might be fulfilled:

14 เพื่อจะสำเร็จตามพระวจนะ   ซึ่งตรัสไว้โดยอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะว่า

15 “The land of Zebulun and the land of Naphtali, the way of the sea, beyond the Jordan, Galilee of the Gentiles—

15 แคว้นเศบูลุนและแคว้นนัฟทาลี   ทางข้างทะเลฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้น   คือกาลิลี  แห่งบรรดาประชาชาติ   

16 the people dwelling in darkness have seen a great light, and for those dwelling in the region and shadow of death, on them a light has dawned.”

16 ประชาชนผู้นั่งอยู่ในความมืด   ได้เห็นความสว่างยิ่งใหญ่   และผู้ที่นั่งอยู่ในแดนและเงาแห่งความตาย   ก็มีความสว่างขึ้นส่องถึงเขาแล้ว”  

17 From that time Jesus began to preach, saying, “Repent, for the kingdom of heaven is at hand.”

17 ตั้งแต่นั้นมา   พระเยซูได้ทรงตั้งต้นประกาศว่า   “จงกลับใจเสียใหม่   เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว”

The gospel Jesus preached began the same place that the gospel John preached began, with a call to repentance. 

พระกิตติคุณที่พระเยซูทรงสั่งสอน เริ่มต้น ณ สถานที่เดียวกับที่ยอห์นได้สั่งสอนพระกิตติคุณ  มีการเรียกร้องให้กลับใจเสียใหม่

Since Jesus waited until John had been put in prison Jesus probably saw Himself as picking up where John left off.

เพราะพระเยซูได้ทรงรอจนกระทั่งยอห์นถูกจับขังคุก    บางทีพระเยซูอาจจะทรงเห็นพระองค์เองขึ้นมาแทนที่ซึ่งยอห์นละจากไปแล้ว

But Jesus would go further than John ever did, because John announced the coming of the Messiah, and Jesus is the Messiah.

แต่พระเยซูจะทรงก้าวไปไกลกว่าที่ยอห์นเคยทำ   เพราะยอห์นได้ประกาศการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์  และพระเยซูทรงเป็นพระเมสสิยาห์ 

Jesus Calls the First Disciples

พระเยซูทรงเรียกสาวกพวกแรก

18 While walking by the Sea of Galilee, He saw two brothers, Simon (who is called Peter) and Andrew his brother, casting a net into the sea, for they were fishermen.

18  ขณะที่พระองค์ทรงดำเนินอยู่ตามชายทะเลกาลิลี   ก็ทอดพระเนตรเห็นพี่น้องชาวประมงสองคน   คือซีโมนที่เรียกว่าเปโตร   กับอันดรูว์น้องชาย   กำลังทอดแหอยู่ที่ทะเลสาบ

19 And He said to them, “Follow Me, and I will make you fishers of men.”

19 พระองค์ตรัสกับเขาว่า   “จงตามข้าพเจ้ามาเถิด   และข้าพเจ้าจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา”

20 Immediately they left their nets and followed Him.

20 เขาทั้งสองได้ละแหตามพระองค์ไปทันที

21 And going on from there He saw two other brothers, James the son of Zebedee and John his brother, in the boat with Zebedee their father, mending their nets, and He called them.

21 ครั้นพระองค์เสด็จต่อไป   ก็ทอดพระเนตรเห็นพี่น้องอีกสองคน   ชื่อยากอบ   บุตรเศเบดี   กับยอห์นน้องชายของเขากำลังชุนอวนอยู่ในเรือกับเศเบดีบิดาของเขา   พระองค์ได้ทรงเรียกเขา

22 Immediately they left the boat and their father and followed Him.

22 ในทันใดนั้น   เขาทั้งสองก็ละเรือและลาบิดาของเขาตามพระองค์ไป

This was not the first time Jesus met these men, the other gospels describe previous encounters with them. 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พระเยซูได้ทรงพบกับคนเหล่านี้    พระกิตติคุณเล่มอื่น ๆ บรรยายว่าพระองค์เคยทรงพบพวกเขามาก่อนหน้านี้

But this is when Jesus called them to leave their professions and follow Him full-time as disciples of His. 

แต่ตรงนี้คือเมื่อพระเยซูทรงเรียกพวกเขาให้ละทิ้งอาชีพของตน   และติดตามพระองค์เต็มเวลาเป็นสาวกของพระองค์

This is a good way to teach someone ministry, as an apprentice, rather than through formal education in a classroom and it was the customary method in Jesus' day.

นี้เป็นวิธีดีที่จะสอนงานรับใช้แก่บางคน  เหมือนเป็นผู้ฝึกงาน  แทนที่ผ่านการศึกษาอย่างเป็นรูปแบบในห้องเรียน  และมันก็เป็นวิธีตามจารีตประเพณีในสมัยของพระเยซู

Jesus Ministers to Great Crowds

พระเยซูทรงเทศนาสั่งสอนคนหมู่ใหญ่

23 And He went throughout all Galilee, teaching in their synagogues and proclaiming the gospel of the kingdom and healing every disease and every affliction among the people.

23  พระเยซูได้เสด็จไปทั่วแคว้นกาลิลี   ทรงสั่งสอนในธรรมศาลาของเขา   ทรงประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า   และทรงรักษาโรคภัยไข้เจ็บของชาวเมืองให้หาย

24 So His fame spread throughout all Syria, and they brought Him all the sick, those afflicted with various diseases and pains, those oppressed by demons, epileptics, and paralytics, and He healed them.

24 กิตติศัพท์ของพระองค์ก็เลื่องลือไปทั่วประเทศซีเรีย   เขาจึงพาคนป่วยเป็นโรคต่างๆ   คนที่ทนทุกข์เวทนา   คนผีเข้า   คนเป็นลมบ้าหมูและคนเป็นอัมพาตมาหาพระองค์   พระองค์ก็ทรงรักษาเขาให้หาย

25 And great crowds followed Him from Galilee and the Decapolis, and from Jerusalem and Judea, and from beyond the Jordan.

25 และมีคนหมู่ใหญ่มาจากแคว้นกาลิลี   และแคว้นทศบุรีและกรุงเยรูซาเล็ม   และแคว้นยูเดีย   และแม่น้ำจอร์แดนฟากตะวันออกติดตามพระองค์ไป

Pastor David Guzik, another Calvary Chapel pastor says, Jesus was a teacher who did miraculous works.

บาทหลวงอีกคนชื่อดาวิด  กิวซิค จากคริสตจักรคาลแวรี่ กล่าวว่าพระเยซูทรงเป็นครูที่ทรงทำการปาฏิหาริย์มากมาย

The emphasis was always on His teaching ministry, both to the inner circle of His disciples and to the multitudes that would listen to Him.

มีการเน้นอยู่เสมอในพันธกิจสั่งสอนของพระองค์  ทั้งฝ่ายวงในของเหล่าสาวกของพระองค์และประชาชนที่จะมาฟังพระองค์

Jesus' ability to heal those with all different kinds of diseases demonstrates that He has authentic power over the damage done by the fall of man.

พระปรีชาสามารถของพระเยซูในการรักษาโรคภัยชนิดต่างๆกัน  แสดงให้เห็นว่าทรงมีฤทธิ์อำนาจแท้จริงเหนือความสูญเสียจากการที่มนุษย์ล้มลงเพราะไม่เชื่อฟัง

His authority over demons (and those who were demon-possessed) shows He has authentic power over all creation.

พระองค์ทรงมีสิทธิอำนาจเหนือมารร้าย (และบรรดาผู้ที่ถูกผีเข้าสิง) แสดงให้เห็นฤทธิ์อำนาจแท้จริงเหนือสรรพสิ่งที่ทรงสร้างทั้งมวล

Jesus had a purpose for allowing such dramatic miracles to attract great multitudes. He wanted to teach the multitudes, not simply to impress them with miracles.

พระเยซูทรงมีพระประสงค์เพื่อยอมให้ปาฏิหาริย์ที่น่าทึ่งนั้นดึงดูดใจประชาชนมากมาย ทรงประสงค์จะสั่งสอนแก่หมู่ประชาชน  ไม่เพียงแต่ให้พวกเขาประทับใจในปาฏิหาริย์ทั้งหลาย

So today we learned Jesus was tempted by Satan and resisted those temptations by the Word of God.

ดังนั้นทุกวันนี้เราได้ทราบว่าพระเยซูทรงถูกทดลองโดยซาตาน   และทรงต่อต้านการทดลองเหล่านั้นโดยพระวจนะของพระเจ้า

We are tempted too in many ways and also can resist those temptations using the Word of God.  

เราถูกทดลองในหลายรูปแบบด้วย   และยังสามารถต่อต้านการการทดลองต่างๆ โดยใช้พระวจนะของพระเจ้า

Jesus called 12 disciples to follow Him, we didn’t learn about all of them yet, but we see that these left their old life and began living every day with Jesus learning from Him.  We too can learn from Jesus every day through the Bible we also can be discipled by another believer who is more mature in the faith or we can be the one doing the teaching and being the example. 

พระ เยซูทรงเรียกสาวก 12 คนให้ติดตามพระองค์  เราไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพวกเขาทั้งหมด แต่เราเห็นว่าคนเหล่านี้ละทิ้งชีวิตเก่าของตน  และเริ่มใช้ชีวิตอยู่ทุกวันกับพระเยซูเรียนรู้จากพระ

องค์ เราก็สามารถเรียนรู้จากพระเยซูทุกวันผ่านทางพระคัมภีร์  เรายังสามารถเป็นสาวกโดยผู้เชื่ออื่นที่โตเป็นผู้ใหญ่ในความเชื่อกว่าเรา หรือเราสามารถเป็นคนที่ทำตามคำสอนและเป็นตัวอย่างได้

Those of you who have been believers for awhile, the new believers are watching you to see how to live the Christian life. 

ในบรรดาพวกคุณผู้ที่ได้เป็นผู้เชื่อมาชั่วระยะหนึ่ง     ผู้เชื่อใหม่กำลังเฝ้าดูคุณเพื่อดูว่าคุณดำเนินชีวิตคริสเตียนอย่างไร

Are you being a good example, a good teacher?

คุณกำลังเป็นตัวอย่างที่ดี  เป็นครูที่ดีหรือเปล่า

Matthew 4 part 2

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top